ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์
อาชีพเกษตรเป็นอาชีพที่หลายคนมองว่าลำบากทำไปก็เหนื่อยเปล่า แต่ก็ยังมีอีกหลายคนมองอาชีพเกษตรเป็นทางรอด ต่างคนต่างทัศนคติ แต่สำหรับคนที่มีทางเลือกน้อย วุฒิการศึกษาไปแข่งกับคนอื่นไม่ได้ จึงมองว่าหากไม่ย่อท้อ มีมันสมองและสองมือ อาชีพเกษตรอาจจะเป็นทางรอดที่ยั่งยืนให้เขาในอนาคตก็เป็นได้ คุณศุภชัย เณรมณี หรือ คุณกอล์ฟ อยู่บ้านเลขที่ 65 หมู่ที่ 5 ตำบลมงคลธรรมนิมิตร อำเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทอง เกษตรกรผู้สู้ชีวิตไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา เล่าว่า อดีตตนเองทำงานเป็นจับกังได้ค่าแรงวันละร้อยกว่าบาท แต่ก็ต้องยอมเพราะมีทางเลือกไม่มาก เรียนจบแค่ ป.3 ไปสมัครงานบริษัทเขาก็ไม่รับเพราะไม่มีคุณสมบัติที่เขาต้องการจึงต้องยอมลำบากทำงานรับจ้างได้ค่าแรงหลักสิบหลักร้อย แต่ต้องเลี้ยงคนที่บ้านอีก 7 ชีวิต พ่อแม่ก็ต้องช่วยกันเก็บผักจับปลามาเป็นอาหาร มีนาข้าวก็ทำได้ปีละครั้ง สมัยนั้นข้าวมีราคาเกวียนละแค่ 3,500 บาท ใช้จ่ายได้สามสี่เดือนก็หมดต้องไปเชื่อร้านค้ากินเป็นอาทิตย์ชนอาทิตย์ ภรรยาก็เพิ่งคลอดลูกจะมาอยู่แบบเดิมไม่ได้แล้ว มีลูกเพิ่มมาอีกชีวิตต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง เลยหันมาสังเกตวิถีชีวิตที่ตัวเองอยู่ มีผักให้เก็บกิน แล้วถ
เกษตรอินทรีย์ดีอย่างไร ทำไมเกษตรกรยุคใหม่ถึงหันมาใส่ใจทำกันมากขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดมาจากความเบื่อหน่ายในการทำเกษตรโดยที่ต้องพึ่งสารเคมี ทำให้มีต้นทุนสูง ทำกี่ครั้งก็เป็นหนี้ มิหนำซ้ำยังส่งผลกระทบไปถึงสุขภาพร่างกายที่ทรุดโทรมก่อนวัยอันควร เนื่องจากได้รับสารพิษจากปุ๋ยเคมีที่ฉีดพ่นเข้าไปทุกวัน ดังนั้น จะดีแค่ไหนหากเกษตรกรลองปรับเปลี่ยนทัศนคติแบบเดิมๆ แล้วหันมาพึ่งธรรมชาติ ทำปุ๋ยหมักไว้ใช้เองเพื่อลดต้นทุนกันให้มากขึ้น ที่นอกจากจะได้สุขภาพที่ดีกลับคืนมาแล้ว เกษตรอินทรีย์ยังถือเป็นอีกหนึ่งหนทางที่จะช่วยปลดหนี้ให้เกษตรกรได้อีกด้วย คุณศรายุธ คงทะเล หรือ พี่บอย ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ประจวบคีรีขันธ์ อยู่บ้านเลขที่ 123 หมู่ที่ 4 ตำบลทองมงคล อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้มีความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเดิมๆ จากเมื่อก่อนมุ่งมั่นทำแต่เกษตรเคมี สุขภาพก็มีแต่จะแย่ลง ลองหันมาปรับเปลี่ยนวิถีการทำเกษตรแบบเดิมๆ ที่ต้องพึ่งสารเคมีเพียงอย่างเดียว ปรับมาเป็นการทำเกษตรแบบอินทรีย์ ทำปุ๋ยหมักไว้ใช้เองเพื่อลดต้นทุน ซึ่งก็ได้ผลดีเป็นอย่างมาก แถมปุ๋ยที่หมักไว้ใช้เองยังเปลี่ยนเป็นเงินได้อีกด้วย พี่บอย เ
“มะลิ” นับเป็นไม้ดอกที่มีบทบาทในสังคมไทยเป็นอย่างมาก ด้วยเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ มะลิถือเป็นไม้มงคลใช้ในการบูชาพระ อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ประจำวันแม่ เป็นดอกไม้ที่มีคุณค่าทางจิตใจ สื่อความหมายที่เต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ ส่งกลิ่นหอมไปไกล และผลิดอกออกตลอดทั้งปี จึงส่งผลให้ดอกมะลิกลายเป็นไม้ดอกทำเงินให้กับเกษตรกรได้อย่างไม่ขาดสาย คุณศิระศักดิ์ กล่อมเสนาะ หรือ พี่เล็ก เจ้าของสวนมะลิศักดิ์ชัยคลอง 12 อาศัยอยู่ที่ตำบลบึงน้ำรักษ์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เกษตรกรรุ่นใหม่ผู้สืบทอดสวนมะลิของครอบครัวที่ปลูกมายาวนานกว่า 20 ปี เน้นการปลูกอย่างมีคุณภาพ ดูแลให้ทั่วถึง เด่นที่การทำตลาดดิลิเวอรี่ส่งถึงหน้าร้านโดยตรง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง สร้างยอดขายวันละครึ่งหมื่น พี่เล็ก เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้พ่อแม่ของตนเองเป็นเกษตรกรชาวสวนส้ม ปลูกส้มเขียวหวาน หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “ส้มรังสิต” แต่พอมาถึงช่วงสักประมาณปี 38 เกษตรกรชาวสวนส้มในโซนรังสิตต้องเผชิญกับโรคกรีนนิ่ง ส่งผลทำให้ส้มที่ปลูกทรุดโทรมและแห้งตาย และด้วยปัญหาเหล่านี้จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนทำให้คุณพ่อและพี่ชายของตนเองเริ่มหันมาทดลองปลูกมะลิ ตามคำแนะนำข
สำหรับในประเทศไทย พบจิ้งหรีดได้ทั่วทุกภูมิภาค ชนิดของจิ้งหรีดที่พบ ได้แก่ จิ้งหรีดทองดำ จิ้งหรีดทองแดง (จิ้งโกร่ง หรือ จิ้งกุ่ง) แต่ในฉบับนี้จะขอกล่าวถึงการเลี้ยงจิ้งหรีดทองแดงลาย หรือในภาษาอีสานเรียกว่า แมงสะดิ้ง นับเป็นจิ้งหรีดอีกชนิดหนึ่ง ที่นิยมเลี้ยงเป็นสัตว์เศรษฐกิจมากที่สุด เพราะเป็นจิ้งหรีดที่มีขนาดเล็ก ให้ไข่เยอะ ลำตัวมีสีน้ำตาลอ่อน นอกจากนี้ ยังมีโครงสร้างร่างกายที่ไม่แข็งเกินไป ง่ายต่อการนำไปแปรรูปและต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อการส่งออกอีกด้วย คุณอิงครัตน์ ธัญศิรธนารมย์ หรือ พี่ซอนญ่า อยู่บ้านเลขที่ 88 บ้านหนองโสน หมู่ที่ 11 ตําบลหนองข่า อําเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ อดีตนักวิชาการด้านอาหารสัตว์ผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงแมงสะดิ้ง สู่การก่อตั้งวิสาหกิจชุมชนบ้านหนองโสน สร้างรายได้ สร้างอาชีพให้คนในชุมชนแต่ละเดือนไม่น้อย พี่ซอนญ่า บอกเล่าถึงที่มาของการเลี้ยงแมงสะดิ้งให้ฟังว่า ตนเองเริ่มทำการทดลองเลี้ยงจิ้งหรีดหรือแมงสะดิ้ง ในปี 2559 ซึ่งถ้าหากย้อนไปตอนนั้น จิ้งหรีดยังไม่ถูกยกให้เป็นแมลงเศรษฐกิจ และยังไม่มีการรับรองมาตรฐาน GAP เกิดขึ้น แต่สาเหตุที่ทำให้ตัดใจเลี้ยงจิ้
อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง มีสภาพพื้นที่ทั่วไปเป็นเนินสูงสลับต่ำ และที่ราบสูง สลับด้วยภูเขา มีป่าไม้ ลำธาร ลำคลอง และห้วยสั้น ไหลสู่ทะเลอันดามัน ด้านตะวันตก มีสภาพเป็นป่าชายเลน สภาพดินทั่วไปเป็นดินร่วนปนทราย ความสมบูรณ์ต่ำ อาชีพส่วนใหญ่ของชาวสิเกา คือเกษตรกรรม ทั้ง กสิกรรม การประมงจับสัตว์น้ำ เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ด้านการท่องเที่ยวทางทะเล ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำการเกษตร ร้อยละ 80 รับจ้าง ร้อยละ 15 อื่นๆ ร้อยละ 5 มีพื้นที่ทำการเกษตร จำนวน 232,633 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 66.23 และส่วนใหญ่จะเป็นสวนปาล์มน้ำมันและยางพารา ซึ่งเป็นพืชที่เกษตรกรนิยมปลูกกันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่หากคิดถึงภาพการปลูกผักของเกษตรกรในอำเภอสิเกา เกษตรกรส่วนใหญ่จะปลูกไว้ข้างบ้าน แค่พอมีพอกินในครัวเรือน และยิ่งหากเป็นผักเมืองหนาว เช่น กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก และ บร็อกโคลี่ แน่นอนว่าจะนึกถึงภาพบรรยากาศของพื้นที่ภูเขาในแถบภาคเหนือ ที่มีอากาศหนาวเย็น เอื้อต่อการปลูกพืชผักเมืองหนาว ซึ่งเป็นภาพที่เกษตรกรคุ้นชิน คุณกันยารัตน์ หมุนเวียน ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ตำบลกะลาเส เกษตรกรที่สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำจากการปลู
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2565 กรมส่งเสริมการเกษตร จัดเวทีเครือข่าย Young Smart Farmer ระดับประเทศ ขึ้นที่โรงแรม ทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร โดยมี ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด และมีนายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมงาน ทั้งนี้ ตัวแทนเครือข่าย Young Smart Farmer แต่ละภาคทั่วประเทศเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า “เกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer” ถือเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญต่อการขับเคลื่อนและพัฒนาภาคเกษตรกรรมของประเทศไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มุ่งเน้นที่จะพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาขับเคลื่อนภาค การเกษตรผ่านการสร้างและเชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกรรุ่นใหม่เข้าด้วยกันตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา ซึ่งจะเห็นได้ว่า ปัจจุบันภาคการเกษตรของประเทศไทย มีทิศทางและแนวโนม้ ที่ดีขึ้นอย่างเห็นไดชัดจากการที่กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ได้เตรียมความพร้อมให้แก่เกษตรกรรุ่นใหม่ ให้มีองค์ความรู้ที่ทันสมัยและสามารถทำการเกษตรอยู่ได้ท่ามกล
จะกี่ยุคกี่สมัย อาชีพเกษตรกรรมก็ยังเป็นอาชีพที่ยั่งยืนและตอบโจทย์วิถีชีวิตคนไทยได้เสมอ การเป็นเกษตรกรถึงอาจจะไม่ได้ทำให้ร่ำรวย แต่อย่างน้อยก็ทำให้หลุดพ้นจากความหิวโหยได้ อาชีพเกษตกรรมไม่ได้แบ่งชนชั้นการศึกษา จะเรียนจบ ป.1 หรือเรียนจบด็อกเตอร์ ก็สามารถเป็นเกษตรกรได้เหมือนกัน อาศัยเพียงความมีใจรัก ความขยันอดทน มุ่งพัฒนาหาความรู้ไม่หยุดนิ่ง เพียงเท่านี้ทุกคนก็จะประสบความสำเร็จจากอาชีพเกษตรกรรมได้ไม่ยาก คุณวาสนา ภู่ทับทิม ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์จังหวัดนราธิวาส ต้นแบบเกษตรกรแบบครบวงจร อยู่บ้านเลขที่ 72/3 หมู่ที่ 5 ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส เล่าว่า ตนเรียนจบระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย แต่ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสทางการศึกษาน้อยแต่ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะความรู้หาได้ทุกที่ไม่จำกัดว่าต้องศึกษาแค่ในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยเท่านั้น ตนเลือกที่จะออกมาศึกษานอกโรงเรียน เพราะรู้เป้าหมายของตัวเองแล้วว่าจะเดินทางสายเกษตร จึงมุ่งเน้นศึกษาตามศูนย์การเรียนรู้ ได้ลองลงมือปฏิบัติจริง อย่างที่ในเขตตำบลกะลุวอเหนือที่อาศัยอยู่จะมีศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตนก็เข้าร่วม มีโอกาสได
คุณอำนาจ ศรีบัวทอง อยู่บ้านเลขที่ 114 หมู่ที่ 2 ตำบลคำหยาด อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์จังหวัดอ่างทอง ที่เป็นทั้งเกษตรกรนักสู้ และเป็นทั้งนักคิดนักพัฒนาจนประสบผลสำเร็จในอาชีพที่ทำมาตั้งแต่จำความได้ ทุกวันนี้มีกิน มีใช้ มีเงินเก็บ ส่งลูกเรียน ทั้งหมดนี้ล้วนมาจากรายได้จากอาชีพเกษตรกรรม มาดูกันว่าคุณอำนาจจะมีเทคนิคทำเกษตรอย่างไร ให้ประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจได้ขนาดนี้ คุณอำนาจ ศรีบัวทอง เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการเป็นเกษตรกรว่า ตนเริ่มเป็นเกษตรกรมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ ซึ่งการทำเกษตรของตนนั้นได้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการให้ทันยุคทันสมัยและสอดคล้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่อยู่ตลอดเวลา โดยเริ่มต้นจากการเป็นชาวนา ทำนาปลูกข้าวแบบทั่วไปตามที่สมัยบรรพบุรุษได้สืบทอดทำกันมา แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะสภาพดินฟ้าอากาศที่เปลี่ยนไปจากเดิม จึงเริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงการทำนาแบบเดิมๆ มีการเรียนรู้เทคนิคการทำนาสมัยใหม่มากขึ้น พร้อมทั้งศึกษาปัจจัยและองค์ประกอบที่มีผลในด้านการผลิต ทั้งเรื่องของดิน น้ำ อากาศ เพื่อนำมาปรับประยุกต์ใช้ในนาข้าวของตัวเอง ซึ่งหลังจากการที่ได้ศึกษาทดลอง
คุณวิศิษฐ์ แสนบัวโพธิ์ อายุ 36 ปี หรือ คุณโมค ลูกชายพ่อพัด แม่พันปี แสนบัวโพธิ์ เปิดสวนพื้นที่ 14 ไร่ ให้สื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชม พื้นที่ตั้งแต่ปากทางเข้าอำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด ติดถนนสายหลัก ประมาณ 100 เมตร ซ้ายมือมองเห็นหอถังน้ำเพื่อการเกษตร นั่นแหละใช่เลย จบการศึกษาปริญญาตรี เทคโนโลยีอาหาร จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพฯ ที่อยู่ปัจจุบัน เลขที่ 5 หมู่ที่ 7 บ้านบัวทอง ตำบลบัวคำ อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 โทร. (088) 772-1448 แต่งงานแล้ว กับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุวธิดา ชาปัญญา คุณวิศิษฐ์เป็นคนน่ารัก เอื้ออาทร อารมณ์ดี พร้อมเล่าให้ฟังว่า เมื่อกรมส่งเสริมการเกษตร มีนโยบายเรื่อง Young smart farmer (YSF.) เกษตรกรคนรุ่นใหม่ ตนเองได้รับการสนับสนุนจาก คุณเรืองศักดิ์ ถนอมสิทธิ์ เกษตรอำเภอโพธิ์ชัย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรหรือเกษตรตำบล โดยเฉพาะ ท่านประยงค์ ภูดินทราย เกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ให้ความสำคัญเรื่อง YSF. “การเริ่มต้นที่ดีเท่ากับสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง” เป็นเกษตรกรคนรุ่นใหม่ต้องมีการวางแผนที่ดี แผนระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว เช่น ตนเองปลูกป่า 2-2-0 ไร่ ปลูกต้นไม้ยาง
คุณอิศรากรณ์ พลธรรม ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์จังหวัดเลย เริ่มทำเกษตรด้วยหลักคิดหัวสมัยใหม่ ซึ่งเมื่อก่อนที่บ้านทำไร่เลื่อนลอย ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ทำนา มีรายได้ไม่แน่นอน จึงปรับเปลี่ยนหันมาทำเกษตรแบบผสมผสาน วางแผนการปลูกพืชให้ตรงต่อความต้องการของตลาด ผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐาน เพื่อการสร้างรายได้ที่ยั่งยืน โดยถือคติว่า “ถ้าอยากทำเกษตรให้ก้าวหน้าและยั่งยืน จะต้องทิ้งตำราแบบเดิมๆ” ปลูกพืชหมุนเวียน สร้างรายได้ตลอดทั้งปี “หาตลาดก่อนวางแผนการผลิต” โดย คุณอิศรากรณ์ บอกว่า ถ้าอยากทำเกษตรให้ก้าวหน้าและยั่งยืน จะต้องทิ้งตำราแบบเดิมๆ “เราจะไม่ปลูกก่อนแล้วหาตลาดทีหลังอย่างแน่นอน เราต้องศึกษาหาตลาดก่อนปลูก และเลือกปลูกพืชให้เหมาะสมกับพื้นที่ เริ่มต้นจากการเปลี่ยนไร่เลื่อนลอยของพ่อแม่มาปลูกมันเทศญี่ปุ่นสีส้มส่งสหกรณ์แก้วเกษตร ปลูกสลับหมุนเวียน แบ่งพื้นที่ปลูกเดือนละ 1 ไร่ และมีการบริหารจัดการพื้นที่เพื่อให้มีผลผลิตส่งสหกรณ์ให้ได้เดือนละ 2 ครั้ง ต้นทุนการปลูกคิดเป็นครึ่งต่อครึ่งของรายได้ 1 เดือน ขายมันเทศได้เงิน 60,000 บาท จากนั้นเริ่มมองหาช่องทางสร้างรายได้เพิ่ม ด้วยการดูออเดอร์ที่ทางสหกรณ์ต้องการ แต่ผลผล
