การยางแห่งประเทศไทย
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ร่วมกับ บริษัท ซี ซี ไอ ซี (ประเทศไทย) จำกัด (C.C.I.C) และสมาคมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมด้านเศรษฐกิจและการค้าอาเซียน (SMEs ASEAN) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านธุรกิจยางพาราและไม้ยางพารา ณ การยางแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ ผนึกกำลังผสานเครือข่ายความร่วมมือ ส่งเสริม สนับสนุน การพัฒนามาตรฐานและการตรวจรับรองสินค้า มุ่งสร้างความเชื่อมั่น เพิ่มโอกาสทางธุรกิจผลิตภัณฑ์ยางและไม้ยางพาราไทย นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่าง กยท. C.C.I.C และ SMEs ASEAN ในการพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราและไม้ยางพาราไทยให้เป็นไปตามมาตรฐานของจีน ภายใต้ความร่วมมือนี้ กยท. สนับสนุนและส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยีผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตร โดยคัดเลือกจากเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และผู้ประกอบกิจการยาง ที่พร้อมพัฒนาตนเองสู่การอบรมตามมาตรฐาน ซึ่งขณะนี้ ทั้ง 3 ฝ่ายพร้อมเดินหน้า 4 โครงการหลัก ได้แก่ โครงการเพื่อรับรองระบบการจัดการ เพื่อสนับสนุนและขับเคลื่อนการพัฒนาทางธุรกิจให้เป็นไปตามกฎและข้อกำหนดของการรับรองระบบก
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จัดสรรทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี 10 ทุน รวม 4,000,000 บาท มอบบุตรชาวสวนยางศึกษาต่อหลักสูตรด้านยางพารา หวังพัฒนาอาชีพ ต่อยอดนวัตกรรมในวงการยาง พร้อมเปิดรับสมัคร ถึง 14 กรกฎาคม นี้ นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กยท. จัดทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีสำหรับบุตรเกษตรกรชาวสวนยาง ประจำปีงบประมาณ 2566 เพื่อเข้าศึกษาในหลักสูตรสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องโดยตรงด้านยางพารา จำนวน 10 ทุน ทุนละ 400,000 บาท ต่อเนื่องจนจบปริญญาตรี ถือเป็นสวัสดิการหนึ่งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. ส่งเสริมให้บุตรของชาวสวนยางมีโอกาสได้รับความรู้เพิ่มความสามารถสำหรับพัฒนาอาชีพการทำสวนยาง สร้างบุคลากรในท้องถิ่นสู่วงการยางพารา ต่อยอดไปจนถึงการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมด้านยางพาราให้เพิ่มมากขึ้นในอนาคต นายณกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กยท. เปิดให้ยื่นใบสมัครขอรับทุนการศึกษาตั้งแต่ 1 มิถุนายน จนถึง 14 กรกฎาคม 2566 ณ กยท. ทั่วประเทศ ตามสาขาที่สวนยางตั้งอยู่ ในวันและเวลาราชการ โดยย้ำว่าผู้ขอรับทุนต้องเป็นบุตรที่ถูกต้องตามกฎหมาย (ยกเว้นบุตรบุญธรรม) ของเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบีย
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) โดย นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ร่วมกับ 9 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงเพื่อขยายความร่วมมือโครงการยกระดับผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมยางพารา (CARE) หวังสร้างโอกาสทางธุรกิจแก่ผู้ประกอบการในทุกระดับ โดยมี นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ กระทรวงการคลัง นายณกรณ์ กล่าวว่า การลงนามหนังสือในครั้งนี้ เป็นการขยายความร่วมมือโครงการยกระดับผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมยางพารา ร่วมกับ 9 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ต้องการยกระดับห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมยางพาราให้มีมูลค่าการส่งออกยางพาราและผลิตภัณฑ์มากกว่า 680,000 ล้านบาทต่อปี ครอบคลุมผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 6 ล้านคน โดยโครงการนี้จะช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้เกษตรกรชาวสวนยางมีชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผลักดันสินค้าและการบริหารจัดการให้ตรงตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมภายใต้โมเดลเศรษฐกิจแบบ BCG เพิ่มมูลค่าการส่งออกสินค้ายางพารา รวมถึงให้ความรู้ด้านการบริหารธุรกิจ การส่งออก การจัดการเงินทุน และความรู้อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการดำเนินโ
นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 4 โดยประกันรายได้ให้เกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนและแจ้งข้อมูลพื้นที่กับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2565 จำนวนทั้งสิ้น 1,604,379 ราย (เจ้าของสวน ผู้เช่า ผู้ทำ 1,372,865 ราย และคนกรีดยาง 231,514 ราย) คิดเป็นพื้นที่ปลูกยาง รวม 18,183,764.59 ไร่ ซึ่งเป็นสวนยางอายุ 7 ปีขึ้นไปที่เปิดกรีดแล้ว กำหนดราคาประกันผลผลิตยางแต่ละชนิด ดังนี้ ยางแผ่นดิบคุณภาพดี 60 บาท/กิโลกรัม น้ำยางสด (DRC 100%) 57 บาท/กิโลกรัม และยางก้อนถ้วย (DRC 50%) 23 บาท/กิโลกรัม แบ่งสัดส่วนรายได้ เจ้าของสวน ร้อยละ 60 และคนกรีด ร้อยละ 40 ของรายได้ทั้งหมด รายละไม่เกิน 25 ไร่ ระยะเวลาประกันรายได้ 2 เดือน (ตุลาคม-พฤศจิกายน 2565) งบประมาณโครงการ รวม 7,643,857,284.15 บาท นายณกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ครม. อนุมัติ โครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์ ระยะที่ 2 ระยะเวลาโครงการ 2 ปี นับจากวันที่ ครม. อนุมัติโครงการ โดย รัฐบาลสนับสนุนชดเชยด
นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการ Reta International Conference จัดขึ้นโดยสมาคมเทคโนโลยียางและอีลาสโตเมอร์ (RETA) นายณกรณ์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ หารือรับมือกับความท้าทายที่อุตสาหกรรมยางต้องเผชิญ โดยอาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรม กยท. เป็นองค์กรที่ดูแลและให้การสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางที่ผลิตน้ำยาง ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตถุงมือยาง ยินดีที่จะสนับสนุนการวิจัยและการพัฒนาอุตสาหกรรมถุงมือยาง เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางที่มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์แก่วงการยางพาราและเศรษฐกิจ โดยเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2566 กยท. ได้ให้การต้อนรับตัวแทนสมาคมการยางจาก 3 ประเทศ ได้แก่ Plastic & Rubber Institute Malaysia (PRIM), The Rubber Society of Korea, The Society of Rubber Science and Technology Japan, Innovation Trading Group, และสมาคมเทคโนโลยียางและอีลาสโตเมอร์ (RETA) จากประเทศไทย กยท. มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมยางให้ยั่งยืน ด้วยนโยบายที่จะช่วยเพิ่มผลผลิต และพัฒนาสวัสดิการของเกษตรกรชาวสวนยาง โดยเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรรายย่อย มุ่
นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย และ นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ ให้การต้อนรับคณะผู้แทนคณะกรรมการสหภาพยุโรป เพื่อเจรจาและแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการต่อต้านการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป ณ การยางแห่งประเทศไทย Ms. Helge Elisabeth Zeitler, Deputy Head of the unit in DG Environment in the EU Commission กล่าวถึงกฎหมายว่าด้วยการต่อต้านการตัดไม้ทำลายป่าว่า จะมีผลบังคับใช้ประมาณเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2566 โดยผลิตภัณฑ์หรือสินค้าที่นำเข้า-ส่งออกจากสหภาพยุโรป จะต้องเป็นผลิตภัณฑ์หรือสินค้าที่ถูกกฎหมาย และไม่สนับสนุนการตัดไม้ทำลายป่าจากทั่วโลก ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการมีระยะเวลาปรับตัว จะบังคับใช้เต็มที่ในเดือนธันวาคม 2567 ทั้งนี้ สหภาพยุโรปจึงต้องศึกษาผลกระทบจากกฎหมายดังกล่าวที่มีต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั่วโลก รวมถึงข้อมูลเบื้องต้นและข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องจากรัฐบาล/ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและมีการหารือทางเทคนิค เพื่อเป็นข้อมูลในการประกาศใช้กฎหมายนี้ด้วย นายณกรณ์ เปิดเผยว่า ไทยในฐานะผู้ผลิตและการแปรรูปเพื่อการส่งออก มีความพร้อมสำหรับกฎหมายดังกล
นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) นำทีมนักวิจัย ตัวแทน กยท. เข้าร่วมนำเสนอผลงานวิชาการด้านยางพารา ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ในการประชุม IRRDB 2022 International Rubber Conference ณ โรงแรม Intercontinental กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ภายในงานได้รับเกียรติจาก Datuk Seri Fadillah Yusof รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการเพาะปลูกและสินค้ามาเลเซีย เป็นประธานเปิดงาน นายณกรณ์ กล่าวว่า IRRDB หรือสภาวิจัยและพัฒนายางระหว่างประเทศ (International Rubber Research and Research and Development Board : IRRDB) เป็นองค์กรระหว่างประเทศ ที่ประเทศสมาชิกมาจากหน่วยงานสถาบันวิจัย มีสมาชิก 19 ประเทศ ประกอบด้วย กัมพูชา บังกลาเทศ บราซิล แคเมอรูน จีน โกตดิวัวร์ ฝรั่งเศส กัวเตมาลา อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมา ไนจีเรีย ไลบีเรีย ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา เวียดนาม ปาปัวนิวกินี และไทย นายณกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมบอร์ดบริหาร IRRDB ครั้งนี้ มีมติให้ประเทศไทย โดยการยางแห่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพการประชุม IRRDB 2023 International Rubber Conference พร้อมจัดฝึกอบรมให้นักวิจัยยางจากประ
การยางแห่งประเทศไทย ห่วงใยปัญหาโรคใบร่วงชนิดใหม่ในสวนยางพารา มอบสถาบันวิจัยยาง จัดสัมมนาให้ความรู้พนักงานและเกษตรกรชาวสวนยางพื้นที่ภาคใต้ตอนบน “โครงการการป้องกันและควบคุมโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา : การขยายผลสู่การปฏิบัติในแปลงเกษตรกร” ณ โรงแรมนานาบุรี จังหวัดชุมพร วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2566 พร้อมเชิญหน่วยงานสังกัด กษ. ร่วมถ่ายทอดข้อมูลความรู้การควบคุมป้องกันกำจัดโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดร.กฤษดา สังข์สิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา ตั้งแต่ปลายปี 2562 เป็นต้นมา ปัจจุบันยังพบการระบาดในภาคใต้และภาคตะวันออก ส่งผลให้เกษตรกรชาวสวนยางที่ได้รับผลกระทบจากโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพาราเดือดร้อนเป็นอย่างมาก กยท. จึงมอบหมายให้สถาบันวิจัยยาง จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ โครงการ “การป้องกันและควบคุมโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา : การขยายผลสู่การปฏิบัติในแปลงเกษตรกร” เพื่อให้พนักงาน กยท. เกษตรกรชาวสวนยาง และผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา มีการสาธิตการทำปุ๋ยอินทรีย์ น้ำหมักช
นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รองผู้ว่าการ ด้านปฏิบัติการ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) มอบหมายให้ นายโกศล บุญคง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาการผลิต (ฝสผ.) ผู้บริหารและพนักงานในสังกัด ฝสผ. ฝ่ายพัฒนาเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร (ฝพก.) ให้การต้อนรับ นายไพรัช เจ้ยชุม ประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดพัทลุง นำเครือข่ายฯ รวม 43 คน เข้ารับฟังนโยบายการบริหารงานของ กยท. ที่ห้องประชุมสถลสถานพิทักษ์ อาคาร 1 ชั้น 6 สำนักงานใหญ่ กยท. ถนนบางขุนนนท์ แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ โดยรองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ ได้วิดีโอคอลรับฟังข้อเสนอแนะและความคิดเห็นจากคณะผู้มาเยือน พร้อมแจ้งให้ทราบนโยบาย กยท. ในการแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่ว่า ได้มอบให้ ดร.กฤษดา สังข์สิงห์ ผอ.การสถาบันวิจัยยาง ประสานนโยบายจากปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการแก้ไขในทุกภูมิภาค เพราะเป็นเรื่องสำคัญ ขณะเดียวกัน ได้เร่งต่อยอดการขับเคลื่อนการปลูกสร้างสวนยางยั่งยืน เพื่อความมั่นคงของอาชีพการทำสวนยาง โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับเอกสารสิทธิที่มีผลถึงการกีดกันทางการค้าของประเทศคู่ค้าในแถบยุโรป รวมทั้งการดำเนินการด้านตลา
นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เผยถึงความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะ 4 ซึ่งจะประกันรายได้ให้เกษตรกรชาวสวนยาง จำนวน 1,604,379 ราย ว่าขณะนี้ กยท. เตรียมพร้อมนำเสนอโครงการต่อคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) พิจารณาให้ความเห็นชอบในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 ทั้งเรื่องงบประมาณกว่า 7.6 พันล้านบาท และหลักเกณฑ์ในการจ่ายเงิน โดยเมื่อผ่านความเห็นชอบจาก กนย. แล้ว จะเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติโครงการ พร้อมจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรโดยเร็วที่สุด “กยท. พร้อมดำเนินโครงการประกันรายได้ ระยะ 4 บรรเทาความเดือดร้อนในช่วงที่ราคายางผันผวนซึ่งชาวสวนยางอาจมีรายได้ลดลง โดยโครงการนี้จะช่วยให้ชาวสวนยางมีรายได้เพิ่มที่สม่ำเสมอ สร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรได้อีกทางหนึ่ง” นายณกรณ์ กล่าวเพิ่มเติม
