ยางพารา
วันที่ 28 ธันวาคม นายถาวร เสนเนียม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และแกนนำ กปปส. โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า เรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, พี่น้องชาวสวนยางผู้มีอาชีพเกี่ยวกับสวนยางพาราทุกท่าน ราคายางพาราตกต่ำเป็นเหตุให้พี่น้องเกษตรกรและผู้ที่มีอาชีพเกี่ยวข้องได้รับความเดือดร้อน รัฐบาลได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ร่วมกันแก้ไข ขณะนี้ผมเห็นว่ารัฐมนตรีทั้ง 2 ท่านเดินมาถูกทางแล้ว แต่ยังไม่ทันอกทันใจพี่น้องเกษตรกร เพราะราคายางพาราตกต่ำมาร่วม 4 ปีแล้ว ขณะนี้เรามีความหวังกับมาตรการต่าง ๆ ดังนั้น ผมขอทำความเข้าใจและสนับสนุนต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล ดังต่อไปนี้ (1) สภาพปัญหาและข้อเท็จจริง การเกิดวิกฤติการณ์ราคายางตกต่ำส่งผลกระทบต่อรายได้ในการครองชีพพื้นฐานของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางมาต่อเนื่อง นอกเหนือจากปัญหาความเป็นไปของพลวัตในสถานการณ์โลกทั้งเรื่องเศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศราคาน้ำมันและสถานการณ์อื่นๆ ของโลกที่มากระทบต่อราคายางตามที่นักวิชาการมักจะอ้างถึงแล้วนั้นยังมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากภายในประเทศซึ่งสามารถแก้ไขไ
แม้จะมีคำตอบจากภาครัฐ ในเรื่องของราคายางที่ผันผวนขึ้นลง และดูเหมือนขาลงจะยาวนานกว่าก็ตาม แต่ข้อข้องใจต่อราคาน้ำยางก็ไม่เคยกระจ่างในใจเกษตรกรแม้แต่คราเดียว ทางออกของมุมนักวิชาการที่ทำงานอยู่กับตัวหนังสือ ฐานข้อมูล พอจะเป็นทางออกหนึ่งที่ชี้ทางสว่างให้กับเกษตรกรได้ โดยเฉพาะคำแนะนำในการแปรรูปน้ำยางจำหน่าย เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้มากขึ้น ดร. วีรศักดิ์ สมิทธิพงศ์ นักวิจัยจากศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางวัสดุยางและพอลิเมอร์เพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร ภาควิชาวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งผ่านประสบการณ์การทำงานในวงการผลิตภัณฑ์แปรรูปจากยางพาราในระดับโลกมาก่อนหน้านี้ และนำความรู้ที่เป็นประสบการณ์มาสานต่องานวิจัย สร้างนวัตกรรมใหม่ให้มีศักยภาพตรงกับความต้องการของผู้ใช้ โดยปัจจุบัน มีผลงานวิจัย เรื่อง “กาวน้ำที่มีส่วนผสมของน้ำยางธรรมชาติ, ฟีนอลิก เรซิน และกัมโรซิน และกรรมวิธีการผลิต” ซึ่งได้รับอนุสิทธิบัตร เมื่อปี 2557 แล้ว ทั้งนี้ งานวิจัยชิ้นนี้ เป็นผลิตภัณฑ์กาวน้ำที่มีส่วนผสมของน้ำยางพาราจากธรรมชาติ ซึ่งมีคุณสมบัติการติดที่ดี มีความเหนียว มีคุณภาพคงที่ ไม่มีตัวทำลายอินทรี
ปัญหาเรื่องผลผลิตทางการเกษตรล้น เมื่ออุปทาน (ปริมาณผลิต) มีมากกว่าอุปสงค์ (ความต้องการ) สมดุลของราคาก็จะขยับลดลงเป็นธรรมชาติ แต่ในโครงสร้างของธุรกิจหรืออุตสาหกรรมระดับประเทศที่โยงไปสู่ระดับโลกของสินค้าเกษตรแต่ละชนิดจะมีความสลับซับซ้อนต่างกัน และหลายครั้งที่เหตุปัจจัยที่เชื่อมโยงกันในระดับโลกอยู่เหนือความควบคุมได้ของระดับประเทศ ดังเช่นภาวะราคายางตกต่ำที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน บทความเชิงวิเคราะห์ชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะร่วมวิพากษ์วิจารณ์เชิงสร้างสรรค์ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตระหนักรู้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาเรื่องราคายางที่ตกต่ำอยู่นี้ ให้ศึกษาตัวปัญหาให้ลุ่มลึกก่อนจะวางแผนวางแนวทางที่จะส่งผลให้การปฏิบัติและงบประมาณถูกกำกับไปตามนั้นเป็นไปอย่างถูกต้อง ซึ่งแค่ว่าการวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา ถ้าผิดหรือเขวไปก็จะเกิดความสูญเสีย และปัญหาจะมิได้ถูกแก้ไข ศึกษาอดีตการแก้ไขปัญหาผลิตภัณฑ์นมล้นประเทศของอียูและอเมริกา แม้ว่าอุตสาหกรรมนมและยางเป็นคนละเรื่อง เอามาเทียบหรือเป็นตัวอย่างการแก้ไขปัญหากันตรงๆ ไม่ได้ แต่มาตรการที่เขาใช้ดำเนินการซึ่งประสบความสำเร็จเป็นสิ่งที่น่านำมาศึกษา ด้วยวงจรการผลิตนมท
การยางแห่งประเทศไทยได้รายงานสัญญาซื้อขายล่วงหน้ายางแผ่นรมควันชั้น 3 (RSS3) ปิดตลาดวันนี้ ดังนี้ ตลาดสงขลา ราคา 47.29 บาท ราคาเพิ่มขึ้น 1.27 บาท ตลาดสุราษฎร์ ราคา 47.29 บาทราคาเพิ่มขึ้น 1.19 บาท ตลาดนครศรี ราคา 47.29 บาทราคาเพิ่มขึ้น 1.27 บาท ตลาด ยะลา ไม่มียางเข้าตลาด ตลาด บุรีรัมย์ ไม่มียางเข้าตลาด สรุป ราคายางวันนี้ ปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1.24 บาทต่อ ก.ก.
เกษตรฯ หนุนเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยาง แปรรูปหมอนยางพาราส่งขายในจีน เผยยอดสั่งซื้อ 2.4 แสนใบต่อปี เล็งขยายความร่วมมือไปยังประเทศอื่น พร้อมสั่งการยางฯ เร่งวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์หมอนยางพาราให้มีคุณภาพสูงตรงตามความต้องการของผู้ใช้ นายสุพัฒน์ เอี้ยวฉาย ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาซื้อ-ขาย หมอนยางพาราเพื่อจำหน่ายในสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่าง เครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง หมอนยางพารา “สิรี” ในฐานะผู้แทนจำหน่ายในไทย และบริษัท Sichuan Kennan Trading Co,.LTD. ผู้จัดจำหน่ายในสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า ยางพาราเป็นสินค้าเกษตรที่มีราคาผันผวน ส่งผลกระทบต่อรายได้เกษตรกรเป็นอย่างมาก กลุ่มสหกรณ์และวิสาหกิจชาวสวนยางพารา จึงได้นำน้ำยางพารามาแปรรูปเป็นสินค้าต่าง ๆ โดยเฉพาะหมอนยางพารา ซึ่งได้มีการผลิตมาระยะหนึ่ง แต่หลายแห่งมีปัญหาด้านการตลาด สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้เกิดจากความตั้งใจของเกษตรกรชาวสวนยาง และเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง โดยมีนายธีระชัย แสนแก้ว ประธานคณะกรรมการเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางพารา และ นายบัวสอน ประชามอญ ประธานที่ป
หน่วยธุรกิจ (BU) การยางแห่งประเทศไทย จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการผลิตและ ร่วมมือทางการตลาด หมอนยางพารา ดึง 3 ภาคส่วน ทั้งภาครัฐ/เอกชน/สถาบันเกษตรกร ติดปีกธุรกิจหมอนยางพารา ใส่เกียร์เดินหน้า สร้างรายได้ สู่ความมั่นคง นายสุนันท์ นวลพรหมสกุล ในฐานะผู้จัดการหน่วยธุรกิจ BU กล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ที่ผ่านมา หน่วยธุรกิจ (BU) กยท. ได้จัดประชุมภายใต้ชื่อ “ใต้หล้ารวมเป็นหนึ่ง” โดยได้ร่วมกับบริษัท เลย์เท็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนจากภาคเอกชน และ สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางกว่า 42 สถาบันจากทั่วประเทศ มาหารือเพื่อสร้างความเข้าใจในเชิงการดำเนินธุรกิจแปรรูปหมอนยางพาราร่วมกัน ทั้งในเชิงการจัดกลุ่มสินค้าตามความสามารถในการผลิตและรูปลักษณ์ภายนอก การกำหนดมาตรฐานการผลิต การจัดกลุ่มทางการตลาด รวมถึงการรวบรวมชื่อสถาบันที่มีความประสงค์เข้าร่วมโครงการ ซึ่งได้รับผลตอบรับในเกณฑ์ที่ดีมากจากหน่วยสถาบันฯที่เดินทางมาเข้าร่วม เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมานั้น แต่ละสถาบันได้มีการทำตลาดในช่องทางของตนเอง โดยอาจจะยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก ซึ่งเมื่อโครงการนี้ได้ถูกพัฒนาขึ้น สถาบันจำนวนมากจึงได้มีการต
คุณสุนันท์ นวลพรหมสกุล รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยด้านบริหาร กล่าวว่า จากสถานการณ์ยางพาราในประเทศไทยหลายปีที่ผ่านมา ราคาตกต่ำค่อนข้างน่าเป็นห่วง ถ้าเปรียบเทียบราคาเมื่อตอน ปี 2540-2548 ราคายางพาราจะดี แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมาราคาตก สืบเนื่องจากหลายปัจจัย แต่ปัญหาที่เห็นได้ชัดเจนคือ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก เพราะผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากยางทั้งหมดทั่วโลกที่เราใช้ทำมาจากยางแท้เพียง 40 เปอร์เซ็นต์ อีก 60 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือคือทำมาจากยางสังเคราะห์ผสมกับน้ำมัน ดังนั้น เมื่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกขึ้นราคา ยางก็จะขึ้นตามไปด้วย ในสัดส่วน 40 เปอร์เซ็นต์ ที่เป็นยางธรรมชาติราคาจะปรับขึ้นไปด้วย เกิดภัยทางธรรมชาติที่ไม่อาจคาดเดาได้ ยกตัวอย่าง เมื่อ ปี 2554 เกิดวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ ในขณะที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่ผลิตยางมากที่สุดในโลก แต่ผลผลิตเสียหายจากน้ำท่วม ปริมาณการส่งออกไม่พอ ต่างชาติก็ต้องไปหาจากแหล่งอื่น มีการเกร็งกำไรในตลาดล่วงหน้าของผู้ค้ายาง เปรียบเหมือนตลาดหุ้นมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันตลอด และอัตราการแลกเปลี่ยนในปีหน้ากับปีที่ผ่านๆ มาค่อนข้างจะต่างกัน ค่าเงินดอลลาร์ลดลง เงินบาทแข็งค่า ผลกลับมาจะน้อย
เป็นกระแสข่าวเรื่องราคายางพาราไม่เว้นแต่ละวันมาตลอดปี 2560 ทั้งราคาขึ้นและราคาลง เพราะยางพาราเป็นสินค้าทางการเกษตร เป็นพืชเศรษฐกิจระดับโลก ข้อข้องใจในหลายประการของเกษตรกร โดยเฉพาะคำถามที่ต้องการคำตอบ ในเรื่อง “ราคายาง” แต่เหมือนว่า ยังไม่มีความชัดเจนในแนวทางการแก้ปัญหาทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน หรือองค์กรพัฒนาเอกชน ที่จัดตั้งขึ้นมาในรูปแบบต่างๆ ล้วนแต่มีเป้าหมายในการแก้ปัญหาให้เกษตรกรผู้ปลูกยางพารามีความคุ้มทุนและมีผลกำไรตอบแทน ดร. ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ให้ข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์ยางพารา ที่ผ่านมาตลอดปี 2560 ไว้ดังนี้ สถานการณ์ยางพารา ในการประชุมสมาคมประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติ ซึ่งมีสมาชิกทั้งหมด 7 ประเทศ คือ อินโดนีเซีย อินเดีย มาเลเซีย ไทย ปาปัวนิวกินี สิงคโปร์ และศรีลังกา ชี้ถึงสาเหตุและปัจจัยที่ส่งผลต่อสถานการณ์ราคายาง ดังนี้ ปี 2554 มีความต้องการใช้ยางและการเก็งกำไรสูง ทำให้ราคายางพุ่งสูงมากที่สุด สิ่งที่เกิดขึ้นคือ หลายประเทศได้ขยายพื้นที่ปลูกยางเพิ่มขึ้น ประมาณ 11.9 ล้านไร่ ปี 2559 พื้นที่ปลูกยางดังกล่าว เก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว โดยเฉพาะประเทศผู้ปล
เมื่อ วันที่ 19 ธันวาคม 2560 คณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม มีมติเห็นชอบ 6 โครงการ ช่วยเหลือและแก้ปัญหายางพาราทั้งระบบ เพื่อสร้างเสถียรภาพด้านราคา ดร.ธี ธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบ 6โครงการ เพื่อแก้ปัญหายางพาราทั้งระบบ ตามแนวนโยบายดูดซับปริมาณยาง เพิ่มปริมาณการใช้ และลดปริมาณผลผลิต เพื่อสร้างเสถียรภาพด้านราคาและความยั่งยืนในการประกอบอาชีพการทำสวนยาง ดูดซับปริมาณยาง โครงการชดเชยดอกเบี้ย 3% เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบกิจการยาง (ยางแห้ง) เพื่อใช้ในการเก็บรวมรวมยาง ในวงเงิน 20,000 ล้านบาท เพื่อดูดซับปริมาณยางออกจากระบบประมาณร้อยละ 11 ของผลผลิตยางแห้ง 350,000 ตันจากผลผลิตทั้งปี โดยรัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยในอัตราตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินร้อยละ 3 ต่อปี (ไม่เกิน 600 ล้านบาท) ตั้งแต่เดือนมกราคม 2561 ถึงเดือนธันวาคม 2562 และมีระยะเวลาการชำระเงินคืนเงินกู้ไม่เกิน 1 ปีนับจากวันทำสัญญาต่อปี โครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางพารา (วงเงิน 5,000 ล้านบาท) ซึ่งรัฐบาลเห็นชอบแนวทา
นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการนโยบายยางแห่งชาติ(กนย.)ครั้งที่ผ่านมา ที่ประชุมฯ เห็นชอบเสนอมาตรการและโครงการต่างๆ ทั้งโครงการสนับสนุนสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการยาง (ยางแห้ง) วงเงิน 20,000 ล้านบาท จะช่วยดูดซับปริมาณยางออกจากระบบ โครงการสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์ยางวงเงิน 15,000 ล้านบาท จะช่วยให้ผู้ประกอบกิจการยางขยายกำลังการผลิต และใช้ยางในปริมาณเพิ่มมากขึ้นอย่างน้อยประมาณ 35,550 ตันต่อปี และการรับซื้อยางจากเกษตรกร สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง จำนวน 200,000 ตัน เพื่อป้อนเข้าหน่วยงานรัฐในการนำไปใช้ภายในประเทศ รวมทั้งโครงการควบคุมปริมาณผลผลิตที่มีมาตรการเร่งรัดการโค่นของภาคเกษตรกร และลดผลผลิตของหน่วยงานภาครัฐ ในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2561 ล้วนเป็นแนวทางที่จะส่งเสริม และสนับสนุนการลดผลผลิตยางออกสู่ตลาด โดยกยท.จะเสนอให้ประเทศสมาชิกสภาไตรภาคียางระหว่างประเทศ (ไอทีอาร์ซี) ประกอบด้วยไทย อินโดนีเซียและมาเลเซีย ทราบต่อไป เพื่อให้ปฏิบัติเป็นไปในทิศทางเดียวกัน หลังจากผ่านมติครม.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะมีการประชุมร
