มันสำปะหลัง
เอกชนตื่น!!! เตือนรัฐเร่งคุมเข้มนำเข้ามันสำปะหลังเพื่อนบ้าน สกัดการแพร่เชื้อไวรัสใบด่าง “คาซาวา โมซาอิก” จากเวียดนามสู่กัมพูชาลามถึงไทย หวั่นสร้างความเสียหายผลผลิต 80-100% กระทบวัตถุดิบส่งออก ด้านกรมวิชาการเผยยังไม่พบระบาดในไทย แนะอย่าวิตก พร้อมเพิ่มมาตรการป้องกันเข้มงวด นายบุญชัย ศรีชัยยงพานิช นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สมาคมได้รับรายงานว่ามีการแพร่เชื้อไวรัส คาซาวา โมซาอิก ในมันสำปะหลังที่ประเทศเวียดนาม เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม 2560 สร้างความเสียหายให้กับผู้ปลูกมันสำปะหลังเป็นจำนวนมาก แม้ว่าเชื้อไวรัสดังกล่าวจะยังไม่แพร่เชื้อกระจายมาสู่มันสำปะหลังไทย แต่เป็นเรื่องที่น่าห่วง เพราะหากเชื้อไวรัสดังกล่าวแพร่ในมันสำปะหลัง จะส่งผลให้มันสำปะหลังเสียหาย และไม่สามารถนำมาปรับปรุง หรือนำมาผลิตเพื่อการส่งออกได้ โดยนักวิชาการแนะนำว่า จะต้องเผาทำลายทิ้งโดยทันที โดยขณะนี้สมาคมได้มีการประชาสัมพันธ์ปัญหาดังกล่าวให้กับสมาชิกในสมาคม ทั้งผู้ปลูกและผู้ส่งออกให้ระมัดระวังเชื้อไวรัสดังกล่าวให้มาก โดยเฉพาะผู้นำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งอาจจะนำเชื้อไวรัสดังกล่าวเข้า
นอกจากข้าว ยางพารา อ้อย และปาล์มน้ำมันแล้ว มันสำปะหลังเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ผมเดินทางไปพบเกษตรกรในพื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง นายณัฐนนท์ เดชโกพรม อายุ 46 ปีบ้านเลขที่ 205 ม.5 บ้านนาน้อย ต.ม่วงนา อ.ดอนจาน จ.กาฬสินธุ์ นายณัฐนนท์ เล่าให้ฟังว่า การลงทุนปลูกมันสำปะหลัง ที่ดินของตนเอง ไถดะ 1 ครั้ง 250 บาท ไถพรวน 200 บาท ไถยกร่อง 250 บาท ค่าท่อนพันธุ์ ปลูกระยะ 80 คูณ 50 หรือ 100คูณ 60 เซนติเมตร ใช้ท่อนพันธุ์ 10 ถุงปุ๋ย 500 บาท ปุ๋ยยูเรียรองพื้น 50 ก.ก.ราคา 800 บาท ทำรุ่น 2 คน/วัน/ไร่ ค่าแรง วันละ 300 บาทรวม 600 บาท ทำรุ่น 2 ครั้ง 1,200 บาท การเก็บเกี่ยว(หรือการกู้มัน) 4 คน/ไร่/วัน ค่าแรงรวม 1,200 บาท ค่าขนส่ง ตันละ 130 บาท ต้นทุนการผลิต 4,500-5,000 บาท/ไร่ หากผลผลิต 4,000 ก.ก.ๆละ 2.50 บาท เกษตรกรพออยู่ได้ แต่ปัจจุบัน ราคามันสำประหลัง 2 บาท ลงมา พอมีกำไรไร่ละ 3,000 บาท/ปี ความเป็นจริง บางพื้นที่ ผลผลิต 3 ไร่ ได้ 7,000 ก.ก.หรือประมาณ 2,000 ก.ก./ไร่ ขายได้ ไร่ละ 4,000 บาทลงทุน 4,000-4,5000 บาท ทางด้านนายสายสุวรรณ เดชโกพรม อายุ 51 ปี บ้านเลขที่ 217 ม.9 บ้านนาจารย์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า
นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ และนายสมชาติ สร้อยทอง ที่ปรึกษาการพาณิชย์ภายในประเทศ เปิดเผยว่าระหว่างวันที่ 25-30 กันยายน 2560 ได้นำคณะ เดินทางเยือนสาธารณรัฐตุรกี เพื่อเจรจาขยายตลาดมันสำปะหลังในสาธารณรัฐตุรกี โดย 3 สมาคมมันสำปะหลังได้ทำบันทึกความเข้าใจ(MOU) ซื้อขายสินค้ามันสำปะหลังอัดเม็ดกับผู้นำเข้าตุรกี 3 ฉบับ ปริมาณรวม 900,000 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท จากนั้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2560 คณะเดินทางได้พบกับ Mr.Kadia Çavdar ผู้บริหารบริษัท Tiryaki Agro ซึ่งเป็นผู้นำเข้า(Trader) สินค้าธัญพืชรายใหญ่ของตุรกี ได้ให้ข้อมูลว่า จากการเจรจากับคณะผู้แทนการค้ามันสำปะหลังไทยในครั้งนี้ ทำให้รับทราบว่าตลาดผู้ใช้มันสำปะหลังตุรกีมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในตัวสินค้ามันสำปะหลังอัดเม็ด ซึ่งที่ผ่านมาตุรกีนำเข้ากากมันสำปะหลังอัดเม็ด(Residual Tapioca Pellete) ซึ่งเป็นสินค้าที่มีคุณภาพต่ำกว่ามันสำปะหลังชนิดอัดเม็ด(Tapioca Pellete) มาโดยตลอด และแจ้งว่าต้องการนำเข้ามันสำปะหลังอัดเม็ดอย่างต่ำ 300,000 ตัน เพื่อมาทดลองตลาดผู้ซื้อตุรกี “ตลาดมันสำปะหลังตุรกีเป็นตลาดที่มีศักยภาพ
ผศ.ดร.พงศ์ธร คงมั่น ภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เจ้าของผลงานวิจัย“กากมันสำปะหลังโปรตีนสูง” ได้คิดค้นอาหารสัตว์เคียวเอื้อง โดยนำของเหลือจากโรงงานอุตสาหกรรม มาเพิ่มมูลค่า คือ กากมันสำปะหลัง มาผสมกับ น้ำกากผงชูรส ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต และปรับปรุงให้มีความ โดดเด่นทั้งระดับโปรตีน และระดับพลังงาน โดยสามารถเพิ่มระดับโปรตีนของกากมันสำปะหลังสูงขึ้น จาก 2.7 % เพิ่มขึ้นเป็น 3.0.1% ซึ่งผลงานดังกล่าวได้รับการขึ้นทะเบียนอนุสิทธิบัตรเลขที่ 11583 เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2559 กากมันสำปะหลัง มีข้อดี คือ มีระดับโปรตีนที่สูง และมีระดับพลังงานที่เหมาะกับสัตว์เคี้ยวเอื้อง มีต้นทุนในการผลิตที่ต่ำ มีปริมาณเพียงพอผลิตได้ตลอดทั้งปี เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้แหล่งวัตถุดิบอื่น เช่น ใบมันสำปะหลัง และมีราคาถูกกว่า กากถั่วเหลือง เป็นต้น สามารถใช้เป็นแหล่งวัตถุดิบโปรตีนอาหารสำหรับสัตว์เคี้ยวเอื้องแหล่งใหม่ให้แก่เกษตรกรได้เป็นอย่างดี สำหรับกระบวนการผลิตนั้น มีขั้นตอนที่ง่ายใช้แรงงานในการผลิตน้อย นอกจากนี้ ในขั้นตอนของการผลิตสามารถควบคุมคุณภาพได้ง่ายกว่ากระบวนการหมักด้วยเชื้อจุลินทรีย์ และใช้ร
มันสำปะหลัง เป็นพืชที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชาวโลก นอกจากจะนำมาทำเป็นพืชอาหารและยาแล้วยังสามารถนำมาแปรรูปเพื่อการใช้ประโยชน์ที่หลากหลาย มีการขยายพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังเพิ่มมากขึ้น วัตถุประสงค์ที่สำคัญคือ ส่งเสริมประเทศด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางพลังงาน และความมั่นคงด้านอาหาร สำหรับมันสำปะหลังจัดว่าเป็นพืชอาหารที่มีความสำคัญเป็นอันดับที่ 5 รองจากข้าวสาลี ข้าวโพด ข้าว และมันฝรั่ง โดยในแถบทวีปแอฟริกามันสำปะหลังถือว่าเป็นพืชอาหารหลักที่สำคัญต่อความเป็นอยู่ที่ดีของคนในพื้นที่ชนบท ส่วนในทวีปเอเชียเรานี้มีความต้องการใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบหลักในด้านพลังงานและอุตสาหกรรมต่อเนื่องต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมอาหาร แอลกอฮอล์ เอทานอล และอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ เป็นต้น ทั้งนี้ ประเทศไทยถือว่าเป็นผู้ผลิตมันสำปะหลังรายใหญ่ประเทศหนึ่งสามารถปลูกมันสำปะหลังได้มากสุดเป็นอันดับที่ 2 ของโลก รองจากประเทศไนจีเรีย โดยประเทศไทยถือได้ว่าเป็นผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์ที่ทำจากมันสำปะหลังมาเป็นเวลายาวนานและทำรายได้เข้าประเทศกว่า 2,700 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ จากปัญหาความขาดแคลนข้อมูลด้านการตลาด สถานการณ์ และทิศทางการค้า
4 สมาคมมันฯ เผยผลสำรวจไร่มัน ปี60/61 ลดลง เกือบ 1 ล้านไร่ ผลผลิตวูบ 2 ล้านตัน หลังชาวไร่ขาดทุนยับ 2 ปีต่อเนื่อง หันปลูกอ้อย-ข้าวโพดแทน ล่าสุดราคาหัวมันสดยังต่ำกว่าราคาที่ 3 สมาคมตกลงร่วมกันรับซื้อ กก.ละ 1.95 บ. ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า สมาคมที่เกี่ยวข้องกับการค้ามันสำปะหลัง 4 สมาคม (สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย) ร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กรมส่งเสริมการเกษตร และมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ได้สำรวจภาวะผลผลิตและการค้ามันสำปะหลัง ปี 2560/2561 ระหว่างวันที่ 6-12 กันยายน 2560 ในพื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง 50 จังหวัดทั่วประเทศ พบว่ามีพื้นที่เก็บเกี่ยว 8.073 ล้านไร่ ลดลง 9.39% จากปีก่อนที่มีพื้นที่ 8.910 ล้านไร่ และมีผลผลิตโดยรวม 28.565 ล้านตัน ลดลง 7.66% จากปีก่อนที่มีผลผลิต 30.935 ล้านตัน อย่างไรก็ตาม มีผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น จาก 3.472 ตันต่อไร่ เป็น 3.538 ตันต่อไร่ ทั้งนี้ จากข้อมูลเปรียบเทียบพื้นที่ปลูกทั้งประเทศ พบว่าปรับลดลงทุกภูมิภาค เช่น ภ
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม นายอนันต์ ทองระอา รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาเทคโนโลยี และผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) เปิดเผยภายหลังเข้ารับถ้วยรางวัลพระราชทานประเภท Platinum Award จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล 70,000 บาท และเกียรติบัตร ในพิธีปิดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2560 (Thailand Research Expo 2017)” ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้แนวคิด “วิจัยเพื่อพัฒนาประเทศ สู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ซึ่งปีนี้ มทส.เป็น 1 ใน 2 หน่วยงานที่ได้รับรางวัลสุดยอด Platinum Award ดังกล่าว ทั้งนี้ นิทรรศการผลงานวิจัยของ มทส.ที่จัดแสดงในปีนี้ เป็นผลงานวิจัยด้านมันสำปะหลังเพื่ออุตสาหกรรมอาหารและพลาสติกชีวภาพ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “งานวิจัยนำสู่ผลิตภัณฑ์ทางอุตสาหกรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทยและประชากรโลก” เป็นงานวิจัยที่นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการใช้มันสำปะหลังที่มีราคาถูก และเป็นผลผลิตหลักทางการเกษตรของประเทศไทย มาเป็นว
3 สมาคมค้ามันสำปะหลังเตรียมลงนามเอ็มโอยูร่วมมือไม่ขายมันเส้นส่งออกตัดราคากัน ต้นเหตุทำชาวไร่มันถูกกดราคา พบรายใดผิดข้อตกลงขับออกจากสมาชิกสมาคม หมดสิทธิส่งออกมันไปต่างประเทศ จี้ พณ.แก้ลักลอบนำเข้ามันเส้นจากประเทศเพื่อนบ้าน นายบุญชัย ศรีชัยยงพานิช นายกสมาคมผู้ค้า มันสำปะหลังไทย เปิดเผยว่า ภายหลังหารือร่วมกับกรมการค้าต่างประเทศ เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สมาคม ผู้ค้ามันสำปะหลัง 3 สมาคม ประกอบด้วย สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย ภาคตะวันออก และสมาคมผู้ค้ามันสำปะหลังไทย ตกลงมีมาตรการดูแลไม่ให้ผู้ส่งออกมันเส้นขายตัดราคากัน โดยกำหนดราคาแนะนำเอฟโอบีทุก 2 สัปดาห์ ไม่ให้ผู้ส่งออกมันเส้นตั้งราคาขายต่ำกว่าทุน โดยปีก่อนพบว่ามีผู้ส่งออกมันเส้นไปขายในตลาดจีน บางรายขายตัดราคากัน และตั้งราคาส่งออกต่ำกว่าต้นทุนของเกษตรกร ทำให้เกษตรกรเดือดร้อนและตลาดส่งออกมันเส้นเสียหาย ต้นทุนหัวมันสดเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 1.90 บาท แต่มี ผู้ส่งออกบางรายไปขายตั้งราคาเอฟโอบีตัดราคา เมื่อทอนเป็นราคาหัวมันสด ที่ซื้อจากเกษตรกร เฉลี่ยในบางพื้นที่ ตกเพียง กิโลกรัมละ 1.30-1.4
3 สมาคมมันเส้น จับมือ MOU ประกันราคารับซื้อมันเส้นส่งออกช่วยชาวไร่ กก.ละ 1.90 บาท ขณะที่กรมการค้าต่างประเทศ พร้อมออกมาตรการให้ผู้ประกอบการแจ้งวัตถุประสงค์การนำเข้ามัน เพื่อรับทราบข้อมูลและหามาตรการดูแลราคาไม่ให้ตกต่ำ ส่วนสมาคมแป้งมันไม่ยอมร่วมเซ็น MOU ด้วย อ้างมีผู้เล่นมากราย ราคาต้องเป็นไปตามกลไกตลาด นายกีรติ รัชโน รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา กรมได้ประชุมร่วมกับ 3 สมาคมมันสำปะหลัง (สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย-สมาคมโรงงาน ผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย) ถึงมาตรการนำเข้าและส่งออกมันสำปะหลัง เพื่อดูแลไม่ให้ราคามันสำปะหลังปี 2560/2561 ตกต่ำ โดยเบื้องต้นที่ประชุมเห็นชอบแนวทางมาตรการการนำเข้ามันสำปะหลังจากต่างประเทศ โดยเพิ่มมาตรการให้ผู้นำเข้ามันสำปะหลังต้องแจ้งวัตถุประสงค์การนำไปใช้ ก่อนการนำเข้าและการขนย้าย เพื่อให้สามารถกำกับดูแลสินค้ามันสำปะหลังได้ โดยมาตรการกำกับดูแลนี้จะเสนอต่อที่ประชุม คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) และคณะรัฐมนตรี ให้ความเห็นชอบต่อไป “เดิมทีเรามีมาตรการดูแลการนำเข้
พาณิชย์นำคณะเอกชนเดินทางเจรจาซื้อขายมันสำปะหลังในตลาดเกาหลีใต้ 27-30 สิงหาคมนี้ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปี 2560 กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มีแผนในการผลักดันสินค้าเกษตรกรเพื่อการส่งออกให้ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น โดยเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2560 กรมได้จัดโครงการจับคู่ธุรกิจยางพาราและผลิตภัณฑ์ยางเพื่อเร่งรัดการส่งออก กับประเทศผู้นำเข้ารายสำคัญ และในช่วงปลายเดือนกรมจะนำคณะผู้แทนการค้าเดินทางไปเจรจาการค้า และผลักดันการเปิดตลาดสินค้าแป้งมันสำปะหลังที่ประเทศเกาหลีใต้ รวมไปถึงตลาดจีนในระยะต่อไป “การส่งออกข้าวปีนี้น่าจะขายได้ถึง 11 ล้านตัน มากกว่าเป้าหมายที่ 10 ล้านตัน เนื่องจากตลาดโลกเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ราคาอยู่ในระดับที่สูง” ส่วนการนำคณะผู้แทนเยือนเกาหลีใต้เพื่อขยายตลาดการค้า การส่งออก เบื้องต้นกำหนดเดินทางระหว่างวันที่ 27-30 สิงหาคม 2560 โดยมีกำหนดเข้าหารือกับหน่วยงานรัฐ สมาคม ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการซื้อ และใช้สินค้าแป้งมันสำปะหลัง เพื่อเจรจาธุรกิจ พร้อมกันนี้กำหนดการพบปะและหารือกับสมาคมกระดาษเกาหลีใต้ และสมาคมสหกรณ์อุ
