กรมหม่อนไหม
กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สืบสานพระราชปณิธานอนุรักษ์ไหมไทย เตรียมจัดงาน “ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย ครั้งที่ 14 ประจำปี 2562” ภายใต้แนวคิด “ไหมไทย มรดกของแผ่นดิน” ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม- 4 สิงหาคม 2562 ณ ฮอลล์ 6-7 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี นายสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในการเป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย ครั้งที่ 14 ประจำปี 2562” ณ ห้องประชุม 115 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมหม่อนไหม ได้จัดงาน “ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย” เป็นประจำทุกปี โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 14 ภายใต้แนวคิด “ไหมไทย มรดกของแผ่นดิน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงสืบสานและให้ความสำคัญกับอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ทำให้เกษตรกรผู้ประกอบอาชีพด้านหม่อนไหม มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตลอดจนไหมไทยเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างย
นางสาวศิริพร บุญชู อธิบดีกรมหม่อนไหม เป็นประธานเปิดการประกวดเส้นไหมและผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน ระดับประเทศ ประจำปี 2562 ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิด้านผ้าไหมร่วมเป็นเกียรติเป็นกรรมการตัดสิน ทั้งนี้ กรมหม่อนไหม ได้จัดให้มีการประกวดเส้นไหมและผ้าไหมตรานกยูงพระราชทานขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการสืบสานงานด้านหม่อนไหมตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติให้ดำรงอยู่ และยังช่วยเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคโดยตรง ช่วยภาคการผลิตให้ก้าวทันความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน ซึ่งสอดคล้องตามนโยบายการตลาดนำการผลิตของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำหรับการประกวดเส้นไหมและผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน ในครั้งนี้ มีการประกวดทั้งหมด 23 ประเภท ได้แก่ การประกวดเส้นไหมไทยพื้นบ้าน 6 ประเภท ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทานสีทอง 9 ประเภท ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทานสีเงิน 2 ประเภท ผ้าไหมตรานกยูงพระรา
อธิบดีกรมหม่อนไหม เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field Day) เพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิต และติดตามงานนโยบายการตลาดนำการผลิตของกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงไหมจำหน่ายรังจังหวัดน่าน ทำสัญญา contractfarming กับ บริษัทขอนแก่นสาวไหม ผลผลิตรุ่นแรก ณ วันที่ 3 กค. 62 ของเกษตรกรในพื้นที่ อ.เมือง อ.ภูเพียง และ อ.แม่จริม จำนวน 126 ราย รับไข่ไหมพันธ์ุดีจาก ศมม.น่าน จำนวน 245 แผ่น ได้รังไหมรังดี 5,455.50 กก. รังแฝด 71.20 กก. รังเสีย 73.50 กก. รวมผลผลิตรังไหม 5,600.10 กก. คิดเป็นมูลค่า 805,970.50 บาท ทั้งนี้ นายกำพล วงศ์ตรีเนตรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ขอนแก่นสาวไหม จำกัด มีแผนรับซื้อรังไหม จากกลุ่มเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหม จังหวัดน่าน ในปี 2562 จำนวน 60 ตัน คิดเป็นมูลค่า 9 ล้านบาท
กรมหม่อนไหม เผยปี 62 ยกระดับการตรวจสอบรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยตรานกยูงพระราชทาน ด้วยกระบวนการและเทคโนโลยี 4.0 ซึ่งสามารถให้บริการได้อย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดสินค้าหม่อนไหมอย่างมั่นคง นายวสันต์ นุ้ยภิรมย์ รองอธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า กรมหม่อนไหม ในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลสินค้าหม่อนไหมให้มีคุณภาพมาตรฐาน โดยให้บริการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) สำหรับผู้ยื่นคำขอทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบการ เพื่อยกระดับสินค้าผ้าไหมไทยให้ได้มาตรฐาน ทั้งนี้มาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) เป็นมาตรฐานที่กรมหม่อนไหมได้จัดทำขึ้น เพื่อสนองพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงอนุรักษ์และรักษาผ้าไหมไทยให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมคู่ชาติไทย โดยมีหลักเกณฑ์ที่สำคัญคือ ต้องผลิตในประเทศไทย ลอกกาว และหรือย้อมสีด้วยวัสดุธรรมชาติหรือสารเคมีที่ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม และมีความสม่ำเสมอของสี ลวดลาย และเนื้อผ้า ซึ่งมาตรฐานตรานกยูงนี้มี 4 ชนิด ประกอบด้วย 1.ตรานกยูงพระราชทานสีทอง (Royal Thai S
กรมหม่อนไหม จัดประชุมวิชาการหม่อนไหม ประจำปี 2562 พร้อมมอบรางวัลผลงานวิจัยดีเด่น ชูผลงานวิจัยที่มีการต่อยอดนวัตกรรม เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของตลาดและลดต้นทุนให้เกษตรกร โดยการพัฒนาเยื่อโครงสร้างไฮโดรเจลจากโปรตีนไหมไฟโบรอินเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางชีวการแพทย์ งานวิจัยที่เพิ่มมูลค่าให้กับไหมไทย เพื่อเป็นผลิตภัณฑ์เฉพาะทางการแพทย์ที่มีมูลค่าสูง ได้รับรางวัลดีเด่นงานวิจัยประเภทประยุกต์ นางสาวศิริพร บุญชู อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า กรมหม่อนไหม รับผิดชอบงานการพัฒนาหม่อนไหมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำแบบครบวงจร การพัฒนางานวิจัยจึงเป็นเรื่องตั้งแต่วัตถุดิบต้นน้ำ ไปจนถึงการแปรรูปที่เป็นปลายน้ำ ลักษณะของงานวิจัยของไหมที่ออกมาจะต้องเป็นงานวิจัยที่ตอบโจทย์ ทั้งในเรื่องการแก้ปัญหาของเกษตร ผลผลิต การแปรรูป การตลาด และเน้นการต่อยอดนวัตกรรมเพื่อที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าหม่อนไหม นอกจากนี้แล้ว ในปัจจุบันงานวิจัยจะให้ความสำคัญเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมอีกด้วย สำหรับการคัดเลือกผลงานวิจัยในปีนี้ คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกผลงานวิจัยดีเด่น ประจำปี 2562 ได้พิจารณาผลงานวิจัยที่เข้าร่วมนำเสนอแ
ใบหม่อนนอกจากจะเป็นอาหารใช้เลี้ยงหนอนไหม และแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มในลักษณะชาใบหม่อนเพื่อสุขภาพแล้ว ในวันนี้ ใบหม่อน สามารถใช้เป็นอาหารเลี้ยงหมูได้ โดยกรมหม่อนไหม และกรมปศุสัตว์ได้ร่วมกันศึกษาวิจัย เพื่อเป็นอีกทางเลือกให้เกษตรกรในช่วงฤดูแล้ง เป็นช่องทางสร้างรายได้ให้กลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ที่ผ่านมากรมปศุสัตว์ ได้นำหญ้าเนเปียร์ผสมกับอาหารข้น แต่การปลูกหญ้าเนเปียร์ ต้องใช้น้ำมาก ซึ่งในช่วงหน้าแล้ง ประเทศไทยมักเจอวิกฤตแล้งขาดแคลนน้ำมาตลอด การทดลองเอาใบหม่อนที่ปลูก มาทดลองใช้เป็นอาหารเลี้ยงหมูจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ จะเป็นอีกช่องทางที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อน และลดต้นทุนอาหารสัตว์ในช่วงฤดูแล้ง ก่อนหน้านี้ ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ สระบุรี ได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพของใบหม่อนเป็นอาหารหมู โดยแบ่งหมูขุนเป็น 3 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ หมูคอกที่ 1 ให้อาหารข้นล้วน หมูคอกที่ 2 ใช้อาหารข้นผสมกับหญ้าเนเปียร์ และหมูคอกที่ 3 เลี้ยงด้วยอาหารข้น ผสมใบหม่อนสับละเอียด 10 เปอร์เซ็นต์ ทำการเก็บศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบ ในเบื้องต้น พบว่า แม้สภาพอากาศทั่วไปร้อนมาก
กรมหม่อนไหม เดินหน้าสืบสาน รักษา ต่อยอด “ผ้าทอโบราณนาหมื่นศรี” เมืองตรัง อยู่คู่ชุมชนอย่างยั่งยืน เร่งปั้นเด็กรุ่นใหม่เป็น “ทายาท” เพื่อสืบทอดการทอผ้านาหมื่นศรี รวมทั้งเร่งตรวจสอบรับรองยกระดับมาตรฐานเป็นตรานกยูงพระราชทานในปีนี้ หวังผลักดันให้เป็นที่ยอมรับทั้งตลาดภายในและต่างประเทศมากยิ่งขึ้น พร้อมวางเป้าชู 21 พื้นที่ ยกระดับงานโครงการพระราชดำริด้านหม่อนไหมทั่วประเทศ นางสาวศิริพร บุญชู อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า ปัจจุบัน ผ้าทอนาหมื่นศรีมีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับด้านมาตรฐานในตลาดอย่างกว้างขวางและเป็นผ้าทอที่มีการอนุรักษ์สืบทอดลวดลายผ้ามาตั้งแต่โบราณกว่า 400 ปี อยู่อย่างยาวนานและยั่งยืน ปัจจุบัน ผ้าทอนาหมื่นศรี ได้มีการอนุรักษ์ พัฒนา และยกระดับคุณภาพ จนได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) 2 ประเภท คือตรานกยูงพระราชทานสีน้ำเงิน (Thai Silk) ประเภทผ้าถุง ชนิดผ้ายก ประเภทลายประยุกต์ และตรานกยูงพระราชทานสีเขียว (Thai Silk Blend ) ประเภทผ้าคลุมไหล่ ชนิดผ้า ผ้ายก ประเภทลาย ลายประยุกต์ ชื่อลาย แก้วชิงดวง นอกจากนี้ กลุ่มยังอยู่ระหว่างการขอรับการรับรองตรานกยูงพระราชทานสีเ
กรมหม่อนไหม หนุน “กวนนิโตพาทิสเซอรี” ร้านเบเกอรี่ ชื่อดังเมืองตรัง พัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูป“ขนมโอปันยากิ-เครปโรลไส้ลูกหม่อน จนกลายเป็นขนมยอดฮิต สร้างมูลค่าเพิ่มให้เกษตรกรในชุมชนบ้านนาโยง นายมงคล คงบัน เจ้าของร้านกวนนิโตพาทิสเซอรีเบเกอร์รี่ชื่อดัง ตำบลนาโยงใต้ อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง กล่าวว่า ตนได้รับซื้อลูกหม่อนผลสด หรือ “มัลเบอร์รี่” ของเกษตรกรในชุมชนมาแปรรูปเป็นไส้ขนมโอปันยากิ (Obanyaki) หรือ “ขนมครกญี่ปุ่น” เครปโรล และ “น้ำมัลเบอร์รี่” กลายเป็นเมนูขึ้นชื่อของทางร้าน ที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยวชาวตรังและจังหวัดใกล้เคียง ช่วงแรกที่นายมงคลริเริ่มรับซื้อหม่อนผลสดจากเกษตรกรในตำบลนาโยง กิโลกรัมละ 200 บาท ซึ่งราคาค่อนข้างสูง เลยนำมาผลิตเป็นน้ำดื่มมัลเบอร์รี่ หลังจากมีการขยายพื้นที่การปลูกจนมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้น ราคาลดลงเหลือ กิโลกรัมละ 120-150 บาท จึงเริ่มนำผลผลิตมาแปรรูปเป็นไส้โอปันยากิและเครปโรลมัลเบอร์รี่ แล้วนำมาเสิร์ฟสไตล์ญี่ปุ่น คือทำเป็นคำๆ เหมือนชูชิ เพื่อให้กินง่ายและดูสวยงาม และสร้างมูลค่าเพิ่มของเบเกอรี่ให้มีราคาเพิ่มขึ้นไปอีก ร้านกวนนิโตพาทิสเซอรีเบเก
นางสาวศิริพร บุญชู อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า กรมหม่อนไหมได้พิจารณาคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ให้หน่วยงานในสังกัดคัดเลือกเกษตรกร สถาบันเกษตรกรและสหกรณ์ ที่มีผลงานดีเด่นในสาขาอาชีพต่างๆ ให้เป็นเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ เพื่อยกย่องประกาศเกียรติคุณ เผยแพร่ผลงานให้สาธารณชนรับทราบโดยผลการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหมประจำปี 2562 ได้แก่ นางโยธกา บุญมาก เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านพญาราม อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ซึ่งได้เข้ารับพระราชทานโล่รางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี พ.ศ.2562 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา นางโยธกา บุญมากปัจจุบันเป็นประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านพญารามจังหวัดสุรินทร์มีพื้นที่ปลูกหม่อนทั้งสิ้น จำนวน 2 ไร่ 2 งาน 66 ตารางวา ปลูกหม่อนพันธุ์บุรีรัมย์ 60 ได้ผลผลิตใบหม่อน 2,000 – 3,000 ก.ก./ไร่/ปีเพื่อเลี้ยงไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้าน จำนวน 7 รุ่น/ปีได้ผลผลิตเส้นไหม ประเภทไหมน้อย 5.5
กรมหม่อนไหม เดินหน้าสานต่อโครงการหมู่บ้านอนุรักษ์ไหมไทยพื้นบ้านเฉลิมพระเกียรติฯ พร้อมต่อยอดการตลาดสร้างแบรนด์สินค้า “รักษ์ไหม” ยกระดับมาตรฐานเส้นไหมไทย เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต-การแข่งขัน ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม กรมหม่อนไหม มุ่งพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าอัตลักษณ์ของ 84 หมู่บ้าน ภายใต้โครงการหมู่บ้านอนุรักษ์ไหมไทยพื้นบ้านเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพื้นที่ 21 จังหวัด พร้อมผลักดันให้เกิดกระบวนการเรียนรู้และถ่ายทอดภูมิปัญญาด้านหม่อนไหมของเกษตรกรไปสู่เยาวชนในสถานศึกษา นางสาวศิริพร บุญชู อธิบดีกรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กรมหม่อนไหม ดำเนินโครงการหมู่บ้านอนุรักษ์ไหมไทยพื้นบ้านเฉลิมพระเกียรติฯ มาตั้งแต่ ปี 2559 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนองพระราชดำริและสืบสานพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เพื่อให้ไหมไทยพื้นบ้านคงอยู่อย่างยั่งยืน มุ่งพัฒนาการเลี้ยงไหมพันธุ์ไหมพื้นบ้านของเกษตรกรรายย่อยให้มีประสิทธิภาพ เป็นแหล่งผลิตเส้นไหมไทยพื้นบ้านที่มีคุณภาพมาตรฐาน สำหรับการนำไปผลิตผ้าไหมไทยภายใต้เครื่องหมายนกยูงพระราชทานสี
