ซีพีเอฟ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ มุ่งสู่ระบบการผลิตอาหารที่ยั่งยืน ยึดมั่นในหลักการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างรับผิดชอบและสมเหตุผลตลอดกระบวนการเลี้ยงสัตว์ พร้อมประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อร่วมลดปัญหาการเกิดเชื้อดื้อยา สัตว์มีสุขภาวะที่ดี ปลอดภัย เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม หนุนสร้างความมั่นคงทางอาหารให้คนไทยนายสัตวแพทย์ดำเนิน จตุรวิธวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สัตวแพทย์บริการวิชาการสุกร ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร และใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นทาง ปัจจุบัน ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ทั้งหมดของซีพีเอฟเลี้ยงในฟาร์มระบบปิดที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP จากกรมปศุสัตว์ ควบคุมคุณภาพและดำเนินการตามหลักอิสระ 5 ประการ ยึดหลักการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างรับผิดชอบและสมเหตุผล ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์ม โดยจะใช้สำหรับรักษาที่จำเป็นเท่านั้นตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ และเลือกใช้ยาสำหรับสัตว์เป็นลำดับแรก ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อวัตถุประสงค์เร่งการเจริญเติบโต เพื่อลดการเกิดเชื้อดื้อยาจากการใช้ยาแบบไม่ถู
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ขับเคลื่อนโครงการความยั่งยืนสู่ชุมชน สร้างผลกระทบเชิงบวกทางสังคม ชูโมเดลความสำเร็จโครงการ “ปุ๋ยเปลือกไข่สู่ชุมชนและเกษตรกร จังหวัดชัยภูมิ” เป็นต้นแบบของโครงการที่เกิดประโยชน์ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์เป้าหมายความยั่งยืน CPF 2030 Sustainability in Action และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (SDGs) ลดขยะสู่การฝังกลบ และลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก โครงการปุ๋ยเปลือกไข่สู่ชุมชนและเกษตรกร จังหวัดชัยภูมิ ได้รับการประเมินผลกระทบทางสังคม (SIA) ปี 2565 รับรองข้อมูลโดย LRQA ซึ่งเป็นผู้ให้บริการชั้นนำด้านการตรวจรับรองที่ได้รับความเชื่อถือ รับรองผลของโครงการ มีการนำเปลือกไข่และมูลไก่ไปทำปุ๋ยหมัก สามารถลดขยะสู่บ่อฝังกลบ 370 ตันต่อปี ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 75 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และมีเกษตรกรรอบสถานประกอบการที่ได้ประโยชน์ 60 ราย ตลอดจนสร้างมูลค่าต่อบริษัทและสังคมกว่า 325,000 บาท โครงการ “ปุ๋ยเปลือกไข่สู่ชุมชนและเกษตรกร จังหวัดชัยภูมิ” เป็นการศึกษาจนเกิดองค์ความรู้ของบุคลากร ทำให้ได้ปุ๋ยน้ำชีวภาพ เพื่อนำไปผสมกับมูลไก
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ จัดงานสัมมนาพัฒนาศักยภาพคู่ค้าธุรกิจ CPF CAPACITY BUILDING FOR PARTNERSHIP 2022 เพื่อแบ่งปันความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินงานที่ทันสมัยและปรับตัวรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแก่คู่ค้าธุรกิจกว่า 200 องค์กร ยกระดับห่วงโซ่อุปทานอาหารที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันคู่ค้าธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน โดยมี นายสิริพงศ์ อรุณรัตนา ประธานผู้บริหาร ฝ่ายปฎิบัติการธุรกิจสัตว์บก ซีพีเอฟ ในฐานะ ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนและกำกับดูแลการจัดหาอย่างยั่งยืนเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายพีรพงศ์ กรินชัย รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ด้านวิศวกรรมกลาง และ นางสาวธิดารัตน์ เดชายนต์บัญชา รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านจัดซื้อพัสดุครุภัณฑ์ ซีพีเอฟ ร่วมสื่อสารนโยบายและแนวทางการจัดซื้อที่รับผิดชอบต่อโลก ณ ทรู ไอคอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม นายสิริพงศ์ กล่าวว่า บริษัทฯ จัดกิจกรรมถ่ายทอดความรู้และแบ่งปันประสบการณ์การดำเนินงานที่เป็นเลิศและรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมแก่คู่ค้าธุรกิจอย่างต่อเนื่
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ส่งความห่วงใยเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดสงขลา ระดมทีมจิตอาสา ลงพื้นที่มอบผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพปลอดภัยและน้ำดื่มซีพี แก่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและคลายความเดือดร้อนจากภาวะน้ำท่วมฉับพลันอย่างเร่งด่วน นายวิฑูรย์ เจริญทิพย์ปัญญา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธุรกิจสุกร ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ชาวซีพีเอฟจากทุกกลุ่ม ธุรกิจในเขตภาคใต้ ได้แก่ ธุรกิจสุกร ธุรกิจไก่ไข่ภาคใต้ ธุรกิจไก่เนื้อ ธุรกิจอาหารสัตว์บก และสำนักธุรการ ผนึกกำลังร้อยเรียงความดี ในกิจกรรม “CPF ส่งอาหารจากใจ สู้ภัยน้ำท่วม” ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนชาวสงขลาที่ได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบวิกฤตน้ำท่วมฉับพลัน ชาวซีพีเอฟตระหนักถึงความเดือดร้อนดังกล่าว จึงนำไข่ไก่สดปลอดสาร 5,310 ฟอง เนื้อหมูสด 100 กิโลกรัม เนื้อไก่สด 500 กิโลกรัม และน้ำดื่มซีพี 2,400 ขวด ไปมอบให้แก่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ด้าน พันเอก ปกรณ์ จันทรโชตะ รองผู้บ
AXONS (แอ๊กซอน) บริษัทเทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร (Agritech) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ กับ “42 บางกอก” สถาบันโปรแกรมเมอร์ชั้นนำระดับโลก ภายใต้การกำกับดูแลของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม และพัฒนาโปรแกรมเมอร์ด้าน Agritech ยกระดับศักยภาพภาคเกษตรกรรมของไทยสู่ยุคดิจิทัล พิธีลงนาม MOU ดังกล่าว ได้รับเกียรติจาก รศ.ดร. คมสัน มาลีสี รักษาการแทนอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ นายสรรเสริญ สมัยสุต กรรมการผู้จัดการ แอ๊กซอน ร่วมลงนามโดยมี นางสาวพิมลรัตน์ รีพัฒนาวิจิตรกุล ประธานผู้บริหารทรัพยากรบุคคล บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ และ ผศ.ดร. ชัยยันต์ เจตนาเสน รักษาการแทนอธิการ 42 บางกอก เป็นสักขีพยาน ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นายสรรเสริญ กล่าวว่า ความร่วมมือของสององค์กรในครั้งนี้ เพื่อผลิตโปรแกรมเมอร์ที่มีทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ และพัฒนาคุณภาพของบุคลากรให้ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมของประเทศและของโลก โดยเฉพาะในด้านธุรกิจเกษตรอุ
ตลอด 35 ปีที่ผ่านมา “โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” ที่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ และมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชนและเกษตรกรในชนบทห่างไกลทั่วประเทศ กลายเป็นหนึ่งในโครงการที่ร่วมบรรเทาปัญหาขาดแคลนโปรตีน สารอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตแก่เยาวชนในชนบทได้อย่างเป็นรูปธรรม ช่วยสนับสนุนความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการที่ดีแก่เด็กนักเรียน และยังคงเดินหน้าสู่เป้าหมายโรงเรียน 1,000 แห่ง ภายในปี 2568 เพื่อผลักดันสู่ “การสร้างคลังอาหารในโรงเรียน” เกิดห้องเรียนอาชีพจากการเรียนรู้การเลี้ยงไก่ไข่ ขยายผลสู่ชุมชนเป็นคลังเสบียงในชุมชน คุณสมคิด วรรณลุกขี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธุรกิจไก่ไข่ ซีพีเอฟ เล่าว่า เครือซีพี ซีพีเอฟ ร่วมกับมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตาม “โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน” สานต่อเป็น “โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” มาตั้งแต่ ปี 2532 จนถึงปัจจุบัน เพื่อส่งเสริมให้เด
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ตระหนักถึงความเสี่ยงประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน ดำเนินงานเชิงรุกเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในองค์กรต่อเนื่อง ร่วมมือกับ มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (Labour Protection Network Foundation: LPN) องค์กรประชาสังคมพันธมิตร สานต่อโครงการจัดอบรมด้านสิทธิมนุษยชนแก่พนักงาน และการดำเนินงานศูนย์รับฟังเสียงพนักงาน “Labour Voices Hotline by LPN” เป็นปีที่ 5 พร้อมร่วมตรวจประเมินกระบวนการจ้างงานพนักงานอย่างมีจริยธรรม เพื่อให้มั่นใจการสรรหาแรงงานต่างชาติของซีพีเอฟอยู่ภายใต้กฎหมาย โปร่งใส มีความเป็นธรรม และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง นางสาวพิมลรัตน์ รีพัฒนาวิจิตรกุล ประธานผู้บริหารทรัพยากรบุคคล ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทฯ มี นโยบายจ้างงานอย่างมีจริยธรรม ปฏิบัติต่อแรงงานถูกต้องตามกฎหมาย เท่าเทียมและเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติโดยสิ้นเชิง (Zero-Tolerance Approach) ส่งเสริมความหลากหลายและยอมรับความแตกต่าง โดยมีการจ้างพนักงานต่างชาติจากประเทศต้นทางเป็นพนักงานโดยตรงของบริษัทฯ ได้รับค่าตอบแทนและสวัสดิการอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกับพนักงานชาวไทย ซึ่ง
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ตอกย้ำความเป็น “ครัวของโลกที่ยั่งยืน” โชว์นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคตที่เน้นการพัฒนาอาหารจากวัตถุดิบทางเลือก และเทคนิคใหม่ๆ เพื่อความปลอดภัย และสุขภาพที่ดีขึ้นของผู้บริโภค สร้างสมดุลระบบนิเวศซึ่งเป็นฐานทรัพยากรในการผลิตอาหาร พร้อมร่วมแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับเทรนด์อาหารโลกที่มีความสำคัญต่อวิถีความเป็นอยู่ของทุกคนในอนาคตข้างหน้า หนุนอุตสาหกรรมอาหารไทย ขับเคลื่อนหลัก BCG Economy ต่อยอดสู่การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน สร้างโอกาสทางการค้า ตอบรับสถานการณ์โลก ดร. ลลานา ธีระนุสรณ์กิจ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านนวัตกรรมอาหารและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ซีพีเอฟ ได้รับเชิญไปเป็นวิทยากร (Keynote Speaker) ในหัวข้อ Future Food Trends หรือ เทรนด์อาหารอนาคต ในงาน Isan BCG Expo 2022 จัดขึ้น ณ ขอนแก่น อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ ระหว่างวันที่ 9-12 ธันวาคม โดยกลุ่มมิตรผล ซึ่ง ดร. ลลานา ได้กล่าวว่า อาหารแห่งอนาคตต้องตอบโจทย์ด้านความยั่งยืน ทั้งในแง่สุขภาพของประชากร และสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ การพัฒนาอาหารแห่งอนาคต จะต้องคำนึงถึงสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ (wants) เช่น
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เดินหน้าพัฒนาศักยภาพการแข่งขันให้กับคู่ค้าที่เป็นผู้ประกอบการ SME สามารถผลิตสินค้าอาหารที่มีคุณภาพความปลอดภัยตามระบบมาตรฐานสากลขั้นสูงระดับโลก ติดอาวุธ SME มีความรู้เชิงลึกนำระบบจัดการสู่การปฏิบัติจริงในการผลิตสินค้า สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยอาหารให้เกิดตลอดห่วงโซ่อุปทานการผลิตอาหารของซีพีเอฟ เพิ่มความเชื่อมั่นแก่ลูกค้าและผู้บริโภคทั่วโลก หนุนคู่ค้า SME เข้มแข็งเติบโตไปด้วยกัน ดร. สมหมาย เตชะศิรินุกูล รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ด้านประกันคุณภาพกลาง ซีพีเอฟ กล่าวว่า ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ใส่ใจคุณภาพและความปลอดภัยสินค้าสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะหลังสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ที่ประเทศทั่วโลกมีความเข้มงวดในการนำเข้าอาหารสูงขึ้น คู่ค้าธุรกิจซึ่งเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบหลัก เป็นปัจจัยสำคัญของห่วงโซ่อุปทานอาหารซีพีเอฟในการส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงและความปลอดภัย สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้แก่ผู้บริโภค บริษัทฯ จึงมุ่งมั่นพัฒนาถ่ายทอด แบ่งปันองค์ความรู้ และประสบการณ์ให้คู่ค้าที่เป็นผู้ประกอบการ SME ซึ่งทำหน้าที่จัดหาวัตถุดิบหลักในกลุ่มเครื่องปรุง มีนวั
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ยกระดับมาตรฐานระบบบริหารจัดการคุณภาพและสอดคล้องตามข้อกำหนดลูกค้า เดินหน้าพัฒนาศักยภาพบุคลากรในองค์กร เสริมสร้างทักษะและความเชี่ยวชาญในการเป็นผู้ตรวจประเมินระบบบริหารจัดการคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร ตอกย้ำเป็นองค์กรที่มุ่งมั่นในการสร้างมาตรฐานตลอดเวลา ดร. สมหมาย เตชะศิรินุกูล รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ด้านประกันคุณภาพ ซีพีเอฟ เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตร (Certificate) ให้กับพนักงานของซีพีเอฟจากกลุ่มธุรกิจต่างๆ ที่ผ่านการฝึกอบรม หลักสูตร “ ISO 9001 : 2015 – Quality Management System Auditor / Lead Auditor โดยมี นายมนตรี ตั้งเติมสิริกุล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอส จี เอส ประเทศไทย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำที่ให้การรับรองมาตรฐานระบบบริหารคุณภาพ ให้เกียรติร่วมพิธีฯ ดร. สมหมาย กล่าวว่า บริษัทฯ ตระหนักอยู่เสมอถึงความสำคัญของคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร อาหารอร่อย และต้องปลอดภัย เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย จึงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและพัฒนาพนักงานให้มีองค์ความรู้ เพื่อสร้างนวัตกรรมให้กับองค์กรและผู้บริโภค รวมทั้งเล็งเห็นความสำคัญในการสร้าง
