ซีพีเอฟ
ในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ หรือ ปีใหม่ไทย 2566 ซึ่งตรงกับ”วันผู้สูงอายุแห่งชาติ” 13 เมษายนของทุกปี พนักงานของ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ นอกจากจัดกิจกรรมสรงน้ำพระ และรดน้ำขอพรจากผู้บริหารระดับสูง เพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว กิจกรรมหลักในทุกๆปี พนักงานของฟาร์มและโรงงาน ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น ทั้งเจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ลงพื้นที่รอบสถานประกอบการของซีพีเอฟทั่วประเทศ เพื่อเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ รดน้ำดำหัวขอพรจากผู้สูงวัย ในโครงการ”กองทุนซีพีเอฟ คืนสุข ผู้สูงวัย” เป็นการแสดงความกตัญญู ซึ่งเป็นค่านิยมที่ซีพีเอฟปลูกฝังและสร้างความตระหนักให้กับพนักงานในองค์กร เสมือนเป็นลูกหลานในครอบครัวของผู้สูงวัย เติมรอยยิ้มและสร้างความสุขให้แก่ผู้สูงวัย ซีพีเอฟ ดำเนินโครงการ “กองทุนซีพีเอฟ คืนสุข ผู้สูงวัย” มาตั้งแต่ปี 2554 ดูแลผู้สูงวัยรอบสถานประกอบการทั่วประเทศของบริษัท ที่ไร้ลูกหลานดูแล ไม่สามารถพึ่งพิงตนเ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ มุ่งเน้นบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล และใช้น้ำตลอดกระบวนการผลิตด้วยความรับผิดชอบ ลดการสูญเสียน้ำ และลดพึ่งพาการใช้น้ำจากแหล่งน้ำภายนอก ยึดหลัก 3Rs คือ ลดการใช้น้ำ (Reduce) นำน้ำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) และนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) โชว์ผลสำเร็จลงทุนเทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการน้ำ ทำให้ ปี 2565 สามารถเพิ่มปริมาณการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่และนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำ สนับสนุนการจัดการน้ำอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน นางกอบบุญ ศรีชัย ผู้บริหารสูงสุด สายงานกิจการองค์กรและลงทุนสัมพันธ์ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟ ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้น้ำตลอดกระบวนการผลิตอย่างรับผิดชอบ โดยได้กำหนดนโยบายบริหารจัดการน้ำมุ่งเน้นเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งการใช้น้ำภายในองค์กรและลดการพึ่งพาแหล่งน้ำภายนอก ยึดหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)และหลัก 3 Rs คือ ลดการใช้น้ำ (Reduce) นำน้ำกลับมาใช้ใหม่โดยผ่านการบำบัด (Recycle) และนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำโดยไม่ผ่านการบำบัด (Reuse) ทำให้ผลการดำเนินงาน ปี 2565 ในกิจการประเทศไทย เวียดนาม กัมพูชา อินเดีย ฟิลิปปินส
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ คว้ารางวัลการรายงานความยั่งยืนยอดเยี่ยมระดับเอเชีย ด้านสิทธิมนุษยชน Asia’s Best Sustainability Report (Human Right) ระดับ Bronze จากเวที Asia Sustainability Reporting Awards (ASRA) สะท้อนถึงองค์กรที่มีความเป็นเลิศด้านการรายงานดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงการเคารพสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่าที่รอบด้านและโปร่งใส ในรายงานความยั่งยืนประจำปี 2565 (Sustainability Report 2022) รายงานความยั่งยืนประจำปี 2565 ของซีพีเอฟ ได้รับรางวัล “รายงานความยั่งยืนยอดเยี่ยมระดับเอเชีย” จากเวที ASRA เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน โดยนอกจากรางวัลในระดับ Bronze ของการรายงานความยั่งยืนยอดเยี่ยมระดับเอเชีย ด้านสิทธิมนุษยชน แล้ว รายงานความยั่งยืนปี 2565 ของซีพีเอฟยังเข้ารอบสุดท้ายของการประกาศรางวัล ในประเภท Asia’s Best Workplace Reporting และประเภท Asia’s Best Supply Chain Reporting แสดงให้ถึงความมุ่งมั่นการเปิดเผยข้อมูล และการสื่อสารการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้เป้าหมายและกลยุทธ์ความยั่งยืน CPF Sustainability in Action มุ่งมั่นลงมือทำสู่การสร้างการเป
แม็คโคร ตอกย้ำเรื่องสวัสดิภาพสัตว์ จับมือพันธมิตรสนับสนุนเกษตรกรรายย่อย ผู้ผลิตรายใหญ่ เลี้ยงไก่ไข่ไม่ขังกรง เพิ่มทางเลือกลูกค้าบริโภคไข่ไก่จากแม่ไก่อารมณ์ดี มีคุณค่าทางอาหารสูง รับ เทรนด์การบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ พร้อมเปิดตัวไข่ไก่ออร์แกนิค ที่ได้จากแม่ไก่เลี้ยงแบบอิสระ ภายใต้แบรนด์ Aro Gol นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แม็คโคร ในฐานะผู้นำธุรกิจค้าส่งของไทย มุ่งมั่นสนับสนุนเกษตรกรผู้ผลิตไข่จากแม่ไก่ที่ไม่ขังกรง (Cage free eggs) และนำมาจำหน่ายผ่านสาขาของแม็คโครอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับนโยบายของเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่ให้ความสำคัญกับการผลิตอาหารด้วยความรับผิดชอบ ตามนโยบายส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญ สำหรับปีนี้ แม็คโครได้จับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ King Fresh Farm ซึ่งเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยที่ผลิตไข่ไก่ออร์แกนิคคุณภาพผ่านการรับรองมาตรฐานจากทั้งในทวีปยุโรป และอเมริกา ได้แก่ EU, NOP & USDA (USA) เป็นรายแรกในประเทศไทย โดยได้วางแผนผลิตไข่ไก่ออร์แกนิค ที่เลี้ย
นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และผู้ช่วยบริหาร สำนักประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ในฐานะ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท เปิดเผยว่า ตลอด 35 ปี มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ได้น้อมนำพระราชดำริปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สานต่อปณิธานตอบแทนคุณแผ่นดิน ตามรอยใต้เบื้องพระยุคลบาท และยังคงขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคมไทย ตามแนวคิด “มุ่งสร้าง 4 ดี พัฒนา 4 ด้าน” ได้แก่ คนดี พลเมืองดี อาชีพดี และสิ่งแวดล้อมดี สอดคล้องไปกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ใน 3 มิติหลัก ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนตามเป้าหมายหลักการสากล “การพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ 17 ประการ (SDGs)” เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ของประเทศไทยทั้ง 77 จังหวัด ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน สังคม และการอนุรักษ์ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกันอย่างสมดุล ในปี 2566 มูลนิธิฯ มีเป้าหมายขยายขอบเขตพื้นที่ในการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย จาก “ภูผา ผืนนา สู่มหานที”
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ร่วมกับ บริษัท เอสซีจี บิลดิ้ง แอนด์ ลีฟวิ่งแคร์คอนซัลติ้ง จำกัด (ฺฺฺBLC) บริษัทที่ปรึกษาในด้านการพัฒนาอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และบริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด (CPAC) ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมการก่อสร้าง ภายใต้ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการพัฒนาอาคารเขียว นวัตกรรมการก่อสร้าง อาคารและฟาร์มประหยัดพลังงาน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน” นำร่อง 3 โครงการสร้างสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้อาคาร เป็นมิตรกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ พิธีลงนามความร่วมมือในวันนี้ (22 มีนาคม 2566) เป็นความร่วมมือของทุกฝ่ายที่มีความมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความยั่งยืน โดยร่วมกันกำหนดแนวทางพัฒนาโครงการอาคารเขียวและการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบและการก่อสร้างอาคารและโรงงานในธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจร เพื่อขอรับรองมาตรฐานอาคารเขียวให้ได้ตามแผนงานที่กำหนด และพัฒนาการก่อสร้างโครงสร้างต่าง ๆ โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยมี นายพี
กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ (Feed Ingredients Trading Business Group : FIT) เครือเจริญโภคภัณฑ์ และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ นำเทคโนโลยีระบบตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (corn traceability) สอดคล้องกับมาตรฐานสากลมาใช้ สร้างหลักประกันการจัดหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปราศจากการบุกรุกป่าและไม่เผา ซึ่งดำเนินการอย่างเป็นระบบและประสบความสำเร็จอย่างดีในประเทศไทย และยังได้ส่งเสริมประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีการเพาะปลูกข้าวโพดจำนวนมาก นำระบบดังกล่าวไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น เมียนมา สปป.ลาว และเวียดนาม นายไพศาล เครือวงศ์วานิช ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ ในฐานะเป็นผู้จัดหาสินค้าเกษตรที่เป็นวัตถุดิบหลักทางการเกษตรของเครือซีพี กล่าวว่า ซีพีและซีพีเอฟให้ความสำคัญกับการสร้างห่วงโซ่การผลิตอาหารที่ยั่งยืน และสนับสนุนการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน โดยมุ่งมั่นจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งปลูกที่ปราศจากการบุกรุกพื้นที่ป่าอย่างต่อเนื่อง ตามแนวทาง “ไม่เขา ไม่เผา เราซื้อ” ตลอดจนได้พัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์(Corn Traceabilit
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมเสวนาการประชุมผู้นำอุตสาหกรรมไก่เนื้อระดับโลก International Poultry Council 2023 พร้อมแชร์ประสบการณ์ในหัวข้อ แนวทางปฏิบัติที่ดีเลิศของซีพีเอฟ รวมถึงความสำเร็จด้านความยั่งยืน จากการเลี้ยงไก่โดยยึดหลักสวัสดิภาพสัตว์ ที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสมาร์ทฟาร์มเข้ามาสนับสนุน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพดูแลไก่ในทุกขั้นตอน ช่วยสร้างอาหารปลอดภัย ปลอดสาร สู่ผู้บริโภคทั่วโลก น.สพ.พยุงศักดิ์ สมยานนทนากุล รองผู้อำนวยการ ด้านมาตรฐานฟาร์ม และข้อกำหนดลูกค้า ซีพีเอฟ ได้แบ่งปันความรู้ในหัวข้อ Sustainable broiler farming in Thailand แชร์ความสำเร็จด้านการเลี้ยงไก่ด้วยหลักสวัสดิภาพสัตว์ที่ดีให้กับผู้นำในอุตสาหกรรมไก่เนื้อ จาก 27 ประเทศทั่วโลก โดยได้ชูความสำคัญของหลักอิสรภาพสัตว์ 5 ประการ ตามมาตรฐานสากลที่ทั่วโลกยอมรับ การดูแลสัตว์ให้อยู่สุขสบาย มีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง ไม่จำเป็นต้องใช้ปฏิชีวนะหรือฮอร์โมนเร่งการเติบโต ลดความเสี่ยงปฏิชีวนะตกค้างในเนื้อไก่ “การเลี้ยงสัตว์ตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ที่ดี ส่งผลดีต่อทั้งสุขภาพสัตว์ คน และสิ่งแวดล้อม ตามหลักการ O
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมอาหารสัตว์รักษ์โลก ยึดหลักการโภชนาการแม่นยำ สรรหาสารอาหารที่ตรงกับช่วงวัยการเติบโตของสัตว์ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ และวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ต้องไม่มาจากแหล่งที่มีการตัดไม้ทำลายป่า จับมือพันธมิตรที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก เพื่อพัฒนาวิธีการประเมินด้านการผลิตปศุสัตว์และผลกระทบต่อสภาพสิ่งแวดล้อม หนุนสุขภาพที่ดีของคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health) ตอบโจทย์สร้างความมั่นคงทางอาหาร และดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ดร.ไพรัตน์ ศรีชนะ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สำนักวิชาการอาหารสัตว์ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟ มุ่งมั่นวิจัยและสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารสัตว์ โดยให้ความสำคัญกับหลักโภชนาการแม่นยำ คือ การสรรหาและคิดค้นวัตถุดิบทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อนำไปผลิตและพัฒนาสูตรอาหารสัตว์ที่ตรงกับความต้องการอาหารของสัตว์ในแต่ละช่วงวัย ช่วยให้การย่อยของสัตว์สามารถใช้ประโยชน์จากสารอาหารต่างๆได้ดี ลดการปลดปล่อยสารอาหารส่วนเกินสู่สิ่งแวดล้อม อาทิ ไนโตรเจน นอกจากนี้ มีการใช้นวัตกรรมการเลี้ยงไก่และสุ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ต้นแบบการดำเนินธุรกิจรักษ์โลก โดยมี “มาตรฐานฟาร์มสีเขียว” หรือกรีนฟาร์ม (CPF Green Farm) เป็นตัวอย่างความสำเร็จ จากการมุ่งปรับปรุงตลอดกระบวนการเลี้ยงสุกรของบริษัทให้มีมาตรฐาน คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมรอบข้างเป็นสำคัญ เพื่อให้ฟาร์มเลี้ยงสัตว์อยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างมีความสุข ด้วยการนำเทคโนโลยีที่หลากหลายมาสนับสนุนการเลี้ยงได้เต็มประสิทธิภาพ ด้วย 5 ปัจจัย คือ การเลี้ยงสุกรในโรงเรือนระบบปิด ที่ทำความเย็นด้วยการระเหยของน้ำ (Evaporative Cooling System) สามารถควบคุมอุณหภูมิ สภาพอากาศ ความชื้น ให้เหมาะสมกับสุกรแต่ละช่วงวัย ทำให้สัตว์อยู่สบายและไม่เครียด การใช้ระบบไบโอแก๊ส (Biogas) ได้ก๊าซชีวภาพนำมาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าใช้ในฟาร์มช่วยลดต้นทุนด้านไฟฟ้าได้ถึง 50-80% ของค่าไฟฟ้าทั้งหมด และยังช่วยป้องกันกลิ่นออกจากระบบทำให้ไม่มีแมลงวันที่จะไปรบกวนชุมชน นำระบบฟอกอากาศท้ายโรงเรือน มาใช้ตัดกลิ่นที่อาจหลงเหลือ การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีการปันน้ำที่ผ่านการบำบัดจากระบบผลิตก๊าซชีวภาพส่งให้ชุมชนโดยรอบ นำไปใช้เพื่อการเกษตร ช่วยบรรเทาผลกระทบจาก
