มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสมาคมปลากัด เปิดตัว โครงการ การวิจัยเพื่อการอนุรักษ์เอกลักษณ์ทางพันธุกรรมปลากัดพื้นเมืองอย่างยั่งยืนและการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพเชิงเศรษฐกิจ เพื่อเป็นจุดศูนย์กลางของความร่วมมือระหว่างองค์กรที่มีความสนใจในการทำงานวิจัยด้านปลากัด พร้อมศึกษา ค้นคว้า และจัดทำฐานข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพ รองศาสตราจารย์ ดร.นภาวรรณ นพรัตนนราภรณ์ ผู้จัดการโครงการส่งเสริมกิจกรรมการให้ทุนวิจัยมุ่งเป้า สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ สพภ. เป็นประธานพิธีเปิดตัวโครงการ การวิจัยเพื่อการอนุรักษ์เอกลักษณ์ทางพันธุกรรมปลากัดพื้นเมืองอย่างยั่งยืนและการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพเชิงเศรษฐกิจ พร้อมประชุมหารือเกี่ยวกับการวางแผนงานโครงการวิจัยระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสมาคมปลากัด เพื่อเป็นจุดศูนย์กลางของความร่วมมือระหว่างองค์กรต่างๆ ที่มีความสนใจในการทำงานวิจัยด้านปลากัด พร้อมศึกษา ค้นคว้า และจัดทำฐานข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพ อนุกรมวิธาน เอกลักษณ์ทางพันธุกรรม นิเวศวิทยา และการแพร่กระจายของปลากัดป่า
มะม่วง เป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ก้อนโตให้แก่เกษตรกรไทยในแต่ละปี โดยมีอัตราการเติบโตกว่า ปีละ 10% ทำให้มะม่วงเป็นไม้ผลที่มีพื้นที่ปลูกมากที่สุดในประเทศ กว่า 1.97 ล้านไร่ ผลผลิตรวม 3.12 ล้านตัน ผลผลิตเฉลี่ย 1,583 กิโลกรัม ต่อไร่ ต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 5.42 บาท ต่อกิโลกรัม โดยราคาที่เกษตรกรขายได้ เฉลี่ย 29.75 บาท ต่อกิโลกรัม นับเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่ให้ผลตอบแทนสูงมาก คุ้มค่ากับการลงทุน จึงเป็นพืชเศรษฐกิจอันดับต้นๆ ที่เกษตรกรหน้าใหม่สนใจเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง ช่วงฤดูกาลผลิตมะม่วงของประเทศไทย (เมษายน-มิถุนายน) มีปริมาณการส่งออก 117,472 ตัน มูลค่าส่งออก 4,385 ล้านบาท ซึ่งตลาดหลักสำคัญคือ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ สินค้าขายดีคือ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง เป็นสายพันธุ์มะม่วงที่ตลาดญี่ปุ่นมีความต้องการสูง เนื่องจากลักษณะเด่นของมะม่วงสายพันธุ์นี้ เมื่อผลสุกผิวของเปลือกมีสีเหลืองนวลถึงเหลืองทอง เนื้อสีเหลืองมีกลิ่นหอม เนื้อละเอียดมีเสี้ยนค่อนข้างน้อย รสหวาน ในปี 2562 ไทยส่งออกมะม่วงสดอบไอน้ำไปญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ จำนวน 12,136.70 ตัน มูลค่า 1,261.70 ล้านบาท (ที่มา : ศูนย์สารสนเทศการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจ
นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติกล่าวในการเป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การสำรวจความคิดเห็นด้านการเกษตร” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-19 มิ.ย. 2563 ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 อาคารวชิรานุสรณ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ว่า สภาเกษตรกรเป็นองค์กรใหญ่ มีสมาชิกจำนวนมาก มีตัวแทนตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล ครอบคลุมทั้งประเทศ ความเป็นตัวแทนของเกษตรกรทำให้ต้องมีข้อมูลความเห็นจากเกษตรกรเพื่อเสนอต่อรัฐบาลตามบทบาทภารกิจ ซึ่งการทำโพลเป็นรูปแบบที่ต้องการทำมานาน เนื่องจากเมื่อรับรู้ผลการสำรวจที่ผ่านมาหลายครั้งรู้สึกได้ว่าไม่ตรงตามความเห็นของเกษตรกร การสำรวจความคิดเห็นด้านการเกษตรหรือการจัดทำโพลของสภาเกษตรกรฯจึงจะได้ข้อมูลความเห็นจากเกษตรกรจริง ซึ่งการสำรวจความคิดเห็นจากเกษตรกรถึงปัญหาต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลมีน้ำหนัก, น่าเชื่อถือและสะท้อนปัญหา/ความเป็นจริงจากล่างสุดสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บริหาร/จัดการปัญหารวมทั้งความช่วยเหลือได้อย่างตรงจุด โดยมีประเด็นและทำการประเมินให้เป็นแนวทางในการทำงานและแก้ปัญหาให้เกษตรกรได้ และควรจะมีการสำรวจตามระยะเวลา เช่น การสำรวจภาวะเศร
จากวิสัยทัศน์ของเทศบาลเมืองแสนสุขที่ต้องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของบางแสน ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของพื้นที่ ซึ่งเชื่อมโยงสู่เศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศ นำไปสู่การหารือเพื่อหาแนวทางการดำเนินงานให้เกิดผลในเชิงปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เทศบาลเมืองแสนสุขจึงร่วมมือกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พัฒนายกระดับ “บางแสน” เป็น “Zero waste beach” แห่งแรกของประเทศ โดยมอบหมายให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปประยุกต์ ติดตั้ง และดำเนินการจัดการปัญหาขยะในพื้นที่แบบเบ็ดเสร็จ โดยแบ่งการดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือ ดังนี้ 1.นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ผ่านการวิจัยแล้วและสามารถดำเนินการได้จริงภายใต้การสนับสนุนของ วช. ไปประยุกต์ ติดตั้ง และใช้งานในพื้นที่เทศบาลเมืองแสนสุข 1.1 เปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของนักท่องเที่ยว โดยไม่ใช้สินค้าครั้งเดียวทิ้ง (Single-used) ร่วมมือกับเอกชนในพื้นที่ส่งเสริมการบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งหลอด ถุง และอื่นๆ 1.2 เพื่อลดการเกิดขยะในพื้นที่ โดยการนำขยะไปใช้ประโยชน์ เช่น ทำกระเบื้อง ขอบถ
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดการประกวดวาดภาพ “STAY HOME NO COVID DRAW BETTA” โครงการ National Betta BioResource Project (NBBRP)หรือ โครงการทรัพยากรชีวภาพปลากัดแห่งชาติ ซึ่ง วช. และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ร่วมมือกันทำวิจัยโครงการ “การวิจัยเพื่อการอนุรักษ์เอกลักษณ์ทางพันธุกรรมปลากัดพื้นเมืองอย่างยั่งยืนและการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพเชิงเศรษฐกิจ” เพื่อเป็นฐานข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพที่สามารถนำมาใช้เป็นฐานข้อมูลในการปรับปรุงพันธุ์ปลากัดและพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต ยกระดับชนิดและสายพันธุ์ของปลากัดไทยให้มีคุณค่าแก่การเป็นสัตว์น้ำประจำชาติมากยิ่งขึ้นตามแนวนโยบายรัฐ และสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรปลากัดให้แพร่กระจายมากยิ่งขึ้น ดังนั้น เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปได้ตระหนักและสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรปลากัดให้แพร่กระจายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ covid-19 จึงได้จัดให้มีการประกวดวาดภาพขึ้น การประกวด แบ่งเป็น 2 หัวข้อ คือ 1. ภาพวาดปลากัดแบบ Hand painting (สำหรับร
กรุงเทพฯ, 29 มกราคม 2563 – บริษัท เจียไต๋ จำกัด ขนทัพผลิตภัณฑ์สินค้าการเกษตรคุณภาพ ร่วมออกบู๊ธในงานเกษตรแฟร์ประจำปี 2563 ระหว่างวันที่ 31 มกราคม ถึง 8 กุมภาพันธ์ ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน ในปีนี้บูธของเจียไต๋ตั้งอยู่ใน Zone D เลขที่ D163, D163/1 และ D164-D166 ใกล้ประตูงามวงศ์วาน 3 ตลอด 9 วันของการจัดงาน ผู้เข้าชมงานจะได้พบกับเมล็ดพันธุ์พืชผักสวนครัวหลากหลายชนิด อุปกรณ์สำหรับการเพาะปลูกในครัวเรือนจากเจียไต๋ โฮมการ์เด้น ผลไม้สดที่ปลูกจากเมล็ดพันธุ์สายพันธุ์พิเศษชั้นดี การันตีคุณภาพจากเจียไต๋ฟาร์ม ในปีนี้ชูโรงด้วย 2 ขุนพลแตงโมแห่งอาณาจักรเจียไต๋ ได้แก่ แตงโมทัมอัพ แตงโมลูกดำสายพันธุ์ญี่ปุ่นที่อร่อยเลิศล้ำ เนื้อแน่น รสชาติหอมหวาน และแตงโมซอนญ่าพลัสที่เนื้อดี หวานกรอบ นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกของการเปิดตัวแตงหอมเตย อะโรมาติก ที่หอมกลิ่นใบเตยทั้งต้น ผล และดอก มาในรูปแบบแตงมินิที่ให้ความกรอบแน่น อร่อยกว่าแตงกวาทั่วไป เหมาะทานเป็นอาหารว่างเพื่อสุขภาพที่ทั้งหอมและอร่อย สำหรับผู้ที่สนใจต้องการสร้างอาชีพจากการปลูกแตงโมสายพันธุ์ใหม่และแตงหอมเตย อะโรมาติก สามารถขอคำแนะนำจาก
สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร (KAPI) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้จัดการประกวด Thailand Green Design Awards 2020 ขอเชิญชวนผู้เข้าชมงานเกษตรแฟร์ 63 ทุกท่าน ร่วมกิจกรรม TGDA2020 Popular Vote ร่วมโหวตให้กับผลงานที่ชื่นชอบเพื่อเฟ้นหาสุดยอดผลงานรักษ์โลกที่โดนใจที่สุด ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ โดยสามารถโหวตได้ใน 2 ช่องทาง คือ ร่วมโหวตได้ที่บู๊ธนิทรรศการแสดงผลงานที่ได้รับรางวัล TGDA2020 ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ โดยผู้ที่เข้าชมนิทรรศการ สามารถโหวตให้คะแนนผลงานที่ตนเองชอบมากที่สุด 1 ท่าน ต่อ 1 โหวต โดย 1 คะแนนเสียงจากการโหวตผ่านบูธนิทรรศการจะคิดเป็น 5 คะแนน ร่วมโหวตด้วยการกดไลค์และแชร์รูปภาพผลงาน ผ่านทาง เฟซบุ๊ก www.facebook.com/TGDA.Thailand/ ในอัลบัม TGDA2020: Popular Vote” โดย 1 ไลค์ คิดเป็น 1 คะแนน และ 1 แชร์ คิดเป็น 3 คะแนน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการปลูกจิตสำนึกและรักษาสิ่งแวดล้อม ไปกับโครงการ Thailand Green Design Awards ด้วยการร่วมโหวตและร่วมเชียร์ให้กับผลงานที่ชื่นชอบ ได้ตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม – 8 กุมภาพันธ์ 2563 เปิดโหวตทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. ณ บูธ TGDA
สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร (KAPI) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้จัดการประกวด Thailand Green Design Awards 2020 ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจ เข้าร่วมชมนิทรรศการแสดงผลงานที่ได้รับรางวัล Thailand Green Design Awards 2020 (TGDA2020) ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ ในงานงานเกษตรแฟร์ 63 โดยภายในนิทรรศการประกอบด้วยผลงานที่ได้รับรางวัล 3 ประเภท ได้แก่ ผลงานประเภทประหยัดพลังงาน ผลงานที่ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และผลงานที่ยกระดับคุณภาพการใช้ชีวิต จากทั้งกลุ่มเยาวชน นักเรียนนักศึกษา และผลงานของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน บริษัทเอกชน และประชาชนทั่วไป ร่วมชมนิทรรศการและอัพเดตผลงานรักษ์โลกได้ในงานเกษตรแฟร์ 63 ตั้งแต่ วันที่ 31 มกราคม – 8 กุมภาพันธ์ 2563
กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมจัดกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563 ณ บริเวณกระทรวงศึกษาธิการ และบริเวณด้านข้างคลองผดุงกรุงเกษม ภายใต้แนวคิด “เด็กไทยหัวใจเกษตร” ในวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2563 นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับกรมวิชาการเกษตร เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563 ณ บริเวณกระทรวงศึกษาธิการ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดกิจกรรมภายใต้แนวคิด “เด็กไทยหัวใจเกษตร” เนื่องจากเล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาเด็กและเยาวชน การสร้างทัศนคติที่ดี และมีใจรักในการประกอบอาชีพการเกษตร การให้ความรู้และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้เด็กและเยาวชนได้รับรู้ถึงสัญลักษณ์และกิจกรรมของยุวเกษตรกร เพื่อการสร้างความเชื่อมโยงและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน โดยจัดนิทรรศการให้ความรู้ใน 2 หัวข้อ คือ ต้นกล้ายุวเกษตรกร และผักหลากสีมีดีต่างกัน เพื่อให้ยุวเกษตรกรได้ทราบถึงคุณประโยชน์ของผักสีต่างๆ และการปลูกผักสำหรับคนเมืองแก่เด็กและเยาวชนที่มาร่วมงาน สำหรับนิทรรศการต้นกล้ายุวเกษตรกร จะบอกเล่านิยามและความหมายของกลุ่มย
“ประเทศไทยเป็นเมืองเกษตรกรรม ประชากรส่วนใหญ่มีรายได้หลักจากอาชีพการเพาะปลูก แต่การเพาะปลูกพืชซ้ำในที่ดินผืนเดิมเป็นระยะเวลายาวนานและต่อเนื่อง ย่อมทำให้ธาตุอาหารในดินสูญเสียไปเพราะถูกพืชดูดซึมติดไปกับผลผลิตเสียหมด “ปุ๋ยเคมี” จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเพิ่มธาตุอาหาร คืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับดินและเพิ่มผลผลิตในไร่นา แต่การใช้ปุ๋ยเคมีจะได้ผลดีมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับวิธีการบริหารจัดการของเกษตรกรแต่ละรายด้วยว่า เลือกใช้ปุ๋ยได้ถูกสูตร ถูกอัตราส่วน ถูกเวลา และถูกวิธีหรือไม่ นายกองเอก เปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช ที่ปรึกษาอาวุโส บริษัท ไทยเซ็นทรัลเคมี จำกัด (มหาชน) และนายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย กล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์ร่วมกับผู้บริหาร บริษัท ไทยเซ็นทรัลเคมี จำกัด (มหาชน) ประกอบด้วย คุณโยชิฮิโระ ทามูระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเซ็นทรัลเคมี จำกัด (มหาชน) คุณสมรักษ์ ลิขิตเจริญพันธ์ เจ้าหน้าที่บริหารและผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านการผลิต/ผู้จัดการโรงงาน และ คุณวัชระ ปิงสุทธิวงศ์ เจ้าหน้าที่บริหารและผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านธุรกรรมการค้า/สายงา
