ทุเรียน
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 แจงผลศึกษาวอเตอร์ฟุตพริ้นท์ทุเรียนในพื้นที่ส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ จังหวัดตราด ระบุ ผลิตทุเรียนผลสด 1 ตัน ใช้น้ำ 868.45 ลูกบาศก์เมตร โดยความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ พบว่า ลงทุนปริมาณน้ำ 1 ลูกบาศก์เมตร ได้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ ไร่ละ 43.89 บาท แนะดึงเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ เครื่องวัดแรงดึงน้ำในดิน และการส่งน้ำแบบท่อเพื่อการเกษตร นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลการศึกษาวอเตอร์ฟุตพริ้นท์ (Water Footprint) โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 จังหวัดชลบุรี (สศท.6) ของทุเรียนในพื้นที่ส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ จังหวัดตราด เพื่อจัดทำบัญชีรายการการใช้น้ำของทุเรียน ศึกษาปริมาณการใช้น้ำของทุเรียน และประเมินมูลค่าน้ำทางเศรษฐกิจและเปรียบเทียบผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจากการผลิตทุเรียนในพื้นที่โครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด ปี 2558 ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์เกษตรกรสมาชิกทุกราย จำนวน 37 ราย ใช้หลักการประเมินวัฏจักรชีวิตแบบ Cradle to Gate ตั้งแต่แรกปลูกจนถึงอายุ
ทุเรียนเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคเป็นอย่างมาก แหล่งปลูกสำคัญอยู่ทางภาคตะวันออก ภาคใต้ และภาคเหนืออย่างอุตรดิตถ์ ระยะหลังมีปลูกได้ผลที่อิสาน จังหวัดศรีสะเกษ ปัจจุบันพบว่า ทุเรียนมีปลูกได้ผลหลายจังหวัด มากบ้างน้อยบ้าง มีเกษตรกรปลูกทุเรียนจำนวนไม่น้อย ที่ต้นตายลงก่อนให้ผลผลิต โดยเฉพาะช่วงปลูกใหม่ 1-3 ปี ทำให้ต้องเสียเงินซื้อต้นพันธุ์หลายครั้ง สาเหตุการตายของทุเรียนต้นเล็ก นอกจากโรคและแมลงเข้าทำลายแล้ว ส่วนใหญ่เกิดจากความชื้นในช่วงแล้งไม่เพียงพอ ดังนั้นเมื่อฝนหยุดตกไม่เกิน 1 เดือน เจ้าของควรตัดหญ้าคลุมโคนต้นให้ หรืออาจจะใช้ฟางข้าวคลุมก็ได้ จากนั้นรดน้ำ 3 วันครั้งหนึ่ง ระบบน้ำที่ให้อาจจะเป็นน้ำหยดหรือสปริงเกลอร์ก็ได้ ถ้าเป็นช่วงเดือนเมษายนที่อากาศร้อนจัด เกษตรกรบางรายถึงกับให้น้ำวันเว้นวัน เพื่อรักษาความชื้นในดิน เรื่องของปุ๋ย นอกจากปุ๋ยคอกปุ๋ยหมักแล้ว เกษตรกรนิยมใส่ปุ๋ยสูตร 25-7-7 เดือนละครั้ง ต้นละ 1 ช้อนชา ช่วยทำให้ทุเรียนเจริญเติบโตเร็ว คุณกฤษณ์ วงษ์วิทย์ เกษตรกรที่ตำบลแสลง อำเภอเมือง จันทบุรี ปลูกทุเรียนอายุได้ 4 ปี ก็สามารถไว้ผลผลิตได้แล้ว ทุเรียนปลูกได้ในหลายพื้นที่ เพ
ไม่บ่อยนักที่จะมีโอกาสได้พบหรือสนทนากับเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในอาชีพนี้ จนถึงขึ้นเรียกได้ว่าเป็นเศรษฐี เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าเกษตรกรบ้านเรา ส่วนใหญ่มีฐานะยากจนหรือไม่ก็พอมีพอกิน ไม่มีเหลือเก็บ น้อยคนนักที่จะสามารถสร้างฐานะมั่งคั่งขึ้นมาได้จากการทำอาชีพหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินนี้ได้ งานนี้กรมส่งเสริมการเกษตร ชักชวนให้ไปดูสวนทุเรียนของ”คุณฉัตรกมล มุ่งพยาบาล” ที่ต.พะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร บนพื้นที่ 45 ไร่ และยังมีสวนทุเรียนอีก 15 ไร่ ที่อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร ปีหนึ่งมีรายได้หลายล้าน เกษตรกรหนุ่มผู้นี้ที่มีดีกรีถึงปริญญาโท โดยจบปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้และปริญญาโทที่สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ หรือนิด้า ซึ่งในสวนของเขาปลูกผลไม้หลายอย่างและพืชอื่นๆด้วยอย่างเช่น ปาล์มน้ำมัน กล้วยน้ำหว้า ไผ่ตง ส้มโชกุน และทุเรียนหลายพันธุ์ แต่หลักๆคือ”หมอนทอง” ซึ่งเป็นพันธุ์ส่งออกที่ด้ราคาดี โดยในปีหนึ่งๆเขามีรายได้จากการขายทุเรียนส่งนอกหลายล้านบาท ประเทศนำเข้าเป็นอันดับหนึ่งคือ จีน ด้วยความรู้ความสามารถและยังอุทิศตนให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ โดยเฉพาะในวงการเกษตร ทำให้เขาได้รับรางวัลจากหน
นายวุฒิพงษ์ รัตนมนต์ นายกสมาคมชาวสวนผลไม้จังหวัดตราด และประธานสหกรณ์การเกษตรเพื่อการแปรรูปเเละส่งออกจังหวัดตราด เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้รวบรวมผลผลิตผลไม้ หรือ “ล้งผลไม้” ใน 3 จังหวัดคือ ระยอง จันทบุรี และตราด กำลังได้รับผลกระทบจากปัญหาผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียนที่ขาดตลาด ไม่มีขายให้กับล้งที่รับซื้ออยู่ในขณะนี้ ซึ่งมาจากปัญหา 3 ประการ คือ ทุเรียนออกขาดช่วง เพราะทุเรียนที่เคยออกในเดือนพฤษภาคมทุกปี แต่ปีนี้ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงทำให้ทุเรียนออกในปลายเดือนมีนาคม และเมษายน จนหมดรุ่นแรก และจะออกมาอีกครั้งในเดือนมิถุนายน อีกปัญหาหนึ่งก็คือ อากาศที่ร้อน และผลกระทบที่ขาดน้ำ ทำให้การติดดอกมีความเสียหายสูงถึงร้อยละ 30-40 ซึ่งเกือบครึ่งหนึ่งของผลผลิตทั้งหมด และสุดท้ายราคาที่รับซื้อมีราคาแพงเกินไปทำให้ผู้ซื้อหรือล้งไม่กล้ารับซื้อ เพราะอาจขาดทุนได้ นายวุฒิพงษ์กล่าวอีกว่า ที่สหกรณ์ฯได้ทำสัญญากับพ่อค้าจีนต้องส่งทุเรียนแปรรูปที่แกะเปลือกทั้งหมด แล้วฟรีซแช่แข็งส่งออกไปจำนวน 2,000 ตัน หรือต้องใช้ทุเรียนดิบทั้งหมด 10,000 ตัน ซึ่งขณะนี้ไม่สามารถรอทุเรียนในจังหวัดตราดได้จึงต้องไปพึ่งทุเรียนในภาคใต้ ซึ่งต้องใช้กว่าร้อยล
ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมานี้ ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี ได้จัด “งานมหกรรม ชิมทุเรียนพันธุ์ใหม่ จันทบุรี 1 จันทบุรี 2 จันทบุรี 3” แบบชิมฟรี ทุเรียนดังกล่าวเป็นผลพวงการวิจัยที่ได้ผลประสบความสำเร็จมาแล้ว โดยใช้พันธุ์ลูกผสม ระหว่างทุเรียนพันธุ์หลักๆ ที่ได้รับความนิยมเข้าด้วยกัน เช่น ชะนี หมอนทอง ก้านยาว กับทุเรียนพันธุ์หลักกับพันธุ์พื้นเมืองโบราณ เช่น พวงมณี ผลงานวิจัยได้จดทะเบียนเป็นพันธุ์พืชใหม่โดยกรมวิชาการเกษตร ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ทุเรียนพันธุ์จันทบุรี 1 – จันทบุรี 9 และมีการขยายพันธุ์จำหน่ายให้เกษตรกรที่สนใจนำไปปลูก ปีนี้มีผลผลิตส่งจำหน่ายตลาดจีนระดับพรีเมี่ยมแล้ว ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรีจึงเห็นว่าควรประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรทั่วไป ผู้บริโภคคนไทย ผู้ประกอบการค้าได้รู้จักและลิ้มลองรสชาติ ทุเรียนพันธุ์ลูกผสมต่างๆ ซึ่งเป็นทุเรียนต้นฤดู ผลผลิตที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ และรสชาติอร่อย เพื่อพัฒนาเป็นทางเลือกสำหรับตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี… บุกเบิก ทุเรียนพันธุ์ลูกผสม 30 ปีเต็ม ได้สายพันธุ์ใหม่เกือบ 10 สายพันธุ์ คุณวีรญา เต็มปีติกุล นักวิชา
เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในพื้นที่บ้านวังประจัน นำสื่อมวลชนเข้าชมความสมบูรณ์ของต้นทุเรียนโบราณ อายุกว่า 300 ปี รัศมีรอบลำต้นขนาด 4 คนโอบ ต้นโตสูงตระหง่านหลายสิบเมตร ให้ผลผลิตดี อยู่บนพื้นที่ของนางมีนะ ละใบจิ อายุ 85 ปี หมู่ 4 ต.วังประจัน อ.ควนโดน จ.สตูล นางมีนะ ละใบจิ กล่าวว่า ต้นทุเรียนนี้ปลูกอยู่ในสวนผลไม้ ซึ่งบรรพบุรุษปลูกไว้นานแล้ว จนโตเป็นสาวต้นทุเรียนต้นนี้ก็ยังอยู่ ตอนนี้เดินไม่ไหวแล้ว จึงไม่ได้ไปดูสภาพต้น แต่จะมีลูกหลานเก็บมาฝาก ส่วนรสชาติของทุเรียนต้นนี้ก็ยังอร่อยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน และให้ผลผลิตเยอะเหมือนทุกปี ตั้งใจจะเก็บทุเรียนต้นนี้ไว้นานๆ ให้ลูกหลานได้กินกันถ้วนหน้า ไม่คิดตัดโค่นทิ้ง แต่จะให้มันตายไปเอง ด้านน.ส.รสนา ใจดี อายุ 23 ปี หลานสาวเจ้าของต้นทุเรียนโบราณ กล่าวด้วยว่า ต้นทุเรียนนี้ทราบมาว่าอายุเยอะ น่าจะประมาณ 300 ปี ตามที่คุณยายบอก ทุกวันเมื่อถึงหน้าทุเรียนชาวบ้านแถบนี้ก็มาคอยเก็บทุเรียน โดยเฉพาะช่วงเช้าทุเรียนจะตกลงมาเยอะ คุณยายให้กินฟรีถือว่าได้ทำบุญด้วย ทราบเพียงว่าทุเรียนนี้มาจากจังหวัดสตูล ส่วนพันธุ์นั้นคุณยายเคยบอกว่าเป็นพันธุ์ทุเรียนบ้า
สาลิกา สุดยอดทุเรียนพื้นเมือง อันดับ 1 ของภาคใต้ ของแท้ต้องที่ อำเภอกะปง จังหวัดพังงา เท่านั้น “ถ้ามาพังงาแล้วไม่ได้ชิมทุเรียนสาลิกา เหมือนมาไม่ถึงเมืองพังงา” เป็นคำกล่าวของผู้ที่ชื่นชอบและหลงใหลในรสชาติของทุเรียน และได้เคยลิ้มลองทุเรียนสาลิกา นายสมชาย บริพันธุ์ เกษตรจังหวัดพังงา กล่าวว่า ในช่วงขณะนี้ผลไม้ของจังหวัดพังงากำลังออกสู่ท้องตลาดหลายชนิด ได้แก่ มังคุด สะตอ ทุเรียน และทุเรียนพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงของจังหวัดพังงา คือ ทุเรียนสาลิกา จากการติดตามสถานการณ์ไม้ผลของจังหวัดพังงาในปีนี้ พบว่าผลผลิตลดลงกว่าทุกปี เนื่องจากจังหวัดพังงาประสบปัญหาภัยแล้งติดต่อกันยาวนาน ไม้ผลขาดแคลนน้ำ ทำให้ได้ผลผลิตน้อย ผลผลิตจึงมีราคาสูง เช่น มังคุด กิโลกรัมละ 60 บาท สะตอ ร้อยฝัก 400 บาท ทุเรียนพื้นเมือง กิโลกรัมละ 50 บาท โดยเฉพาะทุเรียนสาลิกา กิโลกรัมละ 150-200 บาท ในจังหวัดใกล้เคียง วางขายกิโลกรัมละ 250-300 บาท ซึ่งคาดว่าสถานการณ์ราคาผลไม้ของจังหวัดพังงาจะมีราคาดีตลอดฤดูกาล ซึ่งราคาสูงกว่าปีที่ผ่านมา ประมาณ ร้อยละ 30 โดยเกษตรกรได้มีการปรับปรุงคุณภาพผลผลิตอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้มี
ปีที่ผ่านมาคาบเกี่ยวมาถึงปีนี้ เกิดสภาวะแห้งแล้งค่อนข้างรุนแรง บางช่วงลมพัดจัด ส่งผลให้การผสมเกสรของทุเรียนที่ภาคตะวันออกและภาคใต้ไม่สมบูรณ์ แม้แต่ในสภาพธรรมชาติก็ตาม ทุเรียนเป็นพืชมีการผสมเกสรในเวลาเย็นถึงพลบค่ำ เพื่อหลบหลีกช่วงแสงแดดจ้า อากาศร้อน ซึ่งมีอิทธิพลต่อความสมบูรณ์ของละอองเกสรตัวผู้ อย่างไรก็ตาม ความแห้งแล้งมิได้เกิดขึ้นมาในเฉพาะปีที่ผ่านมาเท่านั้น ด้วยความเป็นจริงแล้ว ปรากฏการณ์ของความแห้งแล้งเกิดขึ้นอยู่เสมอมาตั้งแต่อดีตกาล ซึ่งผมเคยนำมาเล่าให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบทั่วกันมาก่อนนี้ โดยมีนักวิชาการของกรมวิชาการเกษตร นำปริมาณน้ำฝน จาก 97 ปี มาวิเคราะห์อย่างละเอียด พบว่า ทุกๆ 10 ปี จะเกิดภาวะฝนแล้ง 4 ปี แล้งพอทน 2 ปี และแล้งอย่างรุนแรง 2 ปี น้ำท่วมอีก 3 ปี มีฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาลเพียง 3 ปี เท่านั้น มีบันทึกไว้ว่า ในความแห้งแล้งในอดีต การทำนาไม่ได้ผล ชาวบ้านต้องนำขุยไผ่ หรือ เมล็ดไผ่ มาขัดสีไปหุงรวมกับเผือกและกลอย ใช้บริโภคแทนข้าวก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว และในปี พ.ศ. 2485 เกิดสภาวะน้ำท่วมรุนแรงในบริเวณภาคกลางของประเทศ ถึงแม้ว่าในขณะนั้นเรามีป่าไม้ไม่น้อยกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ก็ตาม มีผล
ทุเรียน ได้รับขนานนามว่าเป็น ราชาแห่งผลไม้ ในบ้านเรามีปลูกกระจายทั่วไป เช่น จังหวัดจันทบุรี ตราด ระยอง ในภาคใต้หลายจังหวัด ทางภาคเหนือที่ จังหวัดอุตรดิตถ์ แต่ละพื้นที่ก็ปลูกสายพันธุ์ที่แตกต่างกันไป ทั้งสายพันธุ์ที่ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก และสายพันธุ์พื้นเมืองหรือพันธุ์ดั้งเดิมที่ได้รับความนิยมปลูกและรับประทาน ในจังหวัดภาคเหนือได้มีเกษตรกรปลูกทุเรียนกันมากเช่นกัน แต่ส่วนใหญ่จะปลูกในพื้นที่สูง เช่น อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ อำเภอแม่แตง เชียงดาว ไชยปราการ และฝาง จังหวัดเชียงใหม่ แต่มีนักธุรกิจรายหนึ่งที่มีสายเลือดเกษตรกรจากบรรพบุรุษ ทดลองปลูกทุเรียนในพื้นที่ราบร่วมกับลำไย ไม้ผล พืชผักอื่นๆ ใช้เวลา 5 ปี ได้รับผลผลิตที่ปลอดภัยจากสารเคมี คุณพัชราภรณ์ พิลาศลักษณ์ หรือ คุณหน่อย สาวใหญ่วัย 54 ปี เล่าให้ฟังว่า ตนเองพื้นเดิมเป็นคนบ้านน้ำโท้ง หมู่ที่ 2 ตำบลสบแม่ข่า อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ คุณพ่อมีศักดิ์เป็นน้องชายของเจ้าดารารัศมี พระราชชายาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อ ปี 2439 ชาวจีนนำต้นลำไยรุ่นลูกจากต้นแม่ที่เป็นลำไยต้นแรกของไทย จำนวน 5 ต้น มาถวาย คุณพ่อนำมาปลูก
“จักร่ำพันธุ์ทุเรียน ชื่อเพี้ยนเปลี่ยนมากสาธารณ์ ทองสุกทองย้อยยาน อีกทองหยิบยังทองทา ทองคำก้านต่อต้น นางทองย่นใหญ่สาขา กระปุกสุวรรณา กระปุกนากหลากผิวพรรณฯ” นอกจากบันทึกของนักเดินทางต่างชาติหลายชิ้นเมื่อศตวรรษก่อน ที่พรรณนาถึงผลไม้มีหนามอันมีรสชาติและกลิ่นเป็นเอกลักษณ์ชวนประทับใจแล้ว บทประพันธ์ของ พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) เมื่อ พ.ศ. 2427 บทนี้ ที่นำเอาชื่อพันธุ์ทุเรียนร่วม 70 พันธุ์ มาร้อยเรียงเป็นกาพย์ยานี ก็ยืนยันความหลากหลายของผลไม้พันธุ์ที่อยู่ในสถานะอันสูงและเป็นที่นิยมในเมืองสยามเมื่อร้อยกว่าปีก่อนได้ชัดเจน Durian เป็นคำภาษามลายูท้องถิ่น แปลว่า “ผลไม้มีหนาม” มีพื้นเพเดิมอยู่แถบหมู่เกาะอินโดนีเซียและคาบสมุทรมลายู แต่ด้วยรสและกลิ่นอันเย้ายวนใจ ปัจจุบันจึงนิยมปลูกกันทั่วไปในดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังที่เราท่านย่อมจะจดจำรำลึกได้ถึงชื่อเสียงทุเรียนเมืองนนท์ บางขุนศรี เมืองจันท์ นครนายก และที่อื่นๆ อีกหลายแห่งในปัจจุบันที่โด่งดังขึ้นมา เพราะมีทุเรียนรสดีปลูกขาย เช่น เมืองลับแล อุตรดิตถ์ ที่มีพันธุ์ขึ้นชื่อ คือ หลงลับแล เป็นต้น ชา
