สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มองเห็นปัญหาไฟป่าหมอกควันภาคเหนือตอนบน ว่าเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลเสียทั้งทางสุขภาพและทางเศรษฐกิจ จึงได้จับมือกับภาคเอกชน ร่วมต่อยอดงานวิจัยสู่โครงการนวัตกรรม “Smoke Watch : แอปพลิเคชันแจ้งเตือนและเฝ้าระวังไฟป่าจากการเผาในที่โล่ง” เพื่อบริหารจัดการข้อมูลการแจ้งเหตุเผาไฟป่า และเข้าระงับเหตุได้ตรงจุดอย่างรวดเร็วดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า วช. ภายใต้กระทรวง อว. เป็นหน่วยงานที่พร้อมให้การสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ อาทิ โครงการ “การสร้างเครือข่ายเพื่อป้องกันและติดตามการเผาในพื้นที่ต้นแบบ 5 ชุมชน ในจังหวัดเชียงราย ด้วยระบบติดตามการเผาผ่านระบบโทรศัพท์อัจฉริยะ (ปี 2558)” ของ ผศ.ดร.นิอร สิริมงคลเลิศกุล แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (มทร.ล้านนา) เพราะเป็นนวัตกรรมทางสังคมที่ดีที่สามารถใช้แจ้งเหตุการณ์การเผาในบริบทไฟป่าหมอกควันภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย กรณีจังหวัดเชียงราย (Smoke Watch) ผ่าน Mobile Application เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ท
วันที่ 28 เมษายน 2566 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นำโดย ดร.ดนุช ตันเทอดทิตย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย คณะผู้ทรงคุณวุฒิ วช. และสื่อมวลชน ลงพื้นที่ตลาดร้อยปี คลอง 12 หกวา ตำบลลำไทร อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการวิจัยภายใต้แผนงานการวิจัยเพื่อท้องถิ่น (Community-Based Research : CBR) ประจำปี 2565 (ภาคกลาง) โดยมี ผศ.ดร.ดรุณศักดิ์ ตติยะลาภะ แห่ง มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ดำเนินโครงการ “การพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชน เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานราก และลดความเหลื่อมล้ำของชุมชน ตำบลลำไทร อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ด้วยการพลิกฟื้นตลาดเก่าและย่านเมืองเก่า 100 ปี คลอง 12 หกวา ผ่านการท่องเที่ยวโดยชุมชน” และ ผศ.ดร.พิษณุ แก้วตระพาน แห่ง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ดำเนินการโครงการวิจัยเรื่อง “การพัฒนารูปแบบสภาผู้นำเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ 4 สายคลอง (คลอง 10-13) สู่การรองรับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม (PGS) เพื่อลดความเ
ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ร่วมพิธีมอบรางวัลการประกวดประดิษฐกรรมและนวัตกรรมงาน “The 48th International Exhibition of Inventions Geneva” และมอบรางวัล Special Prizes on Stage แก่หน่วยงานด้านการประดิษฐ์คิดค้นและนวัตกรรรมจากนานาชาติ พร้อมแสดงความยินดีแก่นักประดิษฐ์และนักวิจัยไทย ที่ได้รับรางวัลจากการประกวดประดิษฐกรรมและนวัตกรรมในครั้งนี้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นำคณะนักประดิษฐ์/นักวิจัยไทยจาก 37 หน่วยงาน คว้ารางวัลระดับนานาชาติจากงาน “The 48th International Exhibition of Inventions Geneva” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 30 เมษายน 2566 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส เป็นที่น่ายินดีที่นักประดิษฐ์ไทยสามารถคว้ารางวัลพิเศษของงาน On Stage คือ รางวัล Industrial Design Prize จากผลงานเรื่อง “นวัตกรรมแผงกันแดดปรับได้อัตโนมัติแบบประหยัดด้วยพลังงานแสงอาทิตย์” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์พฤฒิพร ลพเกิด และรองศาสตราจารย์ ศรีศักดิ์ พัฒนวศิน แห่ง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับรางวัลจาก Pour
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สนับสนุนงานวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พัฒนาอุตสาหกรรมเลี้ยงหอยมุก หลังนักวิจัยไทยโชว์ฝีมือค้นพบเมือกหอยมุก สุดยอดแห่งโมเลกุลเพปไทด์และโปรตีนจำนวนมาก มีคุณสมบัติช่วยฟื้นฟูสภาพชั้นผิวหนัง ลดการอักเสบ นับเป็นการศึกษาวิจัยที่สามารถค้นพบประโยชน์จากส่วนอื่น ๆ ของหอยมุกมากขึ้นกว่าเดิมนอกเหนือจากเปลือกและไข่มุก ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา วช. ภายใต้กระทรวง อว. ให้ความสำคัญอย่างมากกับโครงการการเพิ่มมูลค่าและการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผลพลอยได้ และของเหลือใช้จากอุตสาหกรรมการเลี้ยงหอยมุกสู่การต่อยอดเชิงพาณิชย์ในอุตสาหกรรมเพื่อสุขภาพและความงาม (ปี 2562) ของ ดร.สุพนิดา วินิจฉัย หัวหน้าโครงการฯ แห่งสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพราะปัจจุบันไข่มุกที่เกิดขึ้นจากหอยมุกนอกจากจะเป็นอัญมณีที่สวยงามแล้ว ยังมีประโยชน์สำคัญต่อสุขภาพด้านการปรับสมดุลร่างกาย และบำรุงผิวพรรณ นับว่าเป็นการสร้างมูลค่าที่ได้จากผงไข่มุก และเป็นการใช้ทรัพยากรอย่า
3 ผลงานวิจัยร่วมระหว่างสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) และ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ได้แก่ โลชั่นมามาคาระ เจลอาบน้ำและเจลล้างหน้าโชกุบุสซึ สกิน โซลูชั่น และยาสีฟันซอลส์ คิง เฮิร์บ คว้ารางวัลจากงานประกวดสิ่งประดิษฐ์นานาชาติที่เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ โดยได้รับ 2 เหรียญเงิน 1 เหรียญทอง และรางวัลพิเศษ Special prize รวมทั้งหมด 4 รางวัล สวิตเซอร์แลนด์ – ดร.ศิริวรรณ ณะวงษ์ นักวิทยาศาสตร์ระบบลำเลียงแสง สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวว่า “นายชูชีพ อภิรักษ์ ผู้จัดการส่วนวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ และคณะจากบริษัทไลอ้อน พร้อมด้วยนักวิทยาศาสตร์สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน คือ ดร.ศิริวรรณ ณะวงษ์ และ ดร.นิชาดา เจียรนัยกูร ได้ร่วมจัดแสดงและนำเสนอผลงานที่ร่วมพัฒนาระหว่างสถาบันฯ และบริษัทไลอ้อน ภายในงานประกวดสิ่งประดิษฐ์นานาชาติเจนีวา ครั้งที่ 48 ระหว่างวันที่ 26-30 เมษายน 2566 ณ สวิตเซอร์แลนด์ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์โลชั่นมามาคาระที่ใช้แสงซินโครตรอนตรวจวิเคราะห์โครงสร้างและคุณภาพของโลชั่น ผลิตภัณฑ์เจลอาบน้ำและเจลล้างหน้าโชกุบุสซึ สกิน โซลูชั่น ที่มีส่วนผสมของเมล็ดมะไฟจีน ซึ่งศึกษาโครงสร้างโมเลกุลด้ว
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้การสนับสนุนทีมวิจัยจากศูนย์วิจัยข้าวคลองหลวง กองวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว ในการใช้นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์พัฒนาระบบที่ปรึกษาชาวนาไทยผ่านแอปพลิเคชัน ตั้งแต่เริ่มกระบวนการผลิตไปจนถึงการตลาด วิเคราะห์ต้นทุน ราคาขาย ผลกำไร ระบบเตือนภัยทางการเกษตร ทั้งเรื่องโรคระบาด และสภาพภูมิอากาศ รวมถึงสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ ในการวางแผนการผลิต การคัดเลือกพันธุ์ข้าว เพื่อให้ชาวนามีผลผลิตเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตชาวนาไทยให้มีรายได้และความเป็นอยู่ให้ดียิ่งขึ้น ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวง อว. ถือเป็นกลไกสำคัญของรัฐในการขับเคลื่อนให้การสนับสนุนงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์คิดค้น หรือนวัตกรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และสามารถถ่ายทอดเป็นองค์ความรู้สู่ชุมชน โดยเฉพาะในภาคการเกษตรที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำนวัตกรรมเทคโนโลยีต่าง ๆ มาช่วยชาวนาไทย ที่ต้องเผชิญความเสี่ยงรอบด้าน ทำให้มีหนี้สินเป็นส่วนใหญ่ จึงมีการนำแอปพลิเคชันมาใช้เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์กระบวนกา
เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้นำผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมของนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยเข้าร่วมประกวด และจัดแสดงในงาน “The 48th International Exhibition of Inventions Geneva” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวเปิดงานการแสดงผลงานสิ่งประดิษฐ์คิดค้นและนวัตกรรมของประเทศ ที่ร่วมประกวดและจัดแสดงในงาน สิ่งประดิษฐ์นานาชาติเจนีวา ครั้งที่ 48 โดยมี ศาสตราจารย์ (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ศาสตราจารย์ ดร.สนอง เอกสิทธิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิและอาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รองศาสตราจารย์ ดร.ชนะศึก นิชานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาการศึกษา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต และ ดร.สมชาย โชคมาวิโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รวมทั้งผู้บริหาร และคณะนักวิจัย 38 หน่วยงาน เข้าร่วมในพิธีเปิด ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ซึ่งการจัดงานจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 26 – 30 เมษายน 2566 โดยภายในงานฯ มีผลงานเข
วันที่ 24 เมษายน 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดเวทีแถลงข่าว “NRCT Talk : นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2566 ครั้งที่ 4” เปิดตัว ศาสตราจารย์ ดร.จินตวีร์ คล้ายสังข์ ภาควิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาการศึกษา ประจำปี 2566 โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ นายเอนก บำรุงกิจ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงาน ณ ศูนย์จัดการความรู้การวิจัย อาคาร วช.1 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร นายเอนก บำรุงกิจ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวง อว. มีภารกิจที่สำคัญในการยกย่อง เชิดชู ประกาศเกียรติคุณหรือยกย่องบุคคลหรือหน่วยงานด้านการวิจัยและนวัตกรรม โดยเป็นผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อวงวิชาการส่วนรวม ซึ่งในปี 2566 วช. ได้มอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2566 ใน 4 ประเภท ได้แก่ รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัย รางวัลวิทยานิพนธ์ และ รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น เพื่อเป็นการสร้างแรงจูง
จังหวัดอุดรธานี มีปริมาณขยะวันละ 1,600 ตัน เฉพาะพื้นที่เทศบาลนครอุดรธานีอย่างเดียวมีขยะวันละ 156 ตัน ซึ่งในสัดส่วนดังกล่าว เป็นขยะจากโฟมถึงวันละ 200 กิโลกรัม “โฟม” ผลิตจากพอลิเมอร์ชนิด “พอลีสไตรีน” หากกำจัดขยะชนิดนี้ไม่ดีพอ เช่น นำไปเผาทำลายจะทำให้เกิด “ก๊าซสไตรีน” ที่เป็นอันตรายต่อระบบการหายใจ ทำให้เกิดมลพิษในสิ่งแวดล้อม กลุ่มนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคอุดรธานี จึงเกิดแนวคิดนำขยะโฟมมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์กระเบื้องผนัง เพื่อลดปริมาณการกำจัดขยะ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดปัญหามลภาวะขยะเป็นพิษ กระเบื้องผนังจากขยะโฟมรีไซเคิล ทีมนักศึกษาแผนกวิชาช่างก่อสร้าง-โยธา วิทยาลัยเทคนิคอุดรธานี ประกอบด้วย นายสันติสุข กิตติจตุรงค์ นายณัฐพล บริวรรณ นายภานุพงศ์ ศรีบุรินทร์ และ นายภาคภูมิ ประทุมวัน อาจารย์ที่ปรึกษา ได้ร่วมกันคิดค้นกระเบื้องผนังจากขยะโฟมรีไซเคิลสำหรับอาคารพักอาศัย พร้อมเปรียบเทียบคุณสมบัติทางกายภาพและคุณสมบัติเชิงกลของกระเบื้องโฟมกับกระเบื้องทั่วไป ขั้นตอนแรก ทีมนักวิจัยได้สำรวจแหล่งขยะในพื้นที่ชุมชน รวบรวมขยะโฟมในพื้นที่ จัดเก็บทำความสะอาดโดยการล้างโฟม ขั้นตอนต่อมาคือ หลอมละลายโฟมโดยใช้วิธีการต้ม
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้การสนับสนุนทีมวิจัยจากสถาบันที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในราชการ (สปร.) ในการนำนวัตกรรมและแอปพลิเคชัน มาใช้ในการบริหารจัดการแผงขายสินค้าขยายพื้นที่ชายหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี เพื่อจัดระเบียบพัฒนาการท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก สร้างเสริมรายได้เพิ่มให้กับร้านค้าบริเวณชายหาด และสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สามารถจับจ่ายใช้สอยสินค้าที่มีคุณภาพราคาเป็นธรรม สนับสนุนการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และสามารถขยายผลต่อยอดโมเดลนี้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวง อว. เป็นกลไกสำคัญของรัฐในการขับเคลื่อนให้การสนับสนุนงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์คิดค้นหรือนวัตกรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และสามารถถ่ายทอดเป็นองค์ความรู้สู่ชุมชน รวมถึงการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม ซึ่งการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวนับเป็นโอกาสสำคัญในการที่ทุกฝ่ายร่วมมือกัน เพราะนั่นหมายถึงการสร้า
