มันสำปะหลัง
3 แบรนด์ 4 ผลิตภัณฑ์ เพิ่มมูลค่า ‘มันสำปะหลัง’ สร้างทางรอดให้เกษตรกร นับเป็นอีกก้าวสำคัญของวงการเกษตรไทย เมื่อ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จับมือกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกันแก้ปัญหา “มันสำปะหลัง” ราคาตกต่ำ โดยเปิดตัว “สแน็ก 3 แบรนด์ใหม่” อย่าง CASSA SWEET, Amade และ CASSY CHIPS ผลผลิตจากแปรรูปมันสำปะหลัง เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา รศ.ดร. อนุวัติ แจ้งชัด คณบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า เรามีสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารซึ่งทำงานได้ครบถ้วนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมด้วยบุคลากร นักวิจัยที่คอยช่วยเหลือและสนับสนุนพัฒนาสินค้าเกษตรของไทยให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมเข้าสู่การแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหารทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ สอดรับกับนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนการต่อยอดสินค้าเกษตรให้เกิดมูลค่าที่สูงขึ้น นอกจากนี้ เกษตรศาสตร์ยังเป็นหนึ่งในเครือข่ายของ “เมืองนวัตกรรมอาหาร” หรือ Food Innopolis ในการศึกษา พัฒนา วิจัยชิ้นงานที่สามารถออกสู่ตลาดได้ สำหรับการแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มนั้น รศ.ดร. ปรารถนา ปรารถนาดี หัวหน้าโครงการแปรรูปผลิตภัณฑ์มันสำปะห
มันสำปะหลัง เป็นพืชที่ปลูกดูแลง่าย ทนแล้ง ทนทานต่อโรคแมลง แถมขายผลผลิตได้ทุกส่วน ตั้งแต่หัวมัน ลำต้น ใบมันสำปะหลัง ปัจจุบันเกษตรกรมีอาชีพปลูกมันสำปะหลังไม่ต่ำกว่า 570,000 ครอบครัว ที่ประสบปัญหาต้นทุนการผลิตสูง ผลผลิตต่อไร่ต่ำ “ปุ๋ยมันสำปะหลัง” นวัตกรรมใหม่ จาก “สวนดุสิต” ผศ.ดร. ณัฐบดี วิริยาวัฒน์ และ ผศ.ดร. สุรชาติ สินวรณ์ อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้พัฒนานวัตกรรมปุ๋ย คือ ปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ดกำจัดพาราควอท (Suan Dusit Green Fertilizer) และปุ๋ยสวนดุสิตนาโนซิลิคอน (Suan Dusit Nano Silicon Fertilizer) เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังให้มีผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับลดต้นทุนการผลิต เพื่อยกระดับรายได้และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังของไทย ผลงานทั้งสองชิ้นได้รับการจดอนุสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว และได้รับรางวัลพิเศษ honorable mention ในงานนิทรรศการสิ่งประดิษฐ์นานาชาติ ครั้งที่ 45 เมืองเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ดกำจัดพาราควอท สารพาราควอท (Paraquat) หรือชื่อทางการค้าคือ กรัมม็อกโซน (Gramoxone) เป็นสารกำจัดวัชพืชที่นิยมใช้ใน
กรมการค้าต่างประเทศ เตรียมลุยขยายตลาดมันสำปะหลังเพิ่ม เล็งตุรกีและนิวซีแลนด์ ผลักดันให้นำเข้าไปใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ พร้อมรุกตลาดจีน ดันนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตของอุตสาหกรรมต่างๆ นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) เปิดเผยว่า ในปี 2562 กรมมีแผนงานขยายตลาดมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง โดยจะเน้นการผลักดันการส่งออกสินค้ามันสำปะหลังคุณภาพดีและมีมูลค่าเพิ่มสูง ไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เช่น ตุรกี นิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีศักยภาพนำเข้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์สูงมาก รวมถึงจัดกิจกรรมเพื่อรักษาตลาดส่งออกเดิม โดยผลักดันการใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอื่นของประเทศจีน ที่หลากหลายมากขึ้น เช่น อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ สารให้ความหวาน กรดซิตริก และพลาสติกชีวภาพ เป็นต้น ทั้งนี้ กรม ได้เตรียมการหาตลาดรองรับผลผลิตมันสำปะหลังไว้ล่วงหน้า เพื่อสร้างความมันใจให้กับตลาดว่าผลผลิตปี 2561/62 ที่กำลังจะออกสู่ตลาด จะมีตลาดรองรับ เพราะปี 2562 คาดว่าผลผลิตมันสำปะหลังจะมีประมาณ 29.97 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่มีผลผลิต 27.88 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้น 7
เชื้อรามีด้วยกันหลายประเภท เชื้อราที่ทำให้เกิดโรคกับคน กับพืช และแมลง เชื้อราที่ใช้กับแมลงจะไม่ทำให้เกิดโรคในคนหรือในพืช ในขณะเดียวกันเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคกับแมลง ก็ยังเฉพาะเจาะจงกับในกลุ่มของแมลงอีกด้วย เชื้อราที่จะกำจัดแมลงชนิดใดก็จะต้องเป็นเชื้อราสายพันธุ์ที่สกัดเอาเชื้อที่มีอยู่ในแมลงชนิดนั้น แล้วนำไปเพิ่มจำนวนสปอร์ฉีดพ่นแมลงชนิดนั้น เพราะมีประสิทธิภาพดีกว่าที่จะไปสกัดเอาเชื้อจากแมลงชนิดอื่นมาใช้ ถ้าเราต้องการเชื้อราบิวเวอเรียไปฆ่าเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง เราก็ต้องไปเก็บเพลี้ยแป้งในธรรมชาติที่ตายด้วยเชื้อราชนิดนั้นมาสกัด แล้วนำมาขยายเพิ่มปริมาณสปอร์ ซึ่งจำนวนสปอร์จะต้องมีปริมาณตามมาตรฐานที่กำหนด คือ 20 ล้านสปอร์ต่อ 1 ซีซี การใช้เชื้อราบิวเวอเรียในการกำจัดเพลี้ยแป้ง ต้องใช้ในอัตรา 100 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารผสม 20 ลิตร ต้องมีอย่างน้อย 2,000 ล้านสปอร์ ปัจจัยที่เอื้อต่อการใช้เชื้อราบิวเวอเรียให้เกิดประสิทธิผล เนื่องจากเชื้อราเป็นสิ่งมีชีวิต การนำไปใช้จะได้ผลหรือไม่ ต้องอาศัยปัจจัยสภาพแวดล้อมอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องหลายอย่าง ได้แก่ อุณหภูมิ ความชื้น แสงกับช่วงเวลา และตัวของแมลงเอง อุณห
กรมส่งเสริมการเกษตร เตือนเกษตรกรเร่งสำรวจต้นมันสำปะหลังที่มีอาการคล้ายโรคใบด่าง ก่อนแมลงหวี่ขาวยาสูบพาหะนำโรคขยายพันธุ์ช่วงปลายฝนต้นหนาว นายสำราญ สาราบรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า โรคใบด่างมันสำปะหลัง ซึ่งมีพื้นที่ระบาดอยู่ใกล้ชายแดนไทย ได้แก่ เวียดนาม และกัมพูชา มีสาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัส Sri Lankan cassava mosaic virus ลักษณะอาการที่สังเกตได้คือ ต้นมันสำปะหลังจะแสดงอาการใบด่างเหลือง ใบเสียรูปทรง และมีขนาดเล็กลง ยอดที่แตกใหม่จะด่างเหลือง ลำต้นแคระแกร็น โดยขณะนี้ กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร เร่งสำรวจต้นที่แสดงอาการคล้ายโรคดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้เข้ามาระบาดในประเทศไทย ทั้งนี้ ขอแนะนำให้เกษตรกรหมั่นสำรวจแปลงมันสำปะหลังอย่างละเอียด โดยเฉพาะที่มีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังบริเวณใกล้ชายแดนกัมพูชา หากพบมันสำปะหลังแสดงอาการใกล้เคียงโรคใบด่างให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร เจ้าหน้าที่เกษตรตำบล หรือสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน เพื่อเข้าไปสังเกตต้นมันสำปะหลังดังกล่าวทันที และเก็บตัวอย่างต้องสงสัยส่งให้กรมวิชาการเกษตรตรวจสอบ หากมีความเสี่ยงจะเร่งทำลายด้วยการฝังกลบใ
คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้จัดงาน “อนาคตประเทศไทย โจทย์วิจัยเพื่อประชาชน” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ เป็นอีกหนึ่งเวทีที่ทำให้นักวิจัยได้แสดงผลงานด้านงานวิจัยอย่างเป็นรูปธรรม หนึ่งในงานวิจัย นั้นก็คือ มันสำปะหลัง “สายพันธุ์ พิรุณ 4” โดย คุณสุรินทร์ พิชัย เกษตรกรดีเด่นภาคเหนือ และยังเป็นเจ้าของลานมันศรีเกษตร จังหวัดกำแพงเพชร รวมทั้งยังควบตำแหน่ง “นายกสมาคมมันสำปะหลังไทยภาคเหนือ” ได้นำต้นสายพันธุ์ พิรุณ 4 มาแสดงในงาน พร้อมกับผลิตภัณฑ์แปรรูปที่ได้จากต้นมันสำปะหลัง สายพันธุ์ “พิรุณ 4” หลังทดลองปลูกกับทีมคณาจารย์ที่วิจัยสายพันธุ์ พิรุณ 4 จนประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ผู้เขียนได้มีโอกาสพบกับ คุณสุรินทร์ พิชัย ในวัย 52 ปี มาพร้อมกับ คุณนิตยา จันทร์กระจ่าง ภรรยาวัย 41 ปี ซึ่งนำมันสำปะหลังทอด ในรูปแบบเฟรนช์ฟราย และเบเกอรี่ที่ทำจากแป้งมันสำปะหลัง สายพันธุ์ พิรุณ 4 มาเปิดตัวในงานนี้ด้วย สร้างความสนใจให้กับผู้เข้ามาชมงานไม่น้อย เพราะทั้งคู่เป็นเกษตรกรดั้งเดิมในจังหวัดกำแพงเพชร มีพื้นที่ปลูกไร่มันสำปะหลังถึง 200 ไร่ และนำความรู้ที่ได้มาพัฒนาแวดวงเกษตรกรรม โดย คุณสุรินทร์ จบคณะเกษตร สาขาพืชไร่
การใช้เครื่องจักรกลการเกษตรขนาดใหญ่ในพื้นที่ปลูกพืชไร่ เช่น มันสำปะหลัง หรืออ้อย ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี ส่งผลให้ชั้นดินมีลักษณะแน่นทึบและแข็งมากขึ้น เนื้อดินมีช่องว่างสำหรับน้ำและอากาศน้อย มีโอกาสทำให้เกิดชั้นดินดานสูง ซึ่งเป็นปัญหาต่อการปลูกพืช โดยช่วงฤดูฝนเมื่อมีฝนตกลงมา น้ำจะซึมลงไปในดินชั้นล่างไม่ได้ ขณะเดียวกันในหน้าแล้งดินดานจะกั้นไม่ให้ความชื้นที่อยู่ข้างล่างขึ้นมาถึงรากพืช อาจทำให้พืชขาดน้ำและตายได้ เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังจึงจำเป็นต้องไถระเบิดดินดาน แต่ปัจจุบันค่าจ้างในการไถระเบิดดินดานมีราคาค่อนข้างสูง และยังขาดเครื่องมือไถระเบิดดินดานที่มีประสิทธิภาพด้วย จากปัญหาดังกล่าว สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร จึงได้วิจัยและพัฒนา “ไถระเบิดดินดานสำหรับติดพ่วงท้ายรถแทรกเตอร์ขนาดกลาง” ขึ้น เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสมกับพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังและอ้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณยุทธนา เครือหาญชาญพงค์ วิศวกรการเกษตรชำนาญการพิเศษ สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า การไถระเบิดดินดานนับว่ามีความจำเป็นต่อการปลูกมันสำปะหลัง ซึ่งหลักของการไถระเบิดดินดานคือ ไถต้องจิ
รมว.กษ. รุกนโยบายการผลิตสินค้าเกษตร ให้สอดคล้องความต้องการของตลาด เพื่อให้ราคาสินค้าเกษตรมีเสถียรภาพ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ ต้องการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวไม่ให้ตกต่ำกว่าต้นทุนการผลิตของชาวนา จึงได้จัดทำโครงการปลูกพืชอื่นๆ หลังฤดูทำนาปี โดยในรายการพืชอื่นๆ นั้น มีข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นทางเลือกหนึ่งและมีพืชใช้น้ำน้อยอื่นๆ ด้วย แต่สำหรับมันสำปะหลังนั้นไม่ได้อยู่ในรายการพืชอื่นๆ หลังฤดูทำนาปี อย่างไรก็ตาม ในส่วนของมันสำปะหลัง กระทรวงเกษตรฯ พิจารณาว่าเป็นพืชอีกชนิดหนึ่งซึ่งมีอนาคต ที่จะปรับปรุง พัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง สำหรับสถานการณ์การผลิตข้าว ปัจจุบัน พบว่า ข้าว มีผลผลิตส่วนเกินจากความต้องการตลาด โดยไทยมีพื้นที่เพาะปลูกทั้งประเทศ ประมาณ 71.8 ล้านไร่ ปริมาณผลผลิตประมาณ 32.63 ล้านตัน ในขณะที่ความต้องการทั้งในและนอกประเทศเฉลี่ย 5 ปี ประมาณ 30.88 ล้านตัน ดังนั้น จึงเกิดผลผลิตส่วนเกิน 1.75 ล้านตัน เมื่อคำนวณกลับเป็นพื้นที่จะมีเนื้อที่ปลูกข้าวมากเกินความต้องการ 2.6 ล้านไร่ ขณะที่พืชเศรษฐกิจหลักอีกหลายชนิดที่ให้ผลตอบแทนสูงก
สศก. เผย ราคามันสำปะหลังยังอยู่ในเกณฑ์สูง เดือนมิถุนายนเฉลี่ย กิโลกรัมละ 2.51 บาท ซึ่งอยู่ในช่วงปลายฤดูกาลเก็บเกี่ยว ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย ระบุ ผลผลิตรอบสุดท้ายจะออกตลาดในเดือนสิงหาคม ถึงกันยายนนี้ ฝากเกษตรกรให้ระมัดระวังการเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตมันสำปะหลังที่ไม่ครบอายุ เพื่อรักษาคุณภาพผลผลิตและท่อนพันธุ์ที่ดี นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึง สถานการณ์การผลิตมันสำปะหลัง ปี 2560/2561 (ตุลาคม 2560 ถึง กันยายน 2561 ข้อมูล ณ มีนาคม 2561) คาดว่า มีเนื้อที่เก็บเกี่ยว 7.87 ล้านไร่ ผลผลิต 27.24 ล้านตัน ผลผลิตต่อไร่ 3,462 เมื่อเทียบกับปี 2559/2560 พบว่า พื้นที่เก็บเกี่ยว ปริมาณผลผลิต และผลผลิตต่อไร่ ลดลง ร้อยละ 9.70 ร้อยละ 10.67 และร้อยละ 1.06 ตามลำดับ เนื่องจากเกษตรกรปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า เช่น อ้อยโรงงาน และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น อีกทั้งบางพื้นที่ฝนตกชุกและปริมาณน้ำฝนมากทำให้ดินชุ่มน้ำ หัวมันสำปะหลังเน่าเสียหาย ผลผลิตต่อไร่จึงลดลง ประกอบกับเกษตรกร ขาดเงินทุนในการบำรุงรักษาแปลงเพาะปลูกมันสำป
“สนธิรัตน์” เผยพาณิชย์เตรียมแผนรับมือสินค้าเกษตรล่วงหน้า ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ในฤดูกาลหน้า แนะเกษตรกรเน้นปลูกสินค้าที่มีคุณภาพ ดันราคาให้สูงขึ้น นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “นโยบายและทิศทางการพัฒนาสินค้า ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง” ที่จัดโดยสมาคมการค้าพืชไร่ ว่า กระทรวงพาณิชย์มีแผนในการดูแลราคาสินค้าเกษตรสำคัญของประเทศ ทั้งข้าวเปลือก ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง และสินค้าเกษตรอื่นๆ โดยได้มีการประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าทุกรายการ และวางแผนช่วยเหลือเป็นการล่วงหน้า โดยเฉพาะด้านการตลาดที่จะนำมาส่งเสริมและผลักดันให้เกษตรกรเพาะปลูกสินค้าเกษตรตามความต้องการของตลาด โดยจะช่วยหาตลาดรองรับ การจำหน่ายภายในประเทศและส่งออกต่างประเทศ รวมถึงการจำหน่ายผ่านช่องทางการค้าออนไลน์ด้วย ทั้งนี้ ในส่วนของราคาข้าวปัจจุบัน พบว่า ราคายังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการที่ประเทศผู้นำเข้าข้าวสำคัญ เช่น แอฟริกา จีน ยังมีความต้องการซื้อข้าวเพิ่ม และไทยชนะการประมูลขายข้าวให้กับหลายประเทศ เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ทำให้มีคว
