ปลาหมอคางดำ
“ปลาหมอคางดำ” ถือเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนได้ระดมกำลังร่วมมือกันแก้ไข ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ดำเนินการไปพร้อมกับการใช้องค์ความรู้จากนักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัย ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เข้ามาสนับสนุน เพื่อให้สามารถควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน เรื่องนี้ ซีพีเอฟ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ได้เดินหน้า 5 โครงการเชิงรุกบูรณาการความร่วมมือกับหลายหน่วยงาน หนึ่งในนั้นคือ ความร่วมมือกับ 3 สถาบันการศึกษา ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในการนำองค์ความรู้ทางวิชาการ รวมถึงนวัตกรรม เทคโนโลยีที่ทันสมัย เข้ามาประยุกต์ใช้แก้ปัญหาในทุกมิติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย คณะประมง ซึ่งมีนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญได้ทำการศึกษาวิจัยปลาชนิดนี้มาหลายปี ส่งผลให้มีองค์ความรู้เข้ามาช่วยเติมเต็มการแก้ปัญหาของภาครัฐได้ ผศ.ดร.สรณัฎฐ์ ศิริสวย ภาควิชาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ กรมประมงมีการศึกษาเชิงลึกอยู่แล้ว และมีการเตรียมแผนอย่างดี เพื่อนำปลาขนาดใหญ่ออกจ
นักกำหนดอาหาร แนะ ปลาหมอคางดำ กินได้ ย่อยง่าย ไขมันน้อย ให้โปรตีน ชี้การนำมากินเป็นอีกหนึ่งวิธีช่วยกำจัดที่ได้ผล และเป็นการนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า นางสาวอารยา เสรีวิสุทธิพงศ์ นักกำหนดอาหาร โรงพยาบาลวิชัยยุทธ กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าในขณะนี้ ปลาหมอคางดำเป็นปลาที่แพร่พันธุ์ได้รวดเร็วและรุกรานสัตว์น้ำพื้นถิ่นในแหล่งน้ำธรรมชาติของไทย ซึ่งทุกภาคส่วนกำลังร่วมด้วยช่วยกันกำจัดตามวิธีการต่างๆ เพื่อสนับสนุนการเร่งจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำให้ได้ไวที่สุด และลดปริมาณปลาดังกล่าวให้ได้มากที่สุด ซึ่งปลาหมอคางดำที่จับมาได้สามารถนำไปสร้างมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์อาหารได้หลายอย่าง เช่น หมักเป็นปลาร้า ปลาป่น ปลาตากแห้ง นอกจากนำมาดัดแปลงเป็นผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปแล้ว ยังสามารถนำปลาหมอคางดำมาประกอบอาหารกินได้ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทุกคนสามารถมีส่วนช่วยสนับสนุนมาตรการกำจัดปลาดังกล่าวได้และเห็นผล ปลาหมอคางดำเป็นปลาที่กินได้ ทำเป็นอาหารได้ ไม่เป็นอันตราย มีสารอาหารประเภทโปรตีน เหมือนปลาชนิดอื่นๆ ปลาเป็นเนื้อสัตว์ที่ย่อยง่าย ไม่ว่าปลาชนิดใดก็ตาม เนื้อปลาสุก 30 กรัม ให้สารอาหารโปรตีน 7 กรัม สำหรับปลาชนิดน
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เดินหน้าร่วมมือกับกรมประมงเร่งกำจัดปลาหมอคางดำ ล่าสุด สนับสนุนประมงจังหวัดจัดกิจกรรม “ลงแขก-ลงคลอง” จับปลาหมอคางดำแล้ว 6 จังหวัด ทั้ง สมุทรสงคราม สมุทรสาคร เพชรบุรี นครปฐม ชลบุรี และล่าสุดสนับสนุนประมงฉะเชิงเทราร่วมกับชาวแปดริ้วจับปลาในบริเวณคลองบางกะพ้อ ตำบลางกระเจ็ด อำเภอบางคล้า ช่วยกันลดจำนวนปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำ นายอดิศร์ กฤษณวงศ์ ผู้บริหารสูงสุดสายงานรัฐกิจและเอกชนสัมพันธ์ ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟได้ดำเนิน 5 โครงการร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการกำจัดปลาหมอคางดำ ตั้งแต่ การร่วมมือกับโรงงานปลาป่นสมุทรสาครช่วยรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อผลิตปลาป่นไปแล้วมากกว่า 600,000 กิโลกรัม และสนับสนุนประมงจังหวัดจัดกิจกรรมการจับปลากว่า 10 ครั้งใน 6 จังหวัด ได้แก่ ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรสาคร เพชรบุรี นครปฐม ชลบุรี และล่าสุดฉะเชิงเทรา เพื่อเร่งลดจำนวนปลาหมอคางดำอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะ จังหวัดสมุทรสาครที่สามารถกำจัดปลาหมอคางดำไปแล้วกว่า 830,000 กิโลกรัม สำหรับการสนับสนุนประมงจังหวัดมีตั้งแต่การสนับสนุนเครื่องมือจับปลา แห อวน รวมถึงอาหารและน้ำดื่ม
โรงงานปลาป่นสมุทรสาครร่วมมือกับซีพีเอฟ เปิดรับซื้อปลาหมอคางดำจากจังหวัดอื่น เหตุมีปลาในพื้นที่ลดลง รับล็อตแรกจากสมุทรปราการแล้วกว่า 5,800 กก. เจ้าของโรงงานปลาป่นจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับ ซีพีเอฟ เดินหน้ารับซื้อปลาหมอคางดำจากทุกจังหวัดทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยกันเร่งเอาปลาหมอคางดำออกจากทุกพื้นที่ให้เร็วที่สุดหากมีใบรับรองจากกรมประมงรับซื้อได้หมด โดยผู้ขายต้องประสานงานผ่านประมงจังหวัดขอใบรับรองยืนยันแหล่งที่จับและตรวจสอบย้อนกลับได้ ประเดิมซื้อปลาหมอคางดำจากจังหวัดสมุทรปราการแล้ว 5,860 กิโลกรัม นายปรีชา ศิริแสงอารำพี เจ้าของบริษัท ศิริแสงอารำพี จำกัด ผู้ผลิตปลาป่นได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล เปิดเผยว่า สถานการณ์ปลาหมอคางดำในพื้นที่สมุทรสาครมีน้อยลง เป็นผลจากประมงจังหวัดผนึกกับทุกภาคส่วนเดินหน้าเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ทำให้จังหวัดสมุทรสาครสามารถกำจัดปลาหมอคางดำในพื้นที่ได้แล้วรวม 769,231 กิโลกรัม และตามที่ โรงงานศิริแสงอารำพี ร่วมมือกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ โรงงานรับซื้อปลาหมอคางดำจากทุกจังหวัดทั่วประเทศในราคา 15 บาทต่อกิโลกรัม โดยมีเงื่อนไขให้ปร
ซีพีเอฟหนุนประมงจังหวัดเพชรบุรี ชวนปชช.ลงแขกลงคลอง จับได้ปลาหมอคางดำในคลองอีแอด ต.แหลมผักเบี้ยชาวบ้านจับได้ปลากระบอกเกือบ 200 กก. สะท้อนระบบนิเวศยังดี สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบุรี ผนึกกำลังกับชุมชน เกษตรกร ชาวประมง และเอกชน จัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” ช่วยกันจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำในบริเวณคลองอีแอด ในตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี สามารถจับปลาหมอคางดำได้กว่า 400 กิโลกรัม และยังจับปลากระบอกได้ด้วยอีกร่วม 200 กิโลกรัม ช่วยสะท้อนว่าระบบนิเวศในคลองอีแอดยังมีความอุดมสมบูรณ์ ภายในกิจกรรมลงแขก-ลงคลอง มีนายสุวัฐน์ วงศ์สุวัฒน์ รองอธิบดีกรมประมง เป็นประธานเปิดกิจกรรม พร้อมกับนายสมบุญ ธัญญาผล ผู้ตรวจราชการกรมประมง ว่าที่ร้อยตรี ธีระพล โชคนำชัย นายอำเภอบ้านแหลม รวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกรมประมง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชาวประมง ผู้นำชุมชนและตัวแทนจากภาคเอกชนกว่า 150 คนร่วมไม้ร่วมมือกันช่วยกันจับปลาในคลองอีแอด และกิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้ประมงจังหวัดเพชรบุรีได้รับการสนับสนุนอาหารว่าง เครื่องดื่มชูกำลังและน้ำดื่มจากบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ สำหรับแ
กระทรวงเกษตรฯ จับมือภาครัฐ – เอกชน แถลงข่าวในหัวข้อ “ปลาหมอคางดำ ทำอย่างไรให้เป็นปลาร้า Hygienic” แชร์ไอเดียการใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำ หนุนการจับเพื่อบริโภคในครัวเรือน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมประมง ภาครัฐ และเอกชน ร่วมแถลงข่าวในหัวข้อ “ปลาหมอคางดำ ทำอย่างไรให้เป็นปลาร้า Hygienic” ภายในงาน “Hygienic ปลาร้าไทย เกรียงไกรตลาดโลก” แชร์เทคนิคการแปรรูปปลาหมอคางดำเป็นน้ำปลาร้าแบบถูกสุขลักษณะ พร้อมนำเสนอ 5 เมนูสุดพิเศษจากปลาหมอคางดำที่ปรุงคู่กับปลาร้าไทยมาให้ผู้เข้าร่วมงานชม และชิม นอกจากนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการแสดงผลิตภัณฑ์จากก้างปลาหมอคางดำตอบโจทย์การใช้ประโยชน์จากเศษเหลือทิ้ง และเมนูอาหารจากปลาหมอคางดำมากมาย รวมถึงบูทผลิตภัณฑ์จากปลาร้า เพื่อเป็นไอเดียหนุนภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำเพื่อการบริโภคเพิ่มขึ้น ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการแถลงข่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้กรมประมงเร่งแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในทุกมิติ ทั้งการขับเคลื่อน 7 มาตรการ ภายใต้แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ พ.ศ. 2
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมมือกับกรมประมงแก้ปัญหาปลาหมอคางดำในจังหวัดต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด มอบปลากะพงขาว 5,000 ตัวแก่ประมงจังหวัดสมุทรสาคร ในกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” บริเวณศาลพันท้ายนรสิงห์ และสนับสนุนอุปกรณ์จับปลาแก่ประมงจังหวัดนครปฐมร่วมแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ พร้อมรุกดำเนิน 5 โครงการอย่างจริงจัง โดยมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยแม่โจ้แสดงความสนใจร่วมมือกันหาแนวทางควบคุมจำนวนปลาหมอคางดำที่มีประสิทธิภาพ นายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร นำตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆ ภาครัฐ เอกชน และประชาชน ร่วม กิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” ช่วยกันจับปลาหมอคางดำ ในแหล่งน้ำบริเวณศาลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมรับมอบปลากะพงขาวขนาด 5 นิ้วจำนวน 5,000 ตัวจากตัวแทนซีพีเอฟ และปล่อยลงแหล่งน้ำเพื่อช่วยควบคุมประชากรปลาหมอคางดำ ส่งผลให้ซีพีเอฟได้ร่วมสนับสนุนปลานักล่าเพื่อร่วมควบคุมปริมาณปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำตามแนวทางกรมประมงไปแล้วรวม 54,000 ตัว รณรงค์และทำกิจกรรมกำจัดปลาหมอคางดำในพื้นที่พบการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในทุกพื้นที่เพื่อเร่งกำจัดปลาหมอคางดำให้หมดไปคืน
วันนี้ (1 สิงหาคม 2567) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำโดย นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่สังกัดกระทรวงเกษตรฯ รวมถึงการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ซึ่งมี นายณรงศักดิ์ ใจสมุทร รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมชมกิจกรรมการกำจัดปลาหมอคางดำ การสาธิตแปรรูปอาหารจากปลาหมอคางดำ และการสาธิตการทำน้ำหมักชีวภาพจากปลาหมอคางดำ ณ พื้นที่บริเวณคลองเกาะโพธิ์ แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ด้าน กยท. เผย พร้อมเดินหน้ารับซื้อปลาหมอคางดำแล้ววันนี้ คาดการณ์เบื้องต้นสามารถรับซื้อปลาหมอคางดำได้กว่า 570,000 กิโลกรัมต่อเดือน เตรียมนำแปรรูปเป็นน้ำหมักชีวภาพคุณภาพสูงส่งต่อชาวสวนยาง นายอรรถกร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ 2567-2570 ประกอบด้วย 7 มาตรการ ดังนี้ 1. ควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำทุกแห่งที่พบการแพร่ระบาด 2. กำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ 3. การนำปลาหมอคางดำที่กำจัดออกจากระบบนิเวศไปใช้ประโยชน์ 4. สำรวจและเฝ้าระวังการแพร่
จากกรณีที่สื่อมวลชน นำเสนอข่าวว่า เกษตรกรวังกุ้งคลองด่าน จังหวัดสมุทรปราการ พาผู้สื่อข่าวเข้าไปทอดแหจับปลาในบ่อเลี้ยง ปรากฏว่าพบปลาที่มีลักษณะผสมกันระหว่าง ปลาหมอคางดำ กับปลานิล คือ ลักษณะเหมือนปลานิลแต่ที่คางมีสีดำ ซึ่งแตกต่างจากปลานิลทั่วไป ที่มีลักษณะตัวอ้วนกลม คางไม่มีสีดำ จึงตั้งข้อสังเกตสงสัยว่าจะมีการกลายพันธุ์เป็น “ปลานิลคางดำ” หรือไม่ ถ้าหากกลายพันธุ์จริง จะมีผลกระทบกับเกษตรกรอย่างไร จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่มานำตัวอย่างไปวิจัยจะได้หาแนวทางป้องกันแก้ไขนั้น นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง ชี้แจงว่า ปลานิล หรือ Nile tilapia (Oreochromis niloticus) ส่วนปลาหมอคางดำ หรือ Blackchin tilapia (Sarotherodon melanotheron) เป็นปลาที่อยู่คนละสกุล (genus) ซึ่งลักษณะภายนอกที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน คือปลานิลจะมีแก้มและตัวสีคล้ายกัน หางมนและมีลายเส้น ส่วนปลาหมอคางดำ ใต้คางจะมีจุดสีดำ หางเว้าและไม่มีลวดลาย อีกทั้งพฤติกรรมการฟักไข่และดูแลลูกปลาก็มีความแตกต่างกันด้วย โดยในปลานิล ปลาเพศเมียมีพฤติกรรมดูแลไข่และตัวอ่อน ส่วนในปลาหมอคางดำ ปลาเพศผู้มีพฤติกรรมดูแลไข่และตัวอ่อน ซึ่งความแตกต
จากข่าวที่สื่อเกือบทุกสำนักเผยแพร่เกี่ยวกับปลาหมอคางดำและใช้คำจำกัดความปลาชนิดนี้ว่า เป็นปลาต่างถิ่นสายพันธุ์รุกราน (Invasive Alien Species) ตามที่ภาครัฐกำหนด ทำให้ปลาชนิดนี้กลายเป็นวายร้ายในสายตาผู้คนทันที เพียงเพราะชื่อที่เรียกขานกัน จนสังคมคล้อยตามโดยไม่ได้ศึกษาข้อมูลด้านอื่นของปลา วันนี้ขอกล่าวในมุมที่แตกแต่ง (soft side) เพื่อเป็นข้อมูลอีกด้านหนึ่งของปลาหมอคางดำซึ่งมีโปรตีนไม่แตกต่างจากปลานิลและปลาหมอเทศ โดยเฉพาะการนำไปเป็นอาหารของมนุษย์ หรือนำไปทำปลาป่นเป็นวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ ให้เห็นประโยชน์ของปลาหมอคางดำชัดเจนขึ้น เกิดความเข้าใจในวงกว้างมากขึ้น สอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลขณะนี้ ที่สนับสนุนให้มีการจับปลาและบริโภคเป็นอาหารในครัวเรือน จนถึงพัฒนาเป็นเมนูอาหารร่วมสมัยประจำภัตตาคารและร้านอาหาร ขณะที่นักวิชาการบางท่านแนะนำให้พัฒนาเป็นเมนูอาหารประจำถิ่นสร้างรายได้ให้กับชุมชน ขณะนี้ รัฐบาลสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนใช้ประโยชน์จากปลาทั้งตัว เช่น นำไปทำเป็นปลาป่น เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ทั้งสัตว์บกและสัตว์น้ำ นำไปทำน้ำหมักชีวภาพเป็นปุ๋ยสำหรับพืช นำไปบดเป็นเหยื่อปลาและปู ตลอดจนทำเป็นอาหารในครัวเรื
