อาหารสัตว์
นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย เปิดเผยว่า องค์กรระหว่างประเทศให้ความสำคัญกับห่วงโซ่การผลิตอาหารที่ต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การตรวจสอบย้อนกลับที่มาของอาหาร ดังเช่นที่ปรากฏในอุตสาหกรรมประมงของประเทศไทย ในกลุ่มปศุสัตว์ก็เช่นกัน การตรวจสอบย้อนกลับถึงที่มาของวัตถุดิบข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จะถูกนำมาเป็นเงื่อนไขในการสั่งซื้อสินค้าของคู่ค้าในสหภาพยุโรป ซึ่งประเทศไทยจำเป็นต้องมียุทธศาสตร์การจัดการข้าวโพด เพื่อสร้างความยั่งยืนให้ทั้งห่วงโซ่การผลิตอาหาร หากภาครัฐยังไม่เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยด่วน คาดว่าจะเกิดความเสียหายกับอุตสาหกรรมอาหารทั้งระบบภายใน 1-2 ปี ข้างหน้า “สมาคมมุ่งพัฒนากระบวนการผลิตข้าวโพดบนพื้นที่ที่ถูกต้อง ไม่บุกรุกป่า ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม โดยในช่วง 3-4 ปี ที่ผ่านมา มีความพยายามสื่อสารให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่การผลิตอาหาร ได้ทราบถึงกระแสการค้าโลกที่มุ่งเน้นในเรื่องการผลิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด ตลอดจนร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดทำคู่มือมาตรฐานการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างยั่งยืนขึ้น ภายใต้การสนับสนุนทุนของสํานักงานก
กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2560 – 11 สมาคมผู้ใช้อาหารสัตว์ ร้องรัฐบาลทบทวนมาตรการควบคุมนำเข้าข้าวสาลีในสัดส่วน 3:1 ด่วน พร้อมแจงมีการบิดเบือนข้อเท็จจริงทำให้สังคมเข้าใจผิด หวังฉวยโอกาสเก็งกำไรจากราคาข้าวโพดของไทยสูง จากสถานการณ์ราคาข้าวโพดในประเทศในขณะนี้ปรับตัวสูงขึ้น สวนทางกับราคาเนื้อสัตว์ทั้งในประเทศและตลาดโลกตกต่ำ และกระทรวงพาณิชย์ประกาศมาตรการควบคุมการนำเข้าสาลีในอัตรา 3:1 (ซื้อข้าวโพด ในประเทศ 3ส่วน เพื่อนำเข้าข้าวสาลี 1ส่วน) เป็นมาตรการชั่วคราว เพื่อปกป้องเกษตรกรในประเทศ ส่งผลให้ห่วงโซ่ภาคปศุสัตว์ ตั้งแต่การผลิตอาหารสัตว์ การเลี้ยงสัตว์ ต่อไปยังอุตสาหกรรมส่งออกเนื้อสัตว์ ได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์สูงขึ้นอย่างมาก การส่งออกไม่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดโลกได้ ขณะที่ต้องแบกภาระขาดทุนสะสมต่อเนื่องจากปัญหาราคาเนื้อสัตว์ตกต่ำ รัฐบาลจึงควรมีการทบทวนมาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวสาลี เพื่อแก้วิกฤติราคาอาหารสัตว์ที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงกับการส่งออกของประเทศ สำหรับ 11 สมาคมปศุสัตว์และ สมาคมสัตวน้ำ ที่เป็นสมาชิกสมาพันธ์ฯ ประกอบด้วย สมาคมปศุสัตว์ไทย สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไท
วันที่ 15 ธ.ค.วันที่ 15 ธ.ค. นายวีรชัย วิโรจน์แสงอรุณ ผอ.ปศุสัตว์เขต 9 จ.สงขลาเปิดเผยว่าน้ำท่วมขังพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลาเป็นเวลาหลายวัน พบว่าสัตว์เลี้ยงอ่อนเพลีย ซูบผอม แผลถลก จึงป้องกันการเกิดปัญหากระทบต่อสัตว์เลี้ยง ได้ส่งหน่วยปศุสัตว์เฉพาะกิจ 60 คน ประกอบด้วยนายสัตวแพทย์และสัตวบาลลงพื้นที่ 4 อำเภอ มี สิงหนคร สทิงพระ กระแสสินธ์และ อ.ระโนด มาช่วยเหลือเกษตรกรด้วยการฉีดวัคซีน ให้ยาพยาธิให้หญ้าแห้ง 14,000 กก. นายสมพงศ์ หนูสง ส.อบจ.สงขลา เขต อ.สทิงพระเปิดเผยว่าตนได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่อาศัยพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลา ซึ่งยังมีน้ำท่วมขัง หญ้าเน่าเปื้อยทั้งหมด ทำให้วัว ควายขาดแคลนอาหารสัตว์พืชสด ต้องอาศัยฟางแห้งประทังชีวิต แต่ขณะนี้ฟางแห้งขาดแคลนและราคาเพิ่มขึ้นจากปกติก้อนละ 40 บาทเป็นก้อนละ 80-90 บาท ทางราชการจัดสรรให้ไม่เพียงพอและไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะเกษตรกรอยู่ลึกในหมู่บ้าน ต้องสั่งซื้อจาก จ.สุพรรณบุรีเข้ามา และโรคปากเท้าเปื้อยเริ่มจะระบาด
อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ถือเป็นต้นทุนสำคัญของภาคปศุสัตว์ ปัญหาที่เกิดในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์จึงเชื่อมโยงตั้งแต่เกษตรกรถึงผู้บริโภค แต่ละปีอุตสาหกรรมอาหารสัตว์มีกำลังการผลิต 20 ล้านตัน ทำให้มีความต้องการใช้วัตถุดิบทั้ง ข้าว มันสำปะหลัง ถั่วเหลือง ปลาป่น และข้าวโพดอย่างมาก แต่วัตถุดิบมีไม่เพียงพอจึงเกิดปัญหาตามมามากมาย นายบุญธรรม อร่ามศิริวัฒน์ เลขาธิการสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย เล่าว่า ความต้องการใช้ข้าวโพดในแต่ละปี เฉลี่ย 8 ล้านตัน แต่ไทยปลูกได้ 4.6-5.0 ล้านตัน จึงต้องนำเข้าวัตถุดิบอื่น เช่น ข้าวสาลี กากข้าวสาลี (DDGS) มาทดแทน 3 ล้านตัน เพื่อผสมให้ได้สารอาหารโปรตีนในระดับใกล้เคียงกับข้าวโพด ซึ่งมีโปรตีน 7-8% ส่วนข้าวสาลีมีโปรตีน 9-10% DDGS มีโปรตีน 25-30% เป็นเหตุให้กระทรวงพาณิชย์ต้องกำหนดมาตรการให้ผู้ผลิตอาหารสัตว์รับซื้อข้าวโพด 3 ส่วนเพื่อรับสิทธินำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน ไม่ให้กระทบชาวไร่ แต่ปัญหาสำคัญมาจากไทยปลูกข้าวโพดผิดวิธีและขาดประสิทธิภาพ โดยแต่ละปีปลูกข้าวโพดได้ 4.6-5 ล้านตัน แบ่งเป็น 3 ฤดูกาล คือ 1) ข้าวโพดต้นฝน เก็บเกี่ยวช่วงสิงหาคม-พฤศจิกายนของทุกปี มีสัดส่วน 70% ของผลผลิตทั้งหมด ม
การส่งออกสินค้าปศุสัตว์ของไทยขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2559 มีมูลค่า 3,059 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.51% จากปี 2558 และในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ส่งออก 1,554 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 5.62% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนส่งผลดีต่อธุรกิจ “ธุรกิจอาหารสัตว์” ซึ่งเป็นต้นน้ำของกลุ่มปศุสัตว์ได้มีกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมาก ปัจจัยบวกของธุรกิจอาหารสัตว์ไม่ใช่เพียงความต้องการใช้อาหารสัตว์ที่เพิ่มตาม “ปริมาณตัวกิน” เท่านั้น แต่สิ่งสำคัญมาจาก “ต้นทุนวัตถุดิบ” ที่ปรับลดลง โดยเฉพาะการนำเข้าวัตถุดิบราคาถูกจากต่างประเทศ โดยเฉพาะข้าวสาลี และกากข้าวสาลี (DDGS) ในปี 2559 มีปริมาณสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 4.57 ล้านตัน จนทำให้เกษตรกรขาดทุนราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศลดลง กิโลกรัมละ 4-5 บาท นำมาสู่ ข้อเรียกร้องให้ “ขึ้นภาษีนำเข้ากากข้าวสาลีจาก 0% เป็น 27%” ตามเดิม เพื่อจำกัดปริมาณการนำเข้าข้าวสาลี อย่างไรก็ตาม ขณะที่ผู้ผลิตอาหารสัตว์ยืนยันว่า จำเป็นต้องใช้ข้าวสาลี และ DDGS เพราะผลผลิตข้าวโพดในประเทศมีเพียงปีละ 4.5 ล้านตัน ไม่เพียงพอต่อดีมานด์ที่ต้องการ 8 ล้านตัน ต้องนำเข้า นำเข้าข้าวสาลี 2 แสนตัน กระทรวงพาณิชย์จึง
บริษัท เพ็ท โฟกัส จำกัด ในเครือเบทาโกร มอบอาหารสุนัขด็อก เอ็นจอย (DOG’njoy) และ อาหารแมวแค็ท เอ็นจอย (CAT’njoy) ให้กับกองควบคุมอาหารและยาสัตว์ กรมปศุสัตว์ สำหรับนำไปแจกจ่ายเพื่อแบ่งเบาภาระการดูแลสัตว์เลี้ยงให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสกลนคร ณ กรมปศุสัตว์ กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้
กรมการค้าภายใน ชง ครม. เคาะมาตรการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์รอบใหม่ ปี’61-63 ยึดกรอบเดิมตาม ปี’58-60 ตามความต้องการอาหารสัตว์เพิ่ม 4.5% ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานเข้ามาว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน ประชุมพิจารณาแนวทางการกำหนดนโยบายและมาตรการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ปี 2561-2563 เฉพาะในวัตถุดิบอาหารสัตว์ 3 รายการ ได้แก่ กากถั่วเหลือง ข้าวโพด ปลาป่น เบื้องต้น สมาคมผู้ผลิตปลาป่นไทย สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย สมาคมผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองและรำข้าวต่างให้ความเห็นตรงกันว่า ผลผลิตข้าวโพด กากถั่วเหลือง ปลาป่น ในประเทศมีไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องนำเข้าและได้เสนอให้ “คงมาตรการอัตราภาษี และเงื่อนไขการนำเข้า” เช่นเดียวกับแผนเดิม ปี 2558-2560 หลังจากนี้จะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบต่อไป ทั้งนี้ สาระสำคัญของมาตรการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ใหม่จะประกอบไปด้วย 1) กากถั่วเหลือง ให้นำเข้าตามกรอบความตกลง WTO มีภาษีในโควต้าอัตรา 2% และนอกโควต้า 119% สำหรับใช้ในการผลิตอาหารสัตว์เท่านั้น โดยมีผู้มีสิทธิ์นำเข้าจำนวน 11 ราย แต่มีเงื่อนไขให้ผู้นำเข้าต้
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ มุ่งมั่นส่งเสริมความยั่งยืนในการใช้ทรัพยากรทางทะเลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เดินหน้าความร่วมมือกับองค์กรและสมาคมต่างๆ ฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเล คาดในอีก 3 ปีข้างหน้าลดสัดส่วนการใช้ปลาป่นในสูตรอาหารสัตว์น้ำเหลือไม่เกิน 5 % น.สพ.สุจินต์ ธรรมศาสตร์ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฎิบัติการ สายธุรกิจสัตว์น้ำ ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทฯ มีเป้าหมายดำเนินงานเรื่องการใช้ทรัพยากรจากทะเลชัดเจน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดสู่ความยั่งยืน โดยเฉพาะลดการใช้ทรัพยากรทางทะเลด้วยการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ ลดการใช้น้ำทะเลในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ทำให้การผลิตอาหารกุ้ง สามารถลดสัดส่วนการใช้ปลาป่นจากเดิมที่ 35 % เหลือเพียง7% ในปัจจุบัน และในอีก 3 ปีข้างหน้าคาดว่าจะเหลือเพียง 5 % เท่านั้น ซึ่งเป็นส่วนที่เรายังสนับสนุนอุตสาหกรรมประมงที่ถูกกฎหมาย “บริษัทฯมีแนวทางชัดเจนในการปกป้อง อนุรักษ์ เพื่อความยั่งยืนของทรัพยากรทางทะเล โดยให้ความสำคัญการพัฒนานวัตกรรมสูตรอาหารกุ้ง เพื่อลดการใช้ปลาป่นซึ่งได้มาจากทรัพยากรทางทะเล รวมถึงการปรับปรุงพันธุ์จากการเลี้ยงกุ้งกุลาดำมาเป็น
เบทาโกรเปิดโรงงานใหม่ ขยายกำลังการผลิตอาหารสุนัขและแมว ด้วยวัตถุดิบจากโปรตีนคุณภาพ เทคโนโลยีทันสมัยที่สุดในอาเซียน ด้วยกระบวนการผลิตตามนโยบายด้านคุณภาพ (Quality) และความปลอดภัยด้านอาหาร (Food Safety) มาตรฐานสากลเทียบเท่าโรงงานผลิตอาหารของคน (Food Grade) รองรับลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ ตั้งเป้าโต 60% เครือเบทาโกร จัดงาน Grand Opening โรงงานผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง บริษัท เพ็ท โฟกัส จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเต็มรูปแบบแห่งแรกของเครือฯ ณ ตำบลช่องสาริกา อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี โดยมี นายสัตวแพทย์ยุคล ลิ้มแหลมทอง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ผู้บริหารเครือเบทาโกร อาทิ ดร.ชัยวัฒน์ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานกรรมการ ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติจากส่วนราชการต่างๆ คู่ค้า ลูกค้า เดินทางมาร่วมงานกันอย่างอบอุ่น นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือเบทาโกร กล่าวว่า ปัจจุบัน คนเลี้ยงสัตว์เลี้ยงด้วยความรักและผูกพัน เสมือนสมาชิกในครอบครัว จึงเป็นโอกาสของเบทาโกร ในการขยายกำลังการผลิตอาหา
โรงงานอาหารสัตว์จี้พาณิชย์แก้ปมชอร์ตซัพพลายวัตถุดิบ เหตุส่งออกไก่เพิ่ม แนะ “ผ่อนผัน” มาตรการจัดระเบียบนำเข้าข้าวสาลี 3 ต่อ 1 เป็น 2 ต่อ 2 เพิ่มสัดส่วนนำเข้าข้าวสาลีเป็น 2.2 ล้านตัน-แก้ประกาศฯ เปิดเสรีนำเข้าข้าวโพดเพื่อนบ้านตามความตกลงอาเซียน ขู่หากไม่แก้ไข พ่อค้าหัวใสลักลอบนำเข้าข้าวโพดมาใช้สวมสิทธิขายโรงงานแน่นอน แหล่งข่าวจากวงการข้าวโพดเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้ประชุมประเมินสถานการณ์เพื่อแก้ไขปัญหาราคาข้าวโพดร่วมกับตัวแทนสภาเกษตรกรและสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์เพื่อนำข้อสรุปที่ได้รายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แห่งชาติ (นบขพ.) ครั้งต่อไปซึ่งจะมีขึ้นเร็ว ๆ นี้ ประเด็นสำคัญที่มีการหารือกัน จากที่คาดการณ์ว่า ในปีนี้มีปัญหาการระบาดของโรคไข้หวัดนกในหลายประเทศ คาดว่าการส่งออกไก่ของไทยปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 750,000 ตัน จากปีก่อนที่ส่งออกได้ 720,000 ตัน ความต้องการใช้ข้าวโพดในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์มีปริมาณ 8 ล้านตัน แต่ผลผลิตข้าวโพดในประเทศมีเพียง 4.5 ล้านตัน ไม่เพียงพอต่อ
