กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังพิธีเปิดงานเกษตรภาคใต้ ครั้งที่ 27 ณ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ว่า งานเกษตรภาคใต้เป็นงานที่คณะทรัพยากรธรรมชาติได้จัดเป็นประจำทุกปีเพื่อเผยแพร่ผลงานวิชาการ เป็นเวทีซื้อขายสินค้าและผลผลิตการเกษตร เป็นเวทีให้นักศึกษาพัฒนากระบวนการทำงานด้วยการปฏิบัติงานจริง และเป็นงานประจำปีที่สำคัญของจังหวัดสงขลาและภาคใต้ จากผลการประเมินงานในช่วงปีที่ผ่านมา มีผู้เข้าชมงานประมาณ 5 แสนคน มีเงินหมุนเวียนไม่น้อยกว่า 400 ล้านบาท ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของภาคการเกษตรและชุมชน โดยการจัดงานในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน และผู้ประกอบการร้านค้า ประมาณ 700 ราย ร่วมกันจัดงาน ในหัวข้อ “เกษตรประณีต เพื่อชีวิตที่ยั่งยืน” เพื่อนำเสนอการทำการเกษตรตามศาสตร์ของในหลวง รัชกาลที่ 9 โดยอาศัยการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน ผสมผสานวิทยาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างสมดุล และสามารถสร้างมูลค่าแก่ภาคการผลิตทางการเกษตร ยก
รมช.เกษตรและสหกรณ์ประชุมมอบนโยบายกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมรับฟังสรุปผลการดำเนินงานที่ผ่านมา มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศ 12,858 แห่ง สมาชิกรวมกว่า 12.117 ล้านครอบครัว แต่ละปีสหกรณ์มีการดำเนินธุรกิจรวบรวมสินค้าเกษตรที่สำคัญ อาทิ ข้าว ข้าวโพด ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ผลไม้ ปริมาณไม่น้อยกว่า 5.530 ล้านตัน/ปี และสหกรณ์อีกจำนวน 718 แห่ง ดำเนินธุรกิจบริหารจัดการพืชผลการเกษตรและการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต ปริมาณไม่น้อยกว่า 1.103 ล้านตัน/ปี นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางมาประชุมเพื่อมอบนโยบายการพัฒนาระบบสหกรณ์และการขับงเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลให้กับกรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยมี นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมคณะผู้บริหารกรมฯ และข้าราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เบื้องต้นทางกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้นำเสนอถึงภารกิจและหน้าที่ในการดำเนินงานของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ซึ่งต้องดูแลและ สนับสนุนการดำเนินงานให้กับสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศ 12,858 แห่ง สมาชิกรวม 12.117 ล้านครอบครัว ทุนดำเนินงานรวม 3.13 ล้านล้านบาท ปริมาณธุรกิจ
วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 พันตำรวจโท หม่อมหลวงกิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มี นางระนอง จรุงกิจกุล เกษตรจังหวัดกระบี่ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน มี นายนันธวัช เจริญวรรณ ปลัดจังหวัดกระบี่ นายศรัทธา ทองคำ นายอำเภอเมืองกระบี่ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายเข้าร่วมงาน ณ โรงเรียนบ้านทับปริก ตำบลทับปริก อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ นางระนอง จรุงกิจกุล เกษตรจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันเฉลิมพระชนพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว อย่างทั่วถึงและสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ หน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่าง
เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้เขียนมีโอกาสร่วมคณะสื่อมวลชนจากส่วนกลางติดตาม คุณประสงค์ ประไพตระกูล อธิบดีกรมการข้าว ลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ไปตรวจสอบคุณภาพข้าวทั้งระบบ ย้อนรอยเส้นทางกว่าจะเป็นข้าวสาร Q และข้าวพันธุ์แท้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค ยกระดับข้าวไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน กรมการข้าวคุมคุณภาพข้าวสาร Q ตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ การลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดในครั้งนี้ ทำให้รู้ว่า เกษตรกรชาวนาไทยจำนวนมากกำลังเร่งปรับตัวเพื่อก้าวสู่ระบบตรวจสอบและรับรองมาตรฐานข้าว ตามมาตรฐานสินค้าเกษตร ขณะเดียวกัน กรมการข้าวก็ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการโรงสีข้าว ในการเชื่อมโยงข้าวอินทรีย์และข้าว GAP ครบวงจร เพื่อรวบรวมและคัดบรรจุเป็นข้าวสาร Q ต่อไป คุณประสงค์ ประไพตระกูล อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า กรมการข้าวให้ความสำคัญในเรื่องการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานข้าว เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร สร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ซึ่งกว่าจะเป็นสินค้าข้าวสารที่ได้รับเครื่องหมาย Q การันตีคุณภาพจะต้องผ่านการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานข้าว ดังนี้ มาตรฐานเมล็ดพันธุ์ข้าว (GAP Seed) เริ่มจากเมล็ดพันธุ์
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า หากกล่าวถึงสินค้าเกษตรสำคัญที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงสุด (Top4) ของจังหวัดนนทบุรี ได้แก่ ข้าวนาปี ข้าวนาปรัง ทุเรียน และกล้วยไม้ โดยพบว่า เกษตรกรได้ผลตอบแทนสุทธิ (กำไร) จากการผลิตข้าวนาปี ในพื้นที่มีความเหมาะสมมากและเหมาะสมปานกลาง (S1/S2) เฉลี่ย 1,447 บาท/ไร่ ส่วนพื้นที่มีความเหมาะสมน้อยและไม่เหมาะสม (S3/N) เกษตรกรได้ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย 1,393 บาท/ไร่ ข้าวนาปรัง พื้นที่ S1/S2 ได้ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย 932 บาท/ไร่ ในขณะที่พื้นที่ S3/N ได้ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย 842 บาท/ไร่ ทุเรียน ได้ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย 44,068 บาท/ไร่ และ กล้วยไม้ ได้ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย 253,386 บาท/ไร่ เมื่อพิจารณาพื้นที่ปลูกข้าวจังหวัดนนทบุรี พบว่า ปัจจุบันมีพื้นที่มีความเหมาะสมมากและปานกลางสำหรับปลูกข้าว จำนวน 139,336 ไร่ ในขณะที่พื้นที่มีความเหมาะสมน้อยและไม่เหมาะสมสำหรับปลูกข้าวมีจำนวน 15,363 ไร่ โดยปัจจุบันเกษตรกรได้มีการปรับการเพาะปลูกข้าวให้เร็วขึ้นในพื้นที่ราบลุ่ม เพื่อให้เก็บเกี่ยวทันก่อนฤดูน้ำหลากเพื่อเป็นที่รองรับน้ำและพื้นที
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมจัดงาน “สีสรรพรรณไม้เทิดไท้บรมราชินีนาถ”ครั้งที่ 13 สืบสานรักษาและต่อยอดศาสตร์พระราชาพัฒนาการเกษตรไทยเทิดไท้สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสแถลงข่าวการจัดงาน “สีสรรพรรณไม้เทิดไท้บรมราชินีนาถ”ครั้งที่ 13 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา 12 สิงหาคม 2562 ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมด้วยหน่วยงานในสังกัด 15 หน่วยงานร่วมกับมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯและหน่วยงานภาคี 25 องค์กร อาทิ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพมหานคร และ สมาคมไม้ประดับแห่งประเทศไทย ร่วมกันจัดกิจกรรมภายในงาน “สีสรรพรรณไม้เทิดไท้บรมราชินีนาถ” ครั้งที่ 13 ภายใต้แนวคิด “ต่อยอดพระราชปณิธานสืบสานความหลากหลายทางชีวภาพ”โดยในส่วนของกระทรวงเกษตรได้จัดกิจกรรมและนิทรรศการภายใต้แนวคิด “สืบสานรักษาและต่อยอดศาสตร์พระราชาพัฒนาการเกษตรไทยเทิดไ
กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สืบสานพระราชปณิธานอนุรักษ์ไหมไทย เตรียมจัดงาน “ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย ครั้งที่ 14 ประจำปี 2562” ภายใต้แนวคิด “ไหมไทย มรดกของแผ่นดิน” ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม- 4 สิงหาคม 2562 ณ ฮอลล์ 6-7 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี นายสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในการเป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย ครั้งที่ 14 ประจำปี 2562” ณ ห้องประชุม 115 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมหม่อนไหม ได้จัดงาน “ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย” เป็นประจำทุกปี โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 14 ภายใต้แนวคิด “ไหมไทย มรดกของแผ่นดิน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงสืบสานและให้ความสำคัญกับอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ทำให้เกษตรกรผู้ประกอบอาชีพด้านหม่อนไหม มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตลอดจนไหมไทยเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างย
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการประชุมระดับรัฐมนตรีเกษตรและระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการเกษตรภายใต้กรอบ BIMSTEC ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 10-12 กรกฎาคม 2562 ณ กรุง เนปิดอร์ ประเทศเมียนมา โดยมี ดร. อัง ทู รัฐมนตรีเกษตร ปศุสัตว์ และชลประทานของ เมียนมา เป็นประธานการประชุม ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มี นายอานัติ วิเศษรจนา ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วม และมีรัฐมนตรีเกษตร และเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการเกษตรของสมาชิก BIMSTEC จำนวน 7 ประเทศ ได้แก่ บังกลาเทศ ภูฏาน อินเดีย เมียนมา เนปาล ศรีลังกา และ ไทย ซึ่ง สศก. ได้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย การประชุมดังกล่าว ถือเป็นการยกระดับกลไกการทำงานในระดับรัฐมนตรีและระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสครั้งแรกของความร่วมมือสาขาเกษตร ภายใต้กรอบ BIMSTEC โดยมีเมียนมาเป็นประเทศนำ (Lead Country) ของความร่วมมือ สาขาเกษตร ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของผู้นำ BIMSTEC เมื่อคราวประชุมสุดยอดผู้นำเดือนสิงหาคม 2561 ณ ประเทศเนปาล ในการนี้ รัฐมนตรีเกษตรของประเทศ
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงโครงการ “ศึกษาวิจัยต้นทุนการผลิตยางของเกษตรกรไทย ปี 2562” ซึ่ง สศก. ได้ร่วมมือกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ในการสำรวจข้อมูลด้านปริมาณการผลิตและต้นทุนการผลิตยางพาราของเกษตรกรไทย ทั่วประเทศ โดยกำหนดเป้าหมายพื้นที่สำรวจตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ รวม 77 จังหวัดทั่วประเทศ การดำเนินการโครงการดังกล่าว สศก. จะเป็นผู้สนับสนุนงานด้านวิชาการ อาทิ การจัดทำกรอบบัญชีตัวอย่างเพื่อการสำรวจ กำหนดระเบียบวิธีการสำรวจ ตลอดจนการประมวลผลปริมาณการผลิตและต้นทุนการผลิต ในขณะที่ กยท. จะสนับสนุนงานด้านกำลังพล เพื่อลงพื้นที่ โดยการสำรวจทาง กยท. จะรับผิดชอบพื้นที่ 45 จังหวัด (ตามพื้นที่ตั้งสาขาของการยางแห่งประเทศไทย) เพื่อสำรวจปริมาณการผลิต 10,944 ครัวเรือนตัวอย่าง (1,824 หมู่บ้าน) และสำรวจต้นทุนการผลิตยางพารา จำนวน 5,460 ครัวเรือนตัวอย่าง และ สศก. จะลงพื้นที่รับผิดชอบพื้นที่ 32 จังหวัด ในการสำรวจปริมาณการผลิต 8,946 ครัวเรือนตัวอย่าง (1,491 หมู่บ้าน) อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมการลงพื้นที่ สศก. ได้เ
3 รัฐมนตรีเกษตรฯ ยกทีมลงพื้นที่ดูสถานการณ์น้ำในเขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์ เตรียมใช้ระบบการชะลอสูบน้ำเพื่อยืดระยะเวลาน้ำใช้การเหลือนานขึ้น แก้วิกฤติน้ำไม่ไหลลงเขื่อน พร้อมเตรียมหารือนายกฯระดม 3 เหล่าทัพ ร่วมแก้ปัญหาภัยแล้ง นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในเขื่อน ณ เขื่อนภูมิพล ต.บ้านนา อ.สามเงา จ.ตาก และเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ เพื่อรับฟังรายงานสถานการณ์น้ำจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กรมชลประทาน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมฝนหลวง และการบินเกษตรและหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมรับฟังปัญหาของเกษตรกรเพื่อพิจารณาหาแนวทางแก้ไขต่อไป จากนั้นลงพื้นที่ดูสภาพน้ำและปริมาณน้ำในเขื่อน นายประภัตร กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้เพื่อรับฟังสถานการณ์น้ำและร่วมกันกับทุกภาคส่วนหาแนวทางแก้ไขปัญหาจากที่รับฟังรายงาน พบว่า สถานการณ์น้ำในเขื่อนทั้งสองอยู่ในเกณฑ์น้อย ซึ่งยังน่าเป็นห่วงโดยน้ำในเขื่อนภูมิพลขณะนี้ เหลือน้
