สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
ขยะพลาสติกเป็นปัญหาลำดับต้นๆ ของประเทศ ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันแก้ไขปัญหา แหล่งกำเนิดที่สำคัญของขยะพลาสติกมาจาก ภาคอุตสาหกรรมทั้งในรูปแบบเศษพลาสติกที่เหลือจากการตัดสินค้าไม่ได้มาตรฐาน และการเริ่มเดินเครื่องจากการผลิต เป็นต้น ซึ่งหากมีการใช้เทคโนโลยีในการช่วยบริหารจัดการการทำงานของเครื่องจักรและพนักงานจะสามารถลดการสูญเสียจำนวนมากลงได้ นอกจากนี้ ของเสียเกิดขึ้นหากมีระบบการจัดการเพื่อส่งต่อไปเป็นวัตถุดิบให้กับสายการผลิตอื่นหรือขายให้กับอุตสาหกรรมอื่น จะเป็นการเพิ่มรายได้ ลดค่าใช้จ่ายในการกำจัด และลดขยะพลาสติกจากภาคอุตสาหกรรมออกสู่สิ่งแวดล้อม กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทยจึงเกิดแนวคิดความร่วมมือพี่ช่วยน้อง มุ่งสู่ Zero Plastic Waste ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม Digital loT และ Smart Process ภายใต้ Future Industry 4.0 ปัจจุบัน อุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) โดยเฉพาะอุตสาหกรรมพลาสติกและอุตสาหกรรมอาหารและแปรรูปมีความต้องการในการพัฒนาระบบกระบวนการผลิต เพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 โดยใช้ IOT เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการลดต้นทุน เพิ่มรายได้ ลดของเสียประเภทพลาสติกที่เป็นต้นทุนหลักของวัตถุดิบ ลดการใช้พล
เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2563 สมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย จัดการสัมมนาวิชาการวิจัยกัญชาเพื่อประชาชน ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เพื่อสนับสนุนงานวิจัยกัญชาเพื่อการรักษาผู้ป่วยด้วยภูมิปัญญาวิถีไทย ก่อนการสัมมนาฯ มีการไว้อาลัยจากการจากไปของ “ลุงตู้” นายบัณฑูร นิยมาภา ผู้สร้างตำนานกัญชาเพื่อผู้ป่วย หรือบุรุษกัญชาไทย การสัมมนาประกอบด้วย ผศ.ดร. พิพัฒน์ นนทนาธรณ์ นายกสมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย ดร. สุเทพ สุวรรณเกด และ นายแพทย์ชนินทร์ ลีวานันท์ จบจากการสัมมนาวิชาการเป็นการแชร์ประสบการณ์จากการใช้กัญชาเพื่อการรักษาผู้ป่วยจากโรคต่างๆ ที่เป็นผู้ใกล้ชิดหมอตู้ นำโดยทีมงานแฟนเพจเฟซบุ๊ก บุญเติมสายเขียว และแพทย์แผนไทยที่ประสบผลสำเร็จจากการใช้น้ำมันกัญชาในการรักษาโรค ภายในงานยังมีการนวดเพื่อการรักษาโรคปวดเมื่อย คลายเส้น กดจุดต่างๆ และจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากน้ำมันกัญชา เช่น สบู่ น้ำมันนวดเพื่อการรักษาโรคปวดเมื่อย เป็นต้น ผศ.ดร. พิพัฒน์ นนทนาธรณ์ นายกสมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย ปัจจุบันมีสมาชิกกว่าสี่พันคน และได้จัดตั้งคณะทำงานวิจัยกัญชาเพื่อประชาชนข
วช. จับมือเครือข่ายพันธมิตร 11 องค์กร นำโดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนให้แข็งแกร่ง มุ่งสู่การเป็นกิจการเพื่อสังคม หวังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน ลดความเหลื่อมล้ำและลดการเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ วันนี้ (วันที่ 28 สิงหาคม 2563) ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ประธานในพิธีให้เกียรติกล่าวปาฐกถา หัวข้อ “ชุมชนเข้มแข็ง สังคมก้าวหน้า ร่วมพัฒนาอย่างยั่งยืน” นอกจากนี้ภายในงานยังมีการสรุปผลงานโครงการ “ผนึกกำลัง Big Brothers … นำชุมชนสู่กิจการเพื่อสังคม ปีที่ 4” โดยมีผู้บริหารจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พร้อมด้วยผู้บริหารเครือข่ายพันธมิตร รวม 11 องค์กรได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เอสซีจี เพื่อนชุมชน บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล จำกัด บริษัท วีนิไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร้านภัทรพัฒน์ มูลนิธิชัยพัฒนา กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และ วช. ร่วมจัดงานแถลงข่าว “ผนึกกำลัง Big Brothers…นำ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มอบรางวัล Thailand Research Expo 2020 Award และมอบโล่แสดงความขอบคุณแก่หน่วยงานที่นำผลงานร่วมนำเสนอ ในพิธีปิดงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2563 (Thailand Research Expo 2020) เวลา 16.00 น. ณ Highlight Stage ห้องคอนเวนชัน ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร โดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ได้สนับสนุนและกระตุ้นให้หน่วยงานต่าง ๆ เห็นความสำคัญในการนำเสนอผลงานวิจัยและกิจกรรมส่งเสริมการวิจัยที่มีคุณภาพ เข้าร่วมในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2563 (Thailand Research Expo 2020)” และได้จัดให้มีกิจกรรม Thailand Research Expo 2020 Award ซึ่งเป็นการพิจารณาคัดเลือกผลงานที่มีกระบวนการนำเสนอที่มีความโดดเด่นในรูปแบบที่หลากหลายและสามารถเชื่อมโย
เนื่องจากยางพารา เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยที่ทำรายได้เข้าประเทศปีละหลายแสนล้านบาท โดยไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกยางพารามากที่สุดในโลกมาตั้งแต่ พ.ศ. 2534 แต่เกษตรกรชาวสวนยางได้ประสบปัญหาราคายางพาราตกต่ำลงเรื่อย ๆ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 จนถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลาเกือบ 10 ปีแล้ว ยางพาราจัดเป็นพืชเกษตรอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่อาหาร (Non-food) ประเทศไทยใช้วัตถุดิบยางพาราทั้งน้ำยางข้นและยางแห้งชนิดต่าง ๆ มาแปรรูปทำเป็นผลิตภัณฑ์ยางพารา อาทิ ยางล้อ ถุงมือยาง ที่นอน หมอนและผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ เพียงแค่ 13-14% เท่านั้น แต่มูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ยางพาราสูงเป็น 2 เท่าของวัตถุดิบยางพารา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.)พิจารณาเห็นว่าแนวทางการแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำที่ยั่งยืน ต้องเน้นการทำวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เพื่อนำยางพาราไปทำเป็นผลิตภัณฑ์ยางพาราทั้งผลิตภัณฑ์เดิมและผลิตภัณฑ์ใหม่ให้มาก ๆ เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่า (Value-added) และเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราภายในประเทศ จะทำให้ราคายางพารามีเสถียรภาพและราคาขยับสูงขึ้นได้ ดังนั้น วช. จึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยางพาราทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ มาร่วมเสว
ในวันที่4สิงหาคม2563 ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการจัดงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2563 ครั้งที่ 15 ภายใต้แนวคิด วิจัยเพื่อพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ปรากฎว่ามีประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจร่วมชมสุดยอดผลงานวิจัยที่มีมากกว่า 300 ผลงานที่นำมาจัดแสดงภายในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2563 พร้อมร่วมรับฟังการสัมมนาในหัวข้อสำคัญเกี่ยวกับการรองรับโรคอุบัติใหม่ (covid 19) นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ขณะนี้ทุกภาคส่วนได้บูรณาการความร่วมมือกันเต็มที่ที่จะเร่งการวิจัยหาสารที่มาช่วยสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันไวรัสโควิด19 ซึ่งองค์ความรู้ด้านการวิจัยเป็นส่วนสำคัญมากในการตรวจวินิจฉัยโรค การเฝ้าระวังดูแลควบคุม เพื่อหาแนวทางกำหนดนโยบายในการควบคุมโรคเพื่อดูแลสุขภาพที่ดีประชาชน ด้านนายแพทย์นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าการผลิตและพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด -19 ว่า ขณะนี้ผลการวิจัยวัคซีนโควิด ในสัตว์ทั้งหนูและลิงมีความคืบหน้าไปมากและในระยะต่อไปก็เตรียมพร้อมที่จะทดสอบในมนุษย์ เพื่อศึกษาด้านคว
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัด “พิธีแถลงความร่วมมือการส่งเสริมและพัฒนานักวิจัย ผลงานวิจัย และนวัตกรรม ด้านความมั่นคง” ในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2563 (Thailand research expo 2020) ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ โดยมี ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และ พลโท คงชีพ ตันตระวาณิชย์ เจ้ากรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม กล่าวถึงความร่วมมือการส่งเสริมและพัฒนานักวิจัย ผลงานวิจัย และนวัตกรรม ด้านความมั่นคง ในการส่งเสริมผลักดัน ผลงานวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาศักยภาพบุคลากร ด้านความมั่นคงของประเทศ เพื่อขยายผลไปสู่การใช้งานในภารกิจด้านความมั่นคง ตามนโยบายการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ด้านความมั่นคงสูงสุด
วช. ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภายใต้ศูนย์แห่งความเป็นเลิศหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง กรุงเทพฯ ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงผลกระทบอันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นประเด็นหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ทุกมิติในวงกว้าง การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศจำเป็นต้องมีข้อมูลภูมิอากาศในอดีต และการคาดประมาณในอนาคตเพื่อเป็นทิศทางในการกำหนดแนวทางการแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้น รวมถึงนโยบายในการรองรับการแก้ไขปัญหา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในฐานะองค์กรซึ่งมีหน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรม ริเริ่ม ขับเคลื่อนและประสานการดำเนินงานโครงการวิจัยและนวัตกรรมที่สำคัญของประเทศ รวมถึงการส่งเสริมและถ่ายทอดความรู้เพื่อใช้ประโยชน์ได้ วช. เล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษาวิจัยในประเด็นนี้ จึงให้การสนับสนุนทุนวิจัยแก่โครงการภายใต้การดำเนินงาน ของ “ศูนย์แห่งความเป็นเลิศนานาชาติ ดิจิทัลหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง กรุงเทพฯ (Digital Belt and Road International Center of Excellent, DBAR ICoE-Bangkok)” ได้
เมื่อเร็วๆ นี้ เครือข่าย OTOP จังหวัดสงขลา และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสงขลา ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมกิจการ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงอุงและญิงยวนบางกล่ำ หมู่ที่ 2 ตำบลบางกล่ำ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ของอำเภอบางกล่ำ โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบางกล่ำ ได้ให้คำแนะนำในการพัฒนากลุ่มให้มีมาตรฐาน สามารถขยายการจำหน่ายให้ได้ยอดขายเพิ่มมากขึ้น วิสาหกิจชุมชนเลี้ยงอุงและญิงยวน ลงทะเบียนผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP กับอำเภอบางกล่ำ ในปี 2561 ได้พัฒนากลุ่มมาอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการคัดเลือกให้เป็นเป้าหมายในการส่งเสริมการพัฒนา ที่ผ่านมา อบต. บางกล่ำ ได้จัดทำโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพื้นที่พรุนางตุง เนื้อที่ 900 ไร่ โดยปลูกต้นเสม็ดขาวเป็นจำนวนมาก จึงส่งเสริมให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงอุงและญิงยวนเข้าไปใช้ประโยชน์ โดยวางรังเลี้ยงชันโรงและผึ้งโพรง ทำให้ได้น้ำผึ้งแท้จากธรรมชาติ 100% ออกจำหน่ายให้แก่ประชาชนที่สนใจ เฉลี่ยเดือนละ 150 ขวด จำหน่ายผลผลิตในราคาขวดละ 600 บาท ทางกลุ่มฯ ตั้งใจใช้เป็นชื่
รายงานข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ณ วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563 ประเทศไทยผู้ติดเชื้อสะสม 3,220 ราย ใน 68 จังหวัด (เพิ่มขึ้น 3 ราย) ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่จากภายในประเทศ ติดต่อกันเป็นวันที่ 49 และมีผู้ติดเชื้อในกลุ่มผู้ที่กลับจากต่างประเทศใน State quarantine เพิ่มขึ้น 3 ราย เสียชีวิตรวม 58 ราย (ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นในวันนี้) รักษาหายป่วยแล้ว 3,090 ราย (95.96%) (มีผู้ป่วยกลับบ้านเพิ่มขึ้น 2 ราย) ผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นในวันนี้ 3 ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และเข้า State quarantine โดยมีรายละเอียดดังนี้ คือ มาจากประเทศคูเวต 1 ราย โดยเข้ารับการรักษาที่กรุงเทพมหานคร มาจากประเทศอียิปต์ 1 ราย โดยเข้ารับการรักษาที่จังหวัดระยอง มาจากประเทศบาห์เรน 1 ราย โดยเข้ารับการรักษาที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ด้านสถานการณ์โลกในวันนี้ พบยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกทะลุ 13 ล้านรายแล้ว เม็กซิโก มียอดผู้เสียชีวิตสะสมขยับขึ้นมาแซงหน้าอิตาลีเป็นลำดับที่ 4 ของโลก ส่วนสถานการณ์ในอาเซียนวันนี้ ฟิลิปปินส์ยังคงน่าห่วง โดยรายงานยอดผู้เสียชีวิตรายใหม่ทำสถิติสูงสุดนับจากที่เคยรายงานมาที่ 16
