น้ำท่วม
วันที่ 6 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์แม่น้ำท่าจีน ยังมีปริมาณน้ำสูงใน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.บางปลาม้า อ.สองพี่น้อง ยังท่วมขังในปริมาณระดับสูง ที่ อ.บางปลาม้า ในพื้นที่ ต.ไผ่กองดิน ต.จระเข้ใหญ่ ต.ตะค่า ต.โคกคราม อ.สองพี่น้อง ต.บ้านช้าง ต.บางตาเถร ต.ย่านซื่อ ตะค่า ริมแม่น้ำท่าจีนหลังมีการผันน้ำลงสู่ทุ่ง ที่สมทบกับการระบายน้ำมาจากประตูระบายน้ำ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีพื้นที่ติดกัน โดยปริมาณน้ำในแม่น้ำท่าจีนสูงมาก ทำให้ล้นท่วมบ้านเรือนประชาชนและพืชไร่เกษตรกรที่ทำบ่อปลา บ่อกุ้ง มีพื้นที่เสียหายไปแล้วกว่า 10,000 ไร่ บางแห่งสูงประมาณ 1.50 – 1.80 เมตร ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ถนนหลายเส้นทางถูกน้ำท่วมไม่สามารถสัญจรได้ และถนนยังถูกน้ำกัดเซอะจนพังหลายสาย ประชาชนต้องพายเรือออกจากบ้านเพียงอย่างเดียวหวั่นเกิดอันตราย ด้าน นายธงชัย กล่ำจตุรงค์ สจ.เขต 2 อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่าสำหรับขณะนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำท่าจีนยังสูงมาก และ มีการผันน้ำลงสู่ทุ่งนา ซึ่งตอนนี้ที่บ้านบึงคา ม.5 ต.สาลี อ.บางปลาม้า ถนนเชื่อมต่อกับ ต.บ้านช้าง ต.ย่านซื่อ อ.สองพี่น้อง ถนนสายบึงคา – ย่างซื่อ ถนนหลายเส้นทางถูก
พนังกั้นลำน้ำชีถูกน้ำซัดขาด! น้ำทะลักท่วม 6 หมู่บ้าน ขณะที่กรมอุตุฯ เตือน 11 จว ภาคใต้มีฝนหนัก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่า ไหลหลาก หลังพายุ “ด็อมเร็ย” ลกระดับเป็นความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณภาคใต้ ส่วนหัวหน้าอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในเขตพื้นที่น้ำตก ทุกแห่งช่วงน้ำหลาก 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 1-30 พ.ย.นี้ ด้านที่อำนาจเจริญ-จันทบุรี โดนพิษลมพายุหอบหลังคาปลิวว่อน สวนผลไม้ หักโค่น เมื่อวันที่ 5 พ.ย. กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 9 เรื่องพายุ “ด็อมเร็ย” (DAMREY) และฝนตกหนักถึงหนักมาก และคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ โดยเมื่อเวลา 07.00 น.วันนี้พายุดีเปรสชัน “ด็อมเร็ย” ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้วปกคลุมบริเวณด้านตะวันออกเฉียงเหนือกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา และหย่อมความกดอากาศต่ำยังคงปกคลุมบริเวณภาคใต้ตอนล่าง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัด ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และลมกระโชกแรง พื้นที่ได้รับผลกระทบมีดังนี้ บริ
มหาสารคาม – นพ.สุนทร ยนต์ตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาสารคาม กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมจะกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม ให้ระมัดระวังโรคที่มากับน้ำท่วม เช่น โรคฉี่หนู โรคตาแดง โรคเท้าเปื่อย น้ำกัดเท้า ท้องร่วง หรือภาวะความเครียด พร้อมเตือนอย่าทิ้งขยะ ทิ้งเศษอาหาร ถ่ายอุจจาระลงในน้ำจะทำให้น้ำสกปรก เป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อโรค รับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ ใช้ช้อนกลาง ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารและหลังขับถ่าย หากเจ็บป่วยฉุกเฉิน โท.แจ้งขอความช่วยเหลือได้ที่หมายเลข 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้โรงพยาบาลมหาสารคาม ซึ่งมีทั้งแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ลงพื้นที่บ้านโปโล ต.ท่าตูม นำถุงยังชีพมอบแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย พร้อมทั้งตรวจสุขภาพและแจกยารักษาโรคแก่ประชาชนที่มีภาวะความเครียด น้ำท่วมพื้นที่บ้านเรือนเป็นเวลานาน พื้นที่ทางการเกษตรเสียหาย นาข้าวที่กำลังจะได้เก็บเกี่ยวหรือสวนผลไม้ที่กำลังได้ผลเน่าตาย กว่าจะฟื้นฟูต้องใช้เวลานาน ขอขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์ข่าวสด รายวัน ฉบับวันเสาร์ที่ 4 พฤศจิกายน 2560
รายงานข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจ้งว่า จากการตรวจสอบข้อมูล ณ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย จำนวน 23 จังหวัด ได้แก่ พะเยา พิจิตร เพชรบูรณ์ สุโขทัย นครสวรรค์ พิษณุโลก ยโสธร ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ ศรีสะเกษ มหาสารคาม อุบลราชธานี ขอนแก่น กาฬสินธุ์ เลย หนองบัวลำภู ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา อุทัยธานี สุพรรณบุรี โดยกระทบเกษตรกรรวม 182,885 ราย ได้แก่ ด้านพืช ได้รับผลกระทบ 35 จังหวัด เกษตรกร 162,258 ราย พื้นที่ 1.45 ล้านไร่ แบ่งเป็น ข้าว 1.07 ล้านไร่ พืชไร่ 0.34 ล้านไร่ พืชสวนและอื่นๆ 0.04 ล้านไร่ ด้านประมง ได้รับผลกระทบ 22 จังหวัด เกษตรกร 10,463 ราย พื้นที่บ่อปลา 12,318 ไร่ กระชัง 3,478 ตรม. ด้านปศุสัตว์ ได้รับผลกระทบ 16 จังหวัด เกษตรกร 10,164 ราย สัตว์ได้รับผลกระทบ 325,404 ตัว แบ่งเป็น โคกระบือ 26,037 ตัว สุกร 11,592 ตัว แพะแกะ 5,144 ตัว สัตว์ปีก 287,690 ตัว แปลงหญ้า 460 ไร่ รายงานข่าว แจ้งอีกว่า สำหรับการให้ความช่วยเหลือระยะเร่งด่วน ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 272 เครื่อง ในพื้นที่ 13 จังหวัด สุโขทัย 10 เครื่อง กาฬสินธุ์ 8 เครื่อง ขอนแก่น18 เครื่อง มหาสารคาม
นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เปิดเผยว่า ในหลายจังหวัดที่ยังประสบปัญหาน้ำท่วม นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบนโยบายให้กรมการค้าภายในกำกับดูแลมิให้มีการฉวยโอกาสปรับราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้นและให้มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน กรมจึงประสานห้างสรรพสินค้าในพื้นที่จัดหาสินค้าให้มีเพียงพอกับความต้องการของประชาชนและกระจายสินค้าอย่างทั่วถึง และให้มีการจำหน่ายสินค้าในราคาเดิม รวมทั้งประสานพาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัดในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม ออกตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิดจนกว่าสถานการณ์จะปกติ เบื้องต้นพบว่าปริมาณสินค้ายังเพียงพอ และไม่พบการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา นายบุณยฤทธิ์ กล่าวว่า สำหรับมาตรการรองรับภายหลังน้ำลด ได้ประสานผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งรายใหญ่ให้จัดส่งสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้มีการกระจายสินค้าอย่างทั่วถึงและเพียงพอต่อความต้องการ เช่น ของใช้ประจำวัน ไม้กวาด ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้น อุปกรณ์วัสดุก่อสร้าง และขอความร่วมมือห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ จัดกิจกรรมลดราคาสินค้าเป็นพิเศษในจังหวัดที่ประ
พาณิชย์ออกตรวจเข้มป้อมปรามการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าช่วงน้ำท่วม จับมือห้างใหญ่ลดราคาสินค้าเป็นพิเศษในจังหวัดประสบภัยน้ำท่วม จัดรถธงฟ้าเคลื่อนที่ลงพื้นที่ถึงเกษตรกร จัด 10 สายตรวจคุมราคาวัสดุทำกระทงด้วย นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในโดยได้ประสานงานกับห้างสรรพสินค้าในพื้นที่จัดหาสินค้าให้มีเพียงพอกับความต้องการของประชาชน และกระจายสินค้าอย่างทั่วถึง และให้มีการจำหน่ายสินค้าในราคาเดิม รวมทั้งได้ประสานไปยังพาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัดในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม ออกตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด ขณะนี้พบว่าปริมาณสินค้ายังมีเพียงพอกับความต้องการของประชาชน และไม่พบการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา แต่อย่างไรก็ตาม รมว.พาณิชย์ (พณ.) ได้เน้นย้ำให้พาณิชย์จังหวัดติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะเป็นปกติ สำหรับมาตรการรองรับภายหลังน้ำลด ได้แจ้งผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งรายใหญ่ให้จัดส่งสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นกระจายสินค้าอย่างทั่วถึง และเพียงพอต่อความต้องการ เช่น ของใช้ประจำวัน ไม้กวาด ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้น อุปกรณ์วัสด
หลังจากมวลน้ำที่ทุ่งรับน้ำบางระกำโมเดล ได้เพิ่มสูงขึ้นจนท่วมในพื้นที่โรงเรียนหลายแห่งในอำเภอบางระกำ ทำให้นักเรียนต้องมาเรียนท่ามกลางน้ำท่วม ส่งผลให้โรงเรียนต้องขอรับบริจาคเสื้อชูชีพเพื่อให้นักเรียนพายเรือมาเรียนได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ทำให้ทางจังหวัดพิษณุโลก ได้เร่งจัดหาเสื้อชูชีพมามอบให้นักเรียน พร้อมหามาตรการช่วยเหลือเป็นการเบื้องต้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมวลน้ำที่ทุ่งรับน้ำบางระกำโมเดล ได้เพิ่มสูงขึ้นจนท่วมในพื้นที่โรงเรียนหลายแห่งในอำเภอบางระกำ ทำให้นักเรียนต้องมาเรียนท่ามกลางน้ำท่วม ส่งผลให้โรงเรียนต้องขอรับบริจาคเสื้อชูชีพเพื่อให้นักเรียนพายเรือมาเรียนได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะที่โรงเรียนวัดพรหมเกษร หมู่ 1 ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ที่มวลน้ำที่ท่วมได้เพิ่มสูงขึ้นจนถึงอาคารเรียน ซึ่งนักเรียนต้องย้ายมามาเรียนในอาคารสูง แต่ในการเดินทางมาเรียนนั้นมีนักเรียนหลายครอบครัวที่ต้องใช้เรือเป็นพาหนะมาเรียน ทำให้หลายฝ่ายต่างเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย จึงได้ขอรับบริจาคเสื้อชูชีพ ส่งผลให้นายไพบูลย์ ณะบุตรจอม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ลงพื้นที่พบปะนายอำเภอบางระกำ
พาณิชย์ขู่ร้านค้าฉวยโอกาสโก่งราคาซ้ำเติมประชาชนช่วงน้ำท่วมเจอคุกแน่ ยันสินค้าไม่ขาดแคลน ส่วนชาวนาหากจำเป็นต้องเร่งเก็บเกี่ยวข้าวให้ช่วยประสานรถเกี่ยวเข้าไปเกี่ยว และโรงสีเข้าไปรับซื้อ จับตาปาล์มน้ำมันราคาตกผลผลิตล้น นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ (พณ.) เปิดเผยว่า สั่งการให้กรมการค้าภายในและพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมเข้าไปดูแลสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันอย่างใกล้ชิด ป้องกันไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาและกักตุนสินค้า หากพบการฝ่าฝืนก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โทษจำคุก 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ “ขอให้สำรวจสถานการณ์ราคาสินค้าด้วยว่า พื้นที่ใดมีปัญหาสินค้าขาดแคลน ให้เร่งประสานงานนำสินค้าจากพื้นที่ใกล้เคียงส่งเข้าไปในพื้นที่ทันที และให้เตรียมความพร้อมหากน้ำลด ให้เพิ่มปริมาณสินค้าที่จำเป็นต่อการทำความสะอาดบ้านเรือน เช่น ไม้กวาด ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด อุปกรณ์วัสดุซ่อมแซมบ้านเรือนเพื่อให้ประชาชนได้ซื้อไปใช้ในการดูแลซ่อมแซมบ้านเรือนด้วย” นางอภิรดี กล่าว นางอภิรดี กล่าวว่า สำหรับมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเฉพา
“อภิรดี”สั่งดูแลสถานการณ์ราคาสินค้าในจังหวัดที่ประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด ป้องกันไม่ให้สินค้าขาดแคลนและเกิดการฉวยโอกาส ย้ำหากฝ่าฝืนให้ดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด เผยให้เข้าไปดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าว หากจำเป็นต้องเร่งเก็บเกี่ยว ให้ช่วยประสานรถเกี่ยวเข้าไปเกี่ยวและโรงสีเข้าไปรับซื้อ ส่วนภาคธุรกิจให้พิจารณามาตรการช่วยเหลือตามความเหมาะสม นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในและพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ๆ ประสบปัญหาน้ำท่วม ให้เข้าไปดูแลสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าขาดแคลน และดูแลพ่อค้าแม่ค้าห้ามไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาและกักตุนสินค้า จนสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยหากพบว่ามีการฝ่าฝืนก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โดยมีโทษจำคุก 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ “ขอให้สำรวจสถานการณ์ราคาสินค้าด้วยว่า หากพื้นที่ใดมีปัญหาสินค้าขาดแคลน ให้เร่งประสานนำสินค้าจากพื้นที่ใกล้เคียงส่งสินค้าเข้าไปในพื้นที่ทันที และให้เตรียมความพร้อม หากน้ำลดแล้ว ให้ประสานเพิ่มปริมาณสินค้า
น.ส.กฤตยาพร ทัพภะทัต รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวภายหลังลงพื้นที่สำรวจแนวป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ ว่า ในพื้นที่นิคมฯบางปูจะไม่เกิดภาวะอุทกภัยในพื้นที่ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำในเขื่อนภาคกลางและแม่เจ้าพระยา แต่ยังเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบน้ำท่วมขังในกรณีที่เกิดฝนตกหนักสะสม ซึ่งนิคมฯบางปูเป็นพื้นที่หนึ่งที่มีความเสี่ยงที่ กนอ. จึงยกระดับการเฝ้าระวังเช่นเดียวกับนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ น.ส.กฤตยาพรกล่าวว่า วันที่ 24-28 ตุลาคม พื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลจะมีปริมาณฝนลดลงเหลือเพียง 10% แต่หากมีปริมาณน้ำฝนเกิน 100 มิลลิเมตรต่อวัน อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่เขตประกอบการเสรีที่อยู่ต่ำจากระดับน้ำทะเลประมาณ 30-50 เซนติเมตร ซึ่งรถเล็กจะไม่สามารถขับผ่านได้ ทำให้พนักงานเข้าพื้นที่ไม่ได้เช่นกัน กนอ.จึงประสานหน่วยงานเตรียมพื้นที่จอดรถและเตรียมรถขนส่งคอยอำนวยความสะดวกพนักงานเดินทางเข้าสู่พื้นที่เพื่อให้โรงงานในนิคมฯสา
