ซีพีเอฟ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพที่ดีและมีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางอาหาร ปรับสูตรอาหารลดโซเดียมคลอไรด์ ตอบโจทย์แนวโน้มความต้องการของผู้บริโภคที่เน้นคุณค่าทางโภชนาการควบคู่กับคุณภาพและรสชาติ นางสาวนุสรา บูรณะวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารซีพีเอฟ (CPF Food Research and Development Center : RD ) กล่าวว่า ซีพีเอฟ ในฐานะบริษัทผู้ผลิตอาหารชั้นนำของโลก ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพที่ดี และมีคุณค่าทางโภชนาการที่มากขึ้น อาทิ การปรับสูตรอาหารเพื่อลดปริมาณโซเดียมคลอไรด์ (เกลือแกง) ในผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทาน (Ready meal) ลงปีละ 5% และในทุกๆครั้งที่มีการปรับสูตรอาหาร จะมีการทดสอบการยอมรับของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ (Consumer Test) R&D ของซีพีเอฟนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาสูตรอาหาร ด้วยการผสมผสานวัตถุดิบที่เสริมกลิ่นรส การใช้เครื่องเทศเพิ่มกลิ่น การปรับสีอาหาร การปรับปรุงเนื้อสัมผัส รวมถึงปรับปรุงกรรมวิธีการผลิตอาหาร เพื่อลดการใช้เกลือ และยังคงการยอมรับของ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ คว้า 4 รางวัล จากการประกวด Marketing Award of Thailand 2022 (MAT Award 2022) จัดโดย สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย โดยผลิตภัณฑ์เนื้อจากพืชแบรนด์ “MEAT ZERO” ได้รับรางวัล Grand Prize สุดยอดแคมเปญการตลาดแห่งปี จากคะแนนสูงสุดแต่ละในกลุ่มรางวัล และได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจากคณะกรรมการผู้ตัดสิน คณะกรรมการสมาคมการตลาด ตลอดจนคณะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของโครงการ นอกจากนี้ ยังคว้ารางวัลระดับ Gold ประเภทการตลาดที่มีความเป็นเลิศด้านกลยุทธ์ (Strategic Marketing) หลังประสบความสำเร็จขึ้นแท่นเป็นผู้นำตลาดอันดับ 1 ในระยะเวลาเพียง 18 เดือน พร้อมทั้งรางวัลประเภทการตลาดที่มีความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี (Innovations & Martech) มาครองถึง 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ “MEAT ZERO” และ “CP โบโลน่า” นางสาวอนรรฆวี ชูรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านการตลาดกลาง ซีพีเอฟ กล่าวว่า การได้รับรางวัล Strategic Marketing ของ MEAT ZERO นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างมาก เนื่องจากซีพีเอฟได้ทำการสำรวจและศึกษาพฤติกรรมประชาชนพบว่า คนไทยที่เป็นมังสวิรัติยืดหยุ่น (Flexitarian) มีมากถึง 2
ศูนย์สวัสดิภาพและธรรมาภิบาลแรงงานประมงสงขลา (ศูนย์ FLEC) และเครือข่ายพันธมิตรภาครัฐ และเอกชน ดำเนินกิจกรรม “ขยะดี มีค่า” ชวนแรงงานประมงต่างด้าว และเรือประมง มีส่วนร่วมจัดการปริมาณขยะอย่างถูกวิธี บรรเทาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยในปีนี้ แรงงานประมงต่างด้าวและครอบครัวสามารถเก็บรวบรวมได้กว่า 800 กิโลกรัม นำรายได้จากการคัดแยกขยะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวแรงงานประมงต่างชาติ พร้อมก้าวสู่ชุมชนต้นแบบจัดการปลอดขยะแบบครบวงจร สร้างผลดีต่อระบบนิเวศทางทะเลและยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานประมงข้ามชาติ นางสาวนาตยา เพชรรัตน์ ผู้จัดการศูนย์อภิบาลผู้เดินทางทะเลสงขลา ในฐานะกรรมการศูนย์ FLEC กล่าวว่า ในปี 2565 ศูนย์ FLEC ร่วมกับองค์กรพันธมิตรภาครัฐ และเอกชน 7 องค์กร ประกอบด้วย องค์การสะพานปลา กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย ศูนย์อภิบาลผู้เดินทางทะเลสงขลา (บ้านสุขสันต์) บริษัท จีอีพีพี สะอาด จำกัด บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ จีซี และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ริเริ่มและดำเนินกิจกรรม “ขยะดี มีค่า” ขึ้น สร้างการมีส่วนร่วมของแ
นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมเวที CEO Dialogue : แลกเปลี่ยนความคิดเห็นโครงการธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนสำหรับภาคธุรกิจในตลาดทุนไทย (ระยะที่ 2) ในหัวข้อ”เตรียมความพร้อมธุรกิจสู่การตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน” จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมกับคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อระดมความเห็นและแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากผู้บริหารองค์กรภาคเอกชน นำมาเป็นข้อมูลประกอบการจัดทำเครื่องมือช่วยส่งเสริมภาคธุรกิจดำเนินการด้วยการเคารพสิทธิมนุษยชน ตามหลักการชี้แนะขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UNGPs) อย่างเป็นรูปธรรม นายประสิทธิ์ กล่าวว่า ซีพีเอฟมีการลงทุนใน 17 ประเทศทั่วโลกและส่งออกมากกว่า 40 ประเทศ บริษัทดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความยั่งยืน โดยยึดปรัชญา 3 ประโยชน์ คือ ไปลงทุนที่ไหนแล้วต้องทำประโยชน์ให้ประเทศนั้นๆ เพื่อที่จะอยู่ได้ในระยะยาวอย่างยั่งยืน ต้องทำประโยชน์ให้กับสังคม หากทำทั้งสองเรื่องสำเร็จ ก็จะทำให้บริษัทอยู่ได้ในระยะยาว นอกจากนี้ ภายใต้เป้าหม
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ได้รับรางวัล “องค์กรต้นแบบความยั่งยืนในตลาดทุนไทย ด้านสนับสนุนคนพิการ” ระดับดีเด่นประจำปี 2565 จาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเชิดชูเกียรติองค์กรธุรกิจในตลาดทุนไทยที่มีศักยภาพในการสนับสนุนกลุ่มผู้เปราะบางและผู้พิการสามารถช่วยเหลือและพึ่งพาตนเองได้ ซึ่งพิธีมอบรางวัลได้รับเกียติจาก นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นผู้มอบรางวัล นางสาวพิมลรัตน์ รีพัฒนาวิจิตรกุล ประธานผู้บริหารทรัพยากรบุคคล ซีพีเอฟ กล่าวว่า การได้รับรางวัล “องค์กรต้นแบบความยั่งยืนในตลาดทุนไทย ด้านสนับสนุนคนพิการ จาก ก.ล.ต. เป็นรางวัลที่ชื่นชม ซีพีเอฟ ในฐานะเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีแนวปฏิบัติที่ดีในการเปิดโอกาสให้คนพิการมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 โดยดำเนินโครงการจัดจ้างคนพิการ ตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน และในปี 2565 ซีพีเอฟจัดจ้างคนพิการ 681 คน ซึ่งจำนวนสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด เพื่อทำงานในสถานประกอบการของซีพีเอฟ หรือทำงานสาธารณประโยชน์ในชุมชนตน
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจอาหาร โชว์ศักยภาพความเป็นครัวของโลกที่ยั่งยืน ในงาน “แม็คโคร มหกรรมครบเครื่องเรื่องอาหารและอุปกรณ์ ครั้งที่ 15” (Makro HoReCa 2022) ภายใต้แนวคิด “HoReCa Redefined พลิกแนวคิด ปรับธุรกิจ เติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด” ยกขบวนอาหารคุณภาพปลอดภัยหลากหลายกลุ่มสินค้า ตอบโจทย์ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจจัดเลี้ยงอย่างครบครัน ในการนี้ ซีพีเอฟ ได้รับเกียรติบัตรคู่ค้าที่เข้าร่วมโครงการยกระดับมาตรฐานการผลิตตามมาตรการเพิ่มเติมเฉพาะกิจในการป้องกันการปนเปื้อนไวรัส Covid-19 สำหรับกลุ่มสินค้าอาหารทะเลประเภทปลาและกุ้ง นายกฤษณ มรกต รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า บริษัทฯ มุ่งมั่นวิจัยและพัฒนาอาหารด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีทันสมัย ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานสากล ตรวจสอบย้อนกลับได้ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งมอบอาหารคุณภาพปลอดภัย รสชาติอร่อย และมีคุณค่าทางโภชนาการสู่ผู้บริโภค โดยเฉพาะสินค้าใหม่ที่ตอบโจทย์เทรนด์ของโลกและทุกรูปแบบธุรกิจ เพื่อต่อยอดและเพิ่มศักยภาพให้คู่ค้าเติบโตไปด้วยกัน “ในป
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจอาหาร โชว์ศักยภาพความเป็นครัวของโลกที่ยั่งยืน ในงาน “แม็คโคร มหกรรมครบเครื่องเรื่องอาหารและอุปกรณ์ ครั้งที่ 15” (Makro HoReCa 2022) ภายใต้แนวคิด “HoReCa Redefined พลิกแนวคิด ปรับธุรกิจ เติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด” ยกขบวนอาหารคุณภาพปลอดภัยหลากหลายกลุ่มสินค้า ตอบโจทย์ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจจัดเลี้ยงอย่างครบครัน ในการนี้ ซีพีเอฟ ได้รับเกียรติบัตรคู่ค้าที่เข้าร่วมโครงการยกระดับมาตรฐานการผลิตตามมาตรการเพิ่มเติมเฉพาะกิจในการป้องกันการปนเปื้อนไวรัส COVID-19 สำหรับกลุ่มสินค้าอาหารทะเลประเภทปลาและกุ้ง นายกฤษณ มรกต รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ปีนี้ ซีพีเอฟ ได้นำนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพที่โดดเด่น อาทิ ไก่เบญจา (Benja Chicken) ภายใต้แบรนด์ยูฟาร์ม (U FARM) คัดเลือกไก่สายพันธุ์พิเศษมาเลี้ยงด้วย Superfoods ชั้นดี อย่าง ข้าวกล้อง และ Flax Seed ทำให้ได้เนื้อไก่มีสีอมชมพู หอม นุ่ม ฉ่ำ กว่าเนื้อไก่ทั่วไปถึง 55% และมีโอเมก้า 3 สูง เป็นเนื้อไก่ 100% ปลอดสาร ปลอดภัย จากธรรมชาติ ไม่ใช้ฮอร์โมนและไม่ใ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเมนูพิเศษเสิร์ฟงานเลี้ยงอาหารค่ำการประชุมผู้นำภาคเอกชนของเอเปค หรือ APEC CEO Summit Reception 2022 โดยนำสองผลิตภัณฑ์ยั่งยืน ได้แก่ เนื้อจากพืช Meat Zero และ ไก่เบญจา แบรนด์ U FARM ซึ่งมีห่วงโซ่การผลิตภายใต้แนวคิด BCG โมเดล ให้ผู้นำระดับโลกได้ลิ้มลองความอร่อย ตอกย้ำคุณภาพอาหารที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ช่วยโลกยั่งยืน “Meat Zero นวัตกรรมเนื้อจากพืช หรือ Plant Base ที่เป็นโปรตีนทางเลือกและอาหารแห่งอนาคต ที่มีเนื้อสัมผัส สีสัน และรสชาติเสมือนเนื้อสัตว์จริง ปราศจากคอเลสเตอรอล มีโปรตีนและไฟเบอร์สูง เหมาะกับผู้รักสุขภาพและใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพราะลดขั้นตอนการเลี้ยงสัตว์ในฟาร์ม ด้วยการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยและนวัตกรรมขั้นสูงมาใช้ในกระบวนการผลิต โดยนำเสนอในรูปแบบอาหารวีแกนหลากหลายเมนู ได้แก่ นักเก็ต เกี๊ยวซ่า โบโลน่า และข้าวตังมัสมั่น ขณะที่ “ไก่เบญจา หรือ Benja Chicken” ปรุงอย่างพิถีพิถันพร้อมเสิร์ฟในเมนู ส้มตำไก่ย่าง ข้าวซอยไก่ และข้าวตังหน้าไก่ รังสรรค์ด้วยวัตถุดิบพรีเมียมจาก U FARM นวัตกรรมของซีพีเอฟ คัดเลือกไก่สายพันธุ์พิเศษมาเลี้ยงด้วย
การประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก(Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ต้อนรับผู้นำจากนานาประเทศใน 21 เขตเศรษฐกิจของโลก โดย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ในฐานะผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจร ร่วมแสดงศักยภาพโชว์กระบวนการผลิต และ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ยั่งยืน ภายใต้แนวคิด Sustainable Kitchen of the World Towards Net-Zero โดยในวันนี้ (17 พ.ย.) นายพีรพงศ์ กรินชัย รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ด้านวิศวกรรมกลาง และนางสาวอนรรฆวี ชูรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านการตลาด ซีพีเอฟ ให้การต้อนรับสื่อมวลชนที่ให้เกียรติเยี่ยมชมบูธ CP-CPF ซึ่งตอกย้ำแนวทางการดำเนินธุรกิจด้วยความยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับแนวทาง BCG เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular- Green- Economy Model -BCG) เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero) ในปี 2050 หรือ ปี พ.ศ. 2593 สอดรับเป้าหมายของรัฐบาลและเป้าหมายของโลก นายพีรพงศ์ กล่าวว่า ซีพีเอฟ มีนโยบายมุ่งสู่ Net-Zero อย่างชัดเจน ในปี 2050 ซึ่งปัจจุบัน ได้นำ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ รายงานยอดขายไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 160,266 ล้านบาท กำไรสุทธิ 5,108 ล้านบาท เติบโต 195% จากปีก่อน โดยผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น มีปัจจัยหลักมาจากธุรกิจเนื้อสัตว์ในประเทศไทยและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนที่ดีขึ้น ทำให้ผลการดำเนินงานรอบ 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.) ปี 2565 มียอดขายรวม 455,149 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% จากระยะเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา และมีกำไรสุทธิรอบ 9 เดือนรวม 12,158 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93% จากระยะเวลาดียวกันของปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มดีต่อเนื่อง นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวถึงผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นว่า ยอดขายของกิจการในหลายประเทศปรับตัวดีขึ้น จากกำลังซื้อทั้งการบริโภคในประเทศและการส่งออก ที่เป็นผลจากการผ่อนคลายของมาตรการต่างๆ ในการป้องกันโควิด-19 และมีการเปิดประเทศมากขึ้น นอกจากนั้น ประเทศไทยประสบปัญหาภาวะสุกรขาดแคลนอย่างมากจากโรคระบาดในการเลี้ยงตั้งแต่ปลายปี 2564 ซึ่งส่งผลให้ราคาสุกรอยู่ในระดับที่สูงกว่าปีก่อน รวมทั้งทำให้ราคาไก่เนื้อปรับตัวสูงขึ้นด้วย จากความต้องการบริโภคทดแทนเนื้อสุกรที่ขาดแคลน นอกจา
