สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โชว์ต้นแบบความสำเร็จในการถ่ายทอดเทคโนโลยีผลิตองุ่นไชน์มัสแคท ณ สวนองุ่นฮักริมปิง เชียงใหม่ ผลงานการบูรณาการองค์ความรู้ของนักวิจัย ม.นเรศวร ในด้านเทคโนโลยีการผลิต การจัดการโรคและแมลง เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวองุ่นไซน์มัสแคทเพื่อการพาณิชย์ ตลอดจนการประเมินคุณภาพองุ่น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์เกษตร คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก และหัวหน้าโครงการการจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตองุ่นไซน์มัสแคทเชิงพาณิชย์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำชมความสำเร็จในการถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่สวนองุ่นฮักริมปิง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พีระศักดิ์พร้อมคณะ ได้สะสมความรู้เกี่ยวกับการผลิตและการจัดการเก็บเกี่ยวองุ่นไซน์มัสแคท ทั้งจากญี่ปุ่นและสวนองุ่นในไทย ได้แก่จังหวัดพิษณุโลก เชียงใหม่ ลำพูน ลำปางและตาก ทำให้ได้รับทรา
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (Research University Network: RUN) โดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) และหน่วยงานเครือข่ายในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน จัดงาน “ปฏิบัติการวันฟ้าใสไร้ฝุ่นควัน” “Northern Haze Free Day in Action” ภายใต้แผนงานวิจัยท้าทายไทย: ประเทศไทยไร้หมอกควัน ระยะที่ 3 วันพุธที่ 9 ธันวาคม 2563 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (Research University Network: RUN) โดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และหน่วยงานเครือข่ายในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน จัดงาน “ปฏิบัติการวันฟ้าใสไร้ฝุ่นควัน” “Northern Haze Free Day in Action” ภายใต้แผนงานวิจัยท้าทายไทย: ประเทศไทยไร้หมอกควัน ระยะที่ 3 ณ NSP Exhibition Hall อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่
วช. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มอบกล้าพันธุ์อ้อยสะอาดนำร่องภายใต้โครงการการพัฒนาและผลิตท่อนพันธุ์สะอาดนำร่องเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มอบกล้าพันธุ์อ้อยสะอาดนำร่อง ภายใต้โครงการการพัฒนาและผลิตท่อนพันธุ์สะอาดนำร่อง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 ณ อาคารวชิรานุสรณ์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย นายสมปรารถนา สุขทวี รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวต้อนรับ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธนพล ไชยแสน จากภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร มหาวิทยาเกษตรศาสตร์ หัวหน้าโครงการวิจัยฯ กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการ ซึ่งได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยและนวัตกรรม จาก วช. ประเด็นเป้าหมายด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและการเกษตร กลุ่มเรื่อง อ้อยและน้ำตาล ปีงบประมาณ 2563 สำหรับการมอบกล้าพันธุ์อ้อยสะอาดฯ ครั้งนี้มุ่งถ่ายทอดเทคโนโลยีท่อนพันธุ์อ้อยสะอาดเพื่อต่อยอดนำไปใช้ประโยชน์ในสภาวะแล้งที่เกษตรกรขาดแคลนท่อนพันธุ์และมอบกล้า
“มะม่วงหิมพานต์” เป็นพืชอุตสาหกรรมที่สำคัญชนิดหนึ่งของประเทศไทย กำลังได้รับความสนใจจากภาครัฐบาลและภาคเอกชนที่จะพัฒนาให้เป็นพืชเศรษฐกิจเพื่อเป็นสินค้าส่งออก มะม่วงหิมพานต์สามารถเจริญได้ดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ของประเทศ เนื่องจากเป็นพืชที่ทนแล้ง ปลูกง่าย เจริญเติบโตเร็ว ดูแลง่าย ขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิดที่ระบายน้ำดี หน้าดินลึกไม่เป็นดินดาน ไม่เป็นดินด่างจัด หรือกรดจัด การปลูกมะม่วงหิมพานต์นอกจากเป็นการเพิ่มรายได้แก่เกษตรกรแล้วยังเป็นการเพิ่มการปลูกป่า ทำให้สภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมดีขึ้น มะม่วงหิมพานต์ พืชทำเงินของอุตรติตถ์ ปัจจุบัน มะม่วงหิมพานต์ เป็นพืชเศรษฐกิจทำเงินของจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยเฉพาะอำเภอท่าปลา ซึ่งมีพื้นที่ที่เหมาะสมในการปลูกไม้ผลชนิดนี้ เกษตรกรจังหวัดอุตรดิตถ์เริ่มปลูกมะม่วงหิมพานต์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2514 ภายใต้การสนับสนุนจากโครงการไทย-เยอรมัน โดยให้เงินทุนกู้ยืมดำเนินการปลูกมะม่วงหิมพานต์ในพื้นที่ ทั้งในแปลงจัดสรรและแปลงราษฎรเดิม ในอดีตมะม่วงหิมพานต์มีราคาต่ำ เกษตรกรส่วนใหญ่ตัดสินใจโค่นต้นมะม่วงหิมพานต์ทิ้งและปลูกพืชชนิดอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า แต่มีเกษตรกรบางคนที
วช. ให้รางวัลการวิจัยแห่งชาติ ผลงานประดิษฐ์คิคด้น ระดับดีเด่น แก่งานวิจัยโคนมพันธุ์ทรอปิคอลโฮลสไตน์ สายพันธุ์จากอเมริกา-แคนาดา ให้ผลผลิตน้ำนมสูง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้มอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2563 ระดับดีเด่น สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา แก่ผลงานโคนมพันธุ์ทรอปิคอลโฮลสไตน์ โดย ดร. สายัณห์ บัวบาน และสำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ แห่งกรมปศุสัตว์ ที่มีแหล่งกำเนิดพ่อพันธุ์จากประเทศสหรัฐอเมริกา และแคนาดา ที่ให้ผลผลิตน้ำนมสูง ตอบสนองความต้องการในประเทศได้ดี ดร. สายัณห์ฯ เปิดเผยว่า มีการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์โคนมพันธุ์ทรอปิคอลโฮลสไตน์ ระหว่างพ่อโคนมที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศสหรับอเมริกา และแคนาดา กับแม่โคพันธุ์พื้นเมือง หรือลูกผสมบราห์มันพื้นเมืองที่มีคุณสมบัติ ความสมบูรณ์พันธุ์สูง หากินเก่ง ทนร้อน ทนโรคแมลง จนได้พันธุ์แท้ที่สามารถผลิตน้ำนมคุณภาพดีและได้มาตรฐาน เข้าสู่อุตสาหกรรมการผลิตน้ำนม และส่งต่อไปยังผู้บริโภคอย่างดีและปลอดภัย อีกทั้งน้ำเชื้อของพ่อพันธุ์โคนมได้ผ่านการทดสอบว่า ไม่เป็นโรคทางพัน
รมว.อว.เยี่ยมชมผลสำเร็จโครงการธนาคารปูม้า “คืนปูม้าสู่ทะเลไทย” ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี ชื่นชมนำองค์ความรู้และงานวิจัยให้ชาวบ้านใช้ประโยชน์ ได้มีส่วนร่วมในงานวิจัย และแลกเปลี่ยนภูมิปัญญาท้องถิ่น ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าโครงการธนาคารปูม้า “คืนปูม้าสู่ทะเลไทย” ณ ศูนย์เรียนธนาคารปูม้าบ้านในถุ้ง อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2563 โดยมี ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และคณะผู้บริหารจาก วช. พร้อมด้วยนักวิจัยในโครงการ ให้การต้อนรับ และนำบรรยายสรุปพร้อมเยี่ยมชมโครงการ พร้อมกันนี้ รมว.อว.ยังได้ตรวจเยี่ยมศูนย์วิจัยชุมชน เครือข่ายวิจัยภูมิภาคภาคใต้ ที่ได้รับการสนับสนุนจาก วช. ภายหลังเยี่ยมชมโครงการ รมว.อว.กล่าวชื่นชม วช. และ ม.วลัยลักษณ์ ที่มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนและพัฒนาโครงการธนาคารปูม้าชุมชน โดยเฉพาะที่ จ.นครศรีธรรมราช ที่นับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก แ
ช่วงนี้เทรนด์ “รักษ์โลก” กำลังมาแรงเป็นอย่างมากในทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกินอยู่ หรือแม้กระทั่งวงการ “แฟชั่น” มีการนำเส้นใยธรรมชาติ หรือสังเคราะห์จากธรรมชาติมาใช้ในการออกแบบเสื้อผ้า เครื่องประดับ นับเป็นจุดเปลี่ยนแปลงที่ดี เพราะทุกคนจะได้มีส่วนร่วมในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน เส้นใยกล้วย ในงานแฟชั่นสิ่งทอ ผลงาน “มทร. ธัญบุรี” มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร. ธัญบุรี) เป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาที่สนใจกระแสแฟชั่นรักษ์โลก จากเส้นใยกล้วย สิ่งทอ Eco-friendly ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ เสื้อผ้า กระเป๋าถือ หมวก และรองเท้า ฯลฯ ทีมนักวิจัยได้นำวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิตกล้วยมาพัฒนาเป็นเส้นใยอุตสาหกรรมสิ่งทอ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ลดการนำเข้าเส้นใยธรรมชาติจากต่างประเทศ และช่วยเพิ่มทางเลือกใช้ผ้าจากเส้นใยธรรมชาติให้กับผู้ประกอบการแฟชั่นเครื่องแต่งกายและเคหะสิ่งทอภายในประเทศ นวัตกรรมการแปรรูปเส้นใยกล้วย เป็นประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายและภาคเกษตรอย่างดีเยี่ยม ส่งผลให้งานวิจัยชิ้นนี้ ได้รับรางวัล Platinum Award พร้อมถ้วยรางวัลพระราชทานจาก
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)โดยศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์แห่งชาติ จัดการอบรมการผลิตผักไฮโดรโพนิกส์ปลอดภัย ให้กับอาจารย์และนักศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ และเกษตรกรชาวสวนในเทศบาลเกาะสมุย ที่วิทยาลัยอาขีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ อำเภอสมุย จังหวัดสุราษฏร์ธานี วช. ได้ร่วมกับศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์แห่งชาติ ภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จังหวัดสงขลา โดย ดร. กลอยใจ สำเร็จวาณิชย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์แห่งชาติ วช. และ รศ.ดร.อัจฉรา เพ็งหนู ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์แห่งชาติ ภาคใต้ ร่วมเป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้จากการวิจัย ในการกำจัดศัตรูพืชโดยชีววิธี ในการใช้ชีวภัณฑ์ B-Veggie ในการควบคุมโรคของผักไฮโดรโพนิกส์ ที่ปลูกในดินและในโรงเรือนเพาะชำที่ไร้ดิน เนื่องจากชาวสวนมีปัญหาที่เกิดจากการปลูกผักคือ โรคเน่า โรคใบจุด และศัตรูพืชในผัก การควบคุมศัตรูผักโดยชีววิธี เป็นการใช้สื่งมีชีวิตหรือจุลินทรีย์มายับยั้งหรือทำลายเชื้อโรคหรือแมลง เพื่อไม่ให้สร้างความเสียหายต่อพืช เรียกจุลินทรีย์เหล่านี้ว่า จุลินทรีย์ปฏิปักษ์ โดยมีกลไกการ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดย ศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์แห่งชาติ จัดการอบรมเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันใช้ชีวิธีควบคุมโรคลำต้นเน่า ณ อำเภอพุนพิน และอำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฏร์ธานี ดร.กลอยใจ สำเร็จวาณิชย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์แห่งชาติ วช. เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยฯ ได้นำองค์ความรู้จากงานวิจัย ด้วยชีววิธีช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน จากโรคศัตรูพืช ในการนำแมลงตัวดี ตัวห้ำ ตัวเบียน และเชื้อจุลินทรีย์ ให้กับเกษตรกรที่ทำนาข้าว ไร่มันสำปะหลัง สวนส้มโอ สวนมะพร้าว ฯลฯ ทั่วภูมิภาคในประเทศ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากแมลงศัตรูพืชตัวร้ายที่ทำลายพืชผักของเกษตรกร ในครั้งนี้ วช.ได้รับการร้องขอจากเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อกาโนเดอร์มาร์ หรือโรคโคนเน่า ในต้นปาล์มน้ำมัน ซึ่งชาวสวนปาล์มในเขตจังหวัดภาคใต้ในหลายจังหวัดตั้งแต่จังหวัดชุมพร นครศรีธรรมราช กระบี่ สุุราษฏร์ธานี เป็นต้น โดยจังหวัดสุราษฏร์ธานีเป็นพื้นที่ปลูกสวนปาล์มมากถึง 25% เกษตรกรได้รับความเสียหายสูญเสียรายได้ จากต้นปาล์ม ยืนต้นตายเป็นจำนวนมาก วช. จึงได้ร่วมกับศูนย์วิจัยควบคุม
เมื่อวันที่21กันยายน 2563 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดกิจกรรมบ่มเพาะอาจารย์ผู้จัดการโครงการนวัตกรรมสายอาชีวศึกษาประจำปี 2563 เพื่อพัฒนาครูหรือบุคลากรทางการศึกษา ให้มีความรู้ความเข้าใจในหลักการเขียนข้อเสนอโครงการสิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมที่ถูกต้อง และพัฒนาผลงานให้มีศักยภาพตรงตามความต้องการของกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง รวมถึงการพัฒนาผลงานสิ่งประดิษฐ์ให้ได้รับการส่งเสริม พัฒนาต่อยอดไปสู่การเพิ่มมูลค่าสิ่งประดิษฐ์ และสามารถพัฒนาผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมให้มีศักยภาพในการขึ้นทะเบียนบัญชีสิ่งประดิษฐ์ได้ต่อไป ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ตกลงทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพขีดความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนาอาชีวศึกษา โดยมีเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะดำเนินการเร่งรัดพัฒนาการวิจัย สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมให้มีคุณภาพ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม และได้ให้ค
