ซีพีเอฟ
ศูนย์สวัสดิภาพและธรรมาภิบาลแรงงานประมงสงขลา (Fishermen’s Life Enhancement Center หรือ ศูนย์ FLEC) มุ่งมั่นเดินหน้าขับเคลื่อนกิจกรรมเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ของแรงงานประมงข้ามชาติ รวมถึงครอบครัว ในจังหวัดสงขลา เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ เสริมสร้างความสามารถในการพึ่งพาตนเอง ร่วมป้องกันการค้ามนุษย์ โดยล่าสุด ศูนย์ฯ จัดกิจกรรมทัศนศึกษา เปิดโอกาสให้บุตรหลานแรงงานประมงข้ามชาติ ได้เรียนรู้นอกห้องเรียนต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 นางสาวนาตยา เพชรรัตน์ ผู้จัดการศูนย์อภิบาลผู้เดินทางทะเลสงขลา ในฐานะกรรมการศูนย์ FLEC กล่าวว่า เร็วๆ นี้ ศูนย์ FLEC พาลูกหลานของแรงงานประมงข้ามชาติ จำนวน 16 คน ซึ่งเป็นนักเรียนของ “ห้องเรียนรู้เพื่อเด็กและครอบครัวแรงงานเพื่อนบ้าน” ภายใต้การดำเนินงานของศูนย์ FLEC เปิดประสบการณ์เรียนรู้นอกห้องเรียน อบรมวิชาชีพการประกอบอาหารและขนมไทย ที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ภาค 12 จังหวัดสงขลา สนับสนุนให้เด็กๆ ได้เรียนรู้การเตรียมและปรุงอาหารอย่างปลอดภัย ต่อยอดโครงการปลูกผักสวนครัวของห้องเรียนรู้ฯ ที่เด็ก ๆ ดูแลและเก็บไปทานกับครอบครัว ซึ่งเป็นโครงการที่ริเริ่มตั้งแต่ปี 2560 ลูกหลานของแรงงานประม
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เดินหน้าขับเคลื่อน “ฟาร์มอัจฉริยะ” (Smart Farm) นำนวัตกรรม เทคโนโลยีที่ทันสมัย ทั้ง ระบบดิจิทัล บล็อกเชน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการเลี้ยงสัตว์ ส่งเสริมสุขภาพของสัตว์ให้มีสุขภาวะที่ดี มีความเป็นอยู่ที่ดี ช่วยให้สัตว์มีภูมิต้านทานจากภายใน ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ ป้องกันการเกิดเชื้อดื้อยา ได้รับการรับรองมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ในระดับสากล ตอบโจทย์ความต้องการผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ที่มีกระบวนการผลิตที่รับผิดชอบต่อสวัสดิภาพสัตว์ น.สพ. พยุงศักดิ์ สมยานนทนากุล รองกรรมการผู้จัดการ ด้านมาตรฐานฟาร์มและข้อกำหนดลูกค้า ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทฯ มุ่งมั่นขับเคลื่อนนำระบบ “ฟาร์มอัจฉริยะ” (Smart Farm) มาผนวกกับการจัดการฟาร์มและการดูแลสุขภาพสัตว์ในฟาร์มอย่างต่อเนื่อง ภายใต้นโยบายสวัสดิภาพสัตว์และการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างมีความรับผิดชอบ ด้วยการประยุกต์ใช้ระบบการควบคุมอัตโนมัติ (Automation) ระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีที่ทันสมัย อาทิ การติดตั้งเซนเซอร์ Internet of Things (IoT) เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) เป็นต้น ตลอดจนมีการวิเคราะห์และแสดงผ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เลี้ยงไก่ด้วยจุลินทรีย์ “โปรไบโอติก” นวัตกรรมสร้างภูมิคุ้มกันจากภายใน ช่วยสร้างสมดุลลำไส้ ส่งผลให้ไก่มีสุขภาพแข็งแรง ไม่ป่วย และไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ลดปัญหาเชื้อดื้อยา เป็นไปตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) มุ่งส่งต่ออาหารปลอดภัยสู่ผู้บริโภค ดร. ไพรัตน์ ศรีชนะ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สำนักวิชาการอาหารสัตว์ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า กระบวนการเลี้ยงสัตว์ของซีพีเอฟ ดำเนินการตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ และการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุสมผล ซึ่งบริษัทฯ ได้คิดค้นนวัตกรรมการเลี้ยงไก่ด้วยจุลินทรีย์ดี “โปรไบโอติก” เพื่อตอบโจทย์สุขภาพของผู้บริโภค ภายใต้แนวคิดการผลิตอาหารปลอดภัย เพื่อทำให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันจากภายใน ส่งผลให้สัตว์มีสุขภาพที่ดี แข็งแรง ไม่ป่วย จึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ รวมทั้งไม่มีการใช้ฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโตตลอดการเลี้ยงดู ทำให้เนื้อไก่ซีพีเอฟ ปลอดสาร ปลอดภัย ได้วัตถุดิบอาหารประเภทเนื้อสัตว์คุณภาพดีที่ส่งผลดีไปยังสุขภาพของผู้บริโภค “บริษัทฯ คัดเลือกจุลินทรีย์โปรไบโอติกสายพันธุ์ที่ดีที่สุด และเหมาะสมกับสายพันธุ์สัตว์ โดยคัดโปร
จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ยังไม่คลี่คลายในหลายพื้นที่ของไทย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ยังคงส่งความห่วงใยถึงพี่น้องชาวไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมีทีมงานจิตอาสาร่วมร้อยเรียงความดี เป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ลงพื้นที่ช่วยเหลือในทันที นำอาหารและน้ำดื่ม ในโครงการ “CPF ส่งอาหารจากใจ สู้ภัยน้ำท่วม” จัดส่งให้ถึงมือประชาชน เพื่อให้คนไทยเข้าถึงอาหารปลอดภัยอย่างทั่วถึง เขตภาคเหนือเป็นอีกพื้นที่ที่กลุ่มธุรกิจสุกรภาคเหนือของซีพีเอฟ เร่งให้ความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะในเขตจังหวัดเชียงใหม่ ทีมซีพีเอฟจิตอาสาโรงงานตัดแต่งและแปรรูปสุกรเชียงใหม่ นำโดย นายสมพงษ์ อัครแสงทิพย์ ผู้จัดการศูนย์ตัดแต่งและกระจายสินค้า (ห้วยส้ม) เชียงใหม่ ธุรกิจสุกร 3 ภาคเหนือตอนบน ส่งมอบเนื้อสุกร น้ำดื่ม และข้าวสาร เพื่อนำไปช่วยเหลือชาวชุมชนบ้านห้วยส้ม ตำบลสันกลาง อำเภอสันป่าตอง โดยมี นายคำมูล กันทา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสันกลาง เป็นผู้รับมอบ พร้อมกล่าวขอบคุณซีพีเอฟที่นำผลิตภัณฑ์มามอบแก่ชาวห้วยส้ม ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจากอิทธิพลของพายุโนรู ทำให้มีฝนตกหนักติดต่อหลายวัน ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นจากแม่น้ำขานแล
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เดินหน้าโครงการช่วยเหลือคู่ค้าธุรกิจกว่า 15,000 รายต่อเนื่อง จับมือกับพันธมิตรเดินหน้าเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้แข็งแกร่ง เพิ่มโอกาสความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจให้แก่คู่ค้า ยกระดับสู่การเป็นผู้ประกอบการระดับโลก หนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน นางสาวธิดารัตน์ เดชายนต์บัญชา รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านจัดซื้อพัสดุครุภัณฑ์ ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของคู่ค้าธุรกิจ ต่อห่วงโซ่อุปทานของซีพีเอฟในการผลิตและส่งมอบอาหารคุณภาพสูง ปลอดภัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแก่ผู้บริโภคทั่วโลกได้อย่างเพียงพอและต่อเนื่อง ตลอด 1-2 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการหลากหลาย เพื่อช่วยให้คู่ค้ามีความพร้อมทั้งการเงินและทักษะความรู้ที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและพร้อมรับมือกับทุกความท้าทายที่เกิดขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสผู้ประกอบการประสบผลสำเร็จและเติบโตต่อไปในอนาคต ในเดือนกันยายนปีนี้ ซีพีเอฟจับมือธนาคารกรุงเทพ ดำเนิน โครงการ “CPF x BBL เสริมสภาพคล่อง…เคียงข้างคู่ค้า” เพื่อช่วยเหลือให้คู่ค้าธุร
นายวุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาความยั่งยืนองค์กร ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟ มีวิสัยทัศน์เป็นครัวของโลกที่ยั่งยืน และมุ่งมั่นสร้างความมั่นคงทางอาหาร ให้ความสำคัญต่อกระบวนการความยั่งยืนในธุรกิจอาหารทั้งด้านความปลอดภัยและคุณภาพในการผลิตอาหาร บนหลักการดำเนินธุรกิจด้วยการบริหารจัดการทรัพยากรเกิดประโยชน์สูงสุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และมุ่งสู่เป้าหมายลดปริมาณขยะอาหารสู่หลุมฝังกลบให้เป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ. 2573) ภายใต้ความมุ่งมั่นด้านการสร้างคุณค่าปราศจากขยะ (Waste to Value) พร้อมกันนี้ บริษัทยังได้ส่งเสริมการเข้าถึงอาหารของผู้บริโภคทุกกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มเปราะบางในสังคม ซึ่งบริษัทได้ให้ความช่วยเหลือมาอย่างต่อเนื่อง ซีพีเอฟ ร่วมมือกับ มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS) และบริษัท เก็บสะอาด จำกัด หรือ GEPP ดำเนินโครงการ “Circular Meal มื้อนี้เปลี่ยนโลก” เป็นต้นแบบการจัดการอาหารส่วนเกินและรับผิดชอบต่อบรรจุภัณฑ์ สู่การบริโภคอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (Sustainab
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดโอกาสให้บุคลากรได้แสดงความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรม ผ่านงาน “Feed innovation Week 2022” โดยจัดขึ้นในแนวคิด Feed Business Innovation for Customer Centric “เพื่อสร้างนวัตกรรมโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง” ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 เวทีคัดเลือกผลงานนวัตกรรมของธุรกิจอาหารสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในรอบปี ส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน ตอกย้ำความเป็นผู้นำ “ครัวโลกแห่งนวัตกรรม” นายเรวัติ หทัยสัตยพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ธุรกิจอาหารสัตว์บก ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทนำแนวทางการสร้างนวัตกรรมเชิงสร้างสรรค์ อย่างเป็นระบบด้วย TRIZ ที่มีการใช้อย่างแพร่หลายในองค์กรชั้นนำด้านนวัตกรรม และ Kaizen ซึ่งเป็นกลยุทธ์การบริหารงานแบบญี่ปุ่น มาพัฒนานวัตกรซีพีเอฟ โดยทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งธุรกิจอาหารสัตว์ (Feed) ธุรกิจเลี้ยงสัตว์ (Farm) และธุรกิจอาหาร (Food) ต่างส่งเสริมให้บุคลากรของตนเองพัฒนาสู่การเป็นนวัตกรผู้สร้างนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนธุรกิจให้ก้าวหน้า ร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งใหม่เพื่อประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้นอ
ห้าดาว คว้ารางวัล ธุรกิจแฟรนไชส์นิยมลงทุนอันดับ 1 ต่อเนื่องปีที่ 2 ขณะที่ ไฮพอร์ค ได้รับรางวัล ธุรกิจแฟรนไชส์น้องใหม่มาแรงอันดับ 1 จากเว็บไซต์ Thai Franchise Center พิจารณาจากจำนวนผู้สนใจติดต่อขอลงทุนกับธุรกิจ ตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจแฟรนไชส์อาหารของไทย “ห้าดาว” (Five Star) และ “ไฮพอร์ค” (Hi Pork) ธุรกิจร้านอาหารแฟรนไชส์ ภายใต้การดำเนินงาน บริษัท ซีพีเอฟเรสเทอรองท์ แอนด์ ฟู้ดเชน จำกัด ในเครือบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ คว้ารางวัลจากเว็บไซต์ Thai Franchise Center โดย ห้าดาว ได้รับรางวัล “Most Popular Investment Franchise In Thailand 2022” ธุรกิจแฟรนไชส์นิยมลงทุนอันดับ 1 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน และ ไฮพอร์ค รับรางวัล “New Arrival Hot Franchise in Thailand 2022” ธุรกิจแฟรนไชส์น้องใหม่มาแรงอันดับ 1 ตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจแฟรนไชส์อาหารที่พร้อมสนับสนุนให้คนไทยมีกิจการที่มั่นคงเป็นของตนเอง สำหรับ “ห้าดาว” คว้ารางวัล “Most Popular Investment Franchise In Thailand 2022” ธุรกิจแฟรนไชส์นิยมลงทุนอันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 พิจารณาจากจำนวนผู้สนใจติดต่อขอลงทุนกับธุรกิจห้าดา
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ มุ่งเน้นการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม สร้างสรรค์อาหารที่ยั่งยืน ปลอดภัย มีคุณค่าทางโภชนาการ อย่างเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก ตอบรับแนวคิดของวันอาหารโลก (World Food Day) ตรงกับวันที่ 16 ตุลาคม ของทุกปี ในปีนี้มีแนวคิด Leave No One Behind หรือ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง สนับสนุนการเข้าถึงอาหารคุณภาพ ปลอดภัยของทุกคนอย่างเท่าเทียม ดร. ลลานา ธีระนุสรณ์กิจ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านนวัตกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟ มุ่งมั่นร่วมสร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยมี ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหาร หรือ CPF RD Center เป็นหน่วยงานหลักช่วยสนับสนุนให้บริษัทฯ มีการพัฒนานวัตกรรมอาหารคุณภาพสูง ปลอดภัย ปลอดสาร มีคุณค่าทางโภชนาการสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มการเข้าถึงอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีกว่าของผู้บริโภคทั่วโลก ภายใต้กลยุทธ์การพัฒนาความยั่งยืน CPF 2030 Sustainability in Action มีเป้าหมายในปี 2573 ร้อยละ 50 ของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ซีพีเอฟพัฒนาขึ้นเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่มากขึ้น เพื่อร่วมสร้างความยั่งยืนให้กับสุขภาพ
ผู้ว่าฯกทม. “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” จับมือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ คิกออฟ โครงการ”กล้าจากป่า พนาในเมือง (กทม.)” ร่วมสร้างกรุงเทพฯ เป็นเมืองสีเขียว หนุนนโยบายปลูกต้นไม้ล้านต้น สร้างพื้นที่สีเขียวและกำแพงกรองฝุ่นทั่วกรุง พร้อมทั้งแจกกล้าไม้ให้คนกรุงเทพฯ นำไปปลูกที่บ้าน เพื่อช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และบรรเทาผลกระทบจากมลพิษทางอากาศอย่างยั่งยืน วันนี้ (11 ตุลาคม 2565) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกทม.และซีพีเอฟ เปิดตัวโครงการ “กล้าจากป่า พนาในเมือง (กทม.)” สนับสนุนโครงการปลูกต้นไม้ล้านต้น สร้างพื้นที่สีเขียวและกำแพงกรองฝุ่นทั่วกรุง โดยกิจกรรมครั้งนี้ ผู้ว่าฯ กทม.ร่วมชมนิทรรศการ “จากภูผา สู่ป่าชายเลน” ซึ่งซีพีเอฟมีการดำเนินโครงการด้านสิ่งแวดล้อมหลากหลายโครงการ โดยเฉพาะด้านป่าไม้ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญต่อการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ทั้งโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง จังหวัดลพบุรี และโครงกา
