สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
วช. ได้รับมอบหมายจาก ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. โดยคณะกรรมการจิตอาสาเฉพาะกิจ กลุ่มงานโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ให้ดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2562 ณ สำนักงานเทศบาลเมืองอุทัยธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี โดย พลตรี วีรยุทธ กวยะปาณิก เลขานุการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ภาค 3 ผู้แทนศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “การนำนวัตกรรมไปจัดการกับวัชพืชและผักตบชวาเพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน” ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวรายงานความเป็นมา และ ร้อยโท ทศพล ไชยโกมินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี กล่าวต้อนรับ โดยครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ ทั้งสิ้นจำนวน 210 คน และ วช. จะดำเนินการจัดกิจกรรมลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้กำหนดจัดกิจกรรมทั้งสิ้น 8 จังหวัด ซึ่งจังหวัดอุทัยธานีเป็นจังหวัดสุดท้ายในการจัดกิจกรรมนี้ วช. ได้ให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพและคุณภาพชีวิตข
“จำปาดะ” เป็นไม้ผลที่มีกลิ่นหอมหวานเฉพาะตัว เติบโตได้ดีในท้องถิ่นภาคใต้ พบได้ทั่วไปในพื้นที่จังหวัดสตูล สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช ฯลฯ ชาวบ้านนิยมปลูกไว้รับประทานและจำหน่ายผลสืบทอดกันมานานกว่าร้อยปี ปัจจุบัน จำปาดะ เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ที่สร้างอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกรชาวจังหวัดสตูลและสงขลา โดยนิยมปลูกต้นจำปาดะผสมผสานกับไม้ผลชนิดอื่นๆ ทุกส่วนของต้นจำปาดะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ เช่น ผล แปรรูปเป็นอาหารคาว หวาน เปลือกต้น ทำปุ๋ยชีวภาพได้ ไม้จำปาดะใช้ทำเครื่องเรือน เครื่องใช้ไม้สอย นอกจากนี้ ใบและเนื้อไม้จำปาดะ ยังใช้ทำสีย้อมผ้าได้ ฯลฯ “จำปาดะ” เป็นพืชป่า จําปาดะ จัดอยู่ในวงศ์ (Family) Moraceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Artocarpus integer (Thunb.) Merr. มีชื่อสามัญว่า Champedak ชาวใต้เรียกสั้นๆ ว่า “จําดะ” เป็นพืชป่าที่ขึ้นกระจายอยู่ทั่วไปในป่าแถบภาคใต้ของประเทศไทย มาเลเซีย บรูไน อินโดนีเซีย และพม่า จำปาดะ เป็นไม้ยืนต้นลักษณะคล้ายขนุน แต่มีขนาดผลเล็กกว่า ลำต้นสีน้ำตาลและมักมีจุดสีขาวตลอดทั้งต้น ใบและผลของจําปาดะคล้ายขนุน ใบจะมีปุยขนสั้นๆ หากจับดูจะรู้สึกระคายมือ ผลมีลักษณะรูปทรงยาวบ้างสั้น
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) เดินหน้าเสริมสร้างศักยภาพชุมชนด้วยวิจัยและนวัตกรรม โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตและมูลค่าของผลิตภัณฑ์ ที่เหมาะสมและตอบโจทย์ความต้องการของพื้น ในการนี้ วช.ได้ให้การสนับสนุนทุนเพื่อจัดการความรู้การวิจัยสู่การใช้ประโยชน์แก่มหาวิทยาลัยนครพนมต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559-2562 เพื่อดำเนินสร้างชุมชนต้นแบบที่พัฒนาศักยภาพด้วยวิจัยและนวัตกรรม ใน 3 รูปแบบ คือ 1.ธนาคารขยะชุมชน 2.Smart Farmer การผลิตไก่งวง 3.เมืองไบโอชาร์ ในวันเสาร์ที่ 7 กันยายน 2562 วช.ได้ติดตามและประเมินผลความสำเร็จของการขยายผลองค์ความรู้การวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์ในพื้นที่ โดยดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ได้ติดตามผลการดำเนินงานในพื้นที่ชุมชนต้นแบบในจังหวัดนครพนม ได้แก่ 1)กลุ่มชุมชนนาราชควายโมเดล ในการเป็นต้นแบบ ธนาคารขยะชุมชน โดยมี อาจารย์พัชญทัฬห์ กิณเรศ เป็นหัวหน้าโครงการ ผลจากการนำวิจัยและนวัตกรรมไปดำเนินการในพื้นที่ พบว่า มีชุมชนได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมมากกว่า 10 ชุมชน และชุมชนมีเงินหมุนเวียนจาก
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และราชบัณฑิตยสภา รวมพลังระดมสมองผู้ทรงคุณวุฒิชั้นนำร่วมกันขับเคลื่อนประเด็นท้าทายทางสังคมของประเทศ ศ.ดร.นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และ ศ.เกียรติคุณ นพ. สุรพล อิสรไกรศีล นายกราชบัณฑิตยสภา กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กับ ราชบัณฑิตยสภา โดยการระดมสมองราชบัณฑิต ภาคีสมาชิก ผู้ทรงคุณวุฒิ และเมธีวิจัยอาวุโส ผนึกกำลังบุคลากรวิจัยชั้นนำของประเทศในแต่ละมิติในการสร้างสรรค์งานวิจัยที่ตอบโจทย์ เชื่อมต่อ และใช้ให้เกิด ประโยชน์สูงสุดต่อประเทศเพื่อการขับเคลื่อนด้านการวิจัยและนวัตกรรมในประเด็นท้าทายทางสังคมของประเทศไทย จากบทบาทและหน้าที่ของทั้ง วช. และราชบัณฑิตยสภา ที่สามารถส่งเสริมและต่อยอดกันและกันในการร่วมสร้างองค์ความรู้หลักให้กับประเทศให้มีความแข็งแกร่ง นำไปสู่การยกระดับขีดความสามารถ การแข่งขันของประเทศด้วยการวิจัยและนวัตกรรมในด้านต่างๆ ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และสหวิทยาการ รวมถึง ด้านกฎหมาย การเมือง และศิลปกรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตก
กองทัพบกและสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.)ร่วมมือผลักดันการยกระดับศักยภาพงานวิจัยและนวัตกรรมด้านความมั่นคง เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการและการพัฒนามาตรฐานสู่การผลิตและการใช้ประโยชน์ จากเป้าหมายดังกล่าว ศาสตราจารย์ สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และพลตรี ชูเกียรติ ช่วยเพชร ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยและพัฒนาทางทหารกองทัพบก ร่วมลงนามความร่วมมือใน “บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการประสานความร่วมมือทางวิชาการ ด้านการวิจัยและนวัตกรรม ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติและกองทัพบก” โดยมี พลโท พีระ ฉิมปรี รองเสนาธิการทหารบกให้เกียรติเป็นสักขีพยาน ในวันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน 2562 ณ กองบัญชาการกองทัพบก โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาศักยภาพระบบสนับสนุนงานวิจัย ต่อยอดงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ รวมทั้งยกระดับงานวิจัยสู่นวัตกรรมเพื่อผลิตเชิงอุตสาหกรรม และสนับสนุนงานวิจัยของกองทัพบกให้มีมาตรฐานระดับสากล หลังจากการลงนามความร่วมมือ เป็นกิจกรรมงาน “วันภูมิปัญญานักรบไทย ประจำปี 2562 ” ที่จัดขึ้น ณ หอประชุมกิตติขจร กองบัญชาการกองทัพบก โดยมี พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานใน
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ให้การสนับสนุนมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม พัฒนารูปแบบการบริหารและเสริมความเข้มแข็งแก่โรงเรียนผู้สูงอายุด้วยวิจัยและนวัตกรรม และการเสริมสร้างกระบวนการ ดูแลสุขภาพกายสุขภาพใจให้แก่ผู้สูงอายุในพื้นที่ตำบลพลายชุมพล อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ได้ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานและร่วมกิจกรรมพัฒนาทักษะผู้สูงอายุ ณ โรงเรียนผู้สูงอายุพลายชุมพล จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2562 ในการนี้ ทักษะและองค์ความรู้ ที่ได้พัฒนาเพื่อใช้ในโรงเรียนผู้สูงอายุพลายชุมพล มีความเหมาะสมต่อร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคมของผู้สูงอายุ ทำให้เกิดแผนการดำเนินงานที่ยั่งยืนแก่หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการร่วมดูแลกระบวนการ แผนงาน และการเสริมสร้างการดูแลผู้สูงอายุให้มีทักษะการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างเหมาะสมแก่ช่วงวัย ทั้งนี้ มี ผศ.ดร. จิราพัทธ์ แก้วศรีทอง มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม เป็นหัวหน้าโครงการ ซึ่งการดำเนินงานอยู่ภายใต้แผนจัดการความรู้จากการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการใช้ประโยชน์เชิงชุมชน สังคม ขอ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นหน่วยงานให้ทุนวิจัยหลักของประเทศและส่งเสริมการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน เป็นหน่วยงานกลางที่ประสาน เชื่อมโยงในการทำงานร่วมกันบนฐานงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นการนำความรู้จากผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการขับเคลื่อนประเด็นท้าทายของสังคม การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เป้าหมายตามแผนพัฒนาภูมิภาคและจังหวัด 4.0 โดย วช.ได้สนับสนุนการดำเนินงานดังกล่าวผ่านโครงการท้าทาย เรื่องการบริหารจัดการน้ำและสามารถนำผลการดำเนินงานดังกล่าวไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมรวมถึงการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาเชิงพื้นที่และเพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบถึงการดำเนินการดังกล่าว จึงได้จัดการแถลงข่าว “วช. ผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การบริหารจัดการน้ำ และจังหวัด 4.0 อย่างยั่งยืน” ในวันที่ 3 กันยายน 2562 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมวังจันทร์ คอนเวนชั่น โรงแรมวังจันทร์ ริเวอร์วิว อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยมี ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภานุวัฒน์ ปิ่นทอง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพ
วช. เปิดบ้าน วช.5G : Change for the Future (ภาคเหนือ)ประกาศกรอบทุนวิจัยและนวัตกรรมพร้อมทุนพัฒนาบุคลากรการวิจัยของประเทศ เน้นประเด็นสำคัญของประเทศ ตามที่ รัฐบาลได้มีการปฏิรูประบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ เพื่อเป็นกลไกการบูรณาการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศให้ตรงกับความต้องการและเป็นไปในในทิศทางเดียวกัน และได้จัดตั้ง “กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม” ขึ้น โดย วช. ได้รับมอบหมายให้เป็น Funding Agency หลักของประเทศ ทำหน้าที่ในการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรมแก่หน่วยงานในระบบวิจัยและสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งได้แก่ นักวิจัย หน่วยงานและองค์การมหาชนทั้งภายในและภายนอกกระทรวงการอุดมศึกษาฯ สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษา ครอบคลุมทั้งการวิจัยพื้นฐาน วิจัยประยุกต์ ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ รวมทั้งสหสาขาวิชาการ ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจแก่หน่วยงานในส่วนภูมิภาค วช. จึงได้จัดงาน OPEN HOUSE “เปิดบ้าน วช. 5G : Change for the future” (ภาคเหนือ) วันอังคารที่ 3 กันยายน 2562 ณ ห้องประชุมวังจันทน์ คอนเวนชั่น โรงแรมวังจันทน์ ริเวอร์วิว อำเภอเมือง จังหวัด
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ The Korea Institute of Energy Technology Evaluation and Planning (KETEP) และ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ส่งเสริมและสนับสนุนโครงการความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาบุคลากรการวิจัยด้านพลังงาน โดย KETEP เป็นหน่วยงานให้ทุนด้านการวิจัยและพัฒนาด้านพลังงาน ในสังกัดกระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และพลังงาน (Ministry of Trade, Industry & Energy) สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งมีบทบาทในการวางแผนนโยบายเทคโนโลยีพลังงาน บริหารจัดการและประเมินผลโครงการด้านพลังงาน และความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ในฐานะหน่วยงานให้ทุนวิจัยและนวัตกรรมหลักของประเทศ ได้ร่วมผลักดันการวิจัยที่ตอบโจทย์นโยบายด้านพลังงานของรัฐบาลที่มุ่งเน้นส่งเสริมและผลักดันให้อุตสาหกรรมพลังงานสามารถสร้างรายได้ให้ประเทศและพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจพลังงานของภูมิภาคโดยใช้ความได้เปรียบเชิงภูมิยุทธศาสตร์สร้างเสริมความมั่นคงทางพลังงาน ทั้งนี้ สกสว. จะทำหน้าที่พิจารณากรอบนโยบา
กอ.รมน. จับมือ วช.เซ็นเอ็มโอยูเพื่อร่วมกันใช้ประโยชน์นวัตกรรมงานวิจัย ไปขยายผล พัฒนาอาชีพ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมชุมชนทั่วประเทศ ให้เติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2562 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการใช้ประโยชน์องค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ เพื่อร่วมพลังพัฒนาชุมชนให้เกิดความเข้มแข็งตามนโยบายรัฐบาลและยุทธศาสตร์ชาติ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ กอ.รมน. และ วช. มีเป้าหมายร่วมกันที่จะบูรณาการหน่วยงานในพื้นที่นำองค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปขยายผล ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม และชุมชน เพื่อการพัฒนาและแก้ไขปัญหา พัฒนาอาชีพ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ศาสตราจารย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. เป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มีหน้าที่ในการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรม การจัดทำฐานข้อมูลและด
