สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
กอ.รมน. ประชุมหารือและเยี่ยมชม วช. ในงานที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและนวัตกรรม ด้านความมั่นคง ภายใต้กรอบบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง วช. และ กอ.รมน. วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง กอ.รมน. (สนย.กอ.รมน.) นำโดย พลโท สวัสดิ์ ชนะจิตราสกุล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง กอ.รมน. และคณะ ได้เข้าเยี่ยม วช.และหารือแนวทางความร่วมมือในงานที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและนวัตกรรม ด้านความมั่นคง ภายใต้กรอบบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง วช. และ กอ.รมน. ในเรื่องการใช้ประโยชน์องค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ : ชุมชนเข้มแข็งด้วยวิจัยและนวัตกรรม ที่ได้มีการลงนาม เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2562 ทั้งนี้ ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้กล่าวต้อนรับ และนำเสนอผลงานภาพรวมของ วช. ในเรื่องภารกิจ หน้าที่และอำนาจของ วช. ตลอดจนแนวทางการบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมในประเด็นสำคัญของประเทศ ต่อมา พลโท สวัสดิ์ ชนะจิตราสกุล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์คว
สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตมนุษย์ในด้านต่างๆ ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ การเงิน การตลาด การใช้ชีวิต และอาชีพการงาน เพื่อให้ชีวิตดำเนินต่อไปได้ พวกเราทุกคนต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์วิถีใหม่ (New Normal) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA หน่วยงานหลักด้านการส่งเสริมระบบนวัตกรรมแห่งชาติ ได้มีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ เพื่อช่วยยกระดับการพัฒนาสินค้าเกษตรให้ก้าวเข้าสู่ระบบสมาร์ทฟาร์มอัจฉริยะ ช่วยให้การบริหารจัดการฟาร์มกลายเป็นเรื่องง่าย ลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพผลผลิต รวมทั้งแก้ปัญหาการตลาดไปพร้อมกัน ตอบโจทย์ การเกษตรยุคใหม่ (Smart Farmer) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การให้น้ำใต้ดินผ่านเซรามิกรูพรุนสำหรับทุเรียนนอกฤดู การควบคุมระบบการให้น้ำ เป็นหนึ่งในเทคนิคสำคัญของการจัดการทุเรียนนอกฤดู ที่ผ่านมา เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมให้น้ำต้นทุเรียนบนดินผ่านระบบสปริงเกลอร์ ระบบพ่นฝอย ระบบน้ำหยด ซึ่งมักเกิดปัญหาการสูญเสียน้ำบนผิวดินในปริมาณมาก ทำให้ดินมีความหนาแน่นสูง แถมเกิดปัญหาท่อแตก ท่ออุดตัน ทำให้มีค่าใช้จ่ายการบริหารจัดการน้ำค่อนข้างสูง กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกและแปรรูป
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือสนับสนุนทุนนิสิตปริญญาเอก ภายใต้โครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) และโครงการ Frontier Talents Program (FTP) ณ ห้องพลังไทย ชั้น M อาคาร 2 สำนักงานใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) เป็นสถาบันการศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ริเริ่มก่อตั้งโดยกลุ่ม ปตท. ได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากพันธมิตรร่วมอุดมการณ์ด้วยเห็นถึงความสำคัญต่อการพัฒนาการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อนำองค์ความรู้ขั้นสูงต่อยอดไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมชั้นแนวหน้า ทั้งผลิตบุคลากรวิจัยที่มีคุณภาพทัดเทียมระดับนานาชาติ เพื่อเป็นกำลังสำคัญต่อการพัฒนประเทศชาติต่อไป พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงฯ ได้รับเกียรติจาก ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร นายกสภาสถาบันวิทยสิริเมธีเป็นสักขีพยานผู้ทรงเกียรติ ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นผู้ลงนามฝ่ายสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ศาสตราจารย์ ดร. จำรัส ลิ้มตระกูล อธิการบดีส
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสมาคมปลากัด เปิดตัว โครงการ การวิจัยเพื่อการอนุรักษ์เอกลักษณ์ทางพันธุกรรมปลากัดพื้นเมืองอย่างยั่งยืนและการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพเชิงเศรษฐกิจ เพื่อเป็นจุดศูนย์กลางของความร่วมมือระหว่างองค์กรที่มีความสนใจในการทำงานวิจัยด้านปลากัด พร้อมศึกษา ค้นคว้า และจัดทำฐานข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพ รองศาสตราจารย์ ดร.นภาวรรณ นพรัตนนราภรณ์ ผู้จัดการโครงการส่งเสริมกิจกรรมการให้ทุนวิจัยมุ่งเป้า สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ สพภ. เป็นประธานพิธีเปิดตัวโครงการ การวิจัยเพื่อการอนุรักษ์เอกลักษณ์ทางพันธุกรรมปลากัดพื้นเมืองอย่างยั่งยืนและการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพเชิงเศรษฐกิจ พร้อมประชุมหารือเกี่ยวกับการวางแผนงานโครงการวิจัยระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสมาคมปลากัด เพื่อเป็นจุดศูนย์กลางของความร่วมมือระหว่างองค์กรต่างๆ ที่มีความสนใจในการทำงานวิจัยด้านปลากัด พร้อมศึกษา ค้นคว้า และจัดทำฐานข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพ อนุกรมวิธาน เอกลักษณ์ทางพันธุกรรม นิเวศวิทยา และการแพร่กระจายของปลากัดป่า
มะม่วง เป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ก้อนโตให้แก่เกษตรกรไทยในแต่ละปี โดยมีอัตราการเติบโตกว่า ปีละ 10% ทำให้มะม่วงเป็นไม้ผลที่มีพื้นที่ปลูกมากที่สุดในประเทศ กว่า 1.97 ล้านไร่ ผลผลิตรวม 3.12 ล้านตัน ผลผลิตเฉลี่ย 1,583 กิโลกรัม ต่อไร่ ต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 5.42 บาท ต่อกิโลกรัม โดยราคาที่เกษตรกรขายได้ เฉลี่ย 29.75 บาท ต่อกิโลกรัม นับเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่ให้ผลตอบแทนสูงมาก คุ้มค่ากับการลงทุน จึงเป็นพืชเศรษฐกิจอันดับต้นๆ ที่เกษตรกรหน้าใหม่สนใจเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง ช่วงฤดูกาลผลิตมะม่วงของประเทศไทย (เมษายน-มิถุนายน) มีปริมาณการส่งออก 117,472 ตัน มูลค่าส่งออก 4,385 ล้านบาท ซึ่งตลาดหลักสำคัญคือ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ สินค้าขายดีคือ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง เป็นสายพันธุ์มะม่วงที่ตลาดญี่ปุ่นมีความต้องการสูง เนื่องจากลักษณะเด่นของมะม่วงสายพันธุ์นี้ เมื่อผลสุกผิวของเปลือกมีสีเหลืองนวลถึงเหลืองทอง เนื้อสีเหลืองมีกลิ่นหอม เนื้อละเอียดมีเสี้ยนค่อนข้างน้อย รสหวาน ในปี 2562 ไทยส่งออกมะม่วงสดอบไอน้ำไปญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ จำนวน 12,136.70 ตัน มูลค่า 1,261.70 ล้านบาท (ที่มา : ศูนย์สารสนเทศการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจ
จากวิสัยทัศน์ของเทศบาลเมืองแสนสุขที่ต้องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของบางแสน ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของพื้นที่ ซึ่งเชื่อมโยงสู่เศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศ นำไปสู่การหารือเพื่อหาแนวทางการดำเนินงานให้เกิดผลในเชิงปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เทศบาลเมืองแสนสุขจึงร่วมมือกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พัฒนายกระดับ “บางแสน” เป็น “Zero waste beach” แห่งแรกของประเทศ โดยมอบหมายให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปประยุกต์ ติดตั้ง และดำเนินการจัดการปัญหาขยะในพื้นที่แบบเบ็ดเสร็จ โดยแบ่งการดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือ ดังนี้ 1.นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ผ่านการวิจัยแล้วและสามารถดำเนินการได้จริงภายใต้การสนับสนุนของ วช. ไปประยุกต์ ติดตั้ง และใช้งานในพื้นที่เทศบาลเมืองแสนสุข 1.1 เปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของนักท่องเที่ยว โดยไม่ใช้สินค้าครั้งเดียวทิ้ง (Single-used) ร่วมมือกับเอกชนในพื้นที่ส่งเสริมการบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งหลอด ถุง และอื่นๆ 1.2 เพื่อลดการเกิดขยะในพื้นที่ โดยการนำขยะไปใช้ประโยชน์ เช่น ทำกระเบื้อง ขอบถ
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผนึกความร่วมมือ บริษัท ไปรษณีย์ไทย ดิสทริบิวชั่น จำกัด สมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พลิกวิกฤติจากโควิด-19 พัฒนาและเปิดใช้นวัตกรรมแพลตฟอร์ม “ระบบจัดการเวชภัณฑ์ประเทศไทย 2020” เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนเวชภัณฑ์และการบริหารสินค้าคงคลังที่ขาดสมดุล ทำให้สามารถบริหารการจัดซื้อ-รับ-กระจายเวชภัณฑ์ และโลจิสติกส์ขนส่งอย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งการบริจาคอัจฉริยะ (Smart Donation) และระบบจัดซื้อกลาง โดยนำมาใช้แล้วในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สำหรับโรงพยาบาลทั่วประเทศกว่า 2,641 แห่ง นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นตัวเร่งให้ตระหนักถึงผลกระทบจากปัญหาการขาดแคลนเวชภัณฑ์ ต้องจัดเตรียมเวชภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพรองรับการระบาดและภาวะฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ทำให้ต้องบริหารจัดการเวชภัณฑ์ของ รพ. ทั่วประเทศกว่า 2,641 แห่ง จัดกา
กระแสไฟฟ้าที่ใช้ในปัจจุบันส่วนใหญ่ได้มาจากพลังงานฟอสซิส (น้ำมันปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน) ซึ่งเชื้อเพลิงดังกล่าว นับวันจะมีปริมาณน้อยลงทุกทีและมีโอกาสหมดไปในอนาคต ประกอบกับราคาเชื้อเพลิงกลุ่มดังกล่าวมีความผันผวนสูงขึ้นตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองของโลก ขณะเดียวกันเชื้อเพลิงกลุ่มนี้ยังปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณมหาศาล เข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก แถมสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พอห่อหุ้มโลกหนาเข้าๆ ก็กลายเป็นสภาวะเรือนกระจก แสงแดดที่ส่องเข้ามาจากดวงอาทิตย์ถูกกักความร้อนเอาไว้ ไม่สะท้อนออกไปสู่ชั้นบรรยากาศ ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ทำให้มีภัยธรรมชาติเกิดขึ้นถี่กว่าเดิมถึง 5 เท่า อีกด้วย หากประเทศไทยพึ่งพาการใช้เชื้อเพลิงกลุ่มเดิมๆ แต่เพียงอย่างเดียว ก็เสี่ยงเจอปัญหาขาดแคลนพลังงานได้ และอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อการพัฒนาของประเทศไทยได้ในระยะยาว ดังนั้น หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาของไทยจึงพยายามนำพลังงานหมุนเวียนจากธรรมชาติ เช่น แสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานชีวมวล น้ำขึ้น-น้ำลง พลังงานไฮโดรเจน ฯลฯ นำมาใช้เป็น
เนื่องจากรัฐบาลเห็นว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ภายในประเทศลดลงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ จึงกำหนดแนวทางในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน เพื่อให้ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐได้แสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จึงได้จัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ตู้ “มีแล้วแบ่งปัน” เพื่อช่วยเหลือและแบ่งปันแก่ประชาชนหรือชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ตู้ “มีแล้วแบ่งปัน” ติดตั้งอยู่ที่บริเวณประตูทางเข้าด้านหน้าของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ภายในตู้ประกอบไปด้วยสิ่งของอุปโภคและบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งของที่บุคลากร วช. นำมาใส่ตู้อย่างสม่ำเสมอ และยังมีประชาชนในบริเวณใกล้เคียง และที่เดินทางผ่านไปมา นำสิ่งของที่เป็นของกินและของใช้นำมาแบ่งปันใส่ตู้ “มีแล้วแบ่งปัน” อย่างต่อเนื่อง
ประเทศไทยได้มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อวินิจฉัยโรคโควิด-19 โดยการตรวจหาสารพันธุกรรม (RT-PCR) ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานสากล ไปแล้ว 286,008 ตัวอย่าง คิดเป็น 4,294 ตัวอย่างต่อประชากรหนึ่งล้านคน ณ วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 ในระหว่างวันที่ 2-8 พฤษภาคม 2563 ได้ตรวจไปแล้ว 46,468 ตัวอย่าง โดยห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ แหล่งข้อมูล: กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ……………………………….. พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน, มติชนสุดสัปดาห์ และศิลปวัฒนธรรม ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่
