พืชสมุนไพร
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภายใต้การนำของ “หมอคง” หรือ ผศ.น.สพ.ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คนที่ 16 พร้อมด้วยรองอธิการบดีทั้ง 16 ท่านร่วมขับเคลื่อนองค์การ ในฐานะมหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้นวัตกรรม ร่วมวางรากฐานและเร่งพัฒนาศักยภาพคนไทยทุกช่วงวัย ทุกกลุ่ม และทุกสาขาอาชีพ ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและสอดรับกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมแก้ปัญหาภาคการเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม โดยเปลี่ยนภาคการเกษตรของไทยไปสู่เกษตรสมัยใหม่ “Smart Farming” ในทุกมิติ ทั้ง Upskill และ Reskill เพื่อให้เกษตรกรไทย ‘เก่งขึ้น’ “มก.” มหาวิทยาลัยของประชาชน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรชุดวิชา (Non-Degree) บูรณาการข้ามศาสตร์ที่สามารถช่วยพัฒนาทักษะเฉพาะด้านตามความต้องการ ทั้งการเรียนรู้ทักษะใหม่ (New Skill) การเพิ่มพูนทักษะเดิม (Upskill) และการปรับทักษะ (Reskill) ผู้สำเร็จการศึกษาสามารถนำความรู้และทักษะไปใช้ในการทำงานได้จริง รวมทั้งสามารถสะสมหน่วยกิตนำไปใช้ศึกษาต่อระดับปริญญาได้ในอนาคต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ลงนาม MOU ก
“ว่านสาวหลง” จัดเป็นว่านเมตตามหานิยม เป็นพืชล้มลุก อยู่ในวงศ์ขิง-ข่า สกุลเดียวกันกับเร่วและกระวาน สามารถพัฒนาเป็นพืชเศรษฐกิจได้ ในฐานะพืชสมุนไพรเพื่อความงาม เนื่องจากทุกส่วนของพืช มีกลิ่นหอมแรง นำมาต้มอาบบำรุงผิวพรรณ ช่วยให้รู้สึกสดชื่น ทั้งต้นและส่วนใต้ดินของว่านสาวหลงมีน้ำมันหอมระเหยที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ เมื่อนำมาสกัดน้ำมันหอมระเหย ใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง เช่น สบู่และโลชั่นบำรุงผิว ฯลฯ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรที่อยู่รอบศูนย์ฯ เรียนรู้เทคนิคการเพาะชำและปลูกว่านสาวหลงให้ได้ผลผลิตที่ได้มาตรฐาน และสามารถให้ผลผลิตสูงสุด รวมทั้งรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรนำมาพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากว่านสาวหลง ให้เป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข การปลูกว่านสาวหลง ในป่าธรรมชาติ ว่านสาวหลงจัดเป็นไม้พื้นล่างของป่า การขยายพันธุ์ตามธรรมชาติของว่านสาวหลงจะแทงหน่อออกมาตามไหลที่แพร่ไปตามพื้นดิน หากต้องการปลูกเพื่อการค้าต้องปลูกในบริเวณที่ร่มรำไร มีความชื้นในดิน ค่อนข้างสูง น้ำไม่ท่วมขัง และปลูกในดินทราย เพื่อจะเก็บเกี่ยวผลผลิต (ไหล)
. “กระชายป่า” หรือ “กระชายดอย” ถือเป็นสมุนไพรพื้นถิ่นในตำบลน้ำปั้ว อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่ภูเขาสลับดอยที่มีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ ทำให้พืชสมุนไพรจากแหล่งนี้ มีคุณค่าทางยาสูง ดีต่อสุขภาพมากมาย ชาวบ้านในพื้นที่หมู่บ้านปางสีเสียด ได้รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกและแปรรูปสมุนไพร ต.น้ำปั้ว ภายใต้การนำของ นายสหัส สุขบรรจง ประธานกลุ่มฯ ด้วยการนำ “กระชายดอย” พืชสมุนไพรในท้องถิ่นมา พัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพหลากหลายรูปแบบภายใต้แบรนด์ “ บ้านปางเฮิร์บ” เพื่อให้รับประทานง่าย เหมาะสมกับวิถีชีวิตของผู้คนในปัจจุบันมากขึ้น กลายเป็นสินค้า OTOP ของดีเมืองน่านที่ได้คุณภาพมาตรฐานสากล สร้างอาชีพและสร้างรายได้เข้าสู่ชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยผลงานที่โดดเด่น จึงคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 วิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2569 เพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยงานวิจัย คุณสหัส สุขบรรจง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกและแปรรูปสมุนไพร ต.น้ำปั้ว เล่าให้ฟังว่า ทางกลุ่มฯ ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมจากสำนักงานการวิจัยแห่งช
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านการวิจัยและพัฒนา “การยกระดับพืชสมุนไพรและของเหลือใช้ทางการเกษตร ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสุขภาพและสุขภาวะวัยที่ดีอย่างยั่งยืน” โดยมีเป้าหมายผลักดันการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ทรัพยากรชีวภาพของไทย พัฒนาสารสำคัญ (Bioactive Ingredients) ต่อยอดสู่อาหารเสริม เวชสำอาง และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจชีวภาพและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามแนวคิด Zero Waste ตลอดระยะเวลาความร่วมมือ 5 ปี นายประเสริฐ สุรัตนเมธากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของไลอ้อนในการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สุขภาพของผู้บริโภคในอนาคต โดยประเทศไทยมีศักยภาพด้านความหลากหลายทางชีวภาพและวัตถุดิบทางการเกษตรที่สามารถต่อยอดเป็นสารสำคัญมูลค่าสูงได้ หากสามารถเชื่อมโยงงานวิจัยตั้งแต่ต้นน้ำสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างครบวงจร ถือเป็นการต่อยอดความร่วมมือระหว่างไลอ้อนและ วว. ที่
การเลี้ยงไก่นอกจากเรื่องของอาหารที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษแล้ว การป้องกันโรคต่างๆ โดยไม่ใช้ยาปฏิชีวนะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องใส่ใจ ซึ่งพืชสมุนไพรเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เกษตรกรในหลายพื้นที่นำมาผสมกับอาหารให้ไก่กิน เพราะนอกจากจะหาง่ายแล้ว ยังเป็นตัวช่วยแบบประหยัดต้นทุนให้กับเกษตรกร วันนี้จะพามารู้จักกับพืชสมุนไพร 5 ชนิด ที่นิยมนำมาผสมอาหารให้กับไก่ที่เลี้ยงกิน มีดังนี้ ฟ้าทะลายโจร เป็นสมุนไพรพื้นบ้านของไทยที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ด้วยสรรพคุณทางยาที่หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อต่างๆ เช่น โควิด-19 ทำให้ฟ้าทะลายโจรกลายเป็นสมุนไพรที่ได้รับความสนใจและถูกนำมาศึกษาอย่างแพร่หลาย ลักษณะของฟ้าทะลายโจร การนำฟ้าทะลายโจรมาใช้กับไก่นั้นเป็นที่นิยมในหมู่เกษตรกรและผู้เลี้ยงไก่ เนื่องจากมีสรรพคุณทางยาที่หลากหลายและสามารถช่วยป้องกันโรคในไก่ได้หลายชนิด สรรพคุณของฟ้าทะลายโจรเมื่อใช้กับไก่ ต้านเชื้อแบคทีเรียช่วยป้องกันและรักษาโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เช่น โรคท้องเสีย ต้านการอักเสบช่วยลดอาการอักเสบในระบบทางเดินอาหารและระบบหายใจ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันช่วยให้ไก่แข็งแรงและต้า
ในประเทศไทยมีความต้องการ “ว่านน้ำ” เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมยาแผนปัจจุบันและแผนโบราณ รวมทั้งในการสกัดน้ำมันว่านน้ำในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม โดยนำ ว่านน้ำ มาแปรรูปเป็นน้ำมันหอมระเหยใช้แต่งกลิ่นเบียร์และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ โดยอาศัยไกโคลไซด์ที่ทำให้เกิดรสขม และใช้ในป้องกันและกำจัดศัตรูพืชได้หลายชนิด ว่านน้ำ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Acorus calamus Linn. ชื่อสามัญ Mytle Grass, Sweet Flag จัดอยู่ในวงศ์ Araceae มีชื่ออื่นคือ คงเจี้ยงจี้ ผมผา ส้มชื่น ฮางคาวน้ำ ฮางคาวบ้าน (ภาคเหนือ) ตะไคร้น้ำ (เพชรบุรี) ทิสีปุตอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ว่านน้ำ ว่านน้ำเล็ก ฮางคาวผา (เชียงใหม่) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ว่านน้ำมีลำต้นเป็นเหง้าอยู่ใต้ดิน ลักษณะเป็นแท่งค่อนข้างแบน ยาวประมาณ 5-20 เซนติเมตร เป็นพืชที่มีอายุหลายปี มีใบแข็งตั้งตรง รูปร่างแบนเรียวยาวคล้ายใบดาบฝรั่ง ปลายใบแหลม แตกใบเรียงสลับซ้ายขวาเป็นแผง ใบค่อนข้างฉ่ำน้ำ ดอกมีสีเขียวมีขนาดเล็กออกเป็นช่อ มีจำนวนมากอัดกันแน่นเป็นแท่งรูปทรงกระบอก มีก้านช่อดอกลักษณะคล้ายใบ ทั้งใบ เหง้า และรากมีกลิ่นหอมฉุน ชอบขึ้นตามที่น้ำขัง หรือที่ชื้นแฉะ สามารถพบว่านน้ำ ได้ตามร่อ
“คุณเมือง หรือ คุณอภิจิตต์ ชาวเขา” เจ้าของสวนม่อนเมืองมุก และเป็นประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนพืชผักสมุนไพรบูรไฮไทภู อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ปัจจุบันสมาชิกกลุ่ม จำนวน 13 คนใช้พื้นที่ว่างกลางร่องสวนยางพารามาปลูกต้นคอนแคน เพื่อจำหน่ายต้นพันธุ์ พร้อมเก็บยอดอ่อนและดอกจำหน่ายในลักษณะผักสดให้แก่ผู้สนใจ และนำใบต้นคอนแคนมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใบชาเพื่อสุขภาพ สร้างรายได้ปีละไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท นอกจากนี้ ทางกลุ่มยังได้ส่งเสริมเครือข่ายเกษตรกรในพื้นที่บ้านปากช่อง ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร มากกว่า 50 คน โดยปลูกสมุนไพรคอนแคนส่งขายให้กับกลุ่ม สร้างรายได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาทต่อครัวเรือนต่อปีแล้ว ทุกวันนี้ ต้นคอนแคน จากสมุนไพรท้องถิ่น จังหวัดมุกดาหาร กำลังกลายเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกตัวใหม่ที่สร้างอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกรที่เป็นสมาชิกกลุ่มแล้ว ยังกลายเป็นแหล่งศึกษาดูงานของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจำนวนมาก ส่งผลให้กลุ่มแห่งนี้ได้รับรางวัลกลุ่มวิสากิจชุมชนดีเด่นระดับจังหวัดในช่วงที่ผ่านมาด้วย รู้จัก “ต้นคอนแคน” คุณเมืองกล่าวว่า ต้นคอนแคน
“ผักเป็นยา” เป็นแนวคิดที่เชื่อว่าผักสามารถนำมาใช้ในการบำรุงร่างกายและรักษาโรคต่างๆ ได้ เนื่องจากผักมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งมีทั้งวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ เทคโนโลยีชาวบ้านจึงได้รวบรวมพืชสมุนไพร ผักกินได้ ใกล้ตัว ที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกายกว่า 10 ชนิดมาฝาก อันดับ 1 ขิง สมุนไพรที่ใช้ทำอาหาร และมีสรรพคุณในการรักษาโรค ซึ่งสามารถช่วยรักษาอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย และช่วยบรรเทาอาการไมเกรนลดความเจ็บปวดจากการปวดหัวได้ อันดับ 2 กระสัง พืชมนต์ขลัง ยาดีไม่มีลืมเลือน ผักที่เป็นอาหารและเป็นยา มีประโยชน์และคุณค่าทางอาหารช่วยในเรื่องของระบบย่อยอาหาร ใช้เป็นยาสมุนไพรนำใบมาต้ม ใช้ล้างหน้ารักษาสิว และทำให้ผิวหน้าใส อันดับ 3 หูเสือ สมุนไพรประจำบ้าน ช่วยแก้หวัด ซึ่งเป็นพืชผักสมุนไพรมาใช้รักษาบรรเทาอาการไอ แก้หวัดคัดจมูกได้อย่างยอดเยี่ยม อันดับ 4 ตดหมู ตดหมา(พาโหม) สมุนไพรที่ใช้ลดน้ำตาล-ไขมันในเลือด ทั้งยาบำรุงที่ดี เป็นยาอายุวัฒนะ โดยเชื่อว่าการรับประทานเป็นประจำ สามารถเพิ่มกำลัง เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ช่วยทำให้กระดูกที่หักติดกันง่าย ช่วยทำให้สีผิวเงางาม ช่วยกำจั
“มะรุม” เป็นพืชผักพื้นบ้านที่ปลูกกันแพร่หลายทั่วไป การปลูกมะรุมไว้ที่บ้านเมื่อก่อนโบราณเขาถือ เชื่อว่าถ้าปลูกจะเกิดปัญหาวุ่นวาย ความยุ่งยากมารุมมาตุ้ม จึงนำไปปลูกไว้ริมรั้ว สมัยนี้เห็นมีปลูกกันในบ้านเยอะแยะ เป็นไม้ที่มีเสน่ห์มาก เพราะคนทั่วไปรู้คุณค่า คุณประโยชน์ที่มีมากมายในมะรุม บ้านเราตอนนี้ มีผักพื้นบ้านหลายชนิดที่ชาวบ้านได้เรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติของพืชผักต่างๆ มาอย่างแท้จริง มีการใช้ประโยชน์จากผักมากมายหลายมิติทั้งทางนิเวศและวัฒนธรรม ด้านอาหาร ด้านยารักษาโรค ด้านประโยชน์ใช้สอย ด้านประเพณีพิธีกรรมความเชื่อ และด้านเศรษฐกิจ สิ่งแรกที่มนุษย์ให้ความสำคัญคงหนีไม่พ้นเรื่อง อาหารการกิน เรื่องกินเรื่องใหญ่ มนุษย์อยู่รอดทุกวันนี้เจริญเติบใหญ่ก็เพราะกินอาหาร พืชผักถูกใช้ปรุงเป็นอาหารหรือกินสดๆ เมื่อกินเข้าไปในร่างกายก็จะเกิดประโยชน์ทางโภชนาการเป็นยาสมุนไพร ให้ใยอาหาร เป็นต้น ผักพื้นบ้าน หมายถึง พรรณพืชผักพื้นบ้านหรือพรรณไม้พื้นเมืองท้องถิ่นที่ชาวบ้านนำมาบริโภคเป็นผัก ตามวัฒนธรรมการบริโภคของท้องถิ่นมีอยู่ในแหล่งธรรมชาติป่าเขา ริมน้ำ ริมห้วย หนอง คลอง บึง ในสวนนาไร่ หรือนำมาปลูกไว้ใกล้บ้านแล
“มะตาด” เป็นพันธุ์ไม้ยืนต้นที่คนไทยเชื้อสายมอญต่างรู้จักกันมาเนิ่นนาน สมัยรุ่นพ่อรุ่นแม่ บางคนเรียกลูกมะตาดว่า แอปเปิ้ลมอญ เพราะผลสวยและมีรสเปรี้ยวๆ คล้ายแอปเปิ้ลฝรั่ง จนเรียกกันติดปากว่า “มะตาด คือ แอปเปิ้ลมอญ” นั่นเอง มะตาด (matat) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dillenia indica Linn. สามารถพบตามภาคต่างๆ ของไทย ภาคเหนือพบที่เชียงใหม่ เรียกว่า ส้านป้าว อีสานพบที่สุรินทร์ ภาคกลางพบในจังหวัดปทุมธานี กาญจนบุรี และปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ภาคใต้พบในจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง และพังงา เรียกว่า แส้น นอกจากนี้ มะตาด ยังมีชื่อเรียกตามพื้นเมืองว่า ส้านกวาง ส้านท่า ส้านใหญ่ ส้มปรุ และชื่อทั่วๆ ไป เรียกว่า ส้าน มะตาดเป็นพืชที่เติบโตได้ดีในป่าดิบชื้นหรือป่าฝนเขตร้อนใกล้แม่น้ำ ป่าพรุ ในภาคใต้ของไทย นอกจากนี้ ยังการกระจายตัวของต้นมะตาดอยู่ในประเทศต่างๆ ได้แก่ อินเดีย ศรีลังกา พม่า ยูนนาน คาบสมุทรมลายู ลาว เวียดนาม กัมพูชา ชวา ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ มะตาดเป็นไม้ไม่ผลัดใบ เป็นไม้พุ่มขนาดใหญ่หรือไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง 15 เมตร ใบยาว 15-36 เซนติเมตร เส้นใบเห็นเด่นชัด ดอกมีขนาดใหญ่ มีเส้นผ่านศูนย
