มันสำปะหลัง
กรมส่งเสริมการเกษตร เตือนเกษตรกรเร่งสำรวจต้นมันสำปะหลังที่มีอาการคล้ายโรคใบด่าง ก่อนแมลงหวี่ขาวยาสูบพาหะนำโรคขยายพันธุ์ช่วงปลายฝนต้นหนาว นายสำราญ สาราบรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า โรคใบด่างมันสำปะหลัง ซึ่งมีพื้นที่ระบาดอยู่ใกล้ชายแดนไทย ได้แก่ เวียดนาม และกัมพูชา มีสาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัส Sri Lankan cassava mosaic virus ลักษณะอาการที่สังเกตได้คือ ต้นมันสำปะหลังจะแสดงอาการใบด่างเหลือง ใบเสียรูปทรง และมีขนาดเล็กลง ยอดที่แตกใหม่จะด่างเหลือง ลำต้นแคระแกร็น โดยขณะนี้ กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร เร่งสำรวจต้นที่แสดงอาการคล้ายโรคดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้เข้ามาระบาดในประเทศไทย ทั้งนี้ ขอแนะนำให้เกษตรกรหมั่นสำรวจแปลงมันสำปะหลังอย่างละเอียด โดยเฉพาะที่มีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังบริเวณใกล้ชายแดนกัมพูชา หากพบมันสำปะหลังแสดงอาการใกล้เคียงโรคใบด่างให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร เจ้าหน้าที่เกษตรตำบล หรือสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน เพื่อเข้าไปสังเกตต้นมันสำปะหลังดังกล่าวทันที และเก็บตัวอย่างต้องสงสัยส่งให้กรมวิชาการเกษตรตรวจสอบ หากมีความเสี่ยงจะเร่งทำลายด้วยการฝังกลบใ
คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้จัดงาน “อนาคตประเทศไทย โจทย์วิจัยเพื่อประชาชน” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ เป็นอีกหนึ่งเวทีที่ทำให้นักวิจัยได้แสดงผลงานด้านงานวิจัยอย่างเป็นรูปธรรม หนึ่งในงานวิจัย นั้นก็คือ มันสำปะหลัง “สายพันธุ์ พิรุณ 4” โดย คุณสุรินทร์ พิชัย เกษตรกรดีเด่นภาคเหนือ และยังเป็นเจ้าของลานมันศรีเกษตร จังหวัดกำแพงเพชร รวมทั้งยังควบตำแหน่ง “นายกสมาคมมันสำปะหลังไทยภาคเหนือ” ได้นำต้นสายพันธุ์ พิรุณ 4 มาแสดงในงาน พร้อมกับผลิตภัณฑ์แปรรูปที่ได้จากต้นมันสำปะหลัง สายพันธุ์ “พิรุณ 4” หลังทดลองปลูกกับทีมคณาจารย์ที่วิจัยสายพันธุ์ พิรุณ 4 จนประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ผู้เขียนได้มีโอกาสพบกับ คุณสุรินทร์ พิชัย ในวัย 52 ปี มาพร้อมกับ คุณนิตยา จันทร์กระจ่าง ภรรยาวัย 41 ปี ซึ่งนำมันสำปะหลังทอด ในรูปแบบเฟรนช์ฟราย และเบเกอรี่ที่ทำจากแป้งมันสำปะหลัง สายพันธุ์ พิรุณ 4 มาเปิดตัวในงานนี้ด้วย สร้างความสนใจให้กับผู้เข้ามาชมงานไม่น้อย เพราะทั้งคู่เป็นเกษตรกรดั้งเดิมในจังหวัดกำแพงเพชร มีพื้นที่ปลูกไร่มันสำปะหลังถึง 200 ไร่ และนำความรู้ที่ได้มาพัฒนาแวดวงเกษตรกรรม โดย คุณสุรินทร์ จบคณะเกษตร สาขาพืชไร่
การใช้เครื่องจักรกลการเกษตรขนาดใหญ่ในพื้นที่ปลูกพืชไร่ เช่น มันสำปะหลัง หรืออ้อย ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี ส่งผลให้ชั้นดินมีลักษณะแน่นทึบและแข็งมากขึ้น เนื้อดินมีช่องว่างสำหรับน้ำและอากาศน้อย มีโอกาสทำให้เกิดชั้นดินดานสูง ซึ่งเป็นปัญหาต่อการปลูกพืช โดยช่วงฤดูฝนเมื่อมีฝนตกลงมา น้ำจะซึมลงไปในดินชั้นล่างไม่ได้ ขณะเดียวกันในหน้าแล้งดินดานจะกั้นไม่ให้ความชื้นที่อยู่ข้างล่างขึ้นมาถึงรากพืช อาจทำให้พืชขาดน้ำและตายได้ เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังจึงจำเป็นต้องไถระเบิดดินดาน แต่ปัจจุบันค่าจ้างในการไถระเบิดดินดานมีราคาค่อนข้างสูง และยังขาดเครื่องมือไถระเบิดดินดานที่มีประสิทธิภาพด้วย จากปัญหาดังกล่าว สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร จึงได้วิจัยและพัฒนา “ไถระเบิดดินดานสำหรับติดพ่วงท้ายรถแทรกเตอร์ขนาดกลาง” ขึ้น เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสมกับพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังและอ้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณยุทธนา เครือหาญชาญพงค์ วิศวกรการเกษตรชำนาญการพิเศษ สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า การไถระเบิดดินดานนับว่ามีความจำเป็นต่อการปลูกมันสำปะหลัง ซึ่งหลักของการไถระเบิดดินดานคือ ไถต้องจิ
รมว.กษ. รุกนโยบายการผลิตสินค้าเกษตร ให้สอดคล้องความต้องการของตลาด เพื่อให้ราคาสินค้าเกษตรมีเสถียรภาพ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ ต้องการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวไม่ให้ตกต่ำกว่าต้นทุนการผลิตของชาวนา จึงได้จัดทำโครงการปลูกพืชอื่นๆ หลังฤดูทำนาปี โดยในรายการพืชอื่นๆ นั้น มีข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นทางเลือกหนึ่งและมีพืชใช้น้ำน้อยอื่นๆ ด้วย แต่สำหรับมันสำปะหลังนั้นไม่ได้อยู่ในรายการพืชอื่นๆ หลังฤดูทำนาปี อย่างไรก็ตาม ในส่วนของมันสำปะหลัง กระทรวงเกษตรฯ พิจารณาว่าเป็นพืชอีกชนิดหนึ่งซึ่งมีอนาคต ที่จะปรับปรุง พัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง สำหรับสถานการณ์การผลิตข้าว ปัจจุบัน พบว่า ข้าว มีผลผลิตส่วนเกินจากความต้องการตลาด โดยไทยมีพื้นที่เพาะปลูกทั้งประเทศ ประมาณ 71.8 ล้านไร่ ปริมาณผลผลิตประมาณ 32.63 ล้านตัน ในขณะที่ความต้องการทั้งในและนอกประเทศเฉลี่ย 5 ปี ประมาณ 30.88 ล้านตัน ดังนั้น จึงเกิดผลผลิตส่วนเกิน 1.75 ล้านตัน เมื่อคำนวณกลับเป็นพื้นที่จะมีเนื้อที่ปลูกข้าวมากเกินความต้องการ 2.6 ล้านไร่ ขณะที่พืชเศรษฐกิจหลักอีกหลายชนิดที่ให้ผลตอบแทนสูงก
สศก. เผย ราคามันสำปะหลังยังอยู่ในเกณฑ์สูง เดือนมิถุนายนเฉลี่ย กิโลกรัมละ 2.51 บาท ซึ่งอยู่ในช่วงปลายฤดูกาลเก็บเกี่ยว ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย ระบุ ผลผลิตรอบสุดท้ายจะออกตลาดในเดือนสิงหาคม ถึงกันยายนนี้ ฝากเกษตรกรให้ระมัดระวังการเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตมันสำปะหลังที่ไม่ครบอายุ เพื่อรักษาคุณภาพผลผลิตและท่อนพันธุ์ที่ดี นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึง สถานการณ์การผลิตมันสำปะหลัง ปี 2560/2561 (ตุลาคม 2560 ถึง กันยายน 2561 ข้อมูล ณ มีนาคม 2561) คาดว่า มีเนื้อที่เก็บเกี่ยว 7.87 ล้านไร่ ผลผลิต 27.24 ล้านตัน ผลผลิตต่อไร่ 3,462 เมื่อเทียบกับปี 2559/2560 พบว่า พื้นที่เก็บเกี่ยว ปริมาณผลผลิต และผลผลิตต่อไร่ ลดลง ร้อยละ 9.70 ร้อยละ 10.67 และร้อยละ 1.06 ตามลำดับ เนื่องจากเกษตรกรปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า เช่น อ้อยโรงงาน และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น อีกทั้งบางพื้นที่ฝนตกชุกและปริมาณน้ำฝนมากทำให้ดินชุ่มน้ำ หัวมันสำปะหลังเน่าเสียหาย ผลผลิตต่อไร่จึงลดลง ประกอบกับเกษตรกร ขาดเงินทุนในการบำรุงรักษาแปลงเพาะปลูกมันสำป
“สนธิรัตน์” เผยพาณิชย์เตรียมแผนรับมือสินค้าเกษตรล่วงหน้า ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ในฤดูกาลหน้า แนะเกษตรกรเน้นปลูกสินค้าที่มีคุณภาพ ดันราคาให้สูงขึ้น นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “นโยบายและทิศทางการพัฒนาสินค้า ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง” ที่จัดโดยสมาคมการค้าพืชไร่ ว่า กระทรวงพาณิชย์มีแผนในการดูแลราคาสินค้าเกษตรสำคัญของประเทศ ทั้งข้าวเปลือก ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง และสินค้าเกษตรอื่นๆ โดยได้มีการประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าทุกรายการ และวางแผนช่วยเหลือเป็นการล่วงหน้า โดยเฉพาะด้านการตลาดที่จะนำมาส่งเสริมและผลักดันให้เกษตรกรเพาะปลูกสินค้าเกษตรตามความต้องการของตลาด โดยจะช่วยหาตลาดรองรับ การจำหน่ายภายในประเทศและส่งออกต่างประเทศ รวมถึงการจำหน่ายผ่านช่องทางการค้าออนไลน์ด้วย ทั้งนี้ ในส่วนของราคาข้าวปัจจุบัน พบว่า ราคายังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการที่ประเทศผู้นำเข้าข้าวสำคัญ เช่น แอฟริกา จีน ยังมีความต้องการซื้อข้าวเพิ่ม และไทยชนะการประมูลขายข้าวให้กับหลายประเทศ เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ทำให้มีคว
“มันสำปะหลัง” เป็นสินค้าพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญของโลก รองจาก อ้อย ข้าวโพด ข้าว ข้าวสาลี มันฝรั่ง สำหรับประเทศไทย มันสำปะหลังนับเป็นพืชเศรษฐกิจเชิงพาณิชย์ที่สำคัญ มีปริมาณการผลิตมากกว่า 20 ล้านตัน ในแต่ละปี โดยไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังอันดับหนึ่งของโลกด้วย มันสำปะหลัง เป็นพืชอาหารหลักของมนุษย์และสัตว์ เป็นวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ประกอบการผลิตในอุตสาหกรรมมากมาย จึงจำเป็นต้องหาแนวทางในการปรับปรุงและยกระดับโซ่คุณค่าของมันสำปะหลัง เพื่อให้เกษตรกรผู้เป็นต้นน้ำของโซ่คุณค่ามันสำปะหลังอยู่รอดและสืบทอดกิจการต่อไปอย่างยั่งยืน สุดท้ายนี้ การจะหากำไรจากการผลิตมันสำปะหลังคงต้องเริ่มหาจากการผลิตสินค้าที่ได้คุณภาพ ผลิตในปริมาณที่ตลาดและภาคอุตสาหกรรมยอมรับ อาจต้องนำนวัตกรรมการผลิตใหม่ๆ เข้ามาช่วยปรับปรุงการผลิตหรือมาช่วยลดต้นทุน ถ้ามีการวางแผนการผลิตที่ดีก็จะช่วยลดการเกิดปัญหาสินค้าล้นตลาดและถูกตัดราคาได้ สหกรณ์นิคมคลองสวนหมาก ใช้มันสำปะหลังสร้างอาชีพ ธุรกิจมันสำปะหลัง นับเป็นหนึ่งในรายได้หลักของ “สหกรณ์นิคมคลองสวนหมาก” เลขที่ 212 หมู่ที่ 5 ตำบลสักงาม อำเภอคลองลาน จ
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก.ได้พยากรณ์ผลผลิตมันสำปะหลังโรงงานปี 2561 คาดว่าผลผลิตจะอยู่ที่ประมาณ 27.240 ล้านตัน ลดลงจากปีที่แล้วที่มีจำนวน 30.495 ล้านตัน คิดเป็นสัดส่วนลดลง 3.255 ล้านตัน หรือ 10.67% เนื่องจากราคามันสำปะหลังโรงงานในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาตกต่ำ ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกประสบปัญหาขาดทุนประกอบกับในปี 2560 สถานการณ์ภัยแล้งที่เริ่มคลี่คลายส่งผลให้เกษตรกรลดพื้นที่การปลูกมันสำปะหลังโรงงานซึ่งเป็นพืชทนแล้ง และหันไปปลูกพืชชนิดอื่นที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า เช่น อ้อยโรงงานข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และไม้ผล เป็นต้น ส่วนด้านราคาช่วงต้นเดือน เม.ย. 61 หัวมันสำปะหลังสดที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 2.49 บาท สูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา 88% ราคาส่งออกมันเส้น (ณ มี.ค.61) เฉลี่ยตันละ 6,786 บาท สูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา 12% และราคาส่งออกแป้งมันสำปะหลัง (ณ มี.ค.61) เฉลี่ยตันละ 13,795 บาท สูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา 25% สาเหตุที่ราคามีแนวโน้มสูงขึ้นเพราะปริมาณผลผลิตมันสำปะหลังลดลงทำให้ผลผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ของผู้ประกอบการ จากราคามันสำปะหลังที่
สศก. ระบุ ปีนี้ผลผลิตมันสำปะหลังโรงงาน 27 ล้านตัน ลดลงจากปีก่อน 3.2 ล้านตัน ดันราคาขยับตัวสูง 2.49 บาท/กก. เกษตรกรโกยราคาตั้งแต่ต้นปีการผลิต และปลูกซ้ำต่อในช่วงราคายังดี คาดผลผลิตออกตลาดอีกรอบในช่วงสิงหาคมถึงกันยายน 61 นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผย ถึงผลพยากรณ์มันสําปะหลังโรงงาน ปี 2561 (ข้อมูล ณ มีนาคม 2561) คาดว่า ผลผลิต 27.240 ล้านตัน ลดลงจากปีที่แล้วที่มีจำนวน 30.495 ล้านตัน (ลดลง 3.255 ล้านตัน หรือคิดเป็น ร้อยละ 10.67) เนื่องจากราคามันสําปะหลังโรงงานในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาตกต่ำ ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกประสบปัญหาขาดทุน ประกอบกับในปี 2560 สถานการณ์ภัยแล้งที่เริ่มคลี่คลายส่งผลให้เกษตรกรลดพื้นที่การปลูกมันสำปะหลังโรงงานซึ่งเป็นพืชทนแล้ง และหันไปปลูกพืชชนิดอื่นที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า เช่น อ้อยโรงงาน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และไม้ผล เป็นต้น สำหรับราคาช่วงต้นเดือนเมษายน 2561 (6-12 เมษายน 2561) หัวมันสำปะหลังสดที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 2.49 บาท สูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ร้อยละ 88 ราคาส่งออกมันเส้น (ณ มีนาคม 2561) เฉล
สุดทึ่งเกษตรกรปลูกมันสำปะหลังในจังหวัดอุบลราชธานี 9 ราย ได้ใบรับรองส่งสินค้าไปขายในประเทศอเมริกาและกลุ่มอียู หลังร่วมกับกรมวิชาการเกษตร และบริษัท อุบลไบโอเอทานอล จำกัด ผลิตมันสำปะหลังออร์แกนิกได้เป็นผลสำเร็จเป็นแห่งแรกของประเทศและของโลก ปัจจุบันผลผลิตเป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งในและต่างประเทศ เร่งสร้างเครือข่ายขยายพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังออร์แกนิกให้ได้ 20,000 ไร่ในเร็วนี้ ที่ไร่มันสำปะหลังอินทรีย์ต้นแบบบ้านหนองแปน ตำบลนาดี อำเภอนาเยีย จังหวัดอุบลราชธานี ของ คุณชุมพล เวชสิทธิ์ ข้าราชการบำนาญ ดร.สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ร่วมกับกลุ่มบริษัท อุบลไบโอเอทานอล จำกัด มอบใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ไทย (ORGANIC THAILAND / USDA / EU ORGANIC) ให้กับเกษตรกรรุ่นที่ 1 ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจำนวน 9 ราย มีพื้นที่เพาะปลูกรวมกันกว่า 30 ไร่ หลังจากนั้น มีการเสวนาเส้นทางความสำเร็จการผลิตมันสำปะหลังอินทรีย์ ให้ความรู้กับเกษตรกรรุ่นที่ 2 จำนวน 34 ราย พื้นที่เพาะปลูกอีก 150 ไร่ และเกษตรกรรุ่นที่ 3 ที่ทยอยสมัครเข้าร่วมโครงการในฤดูกาลผลิต 2561-2562 อีกประมาณ 100 ราย ไม่น้อยกว่า 300 ไร่ โดยตั้งเ
