กรมประมง
นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาล ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี (นายเศรษฐา ทวีสิน) ได้แถลงต่อประชาชนถึงนโยบายฟื้นชีวิตอุตสาหกรรมประมงให้กลับมาเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของประชาชนด้วยการแก้ไขข้อกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายให้เหมาะสมอันเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลให้อยู่กับประเทศอย่างยั่งยืน พี่น้องเกษตรกรชาวประมง จะต้องมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จึงได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการประมงทะเลเพื่อฟื้นฟูการประมงทะเลและอุตสาหกรรมการประมง ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี (นายภูมิธรรม เวชยชัย) เป็นประธาน ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการปรับปรุงแก้ไขพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2560 ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากฝ่ายคณะรัฐมนตรี ผู้แทนจากหน่วยงานของรัฐ และผู้แทนชาวประมง (สมาคมชาวประมง) ร่วมกันพิจารณายกร่างพระราชบัญญัติแก้ไข พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ… โดยนำร่าง พ.ร.บ.ฯ ดังกล่าว ที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างฯ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้วมาใช้พิจารณายกร่าง รวมทั้งใช้ความเห็นของคณะกรรมาธิการวิสามั
นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการนำเข้าส่งออกสินค้าประมง ผิดกฎหมาย เดินหน้าลุยปราบปรามและป้องกันสินค้าประมงผิดกฎหมายให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น นายบัญชา เปิดเผยว่า ตามที่ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีนโยบายกำหนดมาตรการประกาศสงครามกับสินค้าเกษตรเถื่อน มุ่งปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรที่ผิดกฎหมายอย่างจริงจัง ซึ่งถือเป็นปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนเรื้อรังต่อเกษตรกรและเศรษฐกิจของประเทศมาอย่างยาวนาน กรมประมงได้ให้ความสำคัญอย่างจริงจังกับการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาโดยตลอด และเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น จึงได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการนำเข้าส่งออกสินค้าประมงผิดกฎหมายขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพในการป้องกันลักลอบการนำเข้าและส่งออกสินค้าประมงที่ผิดกฎหมาย เพื่อปกป้องพี่น้องเกษตรกรให้พ้นวิกฤตจากปัญหาสินค้าเกษตรเถื่อนอย่างต่อเนื่อง สำหรับ ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการนำเข้าส่งออกสินค้าประมงผิดกฎหมาย กรมประมง ได้แต่งตั้งให้ นายเดชา ปรัชญารัตน์ ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมประมง เป็นหัวหน้าศูน
กรมประมงแจ้งประชาสัมพันธ์ให้เจ้าของเรือประมง ที่มีขนาดตั้งแต่ 10 ตันกรอสขึ้นไป ที่มีความประสงค์จะทำการประมงพาณิชย์ ในรอบปีการประมง 2567-2568 มายื่นคำขอรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ ระหว่างวันที่ 1-29 กุมภาพันธ์ 2567 ณ สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพฯ กรมประมง หรือที่ว่าการอำเภอ หรือสำนักงานประมงอำเภอแห่งท้องที่ที่มีอาณาเขตติดทะเล ทั้งนี้ ขึ้นรอบปีการประมงใหม่ เริ่มวันที่ 1 เมษายน 2567 หากเรือประมงลำใดออกไปทำประมงโดยที่ไม่มีใบอนุญาตจะไม่สามารถออกทำการประมงได้ นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีเรือประมงพาณิชย์ที่อยู่ในระบบใบอนุญาตทำการประมงพณิชย์ จำนวน 9,310 ลำ โดยเมื่อปี พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา มีผลผลิตที่ได้จากการทำประมงพาณิชย์มากกว่า 1 ล้านตัน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 40,000 ล้านบาท ภายใต้การบริหารจัดการทรัพยากรประมงให้เกิดความยั่งยืนด้วยการกำกับ ควบคุม และดูแลการทำประมงให้สอดคล้องกับขีดความสามารถในการทำการประมงและปริมาณผลิตผลสูงสุดของสัตว์น้ำที่สามารถทำการประมงได้อย่างยั่งยืน (ค่า MSY) ตามข้อกำหนดในมาตรา 19 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่
กรมประมง จับมือ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. ร่วมศึกษาวิจัย การพัฒนาสายพันธุ์กุ้งขาวแวนนาไมให้มีคุณภาพดี ด้วยเทคโนโลยีการปรับปรุงพันธุ์จนประสบความสำเร็จ!! พร้อมแจ้งเกิด 2 สายพันธุ์ใหม่ ล่าสุด! “เพชรดา 1” (เพ็ด-ชะ-ดา-หนึ่ง) เจริญเติบโตดี และ “ศรีดา 1” ต้านทานโรค EMS-AHPND หวังสร้างทางเลือกให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเล ใช้ประโยชน์ทดแทนการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์จากต่างประเทศ และยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันให้อุตสาหกรรมกุ้งไทยมั่นคงและยั่งยืน นายประพันธ์ ลีปายะคุณ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กุ้งทะเลเป็นสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมาก ในอดีตสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศปีละเกือบแสนล้านบาท เพราะเป็นสินค้าที่ตลาดมีความต้องการสูงทั้งภายในและต่างประเทศ กระทั่งปี 2555 การเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลของไทยประสบวิกฤตการระบาดของโรคตายด่วน หรือ EMS-AHPND สร้างความเสียหายและส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมกุ้งไทยตลอดห่วงโซ่การผลิต ที่ผ่านมากรมประมงได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาเพื่อฟื้นฟูผลผลิตกุ้งทะเลอย่างต่อเนื่อง สำหรับในด้านการวิจัยนั้น กรมประมงได้ร่วมกับสำนักงานพัฒนาการวิจัย
นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า หลังการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาประมงทะเล ครั้งที่ 2/2566 โดยมี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบให้เพิ่มวันทำการประมงให้กับเรือประมงที่ได้รับผลกระทบจากจำนวนวันทำการประมงไม่เพียงพอ จำนวน 1,200 ลำ ดังนี้ ฝั่งอ่าวไทย 1.1 กลุ่มเครื่องมือทำการประมงสัตว์น้ำหน้าดิน จัดสรรวันทำการประมงเพิ่ม จำนวน 50 วัน 1.2 กลุ่มเครื่องมือทำการประมงปลาผิวน้ำ จัดสรรวันทำการประมงเพิ่ม จำนวน 50 วัน 1.3 กลุ่มเครื่องมือทำการประมงปลากะตัก จัดสรรวันทำการประมงเพิ่ม จำนวน 30 วัน ฝั่งทะเลอันดามัน 2.1 กลุ่มเครื่องมือทำการประมงสัตว์น้ำหน้าดิน จัดสรรวันทำการประมงเพิ่ม จำนวน 20 วัน 2.2 กลุ่มเครื่องมือทำการประมงปลาผิวน้ำ จัดสรรวันทำการประมงเพิ่ม จำนวน 30 วัน 2.3 กลุ่มเครื่องมือทำการประมงปลากะตัก จัดสรรวันทำการประมงเพิ่ม จำนวน 50 วัน (โดยการจัดสรรวันทำการประมงเพิ่มเติมสำหรับเรือประมงแต่ละลำขึ้นอยู่กับจำนวนวันทำการประมงที่เหลืออยู่ของเรือประมงลำนั้น) บัดนี้ กรมประมง ดำเนินการเพิ่มวันทำการประมงให้กับเรือประมงทั้ง 1,200 ลำดังกล่า
กรมประมง…เร่งฟื้นฟูทรัพยากรปลายี่สกในแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขา หลังได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้แหล่งที่อยู่อาศัย วางไข่ และเลี้ยงตัวอ่อนเสื่อมโทรมลง โดยได้จัดทีมตั้งแคมป์ริมฝั่งแม่น้ำโขงเพื่อรวบรวมพ่อแม่พันธุ์จากธรรมชาติ และสร้างธนาคารน้ำเชื้อเพื่อการผสมเทียม พร้อมทั้งปรับเทคนิคการปล่อยช่วยเพิ่มความหลากหลายทางพันธุกรรม หวังเร่งเพิ่มผลผลิตทรัพยากรปลายี่สกในแหล่งน้ำธรรมชาติกว่า 1 แสนตัวต่อปี นายประพันธ์ ลีปายะคุณ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า “ปลายี่สก” หรือ “ปลาเอิน” (Probarbus jullieni Sauvage, 1880) เป็นปลาน้ำจืดมีเกล็ดขนาดใหญ่พบประจำถิ่นในแม่น้ำโขง จัดเป็นปลาที่มีรสชาติดี เป็นที่นิยมของผู้บริโภค ทำให้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ ราคาจำหน่ายสูงถึงกิโลกรัมละ 200-250 บาท แต่ปัจจุบันพบว่า ปลายี่สกในแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขามีปริมาณลดลงจนเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เนื่องจากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศในแม่น้ำโขง ส่งผลให้แหล่งที่อยู่อาศัย วางไข่ และเลี้ยงตัวอ่อนเสื่อมโทรมลง กรมประมงจึงได้ดำเนินการเพาะขยายพันธุ์เพื่อเป็นการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรปล
กรมประมงเดินหน้าเสริมสร้างความเข้มแข็งโครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ถอดบทเรียนองค์ความรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร มุ่งส่งเสริมเกษตรกรต้นแบบเครือข่ายด้านการประมง เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรให้มีความเข้มแข็ง สร้างอาชีพ สร้างรายได้ รวมถึงเป็นแหล่งเรียนรู้การผลิตสินค้าเกษตรที่เหมาะสมสำหรับชุมชนตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ นายมานพ หนูสอน รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า…กรมประมง ได้ดำเนินการพัฒนาโครงการศูนย์เรียนรู้ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ (ศพก.) เครือข่ายด้านการประมง เพื่อเป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต การบริหารจัดการ และการตลาดแก่เกษตรกร รวมทั้งการให้บริการทางการเกษตร เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาการเกษตรในพื้นที่ สามารถใช้ ศพก. เป็นฐานเรียนรู้และเป็นแหล่งองค์ความรู้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ซึ่งในปีงบประมาณ 2565 – 2566 กรมประมงได้ดำเนินการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับศพก.เครือข่ายฯ โดยการพัฒนาและยกระดับให้เป็นศูนย์ต้นแบบ จำนวนรวม 847 ศูนย์ เพื่อคัดเลือกบุคคลมาเป็นเกษต
กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมจัดงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา ภายใต้แนวคิด “อิ่มไอหนาว แอ่วม่วนลำ @ กว๊านพะเยา” ในระหว่างวันที่ 25 ธ.ค. 2566 – 3 ม.ค. 2567 รวมทั้งสิ้น 10 วัน 10 คืน มาท่องเที่ยวสนุก กระตุ้นเศรษฐกิจ เรียนรู้วิถีชีวิตคนพะเยา พบกับการแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยีทางการเกษตร การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร การประกวดพืช สัตว์ ประมง และอัตลักษณ์เกษตรกรไทย เช่นการประกวดปลากัดสายพันธ์ต่างๆ การจัดกิจกรรม Workshop ด้านการเกษตร เพื่อสร้างอาชีพสร้างรายได้ กว่า 29 หลักสูตร รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า งานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา จัดขึ้นเพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้ในการส่งเสริมการเกษตรระดับพื้นที่ให้ครบทั้งระบบ การผลิตสินค้าเกษตร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เผยแพร่ความรู้นวัตกรรมด้านการผลิต ทั้งพืช สัตว์ และประมง และเชื่อมโยงการจัดกิจกรรมทางภาคการเกษตรในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน รวมถึงส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรมและประเพณี วิถีชีวิต อันดีงามข
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 ธันวาคม 2566 เวลา 16.00 น. ณ กรมชลประทาน สามเสน กรุงเทพฯ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดงานแถลงข่าวผลการดำเนินงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ “เกษตรฯ 99 วัน ทำได้จริง” โดยร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะผู้บริหาร โดยในส่วนของกรมประมงนั้น ได้มีการให้รายละเอียดถึงการแก้ไขปัญหากฎหมายด้านการประมง นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จาก 99 วันที่ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 1 ในนโยบายสำคัญของท่าน คือ การเร่งแก้ไขปัญหาในภาคการประมง ซึ่งท่านได้ลงพื้นที่ไปพบปะกับพี่น้องชาวประมง เพื่อสอบถามถึงชีวิตความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพ และพยายามนำข้อเรียกร้องต่างๆ ที่ได้รับมา มาพิจารณาและหาแนวทางให้การช่วยเหลือ อาทิ ผลกระทบจากการออกกฎหมายประมง ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ ฯลฯ ซึ่งท่านได้มอบหมายให้กรมประมงหาแนวทางดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขปัญหาภาคการประมงทะเล ซึ่งปัจจุบันมีการตั้งคณะกรรมการการขับเคลื่อนการประมงไทย จำนวน 3 คณะ ได้แก่ 1) คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการประมงทะเ
กรมประมง…ร่วมส่งมอบความสุขในช่วงเทศกาลปีใหม่ จัดหนัก 3 แคมเปญใหญ่ 1. มอบของขวัญเกษตรกรไทย มีกิน มีใช้ มีรายได้พอเพียง 2. เพิ่มสุขปีใหม่ เที่ยวทั่วไทย สุขใจไปกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ 3. เสริมพลังปีใหม่ จำหน่ายสินค้าราคาพิเศษ สินค้าเกษตรคุณภาพ ภายใต้โครงการ “ส่งความสุขปีใหม่ มอบให้เกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประจำปี พ.ศ. 2567” นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีนโยบายให้หน่วยงานในสังกัด ดำเนินการจัดกิจกรรมภายใต้โครงการ “ส่งความสุขปีใหม่ มอบให้เกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประจำปี พ.ศ. 2567” เพื่อส่งมอบของขวัญให้แก่เกษตรกร ชาวประมง และประชาชน ด้วยการเปิดศูนย์ศึกษา ศูนย์เรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สวยงามของทางราชการให้ประชาชนเข้าชมฟรี พร้อมจัดตั้งจุดบริการประชาชน อาทิ จุดแวะพักรถ บริการน้ำดื่ม ฯลฯ อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางสัญจรในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ อีกทั้งเปิดช่องทางจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงคุณภาพในราคาพิเศษเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจพร้อมเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร ชาวประมง รวมทั้งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายจากการประกอบอาชีพ สำห
