กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงในระยะนี้และจากมติที่ประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เกี่ยวกับการกำหนดมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบและความเสียหายจากภัยแล้งเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมการรับสถานการณ์ป้องกันความเสียหายจากปัญหาขาดแคลนน้ำที่จะเกิดขึ้น กรม ส่งเสริมการเกษตรได้สั่งการให้สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานเกษตรอำเภอ ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมทำความเข้าใจกับเกษตรกรให้ทราบปริมาณสถานการณ์น้ำ โดยเร่งสำรวจข้อมูลพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งและภาวะฝนทิ้งช่วง พร้อมจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจ (War Room) จังหวัดเพื่อติดตามสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ และวางแผนการช่วยเหลือเกษตรกร รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาน้ำเพื่อการเกษตรให้แก่เกษตรกร ผ่านกลไกของคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและแก้ไขปัญหาภาคเกษตรระดับจังหวัด (Chief of Operation : CoO) และคณะทำงานปฏิบัติการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและแก้ไขปัญหาภาคเกษตรระดับอำเภอ (Operation Team :
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สศก. ได้ร่วมการประชุมในสัปดาห์ความมั่นคงอาหารภายใต้ กรอบเอเปค และการประชุมรัฐมนตรีความมั่นคงอาหารเอเปค ครั้งที่ 5 ภายใต้หัวข้อ การมุ่งสู่ระบบอาหารที่ครอบคลุม ชาญฉลาด และยั่งยืน (Toward an Integrated, Smart and Sustainable Food System) ระหว่างวันที่ 18-24 สิงหาคม 2562 ณ เมืองปูแอร์โตบารัส สาธารณรัฐชิลี โดยมีรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย การประชุมความมั่นคงอาหารระดับรัฐมนตรีของ เอเปคดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงอาหารภายในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก โดยมีการรับรองปฏิญญารัฐมนตรีความมั่นคงอาหารเอเปคในระหว่างการประชุม โดยสาระสำคัญของปฏิญญารัฐมนตรีความมั่นคง อาหารเอเปค ครั้งที่ 5 ประกอบด้วย 6 หัวข้อหลัก คือ 1) ประเด็นความท้าทาย 2) การส่งเสริมระบบอาหารที่ยั่งยืน 3) การรับนวัตกรรม เทคโนโลยีอุบัติใหม่ และโอกาสทางดิจิทัล 4) การใช้ประโยชน์จากความเชื่อมโยงและการเสริมสร้างห่วงโซ่มูลค่าอาหารและการค้า 5) ส่งเสริมการพ
พลิกโฉมภาคเกษตร ปั้น “โรงเรือนมะเขือเทศอัจฉริยะ” เปลี่ยนจากเกษตรแบบดั้งเดิม สู่เกษตร 4.0 แก้ปัญหายากจน มุ่งขับเคลื่อนเป็นแหล่งวิจัยงานด้านเกษตรอัจฉริยะของประเทศ พร้อมส่งเสริมการตลาดและระบบขนส่ง หวังเพิ่มมูลค่าสินค้า สู่การพัฒนา Big Data นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดการสาธิตการใช้เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะในการผลิตพืชผักในโรงเรือน ภายใต้โครงการแปลงเรียนรู้เกษตรอัจฉริยะ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ ศูนย์เครือข่ายเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภออู่ทอง (ศพก.) วิสาหกิจชุมชนสวนกล้วยอู่ทอง ต.จรเข้สามพัน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน) ที่มุ่งเน้นในการยกระดับขับเคลื่อนเทคโนโลยีการเกษตร โดยการเชื่อมโยงเทคโนโลยีจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ และมีเป้าหมายในการสร้าง GovTech/Big data ของกระทรวงเกษตรฯ โดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และเพื่อยกระดับสู่ไทยแลนด์ 4.0 มุ่งเน้นในการเพิ่มรายได้ ลดต้นทุนการผลิต เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 60% อย่า
นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมกับสหพันธ์เกษตรกรแห่งประเทศไทย (สกท.) นำโดยนายยศวัจน์ ชัยวัฒนศิริกุล ที่ปรึกษาสมาพันธ์สกท. ซึ่งนำม็อบเกษตรกรประมาณ 900 คนมาชุมนุมหน้ากระทรวงเกษตรฯ ยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐมนตรีเร่งรัดการแก้ไขพ.ร.บ. ฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร 3 มาตรา โดยมาตราที่ผู้ชุมนุมต้องการให้แก้ไขด่วนที่สุดคือ มาตรา 37/9 วรรคสอง ว่าการแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกร ที่ก่อนหน้านี้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่า สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) ไม่สามารถที่จะเข้าไปชำระหนี้แทนหนี้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันได้ ต่อมาทางกระทรวงเกษตรฯ ได้หารือไปยังกฤษฎีกาอีกครั้ง ซึ่งระหว่างรอคำตอบนั้น กลุ่มเกษตรกรระบุว่า เดือดร้อนอย่างมากจากการที่ธนาคารเจ้าหนี้ฟ้องร้อง บังคับคดี ยึดทรัพย์ และทำให้ล้มละลาย นายเฉลิมชัย แจ้งแกนนำเกษตรกรว่า ช่วงเช้านี้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาส่งหนังสือเห็นชอบตามร่างแก้ไขพ.ร.บ. ในมาตราที่เสนอแล้ว ซึ่งตนได้ลงนามในหนังสือส่งไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีกำหนดวาระนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบจะเสนอต่อรัฐสภาพิจ
“เฉลิมชัย” ย้ำไม่ทอดทิ้งเกษตรกรผู้ประสบภัย เกาะติดสถานการณ์น้ำท่วม 24 ชั่วโมง พร้อมสั่งการด่วน กำชับทุกหน่วยงานเร่งระดมพลลงพื้นที่เพื่อให้การช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด ล่าสุดเตรียมพร้อมแผนฟื้นฟู-เยียวยาอาชีพรับมือหลังน้ำลด นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงเร่งแก้ปัญหาและช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนที่ประสบอุทกภัยหลังน้ำลดว่า หลังจากได้สั่งการด่วนที่สุด ให้กรมส่งเสริมการเกษตร สำรวจพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหายพื้นที่ที่จะประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอย่างเร่งด่วนทึ่สุด ล่าสุด ยังได้สั่งการด่วน ไปยังหน่วยงานต่างๆ ภายใต้กระทรวงเกษตรฯ ให้เตรียมพร้อมมาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติหลังน้ำลดในทันที โดยเบื้องต้นได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือเยียวยาให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้ก่อนเกิดภัย โดยจะจ่ายเงินช่วยเหลือตามจำนวนพื้นที่จริงที่ได้รับความเสียหาย รายละไม่เกิน 30 ไร่ ซึ่งกำหนดให้นาข้าว ได้รับ อัตราไร่ละ 1,113 บาท พืชไร่ ได้รับ อัตราไร่ละ 1,148 บาท พืชสวนและอื่นๆ ได้รับ อัตราไร่ละ 1,690 บาท ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเ
เกษตรฯ รวมศูนย์ข้าวชุมชน เร่งเครื่องเพิ่มศักยภาพผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพดี 2 แสนตัน ภายในปี 63 รองรับความต้องการใช้ในประเทศ พร้อมผนึกเครือข่ายเชื่อมโยงการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ นายประภัตร โพธสุธน รมช. เกษตรฯ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนาเชื่อมโยงเครือข่ายประธานศูนย์ข้าวชุมชนระดับเขต พร้อมมอบนโยบายแนวทางการทำงาน ณ โรงแรม ดิ ไอเดิล เซอร์วิส เรสซิเดนซ์ จ.ปทุมธานี ว่า ศูนย์ข้าวชุมชนมีบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์กลางถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาการผลิตข้าวและชาวนา และผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีไว้ใช้เองอย่างเพียงพอในชุมชน เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ดี ที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับเรื่องข้าวมาโดยตลอด ชาวนาจึงเปรียบเสมือนผู้สร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศ อีกทั้ง กระทรวงเกษตรฯ ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและเพิ่มเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ ที่จะสามารถช่วยให้การเพาะปลูกได้ผลผลิตดียิ่งขึ้น รัฐบาลต้องการสร้างระบบการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของประเทศให้มีความเข้มแข็ง มั่นคง โดยศูนย์ข้าวชุมชนคือส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายดังกล่าวให้ประสบความสำเร็จ จึงต้องร่วมมือกันในการผลิตเมล็ด
รมช. เกษตรฯ มอบโล่รางวัลแปลงใหญ่ปศุสัตว์ดีเด่น ชูสหกรณ์โคขุนปางศิลาทองต้นแบบความสำเร็จ ขยายผลทั่วประเทศ ดันขุดบ่อบาดาลสร้างระบบน้ำที่ดีในแปลงใหญ่กว่า 1,000 บ่อ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานพิธีมอบโล่รางวัล ผลการประกวดแปลงใหญ่ปศุสัตว์ดีเด่น ปี 2562 ณ สหกรณ์โคขุนปางศิลาทอง ต.หินดาต อ.ปางศิลาทอง จ.กำแพงเพชร ว่า การดำเนินโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่เป็นนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ โดยให้เกษตรกรรวมกลุ่มกัน เป้าหมายลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต โดยมีคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่ร่วมกับภาครัฐขับเคลื่อนการพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรแบบแปลงใหญ่ตามยุทธศาสตร์ 20 ปี ของกระทรวงเกษตรฯ ที่ต้องการพัฒนาเกษตรกรให้มีการบริหารจัดการร่วมกัน ครอบคลุมทั้งพืช ประมง และปศุสัตว์ ดังนั้น กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมปศุสัตว์ จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการประกวดแปลงใหญ่ด้านปศุสัตว์ดีเด่น ประจำปี 2562 ขึ้น เพื่อพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถให้การดำเนินมาตรการมีประสิทธิภาพและบรรลุตามเป้าหมาย พร้อมทั้งเผยแพร่เกียรติคุณและผลงานของโครงการให้ปรากฏแก่สาธารณชน เป็นต้นแบบในการขยายผล การส่งเสริมการ
รมช. ประภัตร ดันศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ตาก เป็นแหล่งส่งเสริมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคที่มีศักยภาพ ผนึกกรมน้ำขุดบ่อบาดาลปลูกพืชอาหารสัตว์ เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 62 นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่กรมปศุสัตว์ ณ ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธ์ุสัตว์ตาก จ.ตาก โดยมี นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ด้านการผลิต พร้อมด้วย นายสุรเดช สมิเปรม รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ด้านการบริหารให้การต้อนรับในพื้นที่และร่วมรับฟังนโยบาย นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้ ได้หารือร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางพัฒนาและยกระดับศักยภาพของศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ตาก ซึ่งมีเนื้อที่กว่า 1,500 ไร่ เป็นแหล่งผลิตและพัฒนาพันธุ์โคเพื่อให้เป็นศูนย์ส่งเสริมและให้การสนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ ให้มีความเพียงพอและมีคุณภาพรองรับในการให้บริการแก่เกษตรกร โดยได้ประสานความร่วมมือจากกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการสนับสนุนการขุดบ่อบาดาล และกรมชลประทานร่วมบูรณาการจัดการน้ำเพื่อการปลูกพืชอาหารสัตว์ให้เพียงพ
เกษตรฯ Kick Off โครงการ แพะ-แกะ ล้านนา ประเดิม จ. ลำปาง ดันเกษตรกรสู่ความเข้มแข็ง พัฒนาแพะให้ตรงตามความต้องการตลาด ส่งเสริมอาชีพหลังน้ำลด วันที่15 กันยายน 62 นายประภัตร โพธสุธน รมช. เกษตรฯ เป็นประธานพิธีเปิด “โครงการสร้างการรับรู้แก่เกษตรกร เพื่อขับเคลื่อนโครงการ แพะ-แกะ ล้านนา ส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงแพะ” พร้อมกับมอบป้ายอนุมัติเงินกู้ยืมกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร แก่ตัวแทนกลุ่มเกษตรจังหวัดลำปาง ลำพูน และเชียงใหม่ และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงซื้อ-ขาย แพะ ระหว่างเครือข่ายเกษตรกรเลี้ยงแพะ-แกะ ตามโครงการฯ ในพื้นที่ 3 จังหวัด กับ บริษัท เอ วาย เค มัทเทิน จำกัด โดยมี นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง และ นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ร่วมเป็นสักขีพยานด้วย ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง จ.ลำปาง ทั้งนี้ นายประภัตร กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ ตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่พี่น้องเกษตรกรตามนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะในด้านการส่งเสริมให้เกษตรกรรวมตัวเป็นองค์กรเกษตรกรที่เข้ม
ปัจจุบัน โทรศัพท์เคลื่อนที่ (smartphone) กลายเป็นอุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติความสามารถหลากหลาย การใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่น หรือเรียกสั้นๆ ว่า “แอป” โทรศัพท์เคลื่อนที่มีระบบทำงานแบ่งเป็น 2 ค่ายใหญ่ๆ คือ ระบบไอโอเอส (iOS) บนโทรศัพท์ไอโฟน ของ บริษัท แอปเปิ้ล และระบบแอนดรอยด์ (Android) ของ บริษัท กูเกิ้ล ที่ถูกใช้บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้ออื่นๆ ทำให้ผู้พัฒนาแอปต้องคำนึงว่าจะให้ผู้ใช้งานบนระบบหนึ่งระบบใดหรือทั้งสองระบบ จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีนี้ เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์และข้อมูลข่าวสารจากแอปต่างๆ ที่ถูกออกแบบมาเพื่องานด้านเกษตรกรรม โดยผู้เขียนจะขอแนะนำตัวอย่าง ดังนี้ แอปแรก คือ “ฟาร์ม D” ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นแอปที่เกษตรกรสามารถใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี เพื่อการวิเคราะห์วางแผนในการสร้างผลผลิตทางการเกษตรที่เหมาะสมได้ด้วยตนเอง แอป “ฟาร์ม D” (D มาจาก Design หรือการออกแบบ) ใช้แนวคิดการจัดการฟาร์ม (Farm Management) มาเป็นพื้นฐานในการพัฒนา มีการนำข้อมูลราคาผลผลิตสินค้าเกษตร ต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตร และผลตอบแทนสุทธิสินค้าเกษตรในแต่ละจังหวัด มาวิเคราะห์วางแผนการผลิต เ
