ทุเรียน
วันที่ 20 มีนาคม ที่ห้องประชุมสหกรณ์จังหวัดระยอง ศาลากลางจังหวัดระยอง ตำบลเนินพระ อำเภอเมืองระยอง นายมนตรี ชนะชัยวิบูลวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ประธานคณะทำงานยกระดับคุณภาพผลไม้ จังหวัดระยอง เป็นประธานการประชุม โดยมีคณะทำงานทั้ง 5 คณะเข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย นายไชยา บุญญานุภาพ สหกรณ์จังหวัดระยอง เลขานุการคณะทำงาน นายวิทยา ชพานนท์ นายอำเภอแกลง นายทรงธรรม ชำนาญ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายวิทยากล่าวว่า กรณีคณะทำงานเสนอแผนตรวจจับปรับ ผู้ค้าทุเรียนอ่อน กำหนดเอาผิดถึงเจ้าของสวนทุเรียนที่มีส่วนรู้เห็นเป็นใจให้มีการตัดทุเรียนอ่อนออกสู่ตลาดนั้น เรื่องนี้ต้องเชิญกำนันผู้ใหญ่บ้านและผู้นำท้องถิ่น มาลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) สกัดทุเรียนอ่อนโดยมีการบูรณาการร่วมกันทั้งตำรวจ ทหาร ท้องถิ่น เจ้าหน้าที่เกษตรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งจุดตรวจทุเรียนอ่อน ตลอด 24 ชม.จำนวน 3 จุด ในพื้นที่ อำเภอแกลง ด้านนายไชยากล่าวว่า ที่ประชุมให้ความเห็นชอบแผนขับเคลื่อนเพื่อยกระดับคุณภาพผลไม้ จังหวัดระยอง อาทิ การคัดผลไม้คุณภาพบรรจุกล่องติดสติ๊กเกอร์ B
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้พาณิชย์ภูมิภาคขับเคลื่อนนโยบายเกษตรอินทรีย์ในการส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์รวมตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในภูมิภาค ซึ่งกระทรวงอยู่ระหว่างการผลักดันเกษตรไทยสู่การเป็นเกษตรมูลค่าสูง ด้วยการให้ความสำคัญเรื่องตรวจรับรองมาตรฐานให้เป็นสากล การแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า โดยจะร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านกลุ่มซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม) เพื่อให้เกิดการซื้อขายและการลงทุนระหว่างกันให้มากขึ้น รวมทั้งมีการพัฒนาฐานข้อมูลเกษตรอินทรีย์การส่งเสริมการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ การจัดงาน Organic & Natural Expo 2017 และการสนับสนุนให้เพื่อนบ้านปลูกเกษตรอินทรีย์ เพื่อสร้างเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ รวมถึงจะพัฒนาตลาดกลางเกษตรอินทรีย์ที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ชัดเจน และสามารถขายได้ในราคาสูงกว่าปกติ 20-30% ซึ่งคาดว่าตลาดกลางดังกล่าวจะก่อสร้างแล้วเสร็จกลางปีนี้ ซึ่งจะทำให้อุดรธานีเป็นศูนย์กลางเกษตรอินทรีย์ต่อไป นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้เตรียมพร้อมรับมื
ทุเรียน ผลไม้ยอดนิยมของไทย ถูกยกย่องให้เป็น “ราชาแห่งผลไม้ ”(king of fruit) เพราะมีลักษณะเด่นโดนใจผู้บริโภค ทั้งเนื้อสีเหลืองทอง ดูสวยงาม รสชาติหวานมัน เคี้ยวนุ่มลิ้น เคี้ยวอร่อยกินเพลินจนแทบหยุดไม่ได้ ทำให้ทุเรียนไทยเป็นสินค้าขายดี เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โกยรายได้เข้าประเทศมากกว่าปีละ 3,500 ล้านบาท โดยเฉพาะ“ หมอนทอง” เป็นทุเรียนพันธุ์ดีที่สุด เหมาะสำหรับทานผลสดและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ สำนักงานเกษตรอำเภอแกลง จังหวัดระยอง โทร. (038) 671-379 ได้ยกย่องให้ สวนทุเรียนหมอนทองของ คุณลุงเสด ใจดี ปราชญ์ไม้ผล แห่งอำเภอแกลง จังหวัดระยอง เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการดูแลจัดการสวนทุเรียนคุณภาพ เพราะมีลักษณะเด่นที่น่าสนใจไว้ดังนี้ 1.การเตรียมสภาพดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ ด้วยการใส่ปุ๋ยอินทรีย์พวกขี้ไก่ ปุ๋ยหมักชีวภาพและใช้ประโยชน์จากกิ่งและใบทุเรียนที่ตัดแต่งออก โดยสุมไว้ใต้ทรงต้น ปล่อยให้ผุพัง ทำให้ดินดีขึ้นแล้วก็กลายเป็นปุ๋ยทุเรียน ปุ๋ยหมักชีวภาพทำจากวัสดุหาง่ายในพื้นที่ เช่น ใบตำลึงหรือผักบุ้ง กล้วยน้ำว้า น้ำตาลทรายแดง นำไปหมักให้สลายตัวจนได้ที่ สามารถใช้เป็นปุ๋ยทาง
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และนางวรัญญา ถนอมพันธ์ พาณิชย์จังหวัดระยอง เดินทางไปพบเจ้าของผู้ส่งออกและเจ้าของสวนทุเรียนรายใหญ่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อติดตามสถานการณ์ผลไม้ฤดูกาลผลิตปี 2560 ในพื้นที่จังหวัดระยอง ณ ตลาดผลไม้เขาดิน หมู่ 2 ต.ทุ่งควายกิน อ.แกลง จ.ระยอง โดยมีนายวิทยา ชพานนท์ นายอำเภอแกลง นายประยุทธ พานทอง กำนัน ต.กองดิน นายทรงธรรม ชำนาญ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง พร้อมเจ้าของตลาดผลไม้เขาดินและเจ้าของสวนทุเรียนใน อ.แกลง ให้การต้อนรับและเสนอปัญหาเรื่องทุเรียนอ่อน พร้อมเดินทางไปชมสวนทุเรียน ที่หมู่ 7 ต.กองดิน น.ส.วิบูลย์ลักษณ์กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมามีปัญหาช่วงผลผลิตออก ปีนี้จึงต้องมีการวางแผนในช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นเดือนที่มีผลผลิตออกสู่ตลาด เรื่องปริมาณผลผลิตและมีวิธีการบริหารจัดการอย่างไร ขณะนี้รัฐบาลมีวิธีการทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน ซึ่งจะต้องพูดคุยกับปลัดกระทรวงเกษตรฯ และปลัดกระทรวงมหาดไทย จะมีการบริหารจัดการทุเรียนในภาคตะวันออกอย่างไรบ้างที่จะป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา เรื่องแรกคือเรื่องการทำสัญญ
ทุเรียนแช่เยือกแข็งเป็นสินค้าชนิดหนึ่งที่ไทยมีศักยภาพการผลิตและส่งออกสูง โดยปี 2559 ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้มีการส่งออกทุเรียนแช่เยือกแข็งถึง 20,430 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 2,172.75 ล้านบาท โดยมีตลาดส่งออกหลัก คือ จีน และสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม ขณะที่การส่งออกทุเรียนแช่เยือกแข็งมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น ประเทศผู้นำเข้าก็ได้แจ้งเตือนปัญหาเนื้อทุเรียนไม่ได้คุณภาพ ทุเรียนอ่อนและพบสิ่งแปลกปลอมรวมถึงจุลินทรีย์ก่อโรคเกินค่ามาตรฐานที่กำหนด ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงทุเรียนไทยโดยรวม จากปัญหาดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เร่งจัดทำมาตรฐานสินค้าเกษตรเรื่อง การปฏิบัติที่ดีสำหรับการผลิตทุเรียนแช่เยือกแข็ง (มกษ. 9046-2560) และประกาศใช้เป็นมาตรฐานบังคับโดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพทุเรียนแช่เยือกแข็งของไทยแก่ประเทศผู้นำเข้าทั่วโลก นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้ประกาศกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร : การปฏิบัติที่ดีสำหรับการผลิตทุเรียนแช่เยือกแข็ง
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 8 มีนาคมนี้ จะมีงานใหญ่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี จะมี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดงาน งานครั้งนี้จะมีการเปิดตัว หรือคิกออฟตลาดชุมชน และร้านชุมชนที่มีที่มีศักยภาพ 19,000 แห่งทั่วประเทศ โดยจะเริ่มต้นจากตลาดในหมู่บ้านที่มีศักยภาพก่อน 1,500 แห่ง ในเฟสแรก ให้เป็นตลาดชุมชน ซึ่งจะใช้งบประมาณจากกองทุนหมู่บ้าน ประมาณ 15,000 ล้านบาท ในการพัฒนาตลาด ส่งผลให้เศรษฐกิจฐานรากได้รับการพัฒนาและขับเคลื่อน ตามนโยบาย Local economy ด้วยการใช้ตลาดเป็นตัวนำและเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดการซื้อขายมีเงินหมุนเวียนในชุมชนซึ่งมีภาคีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาร่วมด้วย 50 ราย “วันที่ 16 มีนาคมนี้ จะลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อดูพื้นที่และหาข้อสรุปในการจัดตั้งตลาดทุเรียน รองรับนักท่องเที่ยวจีน ว่าจะตั้งพื้นที่ไหนในจังหวัดเชียงใหม่ คาดว่าจะเปิดได้ในเดือนพฤษภาคมนี้ ให้ทันฤดูกาลผลไม้และระยะต่อไปจะเปิดตลาดอาหารทะเล ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี” ขอบคุณข้อมูลจากข่าวสด
วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 นายบัญชา อรุณเขต ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดอุตรดิตถ์ และผู้แทนเกษตรกร อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า สวนทุเรียนลับแล ที่ได้รับผลกระทบแล้งส่งผลดอกทุเรียนหลง-หลินลับแลดอกแห้งคาต้นเกษตรกรเร่งสูบน้ำช่วยเหลือตัวเอง ด้วยการเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำวางระบบท่อส่งน้ำขึ้นภูเขา เพื่อช่วยเหลือต้นทุเรียนที่กำลังออกดอกทั้งทุเรียนพันธ์หลง-หลินลับแลรวมถึงทุเรียนพันธ์หมอนทองที่เป็นที่ต้องการของตลาดจีน ซึ่งปีนี้ภัยแล้งมาไวส่งผลให้ต้นทุเรียนที่กำลังบานดอกดกแห้งคาต้นไม่ติดผลผลิตซึ่งอากาศที่ อ.ลับแล ในช่วงกลางคืนจะมีอากาศหนาวเย็นแต่อากาศแห้งไม่มีน้ำค้าง และในช่วงเวลากลางวันจะมีอากาศที่ร้อนจัดทำให้ดอกทุเรียนที่กำลังบานดอกแห้งคาต้น “ทุเรียนบางต้นที่เป็นผลแล้วก็จะร่วงหล่นเพราะความแห้งแล้งโดยเฉพาะทุเรียนต้นอ่อนที่ปลูกในเมื่อปีที่แล้วรากยังลงไม่ลึกหาอาหารได้ไม่เพียงพอเมื่อขาดน้ำก็จะทำให้ต้นทุเรียนแรกปลูกแห้งตายเกษตรกรบางรายปลูกไปเป็นร้อยต้น แต่ขณะนี้เริ่มแห้งตายไปเหลือรอดตายไม่กี่สิบต้นเป็นเหตุให้เกษตรกรที่พอจะมีทุนต้องซื้อเครื่องสูบน้ำวางท่อเพื่อให้น้ำกับสวนทุเรียนของตนเองก่อนที่จะพบกับสภาว
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงเตรียมหารือกับกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อหารือถึงแนวทางการพัฒนาสินค้าในชุมชนให้เป็นสินค้าด้านการท่องเที่ยว ซึ่งพาณิชย์มีแนวคิดที่จะพัฒนาตลาดในประเทศไทยให้เชื่อมโยงกับนักท่องเที่ยว เช่น ตลาดทุเรียน เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่ชื่นชอบทุเรียนมาก กระทรวงจะช่วยแนะนำสินค้าอื่นๆ ที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบเพิ่มเติมให้กระทรวงพาณิชย์ลงไปด้วย ขณะเดียวกันในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะหารือเรื่องพืชผลทางการเกษตรต่างๆ ที่จะสามารถนำมาใช้ในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้ เช่น การนำผัก ผลไม้ ข้าว มาขายให้กับโรงแรม หรือการนำสินค้าท้องถิ่นขึ้นชื่อมาต้อนรับนักท่องเที่ยว ล่าสุดกระทรวงหารือกับฝ่ายการตลาดบริษัทเนสท์เล่ ประเทศไทย นำวัตถุดิบอาหารของประเทศไทยที่ขึ้นชื่อ เช่น ทุเรียน มะขาม มังคุด เป็นต้น มาเป็นวัตถุดิบในการทำขนมคิทแคท ตามโมเดลคิทแคทชาเขียวของประเทศญี่ปุ่นที่เป็ฯที่นิยมไปทั่วโลก ขอบคุณข้อมูลจากข่าวสด
ชื่อสามัญ Durian (มาจากคำว่า duri ในภาษามาเลย์ซึ่งแปลว่า “หนาม”) ชื่อวิทยาศาสตร์ Durio zibethinus L. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Durio acuminatissimus Merr., Durio stercoraceus Noronha) จัดอยู่ในวงศ์ชบา (MALVACEAE) ทุเรียนเป็นผลไม้ที่อยู่วงศ์ฝ้าย ในสกุลทุเรียน (แต่นักอนุกรมวิธานบางท่านจัดให้ทุเรียนอยู่ในวงศ์ทุเรียน) ทุเรียนจัดว่าเป็นราชาผลไม้ไทย โดยเป็นพืชพื้นเมืองของประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และบรูไน โดยลักษณะของผลทุเรียนจะมีขนาดใหญ่ ผลรีถึงกลม และมีเปลือก( สีเขียวถึงสีน้ำตาล) ที่ปกคลุมไปด้วยหนามแข็ง ผลทุเรียนอาจมีเส้นผ่านศูนย์กลางของผลยาวถึง 15 ซม. น้ำหนักโดยทั่วไปประมาณ 1-3 กิโลกรัม และมีเนื้อที่นำมารับประทานเป็นสีเหลืองซีดจนถึงสีแดง ซึ่งจะแตกต่างกันออกไปตามสายพันธุ์ ทุเรียนมีมากกว่า 30 ชนิด แต่มีเพียง 9 ชนิดเท่านั้นที่สามารถรับประทานได้ ได้แก่ Durio zibethinus, Durio dulcis, Durio grandiflorus, Durio graveolens, Durio kutejensis, Durio lowianus, Durio macrantha, Durio oxleyanus และ Durio testudinarum แต่มีเพียง Durio zibethinus ชนิดเดียวเท่านั้นที่ได้รับความนิยมทั่วโลก และชนิดนี้ก็แบ่งแย
“เกาะช้าง” แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงามสุดตะวันออก จังหวัดตราด เป็นที่รู้จักกันดีทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ก่อนที่จะพัฒนาด้านการท่องเที่ยว อาชีพหลักชาวบ้านทำสวนผลไม้ ยางพารา ประมง ทุเรียนพันธุ์ชะนีนั้น ปลูกกันมานานร่วม 50 ปี ระยะหลังหลายคนปรับเปลี่ยนไปปลูกพันธุ์หมอนทองตามความนิยมของตลาดบ้าง หรือปลูกยางพาราทดแทน เพราะราคาดีกว่า ชาวสวนทุเรียนจึงเหลือเพียง 111 ราย พื้นที่ปลูก 843 ไร่ มีพันธุ์ชะนีที่ปลูกดั้งเดิมอายุ 30-50 ปี เหลืออยู่ 348 ไร่ กระดุม 52 ไร่ พวงมณี 5 ไร่ และหมอนทอง 437 ไร่ ปริมาณทุเรียนเกาะช้างปีละ 476.43 ตัน เป็นทุเรียนชะนีเกาะช้าง ประมาณ 100 ตัน ตรวจพบ วิตามินอี-ไอโอดีน อพท. ต่อยอดลดปริมาณคาร์บอน ประมูล กิโลกรัมละ 4,000 บาท ช่วงปี 2553-2555 “ทุเรียนชะนีเกาะช้าง” เริ่มเป็นที่รู้จักแพร่หลาย เมื่อปี 2553 คุณมานพ ทองศรีสมบูรณ์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาเกาะช้าง เห็นว่าทุเรียนชะนีเกาะช้างอายุ 30-50 ปี ปลูกในพื้นที่สภาพดินเป็นดินภูเขาไฟ ลาดเอียง มีไอน้ำทะเล อากาศโปร่ง ให้ผลเร็ว เนื้อสีเหลืองสวย เนียนเหนียว รสชาติหวานอร่อย จึงส่งไปทดสอบ
