การยางแห่งประเทศไทย
ตลอดระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษ ที่ ‘ยางพาราไทย’ ครองตำแหน่งวัตถุดิบส่งออกเป็นอันดับหนึ่ง ทว่าเส้นทางการครองแชมป์นั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ อันเนื่องมาจากปัจจัยภายใน-ภายนอก ทั้งสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ อุปสงค์และอุปทานไม่ได้สัดส่วน ราคายางที่มีการผันผวนอย่างต่อเนื่อง ไปจนถึงการทำสัญญาซื้อขายระหว่างประเทศ ที่อ้างอิงราคาจากตลาดยางต่างประเทศเป็นหลัก ด้วยเหตุนี้ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ในฐานะองค์กรกลางที่มุ่งบริหารจัดการยางพาราของไทยทั้งระบบให้เกิดความยั่งยืน ควบคู่ไปกับการจัดการทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ ตอกย้ำพันธกิจเพื่อเพิ่มมูลค่ายางพาราของไทย ทั้งยังเสริมสร้างให้เกษตรกรมีกำไรมั่งคง เข้มแข็ง ยั่งยืน ด้วยการผนึกกำลัง บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TFEX โดยร่วมกำหนดวิธีคิด-คำนวณราคาอ้างอิง (Rubber Reference Price) ใช้ในการซื้อขายยางของไทยให้มีความโปร่งใสและเป็นมาตรฐานสากล นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการ กยท. เผยว่า ปัญหาหลักที่พบในปัจจุบันคือ ราคาอ้างอิงถูกรวบรวมข้อมูลจากตลาดกลางยางพาราทั้ง 8 แห่ง ส่งผลให้ผู้ซื้อ ผู้จำหน่าย รวมถึงผู้บริโภคเกิดข้อสงสัย นำมาสู่คำถามที
กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการคัดเลือกสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติแต่ละประเภทเป็นประจำทุกปี เพื่อประกาศเกียรติคุณและเผยแพร่ผลงานให้ปรากฏต่อสาธารณะเพื่อเป็นแบบอย่างและเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานของสหกรณ์อื่นต่อไป สำหรับปีนี้ สหกรณ์กองทุนสวนยางเอราวัณพัฒนา จำกัด จังหวัดเลย คว้ารางวัลสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2567 สาขาสหกรณ์ผู้ผลิตยางพารา โดยจะเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญประจำปี พ.ศ. 2567 ในวันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 ณ พลับพลาที่ประทับมณฑลพิธีท้องสนามหลวง สหกรณ์กองทุนสวนยางเอราวัณพัฒนา จำกัด ภายใต้การนำของ นายสงกรานต์ สมนึก ประธานกรรมการ มีผลงานโดดเด่นตรงตามหลักเกณฑ์มาตรฐานของกรมส่งเสริมสหกรณ์ เช่น ด้านความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ทางสหกรณ์กำหนดนโยบายในการจัดการสวนยางพาราให้เกิดความยั่งยืนและสมดุล 3 ด้าน คือ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมสมาชิกพัฒนาสวนยางเข้าสู่มาตรฐานการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน (FSC) ตั้งแต่กระบวนการปลูกสร้างสวนยาง เก็บเกี่ยว แปรรูป จำนวน 109 ราย แปลงยางพารา จำนวน 181 แปลง เนื้อที่รวมกว่า 2,000 ไร่ ส่ง
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) โดยฝ่ายเศรษฐกิจยาง ชวนตลาดเครือข่ายฯ กว่า 500 แห่งทั่วประเทศ เข้าร่วมประกวด “ตลาดเครือข่ายตลาดกลางยางพาราดีเด่น ประจำปี 2567” ชิงโล่พร้อมเงินรางวัล มุ่งยกระดับมาตรฐานตลาดยางพาราท้องถิ่น เทียบเท่าตลาดกลางยางพาราที่มีความพร้อมสู่ความยั่งยืนในอนาคต ยื่นใบสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2567 กยท. เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาตลาดยางพาราท้องถิ่น ให้มีมาตรฐานและประสิทธิภาพ เพิ่มความสามารถทางการแข่งขัน และมีความเป็นธรรมในการซื้อ-ขายยางในระดับท้องถิ่น จึงได้จัดโครงการ “ตลาดเครือข่ายตลาดกลางยางพาราดีเด่น ประจำปี 2567” โดยตลาดที่สามารถเข้าร่วมการประกวดต้องเป็นสมาชิกของสำนักงานตลาดกลางยางพาราจังหวัด และขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกสถาบันเกษตรกรกับ กยท. ซึ่งหลักเกณฑ์และเงื่อนไขจะพิจารณาศักยภาพของตลาดจากองค์ประกอบ 8 ด้าน ประกอบด้วย สถานประกอบการ (ความปลอดภัย เป็นระเบียบ และความสะอาด) การบริการ การดำเนินงาน ผลประกอบการ ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ การคำนึงถึงสภาวะโลกร้อน (เน้นการใช้กรดฟอร์มิก) ความยุติธรรมในการบริหารตามหลักธรรมภิบาล การมีส่วนร่วมของสมาชิกกับสถาบันตลาดเครือ
ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อ 26 ธ.ค.66 เห็นชอบแต่งตั้ง “เพิก เลิศวังพง”เป็นประธานบอร์ดการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารธุรกิจ การตลาด และการบริหารองค์กร และประสบการณ์ทำงานด้านอื่นๆ ที่เคยมีทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน “เพิก เลิศวังพง” ประธานบอร์ดการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า ” ผมอาจไม่ใช่คนเก่งที่สุด ไม่ใช่คนดีที่สุด แต่ผมเชื่อว่าผมเป็นคนที่มีความตั้งใจดีที่สุดคนหนึ่ง ซึ่งภารกิจหลักของการยางในปี2567 ภายใต้นโยบาย “อยู่ได้ พอใจ ยั่งยืน” ของผม คือ 1. สร้างตลาดยางมาตรฐานเดียวกัน 500 ตลาดทุกท้องถิ่นทั่วไทย รองรับEU Deforestation-free Products Regulation (EUDR) 2. บริหารจัดการโรคใบร่วงอย่างจริงจัง 3. เร่งออกโฉนดไม้ยางทุกพื้นที่ทั่วไทย เริ่มต้นจากที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์และมีทะเบียนขึ้นอยู่กับการยางก่อน เพื่อความรวดเร็ว ส่วนที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ คณะทำงานจะเร่งดำเนินการ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรทุกคน ที่มีต้นยาง 4.สร้างปัจจัยการผลิตแบรนด์การยางเพื่อลดต้นทุนให้เกษตรกร 5.ผลิตยางล้อแบรนด์การยางThai tyr
วันนี้ (19 กุมภาพันธ์ 2567) การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ร่วมกับ สภาวิจัยและพัฒนายางระหว่างประเทศ (International Rubber Research and Development Board: IRRDB) เปิดเวทีการประชุมวิชาการยางระหว่างประเทศ (International Rubber Conference : IRC 2024) ภายใต้แนวคิด “จุดประกายเสริมสร้างนวัตกรรมยางพารามุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืน” โดยได้รับเกียรติจาก ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการประชุมฯ พร้อมมอบแนวทางขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยาง รับมือความท้าทายในทุกมิติ มุ่งผลักดันงานวิจัย-นวัตกรรม สู่การพัฒนาวงการยางตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยการประชุมจัดในระหว่างวันที่ 19-21 กุมภาพันธ์ 2567 ณ โรงแรมดุสิตธานี พัทยา จังหวัดชลบุรี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ประเทศไทย ในฐานะประเทศสมาชิกที่เป็นผู้นำด้านการผลิตยางพารา มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาการเกษตรเพื่อความยั่งยืน โดยให้ความสำคัญและตระหนักถึงการกำหนดทิศทางในอนาคตของสินค้ายางพารา ซึ่งเป็นพืชที่สำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศไทยและของโลก เวทีประชุมวิชาการครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสอันดีในการแลกเปลี่ยนความ
เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ดร.เพิก เลิศวังพง ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย มอบนโยบายขับเคลื่อนยางพารา ภายใต้แนวคิดหลัก “อยู่ได้ พอใจ ยั่งยืน” พร้อมชู 7 นโยบายสำคัญ เพื่อขับเคลื่อนยางพาราไทยสู่เอกภาพ มุ่งประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในระบบยางพารา โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูงของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) นำโดย นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ และตัวแทนพนักงานทุกสังกัด ทั้งส่วนกลางและภูมิภาคทั่วประเทศ เข้ารับฟังนโยบาย ณ ห้องประชุมกันตัง กยท. สำนักงานใหญ่ ดร.เพิกเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนยางพารา โดยยึดโยงหลักการสำคัญ 3 ประการ “อยู่ได้ พอใจ ยั่งยืน” ว่า กยท. จะมุ่งดำเนินการผลักดันมาตรการส่งเสริมเกษตรกรชาวสวนยางให้มีความเป็นอยู่ที่ดี สามารถหล่อเลี้ยงให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นำไปสู่การสร้างความพึงพอใจให้กับเกษตรกร เช่น ราคายางที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น การลดต้นทุนการผลิต ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ ซึ่งต่อจากนี้ กยท. จะเร่งหาแนวทางสร้างมาตรฐานยางในด้านต่างๆ เพื่อรักษาเสถียรภาพและสร้างความยั่งยืนด้านยางพาราให้กับเกษตรกร
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จับมือสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) และการยางแห่งประเทศไทย ลงนามความร่วมมือ ยกระดับผู้ปฏิบัติงานด้านเพาะปลูกยางพารา สู่มาตรฐานสากล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำโดย ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดี ร่วมพิธีลงนามความร่วมมือ กับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) และการยางแห่งประเทศไทย เพื่อส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติงานด้านเพาะปลูกยางพารา 7 อาชีพ มีความรู้ความสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการ สามารถลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มรายได้ให้ผู้ปฏิบัติงานด้านเพาะปลูกยางพาราระดับครัวเรือนอย่างยั่งยืน ทั้งยังสามารถจัดการสวนยางพาราได้อย่างมีมาตรฐาน และยกระดับการปฏิบัติงานสู่มาตรฐานสากล โดยมีคณะผู้บริหาร และผู้แทนจาก 3 หน่วยงาน เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุม 210 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2567 ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดี กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้ เป็นการร่วมประสานพลังกันทำงานเพื่อประเทศชาติ เพื่อยกระดับสมรรถนะ สร้างต้นทุนของทรัพยากรบุคคล ผ่านการศึกษา การพัฒนาในรูปแบบต
กยท. หนุนงบ 49(3) มอบเกษตรกรสวนยางต้นแบบฯ ติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อจัดการระบบน้ำในสวนยางแบบวนเกษตร ลดต้นทุน สร้างรายได้เสริมจากพืชแซมและปศุสัตว์ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2566 การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) นำโดย นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย นายเกียรตินันท์ ยิ้นซ้อน ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดเชียงราย นำคณะเจ้าหน้าที่ กยท. จังหวัดเชียงราย และสื่อมวลชน ลงพื้นที่สวนยางพาราของเกษตรกรที่ได้รับคัดเลือกเป็นเกษตรกรต้นแบบระดับสาขาและระดับจังหวัดต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 2 ปีซ้อน ในโครงการสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนยางต้นแบบด้วยเกษตรกรรมยั่งยืน ตำบลโป่งแพร่ อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย โดยมี นางสาวชรินทร์ทิพย์ เชื้อเมืองพาน เจ้าของสวนยางพาราต้นแบบ และ นายจัตุรัส กั้นสกุล เกษตรกรชาวสวนยาง ให้การต้อนรับ นายจัตุรัส ให้ข้อมูลว่า พื้นที่สวนยางมีประมาณ 30 ไร่ เป็นสวนยางที่มีเอกสารสิทธิถูกต้อง และได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรฯ กับ กยท. ตั้งแต่ปี 2558 โดย กยท. ได้จัดทำข้อมูลพื้นที่สวนยาง สามารถค้นหาพิกัดผ่านระบบ GIS รองรับมาตรการตรวจสอบย้อนกลับ ซึ่ง กยท. มีนโยบายให้เกษตรกรชาวสวนยางทำการเกษตรแบบเกษตรก
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ผนึกกำลัง บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และตัวแทนจากประเทศจีน เสริมแกร่งอุตสาหกรรมยางพารา พัฒนา “โครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการซื้อขายคาร์บอนเครดิตแบบสมัครใจ” ช่วยลดปัญหาก๊าซเรือนกระจก ควบคู่ไปกับการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางประเทศไทย เมื่อเร็วๆ นี้ ที่สำนักงานตลาดกลางยางพารา จังหวัดเชียงราย นำโดย นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายวรเทพ วงศาสุทธิกุล ประธานกรรมการ บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และตัวแทนจาก China Environment & Carbon Net-Zero Investment Representatives ได้ร่วมแถลงข่าวความร่วมมือ “โครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการซื้อขายคาร์บอนเครดิตแบบสมัครใจ” โดยมีวัตถุประสงค์ของการลงนามข้อตกลงในครั้งนี้ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมในการลดปัญหาก๊าซเรือนกระจก ควบคู่ไปกับการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางประเทศไทย ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวถึงความสำคัญในการร่วมมือครั้งนี้ว่า การจัดการคาร์บอนเครดิตในประเทศไทยเป็นเรื่องที่สำคัญที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ ซึ่งต้นยางพาราเองเ
การยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท. ยกระดับตลาดยางพาราสู่ Digital Platform จัดการประมูลซื้อขายยางพารา ผ่านระบบ “Thai Rubber Trade” เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าระดับโลก เชื่อมโยงข้อมูลซื้อขายยางผ่านระบบ ตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของยาง รองรับมาตรการ EUDR นำเทคโนโลยี block chain เข้ามาช่วยในการพัฒนาระบบให้สามารถตรวจสอบการโอนเงิน ลดความเสี่ยงการปลอมแปลงบัญชี และจัดทำสัญญาต่างๆ ด้วย smart contact นายศุภชัย แข่งขัน ผู้อำนวยการ สำนักงานตลาดกลางยางพารา จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า สำนักงานตลาดกลางฯ แห่งนี้ ถือเป็นศูนย์กลางในการประมูลยางพาราในเขตภาคเหนือ มีพื้นที่รับผิดชอบครอบคลุม 15 จังหวัด โดยนำผลผลิตของเกษตรกรชาวสวนยางเข้ามาประมูลซื้อขายผ่านระบบ Thai Rubber Trade (TRT) ปัจจุบันมีสมาชิกผู้ขาย หรือตลาดเครือข่าย รวม 253 กลุ่ม จำนวน 22,910 ราย และมีผู้ซื้อ หรือผู้ประกอบกิจการ จำนวน 66 ราย โดยในปี 2566 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565-สิงหาคม 2566 มีปริมาณยางที่ประมูลผ่านระบบ 25,205 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 564 ล้านบาท นอกจากนี้ ผู้อำนวยการ สำนักงานตลาดกลางยางพารา จังหวัดเชียงราย ยังอธิบายถึงวิธีการป
