สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
กระแสไฟฟ้าที่ใช้ในปัจจุบันส่วนใหญ่ได้มาจากพลังงานฟอสซิส (น้ำมันปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน) ซึ่งเชื้อเพลิงดังกล่าว นับวันจะมีปริมาณน้อยลงทุกทีและมีโอกาสหมดไปในอนาคต ประกอบกับราคาเชื้อเพลิงกลุ่มดังกล่าวมีความผันผวนสูงขึ้นตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองของโลก ขณะเดียวกันเชื้อเพลิงกลุ่มนี้ยังปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณมหาศาล เข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก แถมสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พอห่อหุ้มโลกหนาเข้าๆ ก็กลายเป็นสภาวะเรือนกระจก แสงแดดที่ส่องเข้ามาจากดวงอาทิตย์ถูกกักความร้อนเอาไว้ ไม่สะท้อนออกไปสู่ชั้นบรรยากาศ ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ทำให้มีภัยธรรมชาติเกิดขึ้นถี่กว่าเดิมถึง 5 เท่า อีกด้วย หากประเทศไทยพึ่งพาการใช้เชื้อเพลิงกลุ่มเดิมๆ แต่เพียงอย่างเดียว ก็เสี่ยงเจอปัญหาขาดแคลนพลังงานได้ และอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อการพัฒนาของประเทศไทยได้ในระยะยาว ดังนั้น หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาของไทยจึงพยายามนำพลังงานหมุนเวียนจากธรรมชาติ เช่น แสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานชีวมวล น้ำขึ้น-น้ำลง พลังงานไฮโดรเจน ฯลฯ นำมาใช้เป็น
เนื่องจากรัฐบาลเห็นว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ภายในประเทศลดลงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ จึงกำหนดแนวทางในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน เพื่อให้ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐได้แสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จึงได้จัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ตู้ “มีแล้วแบ่งปัน” เพื่อช่วยเหลือและแบ่งปันแก่ประชาชนหรือชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ตู้ “มีแล้วแบ่งปัน” ติดตั้งอยู่ที่บริเวณประตูทางเข้าด้านหน้าของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ภายในตู้ประกอบไปด้วยสิ่งของอุปโภคและบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งของที่บุคลากร วช. นำมาใส่ตู้อย่างสม่ำเสมอ และยังมีประชาชนในบริเวณใกล้เคียง และที่เดินทางผ่านไปมา นำสิ่งของที่เป็นของกินและของใช้นำมาแบ่งปันใส่ตู้ “มีแล้วแบ่งปัน” อย่างต่อเนื่อง
ประเทศไทยได้มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อวินิจฉัยโรคโควิด-19 โดยการตรวจหาสารพันธุกรรม (RT-PCR) ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานสากล ไปแล้ว 286,008 ตัวอย่าง คิดเป็น 4,294 ตัวอย่างต่อประชากรหนึ่งล้านคน ณ วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 ในระหว่างวันที่ 2-8 พฤษภาคม 2563 ได้ตรวจไปแล้ว 46,468 ตัวอย่าง โดยห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ แหล่งข้อมูล: กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ……………………………….. พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน, มติชนสุดสัปดาห์ และศิลปวัฒนธรรม ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่
รายงานข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ณ วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2563 ประเทศไทยผู้ติดเชื้อสะสม 3,015 ราย ใน 68 จังหวัด (เพิ่มขึ้นในวันนี้ 6 ราย) เสียชีวิตรวม 56 ราย (ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นในวันนี้) รักษาหายป่วยแล้ว 2,796 ราย (92.74%) เพิ่มขึ้น 2 รายผู้ป่วยใหม่ที่เพิ่มขึ้นในวันนี้ 6 ราย เข้ารับการรักษาที่ภูเก็ต (4 ราย) ยะลา (1 ราย) และนราธิวาส (1 ราย) กรุงเทพมหานคร มีผู้ป่วยที่รับรักษาสะสมมากที่สุด (1,530 ราย) ตามด้วย ภูเก็ต (224), นนทบุรี (156), ยะลา (125), สมุทรปราการ (115), ชลบุรี (87), ปัตตานี (79), สงขลา (44), เชียงใหม่ (40) และ ปทุมธานี (39) โดยมีผู้ติดเชื้อที่อยู่ในระหว่าง state quarantine และในจังหวัดต่างๆ รวม 90 ราย ทั้งนี้ เมื่อจำแนกตามจังหวัดที่รับผู้ติดเชื้อเข้ารักษา (ไม่รวมผู้ติดเขื้อในกลุ่ม State Quarantine) – มี 67 จังหวัดที่รับผู้ติดเชื้อไว้รักษา – ไม่เคยมีรายงานผู้ติดเชื้อเลย จำนวน 10 จังหวัด – ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ ใน 28 วันที่ผ่านมา จำนวน 46 จังหวัด – ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ ใน 14 วันที่ผ่านมา จำนวน 14 จังหวัด – ยังมี ผู้ติดเชื้อร
รายงานข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ณ วันอังคารที่ 28 เมษายน 2563 ประเทศไทยผู้ติดเชื้อสะสม 2,938 ราย ใน 68 จังหวัด (เพิ่มขึ้นในวันนี้ 7 ราย)เสียชีวิตรวม 54 ราย (เพิ่มขึ้น 2 ราย) รักษาหายป่วยแล้ว 2,652 ราย (90.27%) เพิ่มขึ้น 43 ราย ผู้ป่วยใหม่ที่เพิ่มขึ้นในวันนี้ 7 ราย ใน 3 จังหวัด เข้ารับการรักษาในกรุงเทพมหานคร (3), ภูเก็ต (3), และนครราชสีมา (1) กรุงเทพมหานคร มีผู้ป่วยที่รับรักษาสะสมมากที่สุด (1,484 ราย) ตามด้วย ภูเก็ต (209), นนทบุรี (157), ยะลา (113), สมุทรปราการ (111), ชลบุรี (87), ปัตตานี (79), สงขลา (44), เชียงใหม่ (40) , ปทุมธานี (39) , นราธิวาส (28) และนครปฐม (22) โดยอยู่ระหว่างการสอบสวนอีก 39 ราย และมีผู้ติดเชื้อที่อยู่ในระหว่าง state quarantine ในจังหวัดต่างๆ 78 ราย โดยยังมี 9 จังหวัดที่ยังไม่มีรายงานการรับรักษาผู้ป่วย ได้แก่ กำแพงเพชร ชัยนาท ตราด น่าน บึงกาฬ พิจิตร ระนอง สิงห์บุรี อ่างทอง (และสตูล ซึ่งรับผู้ติดเชื้อใน State quarantine) และมีอีก 51 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อในช่วง 14 วันที่ผ่านมา ส่วนรายงานข้อมูลของอาเซียนและการวิเคราะห์จะอยู่ในรอบการรายงานช่วงเย็น ป
ศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมการแพทย์และการวิจัยและพัฒนา (ศปก.วิจัย) โควิด-19 โดย วช. ระดมพลังผู้ใช้งาน ภาควิชาการ ภาคเอกชน เร่งวิจัยและนวัตกรรมชุดตรวจ วัคซีน ยาและเวชภัณฑ์ รวมทั้งการวิจัยด้านสังคมและเศรษฐกิจ แก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลจัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) และคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ต่อมามีคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ ๑๖/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๓ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวกับนวัตกรรมการแพทย์ และการวิจัยและพัฒนา ให้มีการรวบรวมนวัตกรรมการแพทย์ การวิจัย และการพัฒนาในด้านต่างๆ มาสนับสนุนการแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยใช้ข้อมูลทางวิชาการ การวิจัยและนวัตกรรม ผู้ทำงานที่ประกอบด้วยนักวิชาการ นักวิจัย จากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ที่จะมาช่วยสร้างนวัตกรรมที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานและตรง
สถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ในอาเซียน ณ วันที่ 23 เมษายน 2563 เวลา 19.30 น.จำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น ในแต่ละประเทศ ในรอบการรายงานล่าสุด -สิงคโปร์ +1,037 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 11,178 ราย) -อินโดนีเซีย +357 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 7,775 ราย) -ฟิลิปปินส์ +271 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 6,981 ราย) -มาเลเซีย +71 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 5,603 ราย) -ไทย +13 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 2,839 ราย) -พม่า +4 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 127 ราย) -บรูไน +0 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 138 ราย) -เวียดนาม +0 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 268 ราย) -กัมพูชา +0 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 122 ราย) -ลาว +0 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 19 ราย) ประมวลข้อมูลโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.)
รายงานข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ณ วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน 2563 ประเทศไทย ผู้ติดเชื้อสะสม 2,839 ราย ใน 68 จังหวัด (เพิ่มขึ้นในวันนี้ 13 ราย) เสียชีวิตรวม 50 ราย (เพิ่ม 1 ราย)รักษาหายป่วยแล้ว 2,430 ราย (85.59%) เพิ่มขึ้น 78 ราย ผู้ป่วยใหม่ที่เพิ่มขึ้นในวันนี้ 13 ราย ใน 7 จังหวัด เข้ารับการรักษาในกรุงเทพมหานคร (4), ภูเก็ต (4), ชลบุรี (1), สงขลา (1), ชุมพร (1) ปทุมธานี (1) และ นครปฐม (1) กรุงเทพมหานคร มีผู้ป่วยที่รับรักษาสะสมมากที่สุด (1,454 ราย) ตามด้วย ภูเก็ต (197), นนทบุรี (152), สมุทรปราการ (109), ยะลา (95), ชลบุรี (86), ปัตตานี (79), สงขลา (43), เชียงใหม่ (40) , และปทุมธานี (36) โดยอยู่ระหว่างการสอบสวนอีก 65 ราย และมีผู้ติดเชื้อที่อยู่ในระหว่าง state quarantine ในจังหวัดต่างๆ 71 ราย โดยยังมี 9 จังหวัดที่ยังไม่มีรายงานการรับรักษาผู้ป่วย ได้แก่ กำแพงเพชร ชัยนาท ตราด น่าน บึงกาฬ พิจิตร ระนอง สิงห์บุรี และ อ่างทอง และมีอีก 41 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อในช่วง 14 วันที่ผ่านมา ส่วนรายงานข้อมูลของอาเซียนและการวิเคราะห์จะอยู่ในรอบการรายงานช่วงเย็น ประมวลข้อมูลโดย กรมควบคุมโรค แ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับจังหวัดอุตรดิตถ์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์และเครือข่ายวิจัยภูมิภาค : ภาคเหนือ จัดงาน “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค ประจำปี 2563” (Regional Research Expo 2020) เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ในพื้นที่ภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิดหลัก “งานวิจัยเพื่อสร้างชุมชนนวัตกรรมและเศรษฐกิจภูมิภาค” ระหว่าง วันที่ 1-2 มีนาคม 2563 ณ อาคารหอประชุม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ลำรางทุ่งกะโล่ จังหวัดอุตรดิตถ์ ภายในงานประกอบด้วยการแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ นิทรรศการผลงานวิจัย จำนวนกว่า 100 ผลงาน และการประชุมสัมมนาวิชาการ ตัวอย่างของผลงานเด่นที่น่าสนใจ ได้แก่ เทคโนโลยีการผลิตและแปรรูปมะขามหวานครบวงจร เทคโนโลยีการแปรรูปมะม่วงเชิงพาณิชย์ เทคโนโลยีแปรรูปสับปะรดครบวงจร เทคโนโลยีแปรรูปกาแฟวนเกษตร เทคโนโลยีลางสาด signature ฯลฯ เพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร จังหวัดอุตรดิตถ์ มีสภาพภูมิประเทศ 3 ลักษณะ คือ ที่ราบลุ่มแม่น้ำ ที่ราบระหว่างหุบเขา และเขตภูเขา ได้รับอิทธิพลของแม่น้ำน่านและแม่น้ำสาขา ส่งผลให้มีสภา
