ซีพีเอฟ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ รับเครื่องหมายลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ หรือ “ฉลากลดโลกร้อน” (Carbon Footprint Reduction) ของ “ผลิตภัณฑ์ไข่ไก่สด” ทั้งไข่ไก่ Cage Free และไข่ไก่ปลอดสาร จากองค์การบริหารการจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. นับเป็น “ไข่ไก่สด” รายแรกของไทยที่ได้รับขึ้นทะเบียนรับรองเป็นสินค้าช่วยลดโลกร้อน หนุนคนไทยได้บริโภคไข่ไก่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นายสมคิด วรรณลุกขี ผู้อำนวยการใหญ่ ธุรกิจไก่ไข่ ซีพีเอฟ เข้าร่วมพิธีขอบคุณ และรับมอบประกาศนียบัตรการรับรองเครื่องหมายคาร์บอร์ฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint of Product) และเครื่องหมายลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ หรือ “ฉลากลดโลกร้อน” ของผลิตภัณฑ์ไข่ไก่สด Cage Free และไข่ไก่สดปลอดสาร ในขนาดบรรจุต่างๆ รวม 23 รายการ จาก นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. นับเป็น ไข่ไก่สด และ ไข่ Cage Free รายแรกของไทยที่ได้รับรองเป็นสินค้าช่วยลดโลกร้อน หนุนคนไทยได้บริโภคไข่ไก่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นตัวอย่างที่ดีในการบริหารจัดการและลดการปล
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ รับ 2 รางวัลเกียรติยศระดับภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ Asia’s Greatest CEO 2023 Award และ Asia’s Greatest Brands 2023 ในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม งาน The 19th Edition Asian Business & Social Forum – Asia’s Greatest Brands and Leaders 2023 จัดโดย Asia One นิตยสารธุรกิจชั้นนำของประเทศอินเดีย ตอกย้ำศักยภาพองค์กรชั้นนำที่มีผลงานโดดเด่นทุกมิติ และได้รับการยอมรับในระดับสากล งานดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อยกย่องผู้นำทางธุรกิจ และแบรนด์ที่มีความโดดเด่นใน 16 กลุ่มธุรกิจ ซึ่งครั้งนี้ นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ ได้รับรางวัล Asia’s Greatest CEO 2023 Award จากการเป็นผู้นำองค์กรที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีส่วนร่วมผลักดันเศรษฐกิจไทยเติบโต ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาค และรางวัล Asia’s Greatest Brands 2023 ในสาขาอาหารและเครื่องดื่ม จากผลงานที่โดดเด่นเป็นที่ยอมรับและไว้วางใจของผู้บริโภค โดยมี นายสุจริต มัยลาภ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีเอฟ เทรดดิ้ง จำกัด และ นางสาวอนรรฆวี ชูรัตน์ ผู้บริหารสูงสุดด้านการตลาด ซีพีเอฟ เป็นตัวแทนบริ
“ธุรกิจห้าดาว” ผู้นำธุรกิจจุดจำหน่ายอาหารพร้อมรับประทาน สร้างงานสร้างอาชีพให้ผู้ร่วมลงทุนมากว่า 38 ปี บนเส้นทางการสร้างธุรกิจให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืน ปัจจุบันมีแฟรนไชส์กว่า 5,000 รายในประเทศไทย สานฝันมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ด้วยเงินลงทุนที่เหมาะสมและคืนทุนเร็ว นายสุนทร จักษุกรรฐ์ กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจห้าดาวและร้านอาหาร เปิดเผยว่า ธุรกิจห้าดาว (Five Star) เป็นธุรกิจจุดจำหน่ายอาหารในรูปแบบแฟรนไชส์สัญชาติไทย ดำเนินการภายใต้ บริษัท ซีพีเอฟเรสเทอรองท์ แอนด์ ฟู้ดเชน จำกัด บริษัทย่อยของ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ โดยตลอดการดำเนินงาน 38 ปี มุ่งมั่นสร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการ ให้มีโอกาสเติบโตบนเส้นทางธุรกิจอย่างมั่นคง ปัจจุบันมีแฟรนไชส์จำหน่ายอาหารหลากหลาย ตั้งแต่ ซุ้มไก่ย่าง-ไก่ทอดห้าดาว กระทะเหล็ก Hi Pork เป็ดเจ้าสัว ข้าวมันไก่ไห่หนาน และ STAR COFFEE รวม 5,000 รายในประเทศไทย ธุรกิจห้าดาว ได้รับรางวัล “แฟรนไชส์ไทยอาหารยอดเยี่ยม” (BEST FOOD FRANCHISE) ประจำปี 2022 จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และรางวัล “Most Popular Investment Franchise In Thaila
ฟาร์มแฟคทอรี (FARMFACTORY) ธุรกิจสลัดและเครื่องดื่ม ในกลุ่ม บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เปิดแคมเปญ “FARMFACTORY’s Steak” พร้อม 2 เมนูใหม่ ด้วยวัตถุดิบหลักจาก CP Kurobuta (ซีพี-คูโรบูตะ) ได้แก่ “สเต๊กพอร์คช็อปคุโรบูตะ” เนื้อติดกระดูกฉ่ำๆ หมักด้วยพริกไทยดำ และ “สเต๊กหมูดำคุโรบูตะพริกไทยดำ” คัดเลือกส่วนหัวไหล่หมักพริกไทยดำ นุ่ม หอม ฉ่ำ เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้ากลุ่มวัยรุ่น ท่ามกลางกระแส Y2K ที่กำลังฮิตมาแรง และสายเฮลตี้ใส่ใจสุขภาพ รับประทานคู่ผักสลัดสดใหม่ Signature ของร้าน พร้อมมันบดราดซอสเกรวี่ และซอสบาร์บีคิวที่หอมเครื่องเทศพิเศษกว่าใคร นายสุจิตต์ เดชคง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ร้านฟาร์มแฟคทอรี เปิดเผยว่า การพัฒนาสูตรสเต๊กในครั้งนี้แตกต่างจากที่เคยทำมา เนื้อหมูที่เลือกใช้ต้องมั่นใจว่า คุณภาพดีที่สูงสุดในท้องตลาดอย่าง ซีพี-คูโรบูตะ เพื่อให้เข้ากับภาพลักษณ์ของสลัด FARMFACTORY ที่ตั้งเป้าเป็นแบรนด์สลัดอันดับ 1 พร้อมทั้งออกแบบการนำผักสลัดและเครื่องเคียงเข้ามาเสริมให้เข้ากันกับเมนู เพื่อรังสรรค์สเต๊กหมูจานพิเศษให้ผู้บริโภค
“การศึกษา คือ รากฐานของการพัฒนาประเทศ ถือว่ามีความสำคัญมาก และรากฐานของการพัฒนาประเทศจะเข้มแข็ง มั่นคงได้ ทุกภาคส่วนต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา” ดร.อนงค์ อมรรัตนเศรษฐ์ ผู้อำนวยการ โรงเรียนบ้านบุ (ประชารัฐพัฒนา) สะท้อนมุมมองต่อความสำคัญของความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับการพัฒนาการศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดในการขับเคลื่อนการยกระดับการศึกษาของไทย ภายใต้ความมุ่งมั่นของมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา “คอนเน็กซ์ อีดี” (CONNEXT ED) โรงเรียนบ้านบุ (ประชารัฐพัฒนา) จังหวัดนครราชสีมา เป็นโรงเรียนขยายโอกาสที่เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 2 จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีจำนวนนักเรียน 547 คน โรงเรียนเข้าร่วมโครงการคอนเน็กซ์ อีดี โดยมี บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ สนับสนุนงบประมาณดำเนินโครงการ “ยุวนวัตกร” ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 มุ่งเน้นให้นักเรียนมีทักษะกระบวนการคิด การวางแผน ความคิดสร้างสรรค์ และสร้างทักษะให้นักเรียนในการเขียนโปรแกรมควบคุมบอร์ดสมองกล รวมไปถึงการนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในการศึกษาต่อ ใช้ใ
บริษัท ซีพีเอฟ ฟิลิปปินส์ คอร์ปอเรชั่น สานต่อความร่วมมือกับ กระทรวงเกษตรแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ และธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งฟิลิปปินส์ (Development Bank of the Philippines : DBP) ในการดำเนินโครงการสนับสนุนเงินทุน และความรู้ด้านการจัดการฟาร์มที่ดี รวมถึงการป้องกันโรคให้กับเกษตรกรขนาดกลาง และรายย่อยของฟิลิปปินส์ได้เพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงสัตว์ ในการยกระดับภาคปศุสัตว์ และการเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศ นายอุดมศักดิ์ อักษรภักดี กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจสัตว์น้ำ ซีพีเอฟ ฟิลิปปินส์ กล่าวว่า บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับภาครัฐในการฟื้นฟูห่วงโซ่การผลิตสุกรในประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากโรคระบาด ภายใต้โครงการโครงการ “การให้เครดิตเพื่อฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมสุกร” หรือ โครงการ สุกร R3 (Swine Rehabilitation, Repopulation and Recovery Credit” or Swine R3 program) ซึ่งเริ่มดำเนินการในปี 2564 เพื่อให้สินเชื่อสนับสนุนเกษตรกรขนาดกลางและรายย่อยในการยกระดับระบบความปลอดภัยทางชีวภาพในฟาร์มสุกร ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จของโครงการดังกล่าวสู่ภาคการปศุสัตว์ และการเลี้ยงสัต
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ และ กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์เครือซีพี (Feed Ingredient Trading : FIT) ร่วมมือกับคู่ค้าธุรกิจ และเกษตรกร หนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปรับตัวรับกระแสโลก เพาะปลูกด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการปลูกและการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ เน้นการไถกลบตอซังหรือเศษวัสดุแทนการเผา ช่วยรักษาดินให้ชุ่มชื้น ร่วมแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ส่งผลดีต่อสุขภาพและชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรและผู้บริโภค นายวรพจน์ สุรัตวิศิษฏ์ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ กล่าวว่า ในฐานะเป็นผู้จัดหาสินค้าเกษตรเป็นวัตถุดิบหลักอาหารสัตว์ ได้ร่วมมือกับคู่ค้าผู้รวบรวมวัตถุดิบทางการเกษตร และเกษตรกรรายย่อยในการสร้างห่วงโซ่การผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ยั่งยืน รวมถึงแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ผ่านการดำเนินโครงการ “เกษตรกรพึ่งตน ข้าวโพดยั่งยืน” เพื่อแบ่งปันองค์ความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีให้เกษตรกรที่เพาะปลูกในพื้นที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องสามารถปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีแนวปฏิบัติในการเพาะปลูกที่ปลอดฝุ่นและปลอดเผา เน้น
นางสาววารุณี แก้วสอาด ผู้อำนวยการสำนักการพิมพ์ และอาจารย์ที่ปรึกษา พร้อมคณะจากโครงการขับเคลื่อนนวัตกรรมของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (สผ.) จำนวน 50 ท่าน เยี่ยมชมกระบวนการผลิตอาหารคุณภาพปลอดภัย โรงงานอาหารสำเร็จรูปหนองจอก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ทั้งอาหารพร้อมรับประทานแบบแช่เย็นและแช่แข็ง รวมทั้งผลิตภัณฑ์ไส้กรอกซีพี ที่ใส่ใจตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีทันสมัยผลิตอาหารได้มาตรฐานสากล สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมี นายณฤกษ์ มางเขียว ผู้บริหารสูงสุดธุรกิจอาหารสำเร็จรูป พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ ร่วมให้การต้อนรับ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนตลอดห่วงโซ่การผลิตอาหาร รุกติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ในโรงงานผลิตอาหารสัตว์ ฟาร์ม และโรงงานแปรรูปอาหาร 180 แห่ง ภายในปี 2566 ตั้งเป้าหมายกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 65 เมกะวัตต์ในปีนี้ และเพิ่มเป็น 100 เมกะวัตต์ ในปี 2568 ตอกย้ำความมุ่งมั่นผลิตอาหารปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ นายพีรพงศ์ กรินชัย รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟส่งเสริมและมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ทุกรูปแบบ ประกอบด้วยโซลาร์บนหลังคา (Solar Rooftop) โซลาร์ฟาร์ม (Solar Farm) และโซลาร์บนทุ่นลอยน้ำ (Solar Floating) เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า สำหรับใช้ในกระบวนการผลิตของโรงงานและฟาร์มเลี้ยงสัตว์ โดยในปีนี้ มีแผนเร่งดำเนินการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ในฟาร์มและโรงงานมากกว่า 180 แห่ง กำลังผลิตรวม 65 เมกะวัตต์ และตั้งเป้าหมายในปี พ.ศ. 2568 เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เป็น 100 เมกะวัตต์ ซีพีเอฟ ดำเนินการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ไปแล้ว
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนตลอดห่วงโซ่การผลิตอาหาร รุกติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ในโรงงานผลิตอาหารสัตว์ ฟาร์ม และโรงงานแปรรูปอาหาร 180 แห่ง ภายในปี 2566 ตั้งเป้าหมายกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 65 เมกะวัตต์ในปีนี้ และเพิ่มเป็น 100 เมกะวัตต์ ในปี 2568 ตอกย้ำความมุ่งมั่นผลิตอาหารปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ นายพีรพงศ์ กรินชัย รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟส่งเสริมและมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ทุกรูปแบบ ประกอบด้วย โซลาร์บนหลังคา (Solar Rooftop) โซลาร์ฟาร์ม (Solar Farm) และโซลาร์บนทุ่นลอยน้ำ (Solar Floating) เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า สำหรับใช้ในกระบวนการผลิตของโรงงานและฟาร์มเลี้ยงสัตว์ โดยในปีนี้ มีแผนเร่งดำเนินการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ในฟาร์มและโรงงานมากกว่า 180 แห่ง กำลังผลิตรวม 65 เมกะวัตต์ และตั้งเป้าหมายในปี พ.ศ. 2568 เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เป็น 100 เมกะวัตต์ ซีพีเอฟ ดำเนินการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ไปแล้ว
