กรมส่งเสริมการเกษตร
กรมส่งเสริมการเกษตร แนะวิธีปลูก “กระชาย” พืชสมุนไพรพื้นบ้านอย่างถูกวิธี ปัจจุบันพืชสมุนไพรไทยมีอัตราการขยายตัวของตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้น และยังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง โดยสมุนไพรที่กำลังได้รับความสนใจ นอกจากฟ้าทะลายโจรในขณะนี้ คือ “กระชาย” ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรจัดอยู่ในพืชวงศ์เดียวกับ ขิง (ZINGIBERACEAE) เป็นพืชล้มลุก มีลำต้นใต้ดินเรียกว่า เหง้า ซึ่งมีลักษณะเป็นตุ้มสั้น แตกหน่อได้เช่นเดียวกับขิง รูปทรงกระบอกหรือรูปไข่ค่อนข้างยาวปลายเรียวแหลมออกเป็นกระจุก มีผิวสีน้ำตาลอ่อนเนื้อในสีเหลืองมีกลิ่นข่า และขมิ้น รากอวบหอมเฉพาะตัว ใช้เหง้าเป็นส่วนขยายพันธุ์ และรากเป็นส่วนที่ใช้บริโภคมีสรรพคุณเป็นทั้งอาหารและยาสมุนไพร ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้ความสำคัญกับงานด้านการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชสมุนไพร เพื่อไว้ใช้เองในครัวเรือน และจำหน่ายตามแนวทางตลาดนำการผลิต กรมส่งเสริมการเกษตรในฐานะหน่วยงานส่งเสริมการเกษตรด้านพืช มีวิธีการปลูกกระชายมาแนะนำ ดังนี้ การเตรียมพันธุ์ เกษตรกรควรเลือกเหง้ากระชายที่มีตาสมบูรณ์ และปราศจากโรคและแมลง มีอายุต
กรมส่งเสริมการเกษตร ส่งเสริมแมลงเศรษฐกิจยุคใหม่ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้เกษตรกรทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ด้วยสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของแมลง จึงทำให้ประเทศไทยมีความหลากหลายของชนิดแมลงเป็นจำนวนมาก ประกอบกับภูมิปัญญาพื้นบ้านของไทยในการเลี้ยงและใช้ประโยชน์จากแมลงมานาน นับเป็นจุดแข็งที่จะสามารถพัฒนาศักยภาพในการเลี้ยงแมลงให้เป็นแมลงเศรษฐกิจได้ ช่วยสร้างอาชีพ สร้างงาน และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรทั้งในระดับท้องถิ่นและในระดับประเทศ ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรได้มีการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกรทั้งที่เป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริม สามารถสร้างอาชีพและรายได้หมุนเวียนให้แก่เกษตรกรทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ สำหรับสถานการณ์การผลิตการตลาดแมลงเศรษฐกิจ ในปี 2563/64 มีดังนี้ 1.ผึ้งพันธุ์ มีจำนวนเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งพันธุ์กว่า 1,248 ราย จำนวนรังประมาณ 360,395 รัง จากการรายงานของ FAO ปี 2560 ประเทศไทยมีปริมาณผลผลิตน้ำผึ้งเป็นอันดับสองของอาเซียน และเป็นอันดับที่ 36 ของโลก นอกจากนี้การบริโภคน้ำผึ้งภา
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดอาคาร “เกษตรสิริสุข” แห่งที่ 5 เพื่อจัดการผลผลิตจากแปลงเกษตรสู่ครัวอาหารกลางวันโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร กรมส่งเสริมการเกษตร สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น จึงได้จัดสร้างอาคาร “เกษตรสิริสุข” ขึ้นในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนจำนวน 5 แห่ง เพื่อสืบสานโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันและสำหรับเป็นสถานที่ถ่ายทอดความรู้และฝึกปฏิบัติด้านการเกษตร ให้ครูและนักเรียนในการจัดการผลผลิตทางการเกษตร การแปรรูปถนอมอาหารของโรงเรียน โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานชื่ออาคาร “เกษตรสิริสุข” ที่หมายถึงอาคารซึ่งเป็นสถานที่แห่งความสุข และความเป็นมงคลด้านการเกษตร พร้อมทั้งพระราชทานพระราชานุญาต อัญเชิญอักษรพระนามาภิไธย “ส.ธ.” ประดิษฐานที่ป้ายชื่ออาคาร และเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา พระองค์ทรงป็นองค์ประธานเปิดอาคาร “เกษตรสิริสุข” แห่งที่ 5 โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านห
กรมส่งเสริมการเกษตร สร้างช่างเกษตรประจำท้องถิ่น เพื่อรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของการใช้เครื่องจักรกลการเกษตร เน้นหนักให้ช่างเกษตรท้องถิ่น 400 ราย เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับหลักการทำงานของเครื่องยนต์ที่ถูกต้อง นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบันการผลิตในภาคการเกษตรของประเทศไทย เกษตรกรได้ปรับเปลี่ยนการทำการเกษตรจากแบบดั้งเดิมมาเป็นการทำการเกษตรแบบยุคใหม่ โดยนำเครื่องจักรกลการเกษตรเข้ามาทดแทนแรงงาน เพิ่มประสิทธิภาพทางการเกษตรทั้งเชิงปริมาณ คุณภาพ เวลา สามารถลดต้นทุนปัจจัยการผลิต และเพิ่มรายได้สุทธิให้กับเกษตรกรมากขึ้น โดยมีแนวโน้มว่า จะมีการนำเครื่องจักรกลการเกษตรเข้ามาใช้กันมากขึ้นทุกๆ ปี ดังนั้น เพื่อเป็นการรองรับสถานการณ์ดังกล่าว กรมส่งเสริมการเกษตร จึงเห็นถึงความสำคัญ ในการที่จะพัฒนาบุคลากรในระดับท้องถิ่น โดยการสนับสนุนให้เกษตรกรได้พัฒนาความรู้ ทักษะ และเทคนิคการซ่อมแซมเครื่องยนต์เกษตร ที่เป็นเครื่องยนต์ต้นกำลังของเครื่องจักรกลการเกษตรในท้องถิ่น เพื่อรองรับการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้อย่างเพียงพอ เพื่อให้บุคลาก
ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากการที่พบการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังซึ่งสร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรในหลายพื้นที่ จึงได้สั่งการกรมส่งเสริมการเกษตร เร่งดำเนินการสำรวจพื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง พร้อมกำชับให้ทำความเข้าใจกับเกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายให้มากที่สุด เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการกำจัดโรคใบด่างมันสำปะหลังให้หมดไป โดยขณะนี้พบว่าในบางพื้นที่ยังมีเกษตรกรบางรายที่พบการระบาดโรคใบด่างมันสำปะหลังในแปลง แต่ไม่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการ กรมส่งเสริมการเกษตรจึงต้องชี้แจงข้อมูลเน้นหนักถึงขั้นตอนการดำเนินงาน และประโยชน์ที่เกษตรกรและประเทศชาติจะได้รับจากการเข้าร่วมโครงการคือ ภาครัฐจะดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคใบด่างมันสำปะหลังด้วยการเข้าทำลายพื้นที่พบโรคใบด่างมันสำปะหลังและจ่ายค่าชดเชยการทำลายให้กับเกษตรกรหลังตรวจสอบผลการทำลายไปแล้ว 30 วัน การส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ท่อนพันธุ์สะอาดและทนทานต่อโรค โดยจะสนับสนุนท่อนพันธุ์ จำนวนไร่ละ 500 ลำ รวมทั้งมาตรการทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 สำหรับเกษตรกรเจ้าของแปลงที่พบโรคเพื่อเป็นข้อมู
จากปัญหาช้างป่าเข้ามาทำลายพืชผลทางการเกษตร ทำให้เกษตรกรในพื้นที่มีการปรับเปลี่ยนการปลูกพืชอาหารเป็นพืชชนิดอื่นๆ เพื่อให้คนกับช้างสามารถอยู่ร่วมกัน ในพื้นที่ขอบป่า ไผ่ตงเป็นพืชทางเลือกชนิดหนึ่งในพื้นที่ เกษตรกรจึงมีการรวมตัวผู้ปลูกไผ่ตง เมื่อ พ.ศ.2559 และจัดตั้งเป็น “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกไผ่อำเภอท่าตะเกียบ” เป็นการรวมกลุ่มปลูกไผ่ ขายหน่อสดพร้อมแปรรูปภายใต้การรวมกลุ่มกันเป็นวิสาหกิจชุมชนจนประสบความสำเร็จได้รับการพิจารณาคัดเลือกเป็นวิสาหกิจชุมชนฯ ดีเด่น ปี 2564 ภาคตะวันออก นายปิยะ สมัครพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ( สสก.3 จ.ระยอง) เปิดเผยว่า วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกไผ่อำเภอท่าตะเกียบ ต.ท่าตะเกียบ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา อยู่ในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ประสบปัญหาช้างป่าลงมาทำลายพืชผลทางการเกษตร เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวเกษตรกรได้ปรับเปลี่ยนการปลูกพืชจากพืชอาหารมาปลูกไผ่ตงแบบรวมกลุ่มกันปลูก และในปี พ.ศ.2559 ได้จัดตั้งเป็น “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกไผ่อำเภอท่าตะเกียบ” กับสำนักงานเกษตรอำเภอท่าตะเกียบขึ้น มีสมาชิก 60 ราย พื้นที่ปลูก 601 ไร่
สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง โชว์ผลงานการพัฒนาเกษตรกร จนได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นสาขาทำสวนปี 64 ของภาคตะวันออก ที่เน้นบังคับทุเรียนออกดอก ออกผลนอกฤดู จนได้ราคาดี แถมจัดการพื้นที่แบบลดต้นทุน ใช้เครื่องจักรกล ระบบน้ำอัจฉริยะสั่งการทางมือถือ และปลูกพืชแซมหลากหลายเป็นรายได้ก่อนทุเรียนให้ผลผลิต นายปิยะ สมัครพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ( สสก. 3 ) เปิดเผยว่า นายสุเทพ จรูญชนม์ เกษตรกรอำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการพิจารณา ให้ได้รับรางวัล เกษตรกรดีเด่นสาขาทำสวน ระดับเขตภาคตะวันออก ประจำปี 2564 เนื่องจากเป็นผู้ประสบผลสำเร็จเรื่องการทำสวนทุเรียนนอกฤดู โดยบังคับดอกทุเรียนให้ออกก่อนฤดูกาล ทำให้ผลผลิตมีราคาดี กำหนดราคาขายเองได้ นายปิยะ กล่าวต่อไปว่า นายสุเทพ ถือเป็นเกษตรกรหัวไวใจสู้ แม้ในปีแรกๆ ที่ทำนอกฤดูจะไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ต้นทุเรียนให้ผลผลิตเพียงร้อยละ 40 เท่านั้น แต่ไม่ละความพยายาม ได้ศึกษาเรียนรู้อย่างจริงจังจากผู้มีประสบการณ์และนักวิชาการการเกษตร เช่น การนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ในพื้นที่เพาะปลูกเพื่อ
กรมส่งเสริมการเกษตรเผยผลสำเร็จยกระดับแปลงใหญ่ ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด จังหวัดจันทบุรี เดินหน้าร่วมโครงการ 28 แปลงรับวงเงินอุดหนุนกว่า 67 ล้านบาท นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ได้รับมอบหมายจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการจัดทำโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่ และเชื่อมโยงตลาด ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2563 ภายใต้แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 เพื่อให้เกษตรกรมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีความหลากหลาย มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาศักยภาพความเข้มแข็งในการบริหารจัดการแปลงใหญ่ โดยใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมสมัยใหม่ต่อยอด ด้านคุณภาพมาตรฐาน แปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม และเชื่อมโยงการตลาด การลดต้นทุนการผลิต รายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน ดำเนินการในพื้นที่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ ครอบคลุมกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่จำนวน 5,250 แปลง ด้านนายปิยะ สมัครพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 3 จังหวัดระยอง กล่าวว่า จังหวัดจันทบุรี ถือว่าเป็นจังห
สสก.3 ระยอง จับมือเกษตรฉะเชิงเทรา เฟ้นหาแปลงเกษตรภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตร พบนาขาวัง ที่บ้านเขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา โดดเด่นด้านภูมิปัญญาที่สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศของพื้นที่ 3 น้ำ จืด กร่อย และเค็ม ใช้ประโยชน์ได้ตลอดปี ปลูกข้าวคุณภาพ ตามด้วยเลี้ยงสัตว์น้ำ กุ้ง หอย ปู และปลา มีรายได้จากการผลิตตลอดทั้งปีจากพื้นที่แปลงเดียว นายปิยะ สมัครพงศ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 (สสก.3) จังหวัดระยอง เปิดเผยว่า สสก.3 ระยอง ได้ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดฉะเชิงเทรา ในสังกัดกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดเวทีกระบวนการมีส่วนร่วมของเกษตรกรและชุมชน เพื่อพัฒนาฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตรให้มีความสมบูรณ์ และสามารถนำไปเผยแพร่ใช้ประโยชน์ได้อย่างถูกต้อง ณ ตำบลเขาดิน อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา “นาขาวัง ต.เขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา นับเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านเกษตรกรรมยั่งยืน ที่เสี่ยงต่อการสูญหาย ขาดผู้สืบทอด เป็นภูมิปัญญาบอกเล่าสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น เป็นเวลาติดต่อกันกว่า 30 ปี มีประวัติความเป็นมา เป็นเอกลั
เกษตรฯ จับมือพาณิชย์คัดสรรสุดยอดกาแฟไทย ชูเอกลักษณ์ด้านรสชาติกาแฟไทยที่ได้รับการยอมรับระดับสากล พร้อมขยายตลาดเข้าสู่กลุ่มผู้บริโภคกาแฟรุ่นใหม่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ จัดโครงการประชาสัมพันธ์สุดยอดกาแฟไทย ปี 2564 เพื่อคัดสรรสุดยอดกาแฟไทยจากแหล่งปลูกที่เป็น single origin ทั่วประเทศ ทั้งสายพันธุ์อะราบิกาและโรบัสตา เข้ารับรางวัลถ้วยพระราชทาน พร้อมประกาศนียบัตรและเงินรางวัล และนำผลผลิตสุดยอดกาแฟไทยออกประมูลและจัดแสดง เพื่อให้ผู้ประกอบการและผู้สนใจได้มีโอกาสชิมรสชาติสุดยอดกาแฟของไทย นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โดยการสนับสนุนจากองค์การกาแฟระหว่างประเทศ หรือ ICO ได้จัดพิธีมอบรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการประกวดคัดสรรสุดยอดเมล็ดกาแฟไทย ตามโครงการประชาสัมพันธ์สุดยอดกาแฟไทย ปี 2564 หรือ THAI COFFEE EXCELLENCE 2021 เพื่อช่วยกระต
