สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2564 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ แก่ ผศ.ดร.กนกวรรณ เรืองศิริ แห่งคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา และคณะ จากผลงานการประดิษฐ์ นวัตกรรมระบบบริการตู้อบฆ่าเชื้อไวรัสแบบไฮบริด ฆ่าเชื้อได้ 3 ระบบ ควบคุมการทำงานผ่านอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) เพื่อให้บริการอบฆ่าเชื้อสิ่งของ อุปกรณ์ส่วนบุคคล แก่สถานที่สาธารณะ และสามารถนำไปต่อยอดทางธุรกิจได้ ในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินของการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นอย่างทวีคูณ แม้ว่าจะมีการฆ่าเชื้อและป้องกันตนเองในเบื้องต้น หากแต่เชื้อไวรัสสามารถอาศัยอยู่บนพื้นผิวของสิ่งต่าง ๆ ได้ในระยะเวลาที่แตกต่างกัน จึงอาจสัมผัสกับละอองสารคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจของผู้ติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น การฆ่าเชื้อไวรัสบนสิ่งของ หรือวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่สำคัญและจำเป็นมาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. กนกวรร
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สนับสนุนนวัตกรรมชุดที่นอนยางพารา ผลงานต่อยอดจากโครงการวิจัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตหมอนยางพาราระดับชุมชน ของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มอาชีพสหกรณ์บ้านพังดาน จังหวัดพัทลุง ตอบรับต่อสถานการณ์ปัจจุบันในการรองรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 นับตั้งแต่สถานการณ์ราคายางตกต่ำ ช่วงปี 2556 เป็นต้นมา ชาวสวนยางจังหวัดพัทลุง ต้องเผชิญกับภาวะยางล้นตลาดและราคายางที่ตกต่ำ จนขาดความเชื่อมั่นในการทำสวนยาง อีกทั้งการปลูกพืชทดแทนยังไม่ตอบโจทย์เพียงพอ ดังนั้น วิสาหกิจชุมชนกลุ่มอาชีพสหกรณ์บ้านพังดาน ตำบลนาขยาด อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง นำโดย นายชาย คงแก้ว ผู้อำนวยการกองพัฒนาสหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกร จึงนำยางพารามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หมอนยางพาราเพื่อสุขภาพ คุณภาพ 100% โดยได้ทำการศึกษาดูงานที่สถาบันวิจัยการยาง จนเมื่อ พ.ศ. 2558 ได้ริเริ่มทำโรงงานแปรรูปน้ำยางพาราระดับชุมชนขึ้น เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ยางพารา และสร้างรายได้ให้กับครอบครัวและชุมชนชาวสวนยาง อีกทั้งโครงการวิจัยยังได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก วช. เมื่อปี พ.ศ. 2559 เพื่อปรั
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เชิดชูผลงานวิจัย มอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ปี 2564 ระดับดีมาก ประจำปี 2564 สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย เกี่ยวกับการศึกษาและพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาสำหรับเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ให้เป็นสารเคมีมูลค่าเพิ่ม เพื่อช่วยลดการเกิดภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ พร้อมทั้งสร้างเสถียรภาพด้านวัตถุดิบ เพื่อความยั่งยืนของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในประเทศไทย คณะผู้วิจัย นำโดย รศ.ดร.ธงไทย วิฑูรย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดำเนินงานวิจัย โดยมีแนวคิดในการแปรรูปก๊าซ CO2 ที่เป็นเพียงก๊าซเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมให้เป็นสารเคมีมูลค่าเพิ่มหลายชนิด ได้แก่ เมทานอล ไดเมทิลอีเทอร์ และโอเลฟินส์ แทนกระบวนการดักจับและกักเก็บก๊าซ CO2 ที่มีต้นทุนสูง โดยเฉพาะการพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาโลหะออกไซด์ผสม สำหรับเปลี่ยนก๊าซ CO2 ให้เป็นโอเลฟินส์ที่สามารถต่อยอดและเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย โอเลฟินส์ ได้แก่ เอทิลีนและโพรพิลีน เป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำคัญในการผลิตเม็ดพลาสติกจำพวกพอลิเอทิลีนและ
นักวิจัยมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง คิดค้นนวัตกรรมข้าวอัลตร้าซาวด์ เจลข้าวสำหรับช่วยตรวจอวัยวะภายในร่างกายด้วยเครื่องอัลตร้าซาวด์ เพิ่มมูลค่าให้กับข้าวไทย ล่าสุดคว้ารางวัลการวิจัยแห่งชาติ รางวัลผลงานสิ่งประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2564 ระดับดี สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ประเทศไทย เป็นผู้นำเข้าเครื่องมือแพทย์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในอาเซียน อุปกรณ์การแพทย์ที่นำเข้าส่วนใหญ่เป็นประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งรวมถึงเจลอัลตร้าซาวด์ ที่แพทย์นำมาใช้ตรวจในช่องท้อง ปัญหานี้เอง นักวิจัยจึงได้คิดค้นเจลข้าวสำหรับช่วยตรวจอวัยวะภายในร่างกายด้วยเครื่องอัลตร้าซาวด์ จนเป็นผลสำเร็จ วช. ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จึงได้มอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลผลงานสิ่งประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2564 ระดับดี สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ แก่ผลงานสิ่งประดิษฐ์ “ข้าวอัลตร้าซาวด์” เจลข้าวสำหรับช่วยตรวจอวัยวะภายในร่างกายด้วยเครื่องอัลตร้าซาวด์ แก่ นายแพทย์สิทธิพร บุณยนิตย์ และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง นายแพทย์สิทธิพร บุณยนิตย์ เปิดเผยว่า ข้าวอัลตร้าซาวด์ เป็นเจลทางการแพทย์ ที
การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกหรือการชลประทาน นับว่ามีความสำคัญต่อการพัฒนาอาชีพของเกษตรกร ซึ่งเป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ พื้นที่การเกษตรบริเวณใดมีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ เกษตรกรสามารถทำการเพาะปลูกพืชได้ตลอดปี ย่อมมีฐานะความเป็นอยู่และรายได้ที่มั่นคงตามไปด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เล็งเห็นความสำคัญของอาชีพเกษตรกรรม จึงสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อให้เกิดการสร้างองค์ความรู้ด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบริหารจัดการน้ำ ลดปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม เกิดการใช้ประโยชน์น้ำอย่างคุ้มค่าและได้ประสิทธิภาพสูงสุด นวัตกรรมเครื่องกำจัดวัชพืชลอยน้ำ สู่การใช้ประโยชน์ทางการเกษตรของชุมชน แม่น้ำสาขาเหนือเขื่อนภูมิพลมีผักตบชวาจำนวนมาก มีความลำบากในการกำจัด รวมถึงวัชพืชลอยน้ำ ผักตบชวา ไหลมารวมตัวกันเป็นจำนวนมากบริเวณเหนือเขื่อนภูมิพลและโรงไฟฟ้าเขื่อนเจ้าพระยา ได้รับผลกระทบต่อกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้กับชุมชนรอบเขื่อน คุณนพวัฒน์ ฟักใส นักวิจัยของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) จึงมีแนวคิดประดิษฐ์เรือเก็บผัก
วช. มอบรางวัลระดับดี ปี 2564 สาขาเกษตรศาสตร์ เครื่องคงสภาพรำข้าวด้วยระบบอินฟราเรดร่วมกับถังไซโคลน หวังช่วยเพิ่มมูลค่ารำข้าว ให้กับวิสาหกิจชุมชน นักวิจัย คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเครื่องคงสภาพรำข้าวด้วยระบบอินฟราเรดร่วมกับถังไซโคลนสำหรับวิสาหกิจชุมชนและโรงสีข้าวขนาดเล็ก เป็นผลสำเร็จช่วยให้ผู้บริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ ที่บริโภคข้าวเป็นอาหาร อุดมสมบูรณ์ด้วยวิตามิน เอ ดี และ เค จนได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ระดับดีในปีนี้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เห็นถึงประโยชน์ของเครื่องคงสภาพรำข้าวด้วยระบบอินฟราเรดร่วมกับถังไซโคลนสำหรับวิสาหกิจชุมชนและโรงสีข้าวขนาดเล็ก ที่สามารถนำไปช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับรำข้าวและสามารถนำไปต่อยอดใช้งานได้จริงกับผู้ประกอบการระดับวิสาหกิจชุมชนและโรงสีข้าวขนาดเล็กในอนาคตได้ จึงมอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2564 ระดับดี สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา แก่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ขนิษฐา และคณะ แห่งคณะเกษตรศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแ
นักวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี รับทุน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ศึกษาการใช้พืชยืนต้นบำบัดฝุ่นละออง เพื่อหาแนวทางประยุกต์ใช้พืชดักฝุ่น ลดปริมาณฝุ่นจากแหล่งกำเนิดด้วยหลักวิชาการ และเป็นข้อมูลให้ภาครัฐนำองค์ความรู้ไปเผยแพร่แก่เกษตรกรและผู้สนใจในวงกว้าง อีกทั้งลดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองในไทยอย่างยั่งยืน ผศ.ดร.ชัยรัตน์ ตรีทรัพย์สุนทร จากห้องปฏิบัติการ Remediation สถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ศึกษาการใช้พืชยืนต้นบำบัดฝุ่นละอองอย่างยั่งยืน เพื่อหาแนวทางประยุกต์ใช้พืชดักฝุ่น ลดปริมาณฝุ่นจากแหล่งกำเนิดโดยใช้หลักวิชาการ และเพื่อให้ภาครัฐนำข้อมูลจากโครงการวิจัยนี้ไปเผยแพร่เพื่อเป็นองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกรและผู้ที่สนใจในวงกว้าง รวมทั้งขยายแผนด้านนโยบายทางการเกษตรให้เป็นมาตรฐานระดับสากล เพื่อลดการเกิดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองของประเทศไทยอย่างยั่งยืน “มจธ. สะสมองค์ความรู้จากงานวิจัยเรื่องต้นไม้ฟอกอากาศได้มาเป็นเวลา 10 ปี ซึ่งการใช้ต้นไม้ฟอกอากาศนั้นเป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจ แต่
“ผักเชียงดา” เป็นผักพื้นบ้านที่คนไทยในภาคเหนือตอนบน แถบจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน และแม่ฮ่องสอน นิยมรับประทาน เพราะมีสรรพคุณทางยา เช่น ลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต ช่วยละลายลิ่มเลือด ลดความอ้วน บรรเทาอาการหวัด ฯลฯ ทำให้ผักเชียงดาเป็นที่สนใจของผู้คนมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ ทีมนักวิจัยสถาบันวิจัยเทคโนโลยีเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปริญญาวดี ศรีตนทิพย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์นภา ขันสุภา นายพิทักษ์ พุทธวรชัย และ ดร. ภัทราภรณ์ ศรีสมรรถการ ได้เริ่มศึกษาวิจัย เรื่อง “ผักเชียงดา ราชินีผักล้านนา” ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2551 เป็นต้นมา โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สนับสนุนงบประมาณการวิจัย เรื่องการอนุรักษ์และพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตผักเชียงดาที่เหมาะสมในชุมชน เพื่อเพิ่มมูลค่าผักพื้นบ้าน รวมทั้งส่งเสริมการถ่ายทอดความรู้เหล่านี้ สู่ภาคประชาชน สนองพระราชดำริในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี คัดเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสม ทีมนักวิจัยได้สำรวจผักเชียงดาในภาคเหนือ คัดเลือกพันธุ์ที่ให้ผลผลิต
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมเดินหน้าสร้างความเข้มแข็งกลุ่มมวลชน ปราชญ์เพื่อความมั่นคงและภาคประชาชน โดยมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิต เสริมสร้างอาชีพและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม อันสอดคล้องตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เม่ื่อ วันที่30 มีนาคม 2564 ณ ชลพฤกษ์ รีสอร์ท จังหวัดนครนายก พลเอกวรเกียรติ รัตนานนท์ เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และ ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดกิจกรรมเสริมสร้างปราชญ์เพื่อความมั่นคงและเครือข่ายภาคจังหวัดเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมเยี่ยมชมผลงานผลิตภัณฑ์การเกษตร จากเครือข่ายภาคประชาชนในหลายจังหวัด กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคความมั่นคง และภาคการวิจัย ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ปราชญ์เพื่อความมั่นคง และเครือข่ายภาคจังหวัด ซึ่งเป็นฐานสำคัญของประเทศในการร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาและการแก้ไขปัญหาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงการเสริมสร้างความรู
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สนับสนุนการอบรมโครงการการพัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์หัตถกรรมชุมชนในภาคเหนือตอนบนด้วยนวัตกรรมสร้างสรรค์ และทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรท้องถิ่นสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและการเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่มูลค่าของผลิตภัณฑ์ มุ่งพัฒนาทักษะองค์ความรู้ ศักยภาพบุคลากรและผู้ประกอบการหัตถกรรมพื้นเมืองที่มีความแตกต่างและโดดเด่นตามความต้องการของตลาด ในยุค New Normal เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2564 ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการอบรมเพื่อเพิ่มสมรรถนะด้านการออกแบบสร้างสรรค์ของผู้ประกอบการหัตถกรรมพื้นเมือง สำหรับตลาดในยุค New Normal Creative Design Competency Enhancement of Local Craft Entrepreneurs for New Normal Market Workshop” หรือ Koyori Project 2021 พร้อมเยี่ยมชมผลงานวิจัยเด่น ด้านศิลปะและวัฒนธรรม ณ ห้องประชุมโพธิพุทธ ชั้น 4 อาคารเรียนรวมและศูนย์พัฒนาเทคโนโลยี เพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาล้านนา คณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโ
