กรมส่งเสริมการเกษตร
นางเยาวเรศ ทิฐธรรม เกษตรจังหวัดตาก กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร มีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนงานตามนโยบายของรัฐบาล ในการส่งเสริมให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มกันเป็นแปลงใหญ่ เพื่อรวมกันผลิต รวมกันขาย รวมทั้งตั้งเป้าหมายในการดำเนินงานให้สามารถลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิตให้ได้คุณภาพมาตรฐาน เพื่อหาตลาดให้สอดคล้องกับผลผลิต และมีการพัฒนาคุณภาพผลผลิตบุกเพื่อให้ได้รับมาตรฐาน สำหรับแปลงใหญ่บุก ตำบลพะวอ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก กรมส่งเสริมการเกษตรโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดตากมีแผนการพัฒนามาตรฐานการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP ในอนาคต โดยตั้งเป้าให้ได้ครอบคลุมสมาชิกกลุ่มทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังได้บูรณาการร่วมกับกรมป่าไม้ ในการสนับสนุนพันธุ์ไม้ต่างๆให้กับเกษตรกร ภายใต้โครงการสร้างป่า สร้างรายได้ ปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง ซึ่งเป็นการลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ซึ่งหลังจากเริ่มโครงการพบว่า เกษตรกรเริ่มมีการปลูกป่าร่วมกับการปลูกบุกมากขึ้น รวมทั้งมีการขยายตลาดและสร้างรายได้เสริมให้กับคนในชุมชนได้อีกด้วย เกษตรจังหวัดตาก กล่าวอีกว่า แต่เดิมชาวบ้านในพื้นที่ ตำบลพะวอ อำเภอแม่สอด จั
กระท้อน เป็นผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดลพบุรี มีพื้นที่ปลูกทั้งหมด 419 ไร่ อยู่ใน 3 ตำบลของอำเภอเมืองลพบุรี ได้แก่ ตำบลตะลุง ตำบลงิ้วราย และตำบลโพธิ์เก้าต้น ลักษณะภูมิประเทศเป็นพื้นที่น้ำไหลทรายมูล เหมาะสมกับการผลิตกระท้อนคุณภาพดี โดยผลผลิตจะเริ่มออกในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนสิงหาคม ราคาผลกระท้อนสดจะอยู่ที่ 35-120 บาทต่อกิโลกรัม ขึ้นอยู่กับขนาดผล ผลผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 1,000 กิโลกรัมต่อไร่ ขณะนี้ผลผลิตกำลังทยอยเข้าสู่ตลาด นายสุชาติ กลิ่นทองหลาง ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านวิศวกรรมเกษตร จังหวัดร้อยเอ็ด รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดลพบุรี กล่าวว่า กระท้อนของจังหวัดลพบุรีได้รับการรับรองเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ในชื่อ “กระท้อนตะลุง”จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา มีเกษตรกรผ่านการรับรองจำนวน 92 ราย ในพื้นที่ 315 ไร่ กระท้อนตะลุง มีจำนวน 5 สายพันธุ์ ประกอบด้วย พันธุ์ปุยฝ้าย พันธุ์อีล่า พันธุ์ทับทิม พันธุ์นิ่มนวล และพันธุ์กำมะหยี่ โดยมีพื้นที่ปลูกในตำบลตะลุง ตำบลงิ้วราย และตำบลโพธิ์เก้าต้น ของอำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี เท่านั้น นายสุชาติ กลิ่นทองหลาง กล่าวเพิ่มอีกว่า สำนัก
ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ขยายวงกว้างต่อเนื่อง ในปี 2563-2564 ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย รวมทั้งตลาดสินค้าเกษตรของไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำให้เกษตรกรทั่วประเทศต้องปรับพฤติกรรมการดำเนินชีวิตประจำวัน ในรูปแบบ New Normal ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทั้งในวันนี้และในอนาคต “มะม่วง” หนึ่งในไม้ผลส่งออกสำคัญของประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 เช่นเดียวกัน คุณสายันต์ บุญยิ่ง นายกสมาคมชาวสวนมะม่วงไทย (โทร. 081-887-1964) กล่าวว่า ชาวสวนมะม่วงยังรับมือกับปัญหาต่างๆ ได้ เพราะเครือข่ายชาวสวนมะม่วงเข้าถึงข้อมูลข่าวสารด้านการผลิต-ตลาด สามารถบริหารจัดผลผลิตให้เข้าสู่ตลาดในระยะเวลาที่เหมาะสมได้อย่างเป็นระบบ อย่างไรก็ตาม หากชาวสวนมะม่วงได้รับการสนับสนุนด้านระบบโลจิสติกส์และสิทธิประโยชน์ทางการค้าจากหน่วยงานภาครัฐ ก็เชื่อว่ามะม่วงไทยยังสามารถเติบโตในเวทีตลาดโลกได้อย่างสบาย ภาพรวมมะม่วงไทย ประเทศไทย มีพื้นที่ปลูกมะม่วงโดยรวมประมาณ 2 ล้านไร่ โดยพื้นที่รอยต่อจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ประกอบด้วยจังหวัดพิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย กำแพงเพชร และนครสวรรค์ คือแหล่งปลูกมะม่วงผืนใหญ่
ปัจจุบัน ปลาตะเพียน ใน จ.ยโสธร ไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงจำเป็นต้องหาซื้อมาจากภาคกลาง กรมประมงจึงเข้าปรับเปลี่ยนแนวคิด และพฤติกรรมการเลี้ยงปลาตะเพียนให้สอดคล้องกับความต้องการ เป็นการเลี้ยงปลาตะเพียนแบบเกษตรอินทรีย์ โดยอาหารแบบอินทรีย์คือ ไข่น้ำ หรือที่ภาคอีสาน เรียกว่า ผำ มาเป็นอาหารปลา ตามนโยบายขับเคลื่อนพัฒนาเกษตรอินทรีย์ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยมุ่งใช้คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แบบเบ็ดเสร็จ เป็นกลไกสำคัญในการดำเนินงานพัฒนา มีเป้าหมายขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์ทั้งประเทศเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10% ต่อปี พร้อมนำร่องให้จังหวัดยโสธรเป็นต้นแบบเมืองเกษตรอินทรีย์ หรือ ยโสธรโมเดล ไข่น้ำ (ผำ) น.ส. ชื่นดวงใจ คงบาล นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ไข่น้ำ (ผำ) มีโปรตีนสูง 40% ของน้ำหนักแห้ง จากรายงานผลวิเคราะห์คุณค่าทางอาหารของไข่น้ำ พบว่า ใน 100 กรัม น้ำหนักแห้ง ให้พลังงานต่อร่างกาย 8 กิโลแคลอรี เส้นใย 0.3 กรัม แคลเซียม 59 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 25 มิลลิกรัม เหล็ก 6.6 มิลลิกรัม และยังมีวิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และมีกรดอะมิโนที่จำเป็นหลายชนิด
กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครบรอบ 129 ปี พร้อมมุ่งมั่นดำเนินงานสนองนโยบายสำคัญเพื่อพัฒนาภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน ยึดผลประโยชน์ของเกษตรกรเป็นที่ตั้ง ชูนิทรรศการผลงานแปลงใหญ่เกษตรสมัยใหม่เชื่อมโยงตลาด และถอดบทเรียนแปลงใหญ่มะม่วงของ อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กับการวางแผนจัดการด้านผลิตและตลาด นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครบรอบ 129 ปี วันที่ 1 เมษายน 2564 คณะผู้บริหารกรมส่งเสริมการเกษตรได้ร่วมแสดงความยินดีและร่วมพิธีในกิจกรรมดังกล่าวทั้งพิธีพราหมณ์ พิธีสงฆ์เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นอกจากนี้ ยังร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ จัดนิทรรศการแสดงผลงานภายใต้แนวคิด “ยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด สร้างชาติสร้างเกษตรไทยให้รุ่งเรือง” โดยดำเนินงานในลักษณะบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อรวมคน รวมพื้นที่ ยกระดับคุณภาพ ร่วมบริหารจัดการ พัฒนาไปสู่การยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงต
ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี เป็น ศพก. ต้นแบบด้านมันสำปะหลังแบบครบวงจร ที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรหรือผู้สนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้วิธีการจัดการมันสำปะหลัง ตั้งแต่กระบวนการผลิต การลดต้นทุน การเพิ่มมูลค่าผลผลิต ไปจนถึงการเชื่อมโยงตลาด จากเกษตรกรผู้มีประสบการณ์สามารถพลิกฟื้นไร่มันสำปะหลัง จากเดิมที่ให้ผลผลิตเฉลี่ย 1-3 ตัน ต่อไร่ ขยับขึ้นไปเกือบ 10 ตัน ต่อไร่ นายคณพศ เฉื่อยฉ่ำ นักวิชาการส่งเสริมเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี กรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า พื้นที่ปลูกมันสำปะหลังในตำบลหนองไผ่ อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี แต่เดิมจัดอยู่ในเขตพื้นที่ที่มีความเหมาะสมน้อยในการปลูกมันสำปะหลัง ประกอบกับเกษตรกรขาดความรู้ความเข้าใจในการปรับปรุงบำรุงดินอย่างถูกต้อง ทำให้ผลผลิตที่ได้อยู่ที่ประมาณ 2 ตัน ต่อไร่ ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ (เกณฑ์ค่าเฉลี่ยของจังหวัดกาญจนบุรี อยู่ที่ 3.5 ตัน ต่อไร่) ส่งผลต่อรายได้และความเป็นอยู่ของเกษตรกร แต่พอมีโครงการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ เกษตรกรได้รวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่มแปลงใหญ่มันสำปะหลังตำบลหนองไผ่
รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ลงพื้นที่อุดรธานี ติดตามความก้าวหน้าโครงการยกระดับแปลงใหญ่มอบนโยบายแก่เจ้าหน้าที่เน้นสร้างความเข้าใจเกษตรกร ช่วยดูแลทุกขั้นตอน นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัด/อำเภอ เร่งลงพื้นที่สร้างความรู้ ความเข้าใจ เชิงรุกกับเกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่ที่เสนอความต้องการเข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดให้ได้รับทราบ ทั้งในประเด็นการจดทะเบียนนิติบุคคล การจัดทำบัญชี ขั้นตอนการจัดซื้อ และประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับจากการเข้าร่วมโครงการ รวมทั้งได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรการเกษตรเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่ในการดำเนินงานทุกขั้นตอนโดยเฉพาะการจดทะเบียนนิติบุคคล และการจัดทำบัญชี เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ ดังนั้น เพื่อเป็นการเร่งรัดการดำเนินการให้ทันกำหนดเวลา จึงได้ลงพื้นที่จังหวัดต่างๆ เพื่อร่วมชี้แจงให้ข้อมูล สร้างความเข้าใจและความมั่นใจให้กับเกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่ที่อยู่ระหว่างดำเนินการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาทบ
กรมส่งเสริมการเกษตร จับมือ “เคอรี่” จัดการระบบโลจิสติกส์ตลอดห่วงโซ่ เน้นบริการส่งสินค้าเกษตรรวดเร็ว ปลอดภัยจนถึงมือผู้บริโภค กรมส่งเสริมการเกษตร จับมือ “เคอรี่ เอ็กซ์เพรส” จัดการระบบโลจิสติกส์ตลอดห่วงโซ่ หวังสนับสนุนให้เกษตรกรมีช่องทางบริการด้านโลจิสติกส์ที่มีคุณภาพเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดที่เข้มแข็งให้กับเกษตรกรต่อไป ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีรายได้เพียงพอในการดำรงชีวิต รวมถึงสามารถพัฒนาต่อยอดเป็นธุรกิจการเกษตรได้อย่างยั่งยืน จึงได้กำหนดนโยบายการพัฒนาเกษตรกรให้มีความครอบคลุมทุกด้าน ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยเฉพาะแนวนโยบาย “ตลาดนำการเกษตร” ซึ่งจะมีส่วนช่วยทำให้เกษตรกรมีช่องทางในการสร้างรายได้ที่แน่นอน ประกอบกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศที่มุ่งเน้นส่งเสริมรูปแบบการทำเกษตรแบบแปลงใหญ่ รวมทั้งส่งเสริมเกษตรกรให้มีการนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมสมัยใหม่มาใช้ในการพัฒนาการผลิตให้ได้สินค้าคุณภาพพร้อมกับขยายช่องทางการตลาดให้มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันรูปแบบการตลาดได้มีการปรับ
ภาคเกษตรกรรมนับว่ามีบทบาทสําคัญต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยอย่างมาก ซึ่งเห็นได้ชัดจากสถานการณ์วิกฤตโรคโควิด-19 ที่ทั่วโลกต้องเผชิญ ส่งผลกระทบต่อทุกสายงานอาชีพ ผู้คนออกมากักตุนอาหาร เพราะกลัวอดตาย จึงกลายเป็นสิ่งชี้วัดได้ว่า ไม่ว่าจะเกิดสถานการณ์ใดๆ สิ่งที่สำคัญและมีความจำเป็นมากที่สุดสำหรับมนุษย์ก็คือ ความมั่นคงทางอาหาร ที่ต่อให้จะเป็นประเทศที่ร่ำรวยหรือเป็นประเทศมหาอำนาจ หากขาดความมั่นคงทางอาหารแล้วนั้น ก็ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ กรมส่งเสริมการเกษตร มีความห่วงใยพี่น้องเกษตรกรและประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดของไวรัส โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรและประชาชนทั่วไป จึงไม่หยุดนิ่งที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรและประชาชนทั่วไป ทั้งในด้านของการแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ รวมถึงการขยายองค์ความรู้ในการทำเกษตร จุดประสงค์เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีองค์ความรู้ในการสร้างแหล่งอาหารที่มั่นคงเองได้ ด้วยการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง มีการจัดเจ้าหน้าที่เกษตร และจัดอบรมเพื่อให้ความรู้กับประชาชน รวมถึงโครงการผลักดันเกษตรกรรุ่นใหม่ ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาภาคก
กรมส่งเสริมการเกษตร สัมมนาเชิงปฏิบัติการเจ้าหน้าที่ด้านดินปุ๋ยระดับพื้นที่ 2564 เพื่อวางกรอบแนวทางการขับเคลื่อนงานด้านดินปุ๋ยสู่เกษตรกร เพื่อช่วยในการลดต้นทุนการผลิตและใช้ปุ๋ยให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายใต้การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาเป็นกลไกการขับเคลื่อนงานอย่างยั่งยืน นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า งานส่งเสริมการใช้ดินปุ๋ยอย่างถูกต้อง นับเป็นอีกหนึ่งภารกิจของกรม ซึ่งมีหน่วยงานย่อยอย่างศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) เป็นผู้ดูแล โดยหน่วยงานดังกล่าวได้ก่อตั้งขึ้นมาโดยกรมส่งเสริมการเกษตร ตั้งแต่ ปี 2558 เนื่องจากเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการส่งเสริมให้เกษตรกรมีความรู้เรื่องดินและปุ๋ยอย่างถูกต้อง ประกอบกับปัจจุบันจากนโยบาย Thailand 4.0 และยุทธศาสตร์ 20 ปี ของรัฐบาล รวมทั้งนโยบายการเกษตรอัจฉริยะ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตขงเกษตรกรให้ดีขึ้นด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาสนับสนุนการใช้งานในกระบวนการผลิตสินค้าเกษตร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ดังนั้นการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินจึงเป็นอีกหนึ่งในเทคโนโลยีเกษตรที่จะช่วยสร้า
