สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
จากฟูเซลแอลกอฮอล์ในเชิงพาณิชย์ ตอบโจทย์นโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย วช. มุ่งสนับสนุนงานวิจัยที่จะก่อให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green economy) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย รวมถึงรองรับการปรับตัวของภาคส่วนต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อย่างเช่น การสนับสนุนทุนวิจัยในปี 2563 ให้กับโครงการวิจัย “การผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพจากฟูเซลแอลกอฮอล์ที่ได้จากโรงงานเอทานอล” ซึ่งมี “ รองศาสตราจารย์ ดร. อาทิตย์ อัศวสุขี” จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เป็นหัวหน้าโครงการ โดยงานวิจัยดังกล่าวเป็นแนวทางใหม่สำหรับการผลิตน้ำมันไบโอเจ็ต โดยใช้ผลิตภัณฑ์พลอยได้ที่จากกระบวนการหมักวัสดุทางการเกษตร เพื่อเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น นอกจากนี้ ในปี 2565 วช.ยังได้สนับสนุนให้งา
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้การสนับสนุนทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ได้ร่วมกันคิดค้นนำเปลือกเมล็ดถั่วเขียวซึ่งเป็นวัตถุดิบเหลือทิ้งจากการเกษตร มาสร้างมูลค่าด้วยการนำมาสกัดสาร Vitexin และ Iso-vitexin ซึ่งเป็นสารชีวภาพที่มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันโรคมะเร็ง ป้องกันไวรัส และลดความดันโลหิตสูง โดยผ่านกระบวนการสกัดและทำให้บริสุทธิ์ เพื่อนำไปใช้งานด้านเภสัชภัณฑ์ นอกจากนี้ Vitexin และ Iso-vitexin เป็นสารประกอบโพลีฟีนอลยังสามารถนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และเครื่องสำอางชะลอวัย โดยจะมีการขยายผลต่อยอดโครงการวิจัยนี้ด้วยการเพิ่มกำลังการผลิตและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดต้นทุนหรือราคาของ Vitexin และ Iso-vitexin และการนำผลิตภัณฑ์ทั้งในรูปแบบของสารสกัดหยาบและสารบริสุทธิ์ไปผสมกับองค์ประกอบอื่น ๆเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานต่อไป ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมนวัตกรรมงานวิจัย และสิ่งประดิษฐ์คิดค้นต่า
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้การสนับสนุนทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ในการศึกษาวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพ และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากการเปลี่ยนแปลงด้วยเหตุปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทั้งทางบกและทางทะเล จึงมีแผนในการพัฒนาอนุรักษ์และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง สร้างองค์ความรู้ใหม่เพื่อศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพทั้งด้านพันธุกรรม ชนิดพันธุ์ และระบบนิเวศทั้งบนบกและทะเล เช่น ความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์ทะเลในชั้นดินตะกอนในระบบนิเวศแนวปะการังและชายหาด การใช้เชื้อเพลิงชีวภาพเพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้และขีดความสามารถในการจัดการประมง และการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นกลไกสำคัญของรัฐในการขับเคลื่อนให้การสนับสนุนงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์คิดค้นหรือนวั
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นำคณะผู้ทรงคุณวุฒิ วช. และ สื่อมวลชน ลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการ “การพัฒนาวัสดุยางธรรมชาติเทอร์โมพลาสติกตามแนวทางเศรษฐกิจใหม่ BCG” เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานการประยุกต์ใช้องค์ความรู้งานวิจัยเป็นฐานเพื่อผลิตเป็นวัสดุจักรสานสำหรับเฟอร์นิเจอร์จากยางธรรมชาติเทอร์โมพลาสติก ตอบโจทย์ BCG Economy ภายใต้แนวคิด นวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม “ยางธรรมชาติเทอร์โมพลาสติก” ที่ วช. ให้การสนับสนุนทุนวิจัย แก่ ดร.ณัฐพนธ์ อุทัยพันธุ์ รักษาการแทนรองผู้อำนวยการ โครงการจัดตั้งวิทยาลัยนานาชาติยางพาราไทย-จีน ซึ่งเป็นหัวหน้าโครงการฯ โดยมี ศ.ดร.นันทรัตน์ นามบุรี คณบดีคณะวิทยาการจัดการ. คณะวิทยาการจัดการ ในฐานะหัวหน้าโครงการบริการโครงการชายแดนภาคใต้สู่ความสำเร็จ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา พร้อมด้วยรองศาสตราจารย์ ดร.บดินทร์ รัศมีเทพ รองเลขาธิการ ศอ.บต. รศ.ดร.เอกวิภู กาลกรณ์สุรปราณ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรมยางพารา และ รศ.ดร.ศุภศิลป์ มณีรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา ม
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตระหนักถึงปัญหาขยะกองโตบนพื้นที่เกาะท่องเที่ยว เร่งช่วยผลักดันผลงานวิจัยการเพิ่มศักยภาพการจัดการขยะในพื้นที่เกาะท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยค้นพบเทคโนโลยี Mechanical and Biological Treatment (MBT) ที่สามารถลดปริมาณขยะให้ลดลงและยังเกิดผลพลอยได้กลายเป็นเชื้อเพลิงขยะและปุ๋ยอินทรีย์ เผยช่วยกันเผยแพร่สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชน และภาครัฐต่อการใช้เทคโนโลยีการจัดการขยะมูลฝอยในพื้นที่ท่องเที่ยวด้วยกัน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า ปัจจุบันปัญหาขยะที่เกิดตามแหล่งท่องเที่ยวบนเกาะต่าง ๆ ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ และสิ่งแวดล้อมของการเป็นต้นตอก่อให้เกิดการปล่อยน้ำเสียลงทะเล ทำให้เกิดการทำลายระบบนิเวศน์กระทบต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล รวมไปถึงผลกระทบเรื่องมลพิษทางอากาศ จากการเผาทำลายเพื่อขจัดขยะให้หมดสิ้นไป วช. จึงเห็นคุณค่าต่อผลงานวิจัยของ ดร.พรรษา ลิบลับ แห่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ในเรื่อง “การเพิ่มศักยภาพการจัดการขยะในพื้นที่เกาะท่องเที่ยวอย
เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำโดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะผู้ทรงคุณวุฒิ วช. และสื่อมวลชน ลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการวิจัย การพัฒนาพื้นที่การเกษตรข้าวชุมชนศรีดอนมูลเพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานราก โดยกระบวนการทางวิศวกรสังคม ณ ลานโรงอบข้าวศูนย์ข้าว ชุมชนตำบลศรีดอนมูล อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ดำเนินการโดย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ที่ได้รับการสนับสนุนจาก วช. มี ดร.ชฎาพัศฐ์ สุขกาย แห่ง สำนักยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่นและบริการวิชาการ มรภ.เชียงราย เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย เพื่อบ่มเพาะวิศวกรสังคมสำหรับการพัฒนาเชิงพื้นที่ และศึกษาข้อมูลพื้นที่ชุมชนศรีดอนมูลด้วยการใช้เครื่องมือวิศวกรสังคมและกระบวนการพัฒนาเชิงพื้นที่ เพื่อถอดบทเรียนกระบวนการวิศวกรสังคมกับการพัฒนาเชิงพื้นที่ตามแผนโครงการวิศวกรสังคม โดยมีทีมนักวิจัย นักศึกษา มรภ.เชียงราย พร้อมด้วย นาย สามารถ จันทาพูน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศรีดอนมูล นายธนานุวัฒน์ จันทร์ฟอง ประธานศูนย์ข้าวชุมชนศรีดอนมูล และประชาชนบริเวณใกล้เคีย
เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ ดร.ธานินทร์ ผะเอม ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. นำคณะผู้ทรงคุณวุฒิ วช และสื่อมวลชน ลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการวิจัย “การส่งเสริมและการพัฒนาศักยภาพการเลี้ยงแพะพื้นเมืองเพื่อยกระดับรายได้ ของเยาวชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้” ของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ยะโก๊ะ ขาเร็มดาเบะแห่ง มหาวิทยาลัยฟาฏอนี เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย ซึ่งเป็นโครงการวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัย จาก วช. ภายใต้โครงการ “การขับเคลื่อนและเสริมสร้างความมั่นคงด้วยงานวิจัยและนวัตกรรมในพื้นที่จังหวัดจังหวัดชายแดนใต้” โดยมี รศ.ดร.นันทรัตน์ นามบุรี คณบดีคณะวิทยาการจัดการ ในฐานะหัวหน้าโครงการบริการโครงการชายแดนภาคใต้สู่ความสำเร็จ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา พร้อมด้วย นางสาวนวรัตน์ เพ็ชรเรือนทอง ปลัดเทศบาลตำบลยุโป รองศาสตราจารย์ ดร.บดินทร์ รัศมีเทพ รองเลขาธิการ ศอ.บต. นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ปฎิบัติหน้าที่ผู้อ
วันที่ 3 เมษายน 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ส่งมอบ “นวัตกรรมถุงมือยางธรรมชาติ ถุงมือไนไตรเคลือบน้ำยานาโนอิมัลชันป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19” จำนวนกว่า 50,000 คู่ เพื่อใช้ในพื้นที่เสี่ยงด่านสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา โดยมี นายวรณัฎฐ์ หนูรอต รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ให้เกียรติต้อนรับ ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา โดยการมอบถุงมือฯ ในครั้งนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ นายชาญณรงค์ มณีรัตน์ ผู้อำนวยการกลุ่มสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ วช. เป็นประธานส่งมอบให้กับด่านศุลกากรสะเดา ด่านกักสัตว์สงขลา ด่านตรวจพืชสะเดา ด่านอาหารและยาสะเดา โรงพยาบาลสะเดา โรงพยาบาลปาดังเบซาร์ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลา ด่านตรวจคนหางานสะเดา ด่านตรวจสัตว์ป่าสะเดา ด่านตรวจสัตว์น้ำสะเดา ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศสะเดา และสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา เพื่อใช้ในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส Covid-19 และโรคติดเชื้ออื่นๆ ในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งนวัตกรรมดังกล่าว เป็นผลงานที่ วช. ใ
วช. หนุนทีมวิจัย วว. พัฒนาฐานข้อมูลพื้นที่ป่าสงวนสะแกราช เขตสงวนชีวมณฑลแห่งแรกของไทยเพื่อใช้ในการตั้งรับกับสภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และพัฒนาชุมชนรอบพื้นที่เพื่อความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า “สะแกราช” นอกจากจะเป็นเขตสงวนชีวมณฑล แห่งแรกของไทยที่องค์การยูเนสโกขึ้นทะเบียนไว้ เมื่อ พ.ศ. 2519 ด้วยเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพและมีระบบนิเวศป่าไม้ที่มีศักยภาพในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์สูงถึงปีละกว่า 1.4 แสนตันแล้ว ยังเป็นสถานที่เพื่อการวิจัยทางด้านสิ่งแวดล้อมและนิเวศวิทยาป่าเขตร้อน ซึ่งปัจจุบันมีการวิจัยในพื้นที่แห่งนี้แล้วไม่น้อยกว่า 500 เรื่อง ความรู้ดังกล่าวได้สร้างสรรค์ภูมิปัญญาแก่นักวิชาการและยังเป็นห้องปฏิบัติการธรรมชาติ สำหรับนักเรียน นักศึกษาใช้ในการศึกษาและวิจัยทางด้านธรรมชาติของป่าไม้ อย่างไรก็ดี จากสภาพปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศป่าไม้ในปัจจุบัน และปัญหาการคุกคามทรัพยากรจากความต้องการใช้ประโยชน์จากชุมชนโดยรอบพื้นที่ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ ว
วันที่ 5 เมษายน 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงานแถลงข่าว “NRCT Talk : นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2566 ครั้งที่ 3” เปิดตัว รองศาสตราจารย์ ดร.วิโรจน์ อรุณมานะกุล อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ และผู้อำนวยการสถาบันภาษาไทยสิรินธร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาปรัชญา ประจำปี 2566 โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ นายเอนก บำรุงกิจ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงาน ณ ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ อาคาร วช.8 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กรุงเทพฯ นายเอนก บำรุงกิจ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวง อว. มีภารกิจที่สำคัญในการยกย่อง เชิดชู ประกาศเกียรติคุณหรือยกย่องบุคคลหรือหน่วยงานด้านการวิจัยและนวัตกรรม โดยเป็นผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อวงวิชาการส่วนรวม ซึ่งในปีนี้ วช. ได้มอบรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาปรัชญา ประจำปี 2566 ให้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.วิโรจน์ อรุณมานะกุล แห่งส
