กรมส่งเสริมการเกษตร
กรมส่งเสริมการเกษตร แนะวิธีดูแลผึ้งพันธุ์ในช่วงฤดูฝน เตือนระวังไรศัตรูผึ้งอาจสร้างความเสียหายให้รังผึ้งได้ นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ปัญหาที่เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งมักพบในช่วงฤดูฝนคือ ผึ้งออกไปหาอาหารได้น้อยลง และปริมาณอาหารในแหล่งต่างๆ มีน้อย โดยแหล่งอาหารที่สำคัญในช่วงนี้ ได้แก่ ข้าวโพด งา ปาล์มน้ำมัน ไมยราบ กระถินนา เป็นต้น ซึ่งพืชเหล่านี้จะให้เกสรเป็นส่วนใหญ่และเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญแก่ผึ้ง หากรังผึ้งมีประชากรหนาแน่น โอกาสเกิดโรคและศัตรูผึ้งเข้าทำลายก็จะลดน้อยลง สำหรับศัตรูผึ้งที่พบในช่วงฤดูฝน ได้แก่ ไรศัตรูผึ้ง จึงแนะนำให้เกษตรกรสำรวจรังผึ้งหลังเก็บน้ำผึ้งแล้วว่าปริมาณประชากรผึ้งภายในรังมีมากน้อยเพียงใด นางพญามีความสมบูรณ์หรือไม่ หากพบว่าภายในรังไม่มีนางพญา หรือนางพญาไม่สมบูรณ์ และประชากรผึ้งงานมีจำนวนน้อย ให้รวมรังผึ้งเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มประชากรผึ้งให้เพียงพอสำหรับดูแลรัง หาอาหารป้อนนางพญาและตัวหนอนต่อไป นอกจากนี้ รังผึ้งที่แข็งแรงจะต้องปราศจากศัตรูมารบกวน เกษตรกรจึงต้องหมั่นสำรวจรังผึ้งทุกสัปดาห์ หากพบไรศัตรูผึ้งให้ใช้วิธีกลกำจัด โดยการกระตุ้นให้ผึ้งส
กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมสนองพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สืบสานโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน มุ่งแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารกลางวันของเด็กและเยาวชนในโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้เด็กนักเรียนได้รับประทานอาหารที่ปลอดภัยและถูกหลักโภชนาการ และยังสามารถถ่ายทอดความรู้การทำการเกษตรสู่นักเรียนและชุมชน นางดาเรศร์ กิตติโยภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า เมื่อวาระครบรอบ 50 ปี กรมส่งเสริมการเกษตร ในปี พ.ศ. 2561 กรมส่งเสริมการเกษตร ได้สร้างอาคาร “เกษตรสิริสุข” ภายในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 5 แห่ง เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวาย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อใช้ในการจัดการผลผลิตทางการเกษตรและการแปรรูปถนอมอาหาร โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานชื่ออาคารโรงเรียนแต่ละแห่งว่า “เกษตรสิริสุข” หมายถึง สถานที่แห่งความสุขและความเป็นมงคลด้านการเกษตร โดยประกอบไปด้วย 1.โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบำรุงที่ 112 อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย 2.โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านทุ่งสบายใจ อำเภอสะเดา จัง
กรมส่งเสริมการเกษตร หารือร่วมกับผู้แทนกระทรวงกลาโหม และกองทัพบก เสริมความรู้ด้านเกษตรผสมผสาน หวังปั้นทหารกองประจำการลูกหลานเกษตรกรเป็นผู้นำด้านการเกษตรในชุมชน นายชาตรี บุญนาค รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายในการดูแลลูกหลานของเกษตรกร ด้วยการพัฒนาและสร้างคนรุ่นใหม่เข้าสู่เกษตรยุคใหม่ เน้นผลิตเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีความรู้ด้านวิชาการเกษตรทั้งระบบ โดยเฉพาะเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ การใช้เครื่องจักรกลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมทั้งการบริหารจัดการพื้นที่ เป็นการสร้างความยั่งยืนในการประกอบอาชีพการเกษตร การพึ่งพาตนเอง และการแข่งขันทางการค้าในอนาคต รวมถึงช่วยขับเคลื่อนชุมชนที่ตนอาศัยอยู่อย่างยั่งยืน กรมส่งเสริมการเกษตร จึงมีแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตร ประจำปีงบประมาณ 2562 ในการสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่เพื่อสืบทอดอาชีพการเกษตร มุ่งเน้นการสร้างทายาทเกษตรกรจากรุ่นสู่รุ่น โดยเริ่มตั้งแต่การพัฒนายุวเกษตรกรให้มีความรู้และทักษะทางด้านการเกษตร สนับสนุนและจูงใจให้ลูกหลานเกษตรกรเข้ามาทำการเกษตรมากขึ้น รวมทั้งพัฒนาให้เป็น Young Smart Farmer รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าว
เมื่อวันที่12 มิ.ย. 2562 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดระบบจำกัดการใช้สารเคมี 3 ชนิด รับสมัครเกษตรกรที่ต้องใช้ สารจำกัดวัชพืช ได้แก่ พาราควอต ไกลโฟเซต และสารกำจัดศัตรูพืช คลอร์ไพริฟอส เพียงสมัครด้วยตนเองได้ที่ http:// chem.doae.go.th หรือผ่านแอปพลิเคชัน FARMBOOK ได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดต่อได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ ทุกวันตามเวลาราชการ เกษตรกรเลือกวันและวิธีการอบรมได้เองตามความสมัครใจ และเข้าทดสอบตามวันเวลาที่เลือก เกษตรกรที่สอบผ่านจึงจะได้รับสิทธิ์ซื้อสาร นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหรณ์ เปิดเผยว่า หลังจากที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ ออกประกาศเกี่ยวกับการจำกัดการใช้สารเคมีเกษตร พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส จำนวน 5 ฉบับ ลงวันที่ 5เมษายน 2562 และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2562 ตามที่คณะกรรมการวัตถุอันตราย เห็นชอบให้ดำเนินการตามมาตรการจำกัดการใช้สารเคมี โดยจะมีผลบังคับใช้หลังจากประกาศ 180 วัน เป็นต้นไป (20 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป) ประกาศฯ ดังกล่าวกำหนดให้เกษตรกรผู้ใช้สาร ผู้รับจ้างพ่น จะต้องผ่านการอบรมเพื่อให้สามารถใช้สารเคมีอย่างถูกต้องและปลอดภัย
กรมส่งเสริมการเกษตร เป็นเจ้าภาพประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินงานระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ครั้งที่ 1/2562 เพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินงานโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ปีงบประมาณ 2563 โดยวางแนวทางการขับเคลื่อนแปลงใหญ่ ปีที่ 4 เน้นสร้างความเข้มแข็งมากขึ้น โดยเฉพาะการเชื่อมโยงด้านการตลาดที่หลากหลาย เพื่อเพิ่มช่องทางตลาดสินค้าเกษตรแปลงใหญ่ นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า การดำเนินงานโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ เป็นนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีเป้าหมายในการลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ ปี 2559 และมีความก้าวหน้าในการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน มีสินค้าเกษตรแปลงใหญ่กว่า 70 ชนิด มีจำนวนแปลงใหญ่ 5,521 แปลง พื้นที่รวม 5,581,317 ไร่ เกษตรกรร่วมโครงการฯ 337,570 ราย มีการจัดชั้นคุณภาพของแปลงใหญ่ แบ่งเป็นเกรด A B และ C และมีคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่ร่วมกับภาครัฐขับเคลื่อนการพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรแบบแปลงใหญ่ตามยุทธศาสตร์ 20 ปี ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการพัฒนาเกษตรกรให้มีการบริหารจัดการร่วมกัน จากที่เกษตรกรเป
นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีประกาศเกี่ยวกับการจำกัดการใช้สารเคมี 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส จำนวน 5 ฉบับ ซึ่งมีประเด็นสำคัญ 3 ประเด็น คือ 1.การจำกัดการใช้ การกำหนดฉลาก และภาชนะบรรจุ วัตถุอันตรายที่เกี่ยวกับ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส 2. การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการผลิต การนำเข้า การส่งออก การมีไว้ในครอบครอง และกำหนดให้มีบุคลากรเฉพาะรับผิดชอบในการควบคุมการขาย ซึ่งวัตถุอันตรายทั้ง 3 ชนิดนี้ และ 3. การแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.บ. วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 เฉพาะวัตถุอันตรายที่เกี่ยวกับ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส 3 ชนิดนี้ และจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป ซึ่งประกาศดังกล่าวกำหนดให้เกษตรกรผู้ต้องการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด ต้องผ่านการอบรม และทดสอบความรู้ จึงจะได้รับสิทธิ์ซื้อสารเคมีดังกล่าวโดยมีเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตร (ครู ข) กว่า 1,625 คน จาก สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานเกษตรอำเภอ และศูนย์ปฏิบัติการของกรมส่งเสริมการเกษตร 50 ศูนย์ทั่วประเทศได้เข้
นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมการรองรับการกระจายผลผลิตทุเรียน กระตุ้นให้เกษตรกรเน้นการผลิตทุเรียนคุณภาพ เพื่อจำหน่ายตลาดค้าส่งภายในประเทศให้มากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาตลาดต่างประเทศ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางการวางแผนพัฒนาการบริหารจัดการทุเรียนในอนาคตได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะชาวสวนทุเรียนควรปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตจากเดิม เป็นการผลิตคุณภาพมาตรฐาน GAP พร้อมตรวจสอบย้อนผ่าน QR Code มุ่งสร้างความเชื่อมั่นสู่ผู้บริโภค นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า สถานการณ์การผลิตทุเรียนของประเทศไทยว่า มีแหล่งผลิตสำคัญ 2 แหล่ง คือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ในปี 2562กรมส่งเสริมการเกษตรได้วางแผนบริหารจัดการผลผลิตทุเรียนที่จะเข้าสู่ตลาดไว้เรียบร้อยแล้ว โดยมีสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นตลาดส่งออกสำคัญ นอกจากนี้ยังเน้นกระจายสินค้าผ่านตลาด Modern trade และ ตลาดในประเทศ ตามการคาดการณ์ปริมาณผลผลิตทุเรียนออกสู่ตลาดกว่า 495,543 ตัน ขณะนี้มีผลผลิตออกสู่ตลาดไปแล้วกว่า 74% สถานการณ์ผลผลิตทุเรียนโดยรวมในปีนี้ อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ทุเรียนเกรด A เกษตรกรขายได้ร
กรมส่งเสริมการเกษตร เซ็น MOU รับมอบ สถานีวัดสภาพอากาศอัตโนมัติ 102 สถานี จาก สวทช วางเป้านำข้อมูลที่ได้ มาวิเคราะห์ และลดความเสี่ยงในการบริหารจัดการการเกษตร เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 62 นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการบูรณาการข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินด้านการเกษตร (สถานีวัดสภาพอากาศอัตโนมัติ) กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ได้รับสถานีวัดสภาพอากาศอัตโนมัติ 102 สถานีจาก สวทช โดยปัจจุบันนำมาติดตั้งที่ สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานเกษตรอำเภอ รวมถึง ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ โดยอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นที่วัดสภาพบรรยากาศ เพื่อเก็บวัดข้อมูลการพยากรณ์อากาศ เช่น อุณหภูมิความชื้น ความเร็วลม ความเข้มแสง ทิศทางลม และปริมาณน้ำฝน โดยข้อมูลจะแสดงผลแบบ real- time โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ได้ดำเนินการติดตั้งสถานีวัดสภาพอากาศอัตโนมัติ และนำข้อมูลที่ได้มาเก็บเป็นฐานข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเกษตร สามารถวิเคราะห์ข้อมูล และนำไปใช้ประ
29 พฤษภาคม 2562 กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. ในโครงการบูรณาการข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินด้านการเกษตร (สถานีวัดสภาพอากาศอัตโนมัติ) โดยมอบหมายให้ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) เป็นผู้ดำเนินงาน เพื่อวิจัยและพัฒนาข้อมูลที่ได้จากสถานีวัดอากาศ มาใช้ให้ก่อประโยชน์ต่อวงการเกษตรกรรมของประเทศ รวมทั้งให้บริการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลของสถานีวัดอากาศอัตโนมัติแก่หน่วยงานราชการที่มีความประสงค์จะใช้ข้อมูลดังกล่าว ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. เปิดเผยว่า ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค-สวทช. ได้พัฒนาสถานีวัดสภาพอากาศอัตโนมัติ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่วัดสภาพบรรยากาศเพื่อเก็บวัดข้อมูลการพยากรณ์อากาศ รวมทั้งเพื่อศึกษาสภาพอากาศและสภาพภูมิอากาศ ข้อมูลที่วัดประกอบด้วย อุณหภูมิ ความชื้น ความเร็วลม ทิศ
กรมส่งเสริมการเกษตร จับมือ มสธ. โชว์ศักยภาพ Young Smart Farmer (YSF) เกษตรกรรุ่นใหม่ รวมพลสานพลังเครือข่าย ในงาน Young Smart Farmer Show Case 2019 ภายใต้แนวคิด นวัตกรรมอาหารปลอดภัย ในวิถีเกษตรกรรมยั่งยืน ของดี 4 ภาค หนุนต่อยอดเกษตรกรต้นแบบ ปั้นทายาทเกษตรกรหน้าใหม่ พร้อมสร้างแพลตฟอร์มอาชีพเกษตรที่ทันสมัย นำงานวิจัยและนวัตกรรม ควบคู่หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ มุ่งพัฒนาผลิตอาหารปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ ในวิถีเกษตรกรรมยั่งยืน เพื่ออนาคตความมั่นคงทางอาหารของประเทศไทย นายชาตรี บุญนาค รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยในงาน “มหกรรมรวมพลเกษตรกรรุ่นใหม่แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 2 : นวัตกรรมอาหารปลอดภัยในวิถีเกษตรกรรมยั่งยืน ของดี 4 ภาค” ซึ่งจัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช จังหวัดนนทบุรี ว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาเครือข่ายเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer Thailand (YSF) ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหน่วยงานหลักในการสนับสนุนและพัฒนากลุ่มเกษตรกร YSF ในการสร้างเครือข่าย การมีส่วนร่วม และเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและการทำงานทุกระดับอย่างชัดเจน เพื่อให้ YSF เป็นผู้นำในการขับเคลื่อ
