เกษตรมูลค่าสูง
ในวันที่ตลาดเกษตรไม่ได้วัดความสำเร็จกันเพียงว่า “ปลูกได้มากแค่ไหน” กระวานจันทบุรีกำลังสะท้อนให้เห็นอีกมุมของการพัฒนาสินค้าเกษตร เมื่อพืชท้องถิ่นที่เติบโตอยู่กับพื้นที่และระบบนิเวศของเขาสอยดาว กำลังถูกนำกลับมามองใหม่ผ่านงานวิจัย วิทยาศาสตร์ และแนวคิดการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้จากเดิมที่ขายเป็นวัตถุดิบ กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดสุขภาพ ซึ่งเป็นตลาดที่ผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้น อาจารย์กิ๊ก – ผศ.ศิริภา วิทยาพรพิพัฒน์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาการจัดการเพื่อผู้ประกอบการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก พร้อมทีมวิจัย ลงพื้นที่ศึกษากระวานในจังหวัดจันทบุรี และพบว่าพืชชนิดนี้กำลังเผชิญกับโจทย์สำคัญทั้งเรื่องราคา ผลผลิตที่ลดลง สภาพภูมิอากาศ และการส่งต่ออาชีพจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง อาจารย์กิ๊ก เล่าให้ฟังว่า กระวานถือเป็นพืชอัตลักษณ์ท้องถิ่นของจังหวัดจันทบุรี โดยเฉพาะกระวานที่ให้ผลเป็นเมล็ด ซึ่งการผลิตค่อยๆ ลดลงตามแรงจูงใจของเกษตรกรที่เปลี่ยนไป หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือราคาที่ลดลง จากในอดีตที่เคยอยู่ประมาณ 700-800 บาทต่อกิโลกรัม เหลือเพียง 400-500 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้กา
ทุกวันนี้ผู้คนพูดถึงการทำเกษตรที่สร้างมูลค่าเพิ่มกันมากขึ้น แต่คำว่า “มูลค่าเพิ่ม” ไม่ได้หมายถึงการทำให้สินค้าราคาแพงขึ้นเท่านั้น หากหมายถึงการมองเห็นคุณค่าที่ซ่อนอยู่ในสิ่งธรรมดา แล้วค่อยๆ ใช้เวลา ความรู้ และความอดทน เปลี่ยนให้กลายเป็นสิ่งที่ผู้คนพร้อมจ่ายเพื่อครอบครอง “ไม้กฤษณา” คือหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด เพราะกว่าจะได้กลิ่นหอมเพียงไม่กี่หยด ต้องใช้เวลานับ 10 ปี และกว่าจะเข้าใจคุณค่าของต้นไม้ชนิดนี้ หลายคนอาจต้องเดินเข้าไปสัมผัสด้วยตัวเอง จึงจะรู้ว่าของแพงที่สุด บางครั้งไม่ได้เกิดจากความหายากเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากเรื่องราวที่เติบโตมาพร้อมธรรมชาติ “เราเป็นวิสาหกิจชุมชนไม้กฤษณา ที่รวมกลุ่มเกษตรกรปลูกไม้เบญจพรรณและไม้เศรษฐกิจในพื้นที่ของตัวเอง ปลูกกันมาเกือบ 30 ปีแล้ว ไม้กฤษณาเป็นหนึ่งในนั้น และวันนี้มันกลายเป็นไม้ที่สร้างทั้งรายได้และอาชีพให้กับพวกเรา” คุณเต็ก-ศุภเศรษฐ์ กิตติพล เจ้าของ “มีสุขฟาร์ม ผืนป่ากฤษณา” จังหวัดระยอง เริ่มต้นเล่าถึงเส้นทางของชุมชนที่ไม่ได้ปลูกกฤษณาเพียงเพื่อขายไม้ แต่ปลูกเพื่อสร้างระบบนิเวศ สร้างอาชีพ และ
เมื่อพูดถึง “สตรอว์เบอร์รีญี่ปุ่น” หลายคนคงนึกถึงผลสีแดงสด ผิวสวยเป็นเงา กลิ่นหอมเฉพาะตัว และรสชาติหวานฉ่ำ จนกลายเป็นผลไม้พรีเมียมที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั่วโลก ปัจจุบันสตรอว์เบอร์รีสายพันธุ์ญี่ปุ่นไม่ได้เป็นเพียงผลไม้ที่ต้องนำเข้าอีกต่อไป เพราะเกษตรกรไทยสามารถนำมาปลูกและพัฒนาคุณภาพผลผลิตได้ใกล้เคียงกับแหล่งกำเนิด ภายใต้การจัดการที่เหมาะสม ทั้งการควบคุมอุณหภูมิ ระบบน้ำ และการดูแลอย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ด้วยจุดเด่นด้านรสชาติ ความหอม และรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ทำให้สตรอว์เบอร์รีญี่ปุ่นกลายเป็นพืชมูลค่าสูงที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้ไม่น้อย โดยผลผลิตคุณภาพพรีเมียมสามารถจำหน่ายได้ในราคากิโลกรัมละหลักพันบาท เบื้องหลังผลสตรอว์เบอร์รีสีแดงสดที่หลายคนชอบใจนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นจากโชคช่วย แต่เกิดจากความใส่ใจตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ การเตรียมวัสดุปลูก การจัดการน้ำและธาตุอาหาร ไปจนถึงการดูแลสภาพแวดล้อมอย่างละเอียดในทุกวัน คุณบุญเกิด ยิ่งรักชัย ผู้ดูแล Boifarm ฟาร์มสตรอว์เบอร์รีญี่ปุ่น เล่าถึงจุดเริ่มต้นของฟาร์มแห่งนี้ว่า มาจากมิตรภาพระหว่างเจ้าของฟาร์มคือ คุณบอย-สยุมภู โตวัชรกุล กับเพื่อนช
ผู้เขียน : ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ มะม่วงเออร์วิน ใน “ญี่ปุ่น” หากเอ่ยถึงผลไม้ที่มีราคาแพงในยุคของญี่ปุ่น หลายคนอาจจะนึกถึงมะม่วงลูกสีแดงสวยของญี่ปุ่นที่ชื่อ “ไทโย โน ทามาโกะ” (Taiyo no tamago) เป็นแบรนด์มะม่วงแห่งจังหวัดมิยาซากิ มันมีความหมายว่า “ไข่ของพระอาทิตย์” ว่ากันว่า มีความหวานที่วัดได้มากถึงกว่า 18 บริกซ์ เลยทีเดียว ด้วยสีสันภายนอกที่สวยงาม และเนื้อที่ไร้เสี้ยน รสหวานฉ่ำติดลิ้น มะม่วงแบรนด์ “ไทโย โน ทามาโกะ” ของจังหวัดมิยาซากิ จึงเป็นของฝากที่มีค่ามากที่บริษัทใหญ่ๆ ในญี่ปุ่น มักสั่งจองหรือหาซื้อเพื่อให้กันสำหรับแทนคำขอบคุณ หรือมอบให้กับลูกค้าคนสำคัญ และมันยังเป็นผลไม้ราคาสูงที่มักไปปรากฏในห้างสรรพสินค้าใหญ่ หรือร้านอาหารหรู จังหวัดโอกินาว่า ที่เริ่มปลูกมะม่วงเออร์วินเป็นที่แรก หากย้อนกลับไป ชาวญี่ปุ่นจังหวัดโอกินาว่า ได้นำพันธุ์มะม่วงที่มีลูกสีแดงสด หวาน อร่อย เข้ามาจากทางประเทศไต้หวัน ในชื่อของมะม่วง IRWIN หรือออกเสียงว่า อ้ายเหวิน การทดลองปลูกมะม่วงไต้หวันสายพันธุ์นี้ในจังหวัดโอกินาว่าได้ผลดีจนเป็นที่น่าพึงพอใจมาก เนื่องจากจังหวัดโอกินาว่ามีอาณาเขตอยู่ส่วนล่างสุดของประเทศญี่ปุ่
มารู้จัก “วิสาหกิจชุมชนบ้านสีเขียว ณ บางด้วน” อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นศูนย์เรียนรู้การทำเกษตรชุมชนเมืองอัจฉริยะ ที่เปลี่ยนพื้นที่ว่างใต้ทางด่วน สู่พื้นที่เกษตรกรรมที่ใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม ภายใต้แนวคิด ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ยกระดับสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง สร้างเสริมความมั่นคงด้านอาหารและเพิ่มรายได้สู่ชุมชนคนเมือง จุดเริ่มต้นชุมชนสีเขียว ปี 2552 พี่อัมพร น่วมศิริ และ พี่แจ๊ส (คุณสมคิด น่วมศิริ) สองพี่น้องมีความสนใจปลูกผัก ต่อมาได้รับการสนับสนุนโต๊ะปลูกผักไฮโดรโปนิกส์พร้อมอุปกรณ์จำนวน 2 ชุด จากอำเภอเมืองสมุทรปราการและได้หาความรู้เพิ่มเติมจนได้ผลผลิตที่มีคุณภาพจำหน่ายในชุมชนสร้างรายได้ให้กับครอบครัว หลังจากนั้นมีการรวมกลุ่มเกษตรกรในท้องถิ่นขยายแปลงเพาะปลูกเป็น 15 แปลง และพัฒนากระบวนการผลิตจบได้รับมาตรฐาน GAP ในปี 2559 ได้ก่อตั้ง “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มบ้านสีเขียว ณ บางด้วน” อย่างเป็นทางการ ในปี 2563 ผลกระทบของ COVID-19 และสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ส่งผลกระทบต่อการจำหน่ายผลผลิตของทางกลุ่ม ขณะเดียวกันสมาชิกกลุ่มตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างพื้นที่ความมั่นคงด้านอาหาร จึงมีแน
ในช่วงเวลาที่โลกของการเกษตรต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน ทั้งจากความผันผวนของเศรษฐกิจ ภาวะภูมิอากาศ และต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การปรับตัวไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการอยู่รอด เกษตรกรยุคใหม่จึงไม่ได้ยึดติดกับรูปแบบเดิมเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องมองหาโอกาสใหม่ๆ ที่สามารถต่อยอดทรัพยากรเดิมให้เกิดมูลค่าเพิ่ม พร้อมทั้งกระจายความเสี่ยงได้อย่างยั่งยืน หนึ่งในแนวทางที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีศักยภาพ คือเกษตรผสมผสานที่เชื่อมโยงทั้งพืช สัตว์ และตลาดเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ คุณทศพล รุ่งเรืองใบหยก เกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด จังหวัดยะลา ประจำปี 2568 สะท้อนภาพของการเปลี่ยนผ่านจากเกษตรแบบดั้งเดิม สู่การเป็นเกษตรกรยุคใหม่ที่ใช้ความรู้ การวิเคราะห์ และการจัดการ มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอาชีพเกษตร โดยเฉพาะการยกระดับ “ปลาพลวงชมพู” จากปลาท้องถิ่นในลำธารป่าฮาลาบาลา ให้กลายเป็นสัตว์น้ำมูลค่าสูงที่เชื่อมโยงกับตลาดการท่องเที่ยวในอำเภอเบตงได้อย่างน่าสนใจ ราคายางผันผวน สู่ฟาร์มปลาทำเงิน คุณทศพล เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของเส้นทางนี้ ไม่ได้เกิดจากความตั
คุณส้ม–ยอดหญิง พรชัยสิทธิ์ เกษตรกรรุ่นใหม่เจ้าของสวนมะพร้าวน้ำหอม Coco Cowboy ได้นำเทคโนโลยี SNP maker มายืนยันพันธุกรรม(DNA) มะพร้าวทุกต้นบนพื้นที่ 80 ไร่เป็นมะพร้าวหมูสีพันธุ์แท้ 100 % มีรสหวานและหอม เพราะปลูกดูแลตามหลักวิชาการ พร้อมขยายมิติด้านการตลาด เน้นการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้า และพัฒนาไปสู่การสร้างแบรนด์ ‘Coco Cowboy’ ให้เป็นที่รู้จักและเป็นที่ต้องการของตลาดในวงกว้างมากขึ้น สามารถเพิ่มยอดขายมะพร้าวคุณภาพ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ได้อย่างสม่ำเสมอ . คุณส้มขยายช่องทางตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเพจบน Facebook การลงคลิปในแพลตฟอร์มต่างๆ ทำให้สวนแห่งนี้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และยังช่วยกระจายผลผลิตถึงมือลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะระบบขนส่งที่รองรับและตอบโจทย์ในปัจจุบัน รวมทั้งเปิดร้านคาเฟ่กลางสวนมะพร้าว และคาเฟ่สาขาหน้าพระพิฆเนศองยืนไหว้พระพิฆเนศ เพื่อนำมะพร้าวมาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบเครื่องดื่ม ของหวานและอาหารได้อีกทางหนึ่ง หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือสนใจเข้าชมสวน สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ คุณส้ม-ยอดหญิง พรชัยสิทธิ์ เจ้าของสวนมะพร้าวน้ำหอม Coco
แต่ละปี ราคาขายผลมะนาวมีความผันผวน ในช่วงราคาแพงและราคาที่ถูกมาก ส่งผลกระทบให้เกษตรกรขายมะนาวได้ในราคาต่ำ เกิดภาวะมะนาวล้นตลาด บริษัท เลมอนโกลด์ (แอล. เอ็ม. จี) จำกัด ในพื้นที่ตำบลท่าไม้ลวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกร โดยรับซื้อมะนาวในราคาที่เหมาะสม เพื่อนำไปแปรรูปเป็น น้ำมะนาวแช่แข็งส่งขายโมเดิร์นเทรด จุดเริ่มต้นกิจการ นายวิวัฒน์ พริ้งจำรัส กรรมการผู้จัดการ บริษัท เลมอนโกลด์ (แอล. เอ็ม. จี) จำกัด หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “ ไก่มะนาว” เล่าถึงเส้นทางการดำเนินธุรกิจว่า ผมอยู่มะนาวตั้งแต่เกิดก็ว่าได้ เพราะพ่อแม่ผมทำไร่มะนาวอยู่แล้ว แต่ตัวผมไม่อยากทำไร่จึงหนีไปเรียนช่างกล เรียนจบก็เป็นอาจารย์วิทยาลัยเทคนิค ในปี 2550 ผมตัดสินใจลาออกมาช่วยธุรกิจครอบครัว ที่รับซื้อมะนาวส่งขายในจังหวัดต่างๆ ต่อมาเกิดภาวะขาดทุนจากปัญหามะนาวล้นตลาด จึงตัดสินใจลงทุนทำธุรกิจมะนาวแช่แข็ง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มมะนาวและช่วยเหลือ ญาติพี่น้องที่มีอาชีพปลูกมะนาว “ บริษัทเราผลิตมะนาวแช่แข็งในลักษณะ OEM ส่งขายตลาดโมเดิร์นเทรด ปีแรกส่งขายประมาณ 2-3 ตัน ปี
เตรียมพบกับงานสัมมนาที่เหล่าเกษตรกรและผู้ประกอบการด้านเกษตรไม่ควรพลาด❗️ กับงานสัมมนา “กาแฟ-โกโก้-วานิลลา พิชิตตลาดโลก HIGH-VALUE AGRI FUTURE 2026” โดย เทคโนโลยีชาวบ้าน จัดขึ้นเพื่อถอดรหัส 3 พืชศักยภาพสูง ที่กำลังเป็นคำตอบใหม่ของภาคเกษตรไทย กับ “4 ไฮไลต์เด็ด” ที่ห้ามพลาด กับบูธแสดงสินค้านวัตกรรม “พืชมูลค่าสูง” ที่สร้างรายได้มั่นคงและแข่งขันได้ในเวทีพรีเมียม . . . Khao Yai Vanilla ‘สร้างแบรนด์–ทำตลาด’ ขายดีแบบมือโปร! . วานิลลาเป็น ‘พืชแห่งโอกาส’ ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง คุณนิกกี้-วิสุตา โลหิตนาวี เจ้าของไร่องุ่นในโซนเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา จึงตัดสินใจปลูกวานิลลา 2 ต้นในพื้นที่หลังบ้าน สู่การลงทุนขยายพื้นที่ปลูกวานิลลาอย่างจริงจัง รวม 10 ไร่ ในชื่อฟาร์ม “Khao Yai Vanilla” ที่บริหารจัดการด้วยระบบ smart farm และใช้พลังงานจาก solar cell 100% ผลผลิตของฟาร์มส่งขายกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร และร้านเบเกอรี่ ที่ต้องการนำวานิลลาไปใช้โดยตรง หรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น วานิลลาชูการ์ เพื่อใส่ในชา, กาแฟ, และเครื่องดื่มอื่นๆ . 🌟 งานสัมมนาในครั้งนี้ สายช้อปห้ามพลาด! เขาใหญ่วานิลลา จัดเตรียมสินค้า ทั้งฝั
จากลูกชายเกษตรกรสวนยางพาราในตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ที่เคยคิดว่าชีวิตจะต้องผูกพันกับยางพาราเหมือนรุ่นพ่อแม่ แต่เมื่อสวนยางที่มีอายุ 40-50 ปีถึงคราวต้องโค่น อีกทั้งคนรุ่นใหม่ไม่อยากวนกลับไปเจอกระบวนการผลิตยาง คุณอาร์ม-ปฤญจ์ นิพัทธโกศลสุข เจ้าของแบรนด์ อินฟินิท คาเคา ( Infinite cacao ) ได้ตัดสินใจครั้งสำคัญ “ค้นหาพืชใหม่” ที่จะมาแทนยาง และก็พบคำตอบใน “โกโก้” พืชที่เมื่อ 10 ปีก่อนแทบไม่มีใครในไทยรู้จัก แต่คุณอาร์มกลับมองเห็น “โอกาส” ที่จะต่อยอดจากพืชชนิดนี้ จากการทดลองเล็กๆ สู่การปลูกจริงจัง คุณอาร์ม เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกได้ทดลองปลูกพืชหลายชนิด อย่างละ 1-2 ต้น และหนึ่งในนั้นคือโกโก้ แม้ไม่มีความรู้ด้านเกษตรมาก่อน แต่คุณอาร์มพบว่าโกโก้เป็นไม้ที่มีความอึด สามารถอยู่รอดได้แม้ขาดการดูแลเต็มที่ ความแข็งแรงเช่นนี้ทำให้คุณอาร์มตัดสินใจเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ลงทุนปลูกโกโก้เต็มพื้นที่กว่า 25 ไร่ “ช่วงนั้นสายพันธุ์มีไม่กี่ตัวเลือก ลูกผสมชุมพรที่จะหาง่ายหน่อย ผมก็ไปที่ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพรเเล้วจองข้ามปี จากนั้นก็ไปหาอีกที่หนึ่งไว้ด้วย อีกที่หนึ่งที่อยู่ที่จันทบุรี พร้อม
