ปลาหมอคางดำ
ประมงจังหวัดเพชรบุรีรายงานการจัดกิจกรรมลงแขกลงคลองและแนวทาง “เจอ จับ แจ้ง” เห็นผล พบปลาหมอคางดำในคลองลดลง จากกิจกรรมล่าสุดจับปลาหมอคางดำที่คลองประดู่ ในอำเภอเขาย้อยได้เพียง 7 กิโลกรัมเท่านั้น พร้อมเดินหน้าบูรณาการทุกภาคส่วนจัดการปัญหาเชิงรุก จัดตั้งอาสาสมัครเฝ้าระวังประจำอำเภอ 30 คนต่ออำเภอ เดินหน้าส่งเสริมการใช้ประโยชน์ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ นายประจวบ เจี้ยงยี่ ประมงจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า ปริมาณปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากการจัดกิจกรรมลงแขกลงคลองกำจัดปลาหมอคางดำครั้งล่าสุด ที่ประมงเพชรบุรีบูรณาการความร่วมมือกับ หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกรมประมง ผู้แทนอำเภอเขาย้อย นายกเทศมนตรีตำบลเขาย้อย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้แทนบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF และชาวประมงในพื้นที่รวม 100 คน ลงจับมือที่คลองประดู่ ตำบลบางเค็ม อำเภอเขาย้อย ผลที่ได้จับปลาหมอคางดำได้เพียง 7 กิโลกรัมเท่านั้น และสามารถจับปลาพื้นถิ่นอีก 2 กิโลกรัม เป็นหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าลำคลองนี้ยังมีระบบนิเวศที่ดี สำหรับปลาหมอคางดำที่จับได้ ประมงเพชรบุรีมอบให้กับวิ
วิกฤตการแพร่ระบาดของ “ปลาหมอคางดำ” ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ลูกสัตว์น้ำ กุ้ง หอย ปู ปลาที่อยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติ ถูกกินไปจำนวนมาก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมง ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อกำจัดปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง และนำปลาที่จับมาไปใช้ประโยชน์ทั้งในภาคครัวเรือน เช่น การทำน้ำหมักชีวภาพ การทำน้ำปลาร้า การทำปลาป่น ฯลฯ ล่าสุด กองวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ (กอส.) กรมประมงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่จากเนื้อของปลาหมอคางดำ ได้แก่ ปลาหยอง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีโปรตีนสูงและสามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน รวมถึงยังสามารถพัฒนาต่อยอดไปเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นๆ ได้ เช่น น้ำพริกปลาคั่วสมุนไพร และผงโรยข้าว ขั้นตอนการทำปลาหยอง การทำปลาหยอง เริ่มต้นจากนำปลาหมอคางดำมาลอกหนังออก และล้างเนื้อปลาด้วยน้ำเกลือ เพื่อกำจัดไขมัน เลือด และกลิ่นคาว และนำไปนึ่งให้สุก ยีเนื้อปลาให้แยกเป็นฝอย ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ และน้ำตาลทราย คั่วด้วยไฟอ่อนจนแห้ง และนำไปอบให้แห้งด้วยตู้อบ ที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส นาน 1 ชั่วโมง เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีกลิ่นหอมของเนื้อปลาและซีอิ๊ว ทิ้งไ
สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบุรี รายงานการสำรวจปริมาณปลาหมอคางดำในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีพบว่ามีจำนวนลดลง แต่ยังเดินหน้าจัดกิจกรรมลงแขกลงคลองในแหล่งน้ำธรรมชาติและปล่อยปลาผู้ล่า พร้อมผนึกพลังของชาวเพชรบุรีเข้ามาร่วมกำจัดปลาชนิดนี้ แนวทางเป็น “เจอ จับ แจ้ง” ส่งเสริมการใช้ประโยชน์พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และริเริ่มแนวทางใหม่ ตั้งทีมอาสาสมัครประจำอำเภอร่วมหยุดยั้งปลาหมอคางดำอย่างยั่งยืนในระยะยาว นายประจวบ เจี้ยงยี่ ประมงจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ประมงอำเภอ เจ้าหน้าที่กรมประมง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ผู้แทนบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ และชาวประมงในพื้นที่ ร่วมกิจกรรมลงแขกลงคลองกำจัดปลาหมอคางดำ ณ บริเวณบ่อบำบัดน้ำ ทุ่งตะกาดพลี อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี สามารถจับปลาหมอคางดำได้ 2,024 กิโลกรัม ซึ่งประมงเพชรบุรีส่งมอบให้สำนักงานพัฒนาที่ดินนำไปผลิตน้ำหมักชีวภาพ และแบ่งให้ชาวบ้านที่มาร่วมกิจกรรมนำไปบริโภคต่อไป นายประจวบ กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติของจังหวัดเพชรบุรีลดลงมาก เห็นได้จากจับปลาหมอค
ปลาหมอคางดำ ที่เคยเป็นวาระแห่งชาติ ที่ทุกภาคส่วนผนึกพลังช่วยกันกำจัดและควบคุมประชากรอย่างเข้มข้น จนส่งผลให้ทุกวันนี้ปริมาณปลาหมอคางดำลดลงในทุกจังหวัดที่ประกาศพบปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำ หนึ่งในแนวทางที่ช่วยลดปริมาณปลาหมอคางดำได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ การนำปลาชนิดนี้มาใช้ประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ ใช้เป็นวัตถุดิบมาปรุงอาหารบริโภคในครัวเรือน แปรรูปเป็นเมนูอาหาร หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ไม่เพียงช่วยหยุดการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำ ยังพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส สร้างความมั่นคงทางอาหารและทางเศรษฐกิจให้กับคนไทย จากการรณรงค์ให้ทุกคนทุกหน่วยงานมีส่วนร่วมในการกำจัดปลาหมอคางดำ นอกจากจะนำไปทำปลาป่นหรือเป็นอาหารให้กับเป็ด ปลาหมอคางดำสามารถบริโภคได้ เป็นแหล่งโปรตีนที่มีรสชาติใกล้เคียงกับปลานิลที่เป็นปลายอดนิยมของคนไทย กระตุ้นให้เกิดความต้องการบริโภคเมนูปลาหมอคางดำกันอย่างกว้างขวาง ส่งผลให้หลายจังหวัดเกิดการสร้างสรรค์เมนูปลาหมอคางดำที่หลากหลาย ได้ทั้งเมนูคาว หวาน อาทิ น้ำยาขนมจีนปลาทอดกระเทียมพริกไทย ปลาผัดฉ่า แกงส้ม น้ำพริก สามารถพัฒนาเป็นของทานเล่น อย่าง ข้าวเกรียบปลา หรือทำเป็นอาหารฟิวชั่น เช่น สเต๊กปลา ซูชิปลา เป
จังหวัดนนทบุรี และกรมประมงบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ เอกชน และชุมชน เดินหน้ากำจัดปลาหมอคางดำอย่างเข้มแข็ง สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนช่วยกันจับขึ้นมาปรุงเป็นมื้ออาหารทุกวัน วันละประมาณ 10-20 กิโลกรัม ตามแนวทางมาตรการในการแก้ไขในระยะเร่งด่วน ได้แก่ 1.การควบคุมและกำจัดในทุกแหล่งน้ำที่พบการระบาด 2.การปล่อยปลานักล่า อาทิ ปลากะพงขาว ปลาอีกง ปลาช่อน ปลากราย เป็นต้น 3.การนำปลาหมอคางดำออกจากระบบนิเวศไปใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด 4. การสำรวจและเฝ้าระวังการแพร่กระจายในแหล่งน้ำธรรมชาติ และ 5.การประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้ให้กับทุกภาคส่วน โดยได้รับการสนับสนุนเครื่องมือจับปลาจาก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ และได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการจัดหาปลานักล่าจากจังหวัดนนทบุรีและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่ผ่านมา จังหวัดปล่อยปลานักล่าไปแล้ว 128,000 ตัว ลงใน 2 ลำคลองรักษาความสมดุลระบบนิเวศ พร้อมร่วมมือกับผู้นำชุมชนช่วยกันหาแนวทางใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำเพิ่มขึ้น เช่น ปลาร้า ปลาแดดเดียว เพื่อส่งเสริมการบริโภคเพื่อกำจัดปลาหมอคางดำอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นางระวีพรรณ แก้วเพ
สถานการณ์ปลาหมอคางดำในทุกพื้นที่มีความหนาแน่นลดลงอย่างเป็นรูปธรรม หลังกรมประมงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตาม 7 มาตรการของกรมประมงอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง รวมถึงประมงจังหวัดสงขลา ประมงจังหวัดจันทบุรี และประมงเพชรบุรี ที่ยังไม่หยุดควบคุมจำนวนปลาหมอคางดำหลากหลาย เน้นสร้างการมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อเฝ้าระวังการแพร่กระจายอย่างเข้มข้น ร่วมมือกับเกษตรกรกำจัดปลาหมอคางดำที่อยู่ในบ่อร้างช่วยหยุดวัฏจักรการระบาด ส่งเสริมการแปรรูปและบริโภค และฟื้นฟูความหลากหลายของระบบนิเวศ นายเจริญ โอมณี ประมงจังหวัดสงขลา กล่าวว่า สถานการณ์ปลาหมอคางดำพบเฉพาะพื้นที่ในอำเภอระโนดเท่านั้น ซึ่งประมงจังหวัดมีการสำรวจปริมาณปลาเป็นประจำทุกเดือน พบว่าความหนาแน่นของปลาหมอคางดำในภาพรวมทุกคลองลดลงจากการสำรวจ เกิดจากการดำเนินมาตรการของกรมประมง จากความต้องการจับมาบริโภคเพิ่มขึ้นชาวบ้านจับขึ้นทุกวันทั้งมาใช้บริโภคและนำมาแปรรูปทำปลาแดดเดียวซึ่งได้ราคาค่อนข้างดี โดยเฉลี่ยจับขึ้นมาได้วันละ 80 กิโลกรัม “ประมงจังหวัดสงขลาเน้นการประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกอำเภอของจังหวัดสงขลา รวมถึงชาวประมงในท
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เดินหน้าแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำตามนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างต่อเนื่อง ส่งมอบน้ำหมักชีวภาพจากปลาหมอคางดำถึงมือชาวสวนยางกลุ่มแปลงใหญ่แล้ว 600,000 ลิตร เตรียมรับปลาหมอเพิ่มจากกรมประมง ลุยผลิตน้ำหมักชีวภาพล็อตใหม่ หนุนลดต้นทุนการผลิตแก่ชาวสวนยาง นายณรงศักดิ์ ใจสมุทร รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินงานในการนำปลาหมอคางดำมาแปรรูปเป็นน้ำหมักชีวภาพว่า กยท. ได้รับซื้อปลาหมอคางดำในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จำนวน 600,000 กิโลกรัม นำมาผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพจากปลาหมอคางดำได้ประมาณ 1 ล้านลิตร และปัจจุบัน กยท. ได้กระจายน้ำหมักชีวภาพฯ จำนวน 600,000 ลิตร ถึงมือเกษตรกรชาวสวนยางที่เป็นสมาชิกแปลงใหญ่ยางพาราทั่วประเทศแล้ว ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา และอีก 400,000 ลิตร กยท. มีแผนที่จะดำเนินการจำหน่ายให้กับเกษตรกรผู้รับการปลูกแทนและเกษตรกรทั่วไป โดยคาดว่าจะจำหน่ายหมดก่อนช่วงฤดูฝน ปี 68 เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตรก่อนเริ่มฤดูฝน (พฤษภาคม-กรกฎาคม) เนื่องจากในช่วงฤดูฝนเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการนำน้ำหมักชีวภาพฯ ไปใช้บำรุ
นักศึกษาโครงงานกลุ่มเชิงปฏิบัติการของหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูง การบริหารงานภาครัฐและกฎหมายมหาชน (ปรม.) รุ่นที่ 23 สถาบันพระปกเกล้า พ.ศ. 2567 พลิกวิกฤตปลาหมอคางดำ แปรรูปสินค้าสู่ข้าวเกรียบใจบุญ ต่อยอดธุรกิจร่วมกับวิสาหกิจชุมชนเกษตรสวนนอก จังหวัดสมุทรสงคราม หวังสร้างรายได้ให้ชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม นายวิทวัส ชัยภาคภูมิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า หลักสูตรการบริหารงานภาครัฐและกฎหมายมหาชน ของสถาบันพระปกเกล้า มีพันธกิจคือ การอบรมผู้นำหรือนักศึกษาที่มีศักยภาพ โดยเป็นข้าราชการระดับซี 9 ขึ้นไป หรือเป็นผู้บริหารขององค์กรทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน ให้มีความรู้ ทักษะและความสามารถที่จำเป็นของการเป็นผู้นำในด้านการเสนอแนะนโยบาย และการนำนโยบายไปปฏิบัติ ทั้งนี้ หลักสูตรดังกล่าวนักศึกษาจะมีการนำเสนอโครงงานกลุ่มเชิงปฏิบัติการของหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูง โดยเน้นให้นักศึกษาทำโครงงานโดยการลงพื้นที่จริง เพื่อทำงานที่เป็นประโยชน์กับภาคสังคมอย่างแท้จริง และที่สำคัญคือเป็นโอกาสที่ผู้บริหารทั้งหมดมีโอกาสมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ใช้เครือข่ายที่เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ต่อภาคประชาสังคม ช่วยลดความเหลื่อ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ จับมือกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เตรียมใช้เทคโนโลยี Environmental DNA (eDNA) ในการจัดการและควบคุมการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ (Sarotherodon melanotheron) ในแหล่งน้ำและพื้นที่กันชน ร่วมสนับสนุนภาครัฐแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน นายเปรมศักดิ์ วนัชสุนทร ผู้บริหารสูงสุดด้านการวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทได้กำหนดแผนปฏิบัติการเชิงรุก 5 โครงการ เพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหาการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำอย่างเร่งด่วนของรัฐบาล เช่น การจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำให้มากที่สุดและเร็วที่สุด เพื่ออำนวยความสะดวกในการปล่อยปลาผู้ล่า ตามขั้นตอนการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ซึ่งความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาเป็นหนึ่งในแผนปฏิบัติงานเชิงรุกของบริษัท ภายใต้โครงการที่ 5 ที่มุ่งมั่นร่วมทำวิจัยกับผู้เชี่ยวชาญในการหาแนวทางควบคุมประชากรปลาหมอคางดำในระยะยาว ผศ.ดร.ธงชัย พุฒทองศิริ คณบดีคณะเทคโนโลยีการเกษตร สจล. กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า สจล. เป็นมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสมั
เพจ “แอนสาวใต้” ร่วมด้วยช่วยชาติ รังสรรค์เมนูจากปลาหมอคางดำ ทั้งปลาแดดเดียว แกงส้ม ทอดมัน อร่อยไม่แพ้ปลาชนิดอื่น พร้อมชวนคนไทย นำมาลองทำเมนูเด็ดประจำบ้าน ช่วยกันกิน ช่วยกันกำจัด เพื่อลดปริมาณปลาชนิดนี้ออกจากแหล่งน้ำให้ได้มากที่สุด หวังให้หมดไปจากระบบนิเวศของไทย นางสาวธวัลพร บำรุงการ หรือ แอน เจ้าของเพจ “แอนสาวใต้” เพจไลฟ์สไตล์ ตกปลา-ทำอาหาร ของสาวชุมพร ที่มีผู้ติดตาม 3.8 แสนคน เล่าให้ฟังว่า แอนเป็นคนชื่นชอบการทำอาหารมากๆ ประกอบกับที่คุณแม่รักการตกปลา ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม ในละแวกจังหวัดชุมพร ทำให้ได้ปลาหลากหลายชนิดมาเป็นวัตถุดิบประกอบอาหาร และได้นำมารังสรรค์เป็นเมนูต่างๆ จึงได้เกิดไอเดียเปิดเพจทำอาหารของตนเองขึ้น เพื่อที่จะแบ่งปันเรื่องราวและประสบการณ์การตกปลาของคุณแม่ ส่วนตนเองนำเสนอการปรุงเมนูรสเด็ดจากปลาและวัตถุดิบอาหารต่างๆ ที่ได้มาจากการตกปลาของคุณแม่ ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นแอนไปตกปลากับคุณแม่ และได้เห็นปลาหมอคางดำเป็นครั้งแรก ขณะนั้นยังไม่ทราบว่าเป็นปลาอะไร แต่สังเกตเห็นจุดสีดำด้านข้างแก้มปลา มองลงไปในน้ำเห็นเป็นฝูงใหญ่ มีจำนวนเยอะพอสมควร ตอนนั้นก็พอจะทราบแล้วว่าปลาชนิดน
