มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เชิดชูผลงานวิจัยดีเด่น การศึกษา “โรคไวรัสทิลาเปียเลค” โรคไวรัสอุบัติใหม่ที่เป็นสาเหตุการตายของลูกปลานิลในช่วงหนึ่งเดือนแรก โดยพบการแพร่ระบาดทั่วประเทศไทย ทั้งตามแม่น้ำหรือแหล่งน้ำที่มีการเลี้ยงปลาอย่างหนาแน่น ซึ่งงานวิจัยนี้จะนำไปสู่การป้องกันและควบคุมโรคอย่างยั่งยืน ในขณะที่มนุษย์กำลังต่อสู้กับโรคโควิด-19 ที่เกิดจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ปลานิลและปลานิลแดงซึ่งเป็นปลาที่มีการเพาะเลี้ยงมากที่สุดในประเทศไทย และมีมูลค่าการเลี้ยงสูงถึงปีละประมาณ 10,000 ล้านบาท กำลังถูกคุกคามด้วยไวรัสอุบัติใหม่ ที่ชื่อว่าทิลาเปียเลค (Tilapia Lake Virus) หรือ TiLV ซึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ปลานิลในหลายประเทศทั่วโลกเกิดการติดเชื้อ และตายเป็นจำนวนมากจนการศึกษาวิจัยพบว่า เชื้อ TiLV เป็นสาเหตุของการตายดังกล่าว ปัจจุบัน เชื้อ TiLV มีรายงานการพบใน 16 ประเทศ จาก 4 ทวีป เชื้อไวรัส TiLV ทำให้ปลานิลที่ติดเชื้อมีอัตราการตายระหว่าง 20 – 90% โดยมีรายงานการค้นพบไวรัสดังกล่าวครั้งแรกที่อิสราเอล เมื่อปี พ.ศ. 2557 หลังจากนั้น อีก 1 ปี ทีมนักวิจัยไทยนำโดย รศ.ดร.น.สพ.วิน สุรเชษฐพงษ์
ผู้เขียน : วรนัฐ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา หน่อไม้ฝรั่ง เป็นพืชผักสำคัญของประเทศไทย ผลผลิตที่มีคุณภาพดีส่วนใหญ่ถูกส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศและมีปริมาณความต้องการเพิ่มมากขึ้นทุกปี ตลาดการค้าหน่อไม้ฝรั่งมีทิศทางแนวโน้มดีตลอดมา ประเทศคู่ค้าที่สำคัญของไทยคือ ไต้หวันและญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจดี ประชากรมีคุณภาพชีวิตดี ทำให้มีความต้องการผลผลิตหน่อไม้ฝรั่งที่มีมาตรฐานสูงจากประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น ไทยเราจึงมีความจำเป็นต้องยกระดับมาตรฐานผลผลิตทั้งด้านคุณภาพและปริมาณ รวมทั้งพยายามบริหารจัดการให้มีผลผลิตสม่ำเสมอตลอดทั้งปี เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของตลาดการค้าโลก ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกหน่อไม้ฝรั่งมากกว่า 10,000 ไร่ ในแต่ละปีสามารถผลิตผลผลิตได้มากกว่า 20,000 ตัน ผลผลิตแบ่งแยกตามคุณภาพหน่อออกได้เป็นหลายเกรด ซึ่งแต่ละเกรดมีราคารับซื้อแตกต่างกัน เกรด A มีราคารับซื้อสูงสุดและเป็นเกรดที่ประเทศคู่ค้ามีความต้องการมาก เกรด B และ C มีราคารับซื้อลดหลั่นกันลงมา เกรดสุดท้ายคือกลุ่มตกเกรดที่มีราคารับซื้อต่ำสุด การทำการเกษตรจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับคำว่า มาตรฐานผลผลิต ซึ่งเกี่ยวข้องทั้งเรื่องคุ
วช. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มอบกล้าพันธุ์อ้อยสะอาดนำร่องภายใต้โครงการการพัฒนาและผลิตท่อนพันธุ์สะอาดนำร่องเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มอบกล้าพันธุ์อ้อยสะอาดนำร่อง ภายใต้โครงการการพัฒนาและผลิตท่อนพันธุ์สะอาดนำร่อง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 ณ อาคารวชิรานุสรณ์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย นายสมปรารถนา สุขทวี รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวต้อนรับ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธนพล ไชยแสน จากภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร มหาวิทยาเกษตรศาสตร์ หัวหน้าโครงการวิจัยฯ กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการ ซึ่งได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยและนวัตกรรม จาก วช. ประเด็นเป้าหมายด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและการเกษตร กลุ่มเรื่อง อ้อยและน้ำตาล ปีงบประมาณ 2563 สำหรับการมอบกล้าพันธุ์อ้อยสะอาดฯ ครั้งนี้มุ่งถ่ายทอดเทคโนโลยีท่อนพันธุ์อ้อยสะอาดเพื่อต่อยอดนำไปใช้ประโยชน์ในสภาวะแล้งที่เกษตรกรขาดแคลนท่อนพันธุ์และมอบกล้า
หนู เป็นศัตรูพืชสำคัญที่สร้างความเสียหายให้กับสวนปาล์มน้ำมันทุกระยะ โดยหนูพุกใหญ่ และหนูนาใหญ่ มักกัดทำลายต้นกล้าปาล์มน้ำมันในแปลงเพาะชำและต้นปาล์มปลูกใหม่ นอกจากนี้ ยังมีหนูป่ามาเลย์ ที่เข้าทำลายปาล์มน้ำมันในช่วงให้ผลผลิต กัดกินตั้งแต่ช่อดอกอ่อน ผลปาล์มอ่อน ผลดิบ และกินกระทั่งเนื้อเปลือกผลสุก เกษตรกรหลายพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนจากหนูป่ามาเลย์ ที่กัดกินทะลายปาล์มสดเสียหายสะสมรุนแรง ทำให้ขายผลผลิตไม่ได้ราคา รวมทั้งยังต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการซื้อสารเคมีเพื่อกำจัดหนูค่อนข้างสูง แต่ก็ยังไม่สามารถปราบหนูได้ ซึ่งมีหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนทำการศึกษาวิจัย การใช้ “นกแสก” กำจัดหนูในสวนปาล์มน้ำมัน ซึ่งพบว่าได้ผลดีมาก นกแสก เป็นนกประจำถิ่นของไทยซึ่งมีอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ และเป็นนกกลางคืนที่อาศัยอยู่ใกล้ชุมชน ปกติใช้โพรงไม้และช่องใต้หลังคาเป็นรังวางไข่ กินหนูเป็นอาหาร มีพฤติกรรมล่าเหยื่อในที่โล่ง ทุ่งหญ้า ไร่นา และสวนปาล์มน้ำมัน มีการผสมพันธุ์ในช่วงเดือนกันยายน-กุมภาพันธ์ เลี้ยงลูก 2 ครอก ติดต่อกัน จำนวนไข่ รังละ 5-7 ฟอง จำนวนต่ำสุด 2 ฟอง สูงสุด 15 ฟอง เพศเมียจะฟักไข่ประมาณ 30 วัน ใ
ภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายเกษตรกรกว่า 100 คน ร่วมกับ บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด จัดกิจกรรมภายใต้โครงการ Better Farms, Better Lives ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หวังยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรรายย่อยไทยหลังสถานการณ์โควิด-19 ทั้งด้าน ต้นทุนผลิต การใช้สารกำจัดศัตรูพืชอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย รวมทั้งการนำเทคโนโลยีโดรนมาใช้ในพื้นที่เพาะปลูก ช่วยส่งผลดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในอนาคต วิถีชีวิตของชาวนาและภาวะเศรษฐกิจชุมชนกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ล่าสุดยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ทาง บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด ร่วมกับมูลนิธิคลังสมองสหกรณ์ไทย จัดกิจกรรม “การฟื้นฟูธุรกิจ และเศรษฐกิจข้าวชุมชน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา” ภายใต้ โครงการ Better Farms, Better Lives ณ โรงเรียนวัดสามบัณฑิต อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยจัดให้มีการฝึกอบรมความรู้ให้กับเกษตรกร เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต ส่งเสริมการใช้นวัตกรรม เช่น อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) และการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ฯลฯ โดยมีเครือข่ายเกษตรกรรายย่อยเข้าร่วมกว่า 100 คน นายอนันต์ ภู่สิทธิกุล ประธานมูลนิ
คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้แก่ นางสาวชนาพร สุทธินันท์ นิสิตระดับปริญญาเอก และ รศ.ดร. บุญเสฐียร บุญสูง (อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์) ภาควิชาสัตววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ ร่วมกับ Dr. Jean-Luc Gattolliat สังกัด Museum of Zoology เมือง โลซาน สมาพันธรัฐสวิส (อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วม) ได้ค้นพบตัวอ่อนแมลงชีปะขาวสกุลใหม่และชนิดใหม่ของโลก คือ แมลงชีปะขาวเข็ม Cymbalcloeon sartorii ที่ลำธารห้วยเขย่ง อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี และลำธารต้นน้ำเลย อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย นับเป็นการค้นพบครั้งแรกและพบเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น รศ.ดร. บุญเสฐียร บุญญสูง เปิดเผยถึงการค้นพบว่า สืบเนื่องจาก นางสาวชนาพร สุทธินันท์ นิสิตทุนเรียนดีวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ระดับปริญญาเอก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้สนใจศึกษาและทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับความหลากหลายของตัวอ่อนแมลงชีปะขาววงศ์ Baetidae ในภาคใต้และภาคตะวันตกของประเทศไทย และได้ค้นพบตัวอ่อนแมลงชีปะขาวสกุลใหม่ของโลก โดยงานวิจัยชิ้นนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (BDC-PG4-161004) และโครงการทุนเรียนดีวิทยาศาสตร
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2563 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ได้จัดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการรายใหม่ ร่วมใจสู้โควิด 19 ขึ้นระหว่างเดือน สิงหาคม 2563 ถึง เดือน กันยายน 2564 เพื่อพัฒนานิสิต บุคลากร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน หรือบุคคลในครอบครัว และประชาชนทั่วไปโดยรอบวิทยาเขต ให้เป็นผู้ประกอบการรายใหม่ (Startup) และยังสามารถช่วยให้สร้างรายได้แบบพึ่งพาตนเองได้ต่อไป การจัดงานครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นประธานเปิดโครงการและส่งมอบพื้นที่ให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ โดยมี รองศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.อนุชัย ภิญโญภูมิมินทร์ รองอธิการบดีวิทยาเขตกำแพงแสน กล่าวรายงาน ภายในงานได้การมีจัดนิทรรศการด้านเทคโนโลยีเกี่ยวกับการเกษตรต่างๆ อาทิ คณะเกษตร กำแพงแสน ภาควิชาสัตวบาล ผลิตภัณฑ์จากปุ๋ยหมักจากมูลแพะ ปุ๋ยจากมูลโค รวมถึงผลงานวิจัยพืชสมุนไพร เช่น ผลิตภัณฑ์สบู่จากกาวเครือขาว มังคุด ดอกดาวเรือง ไข่ไก่เพื่อสุขภาพ ศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักเขตร้อน สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ผัก ได้แก่ เมล็ดพริกมันดำ พริกขี้หนู ถั่วพู โหระพา สำนักส่งเสริมและ
ขยะพลาสติกเป็นปัญหาลำดับต้นๆ ของประเทศ ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันแก้ไขปัญหา แหล่งกำเนิดที่สำคัญของขยะพลาสติกมาจาก ภาคอุตสาหกรรมทั้งในรูปแบบเศษพลาสติกที่เหลือจากการตัดสินค้าไม่ได้มาตรฐาน และการเริ่มเดินเครื่องจากการผลิต เป็นต้น ซึ่งหากมีการใช้เทคโนโลยีในการช่วยบริหารจัดการการทำงานของเครื่องจักรและพนักงานจะสามารถลดการสูญเสียจำนวนมากลงได้ นอกจากนี้ ของเสียเกิดขึ้นหากมีระบบการจัดการเพื่อส่งต่อไปเป็นวัตถุดิบให้กับสายการผลิตอื่นหรือขายให้กับอุตสาหกรรมอื่น จะเป็นการเพิ่มรายได้ ลดค่าใช้จ่ายในการกำจัด และลดขยะพลาสติกจากภาคอุตสาหกรรมออกสู่สิ่งแวดล้อม กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทยจึงเกิดแนวคิดความร่วมมือพี่ช่วยน้อง มุ่งสู่ Zero Plastic Waste ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม Digital loT และ Smart Process ภายใต้ Future Industry 4.0 ปัจจุบัน อุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) โดยเฉพาะอุตสาหกรรมพลาสติกและอุตสาหกรรมอาหารและแปรรูปมีความต้องการในการพัฒนาระบบกระบวนการผลิต เพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 โดยใช้ IOT เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการลดต้นทุน เพิ่มรายได้ ลดของเสียประเภทพลาสติกที่เป็นต้นทุนหลักของวัตถุดิบ ลดการใช้พล
บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด ร่วมกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมการข้าว มูลนิธิคลังสมองสหกรณ์ไทย สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์ โปรดิวส์ จำกัด เปิดตัวโครงการ Better Farms, Better Lives เพื่อส่งความห่วงใยต่อภาคการเกษตรโดยการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยที่กำลังเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด -19 ในประเทศไทย นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดโครงการ Better Farms, Better Lives พร้อมรับมอบชุดผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ความปลอดภัยจำนวน 50,000 ชุด พร้อมโครงการการฝึกอบรมความรู้การผลิตข้าวในวิถีใหม่ด้วยเทคโนโลยี่ที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ ลดเวลาและแรงงาน ทำให้ชุมนุมชนเกิดความยั่งยืน รวมมูลค่า 20 ล้านบาท จาก นายโจว ฝาน รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับเกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกข้าวเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยาครอบคลุม จังหวัดปทุมธานี สุพรรณบุรี พิษณุโลก และพื้นที่ใกล้เคียง 26 จังหวัด ในพิธีเปิดโครงการ Better Farms, Better Lives ยังได้รับเกียรติจากนายทรรศนะ ลาภรวย ที
“อนุมูลอิสระ” (Free Radical) เป็นสาเหตุหลักของการเสื่อมสภาพของเซลล์การเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า รอบดวงตา และผิวพรรณ รวมไปถึงโรคจากระบบภูมิคุ้มกัน และโรคมะเร็ง กลายเป็นพลังผลักดันให้นักวิจัยสนใจที่จะค้นคว้าเพื่อเอาชนะปัญหาเหล่านี้ ผลวิจัยพบว่า ผักท้องถิ่นของแต่ละพื้นที่ของไทยมีฤทธิ์ต้านสารอนุมูลอิสระสูง เหมาะที่จะนำมาปรุงอาหารสร้างเสริมสุขภาพ “เพลินใจ ตังคณะกุล” นักวิชาการจากสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และคณะ ได้ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านสารอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ของผักพื้นบ้านในอาหารเหนือและอาหารอีสาน ผลการวิจัยพบว่า มีอาหารท้องถิ่นในแต่ละภาคของไทยหลายชนิดที่ใช้ผักพื้นบ้านมาเป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหาร และนำผักพื้นบ้านของแต่ละภาคมาศึกษาเกี่ยวกับคุณค่าของสารอาหาร พบว่า ผักพื้นบ้านส่วนใหญ่มีคุณค่าสร้างเสริมสุขภาพ (functional food) เพราะมีฤทธิ์ต้านสารอนุมูลอิสระ ซึ่งอนุมูลอิสระนี้เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาทางสุขภาพ เช่น ภาวะความจำเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ ระบบภูมิคุ้มกันลดลง และโรคมะเร็ง เป็นต้น แต่ขณะเดียวกัน ร่างกายก
