เกษตรอินทรีย์
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 4 ถอดบทเรียนเกษตรกรทำอินทรีย์ ยกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์และปลอดภัย ตำบลท่ากระเสริม และ กลุ่มเครือข่ายผู้ผลิตผักอินทรีย์ ตำบลเมืองเก่าพัฒนา จังหวัดขอนแก่น เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ มั่นใจ การรวมกลุ่ม มุ่งมั่น และพัฒนาร่วมกัน จะก้าวไปสู่ความสำเร็จให้การทำเกษตรอินทรีย์แน่นอน นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 4 จังหวัดขอนแก่น (สศท.4) ได้ถอดบทเรียนเกษตรกรจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ โดยลงพื้นที่ติดตามเกษตรกรกลุ่มผู้ผลิตพืชผักและผลไม้ที่ประสบความสำเร็จ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ประกอบด้วย กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์และปลอดภัย ตำบลท่ากระเสริม อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น และ กลุ่มเครือข่ายผู้ผลิตผักอินทรีย์ ตำบลเมืองเก่าพัฒนา อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์และปลอดภัย ท่ากระเสริม มีนายสมควร พันธัง เป็นประธานกลุ่ม ปัจจุบันมีสมาชิก 35 ราย เน้นแนวคิด การได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัยไร้สารเคมี ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ธวัชร กิตติปัญโยชัย ชาวนาในพื้นที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม สมาชิกกลุ่มข้าวอินทรีย์สุขใจ เครือข่ายสามพรานโมเดล เลือกที่จะทำเกษตรแบบผสมผสาน เปลี่ยนวิถีชีวิตจากการทำเกษตรเคมี มาสู่ระบบอินทรีย์ โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักในการดำเนินชีวิต จนประสบความสำเร็จ สร้างตลาดเป็นของตัวเอง และกำหนดราคาขายได้เอง สร้างความสุขที่ยั่งยืนให้กับครอบครัว ในอดีต ธวัชร เคยตกอยู่ในสภาพเดียวกับชาวนาทั่วไปที่ต้องนำผลผลิต เข้าระบบการจำนำ การประกันราคาข้าว ตามมาตรการของรัฐในยุคต่างๆ แม้จะขายข้าวได้ราคา แต่ไม่มีเงินให้เหลือเก็บ เขาจึงเปลี่ยนวิถีชีวิตตัวเอง หันกลับไปสู่การทำเกษตรแบบผสมผสานด้วยระบบอินทรีย์ เพื่อลดต้นทุนการผลิต ธวัชร เล่าย้อนให้ฟังว่า ในอดีตที่ดินทำกินแห่งนี้เคยปลูกส้มโอทั้งหมด โดยใช้ปุ๋ยและยาเคมีในการผลิต มาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ทำให้หน้าดินเสื่อมอย่างหนัก หลังน้ำท่วมใหญ่ในปี2554 ได้เปลี่ยนมาทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ทำนาอยู่ตรงกลางแล้วใช้สวนล้อมรอบ เข้าร่วมโครงการสามพรานโมเดล เพื่อเรียนรู้วิถีการทำเกษตรอินทรีย์อย่างเต็มรูปแบบ การทำนาอินทรีย์ หากไม่มีความมานะ อดทน ประสบความสำเร็จยาก ธวัชร เล่าว่า รอบแรกขอ
งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 5 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เท่นอกกรอบ…ขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์สู่ชีวิตที่สมดุล” จัดโดย สามพรานโมเดล และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว ระหว่าง วันที่ 7-9 ธันวาคม พ.ศ. 2561 ที่สวนสามพราน จ. นครปฐม โดยมีผู้สนใจมาร่วมงานอย่างล้นหลาม เพื่อซื้อพืชผักและสินค้าอินทรีย์ตรงจากเกษตรกรในเครือข่ายสามพรานโมเดล และเครือข่ายจากทั่วประเทศเกือบ 300 ราย รวมถึงช็อปความรู้และแรงบันดาลใจ กระบวนการทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์ ทั้งเรื่องการปลูก การตลาด และมาตรฐานอินทรีย์ การจัดการเรื่องท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ และการสร้างผู้นำร่วมเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ระบบอาหาร รวมถึงการขับเคลื่อนสามพรานโมเดล กิจกรรมไฮไลท์ ที่ได้รับความสนใจอย่างสูงในปีนี้ คือ การเปิดตัวสามพรานโมเดล อะคาเดมี่ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และเผยแพร่องค์ความรู้ระบบอาหารอินทรีย์ และการเปิดรับสมัคร นักขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์สู่ชีวิตที่สมดุล รวมถึงการร่วมใส่ใจสิ่งแวดล้อม Go Green ในงานนี้ด้วย หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ประธา
ยิ่งใกล้บรรยากาศยิ่งคึกคัก สำหรับการจัดงานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 5 ภายใต้แนวคิด “เท่นอกกรอบ… ร่วมขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์สู่ชีวิตสมดุล” ที่สามพรานโมเดล ร่วมกับททท. และกลุ่มภาคีเครือข่าย จัดขึ้น เพื่อรวมพลัง สร้างระบบอาหารยั่งยืน ระหว่าง วันที่ 7-9 ธันวาคมนี้ ที่ สวนสามพราน จ.นครปฐม ตลอดทั้ง 3 วัน สร้างสรรค์กิจกรรมดีๆมากมายมาให้ได้สัมผัส เปิดให้เข้างานฟรี..!! สำหรับกิจกรรมไฮไลท์น่าสนใจ ที่คนรักสุขภาพ คนที่ชื่นชอบวิถีอินทรีย์ รวมถึงผู้บริโภคทุกเพศทุกวัยไม่ควรพลาด นอกจากจะจัดงานในบรรยากาศธรรมชาติของสวนสามพรานแล้ว ยังระดมผลผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์จากเกษตรกรเครือข่ายทั่วประเทศ สามพรานโมเดล มาให้ ชม ช้อป ชิมกันมากว่า 200 บูธ ทั้งยังเตรียมเปิดตัวสามพรานโมเดล อะคาเดมี ในงานนี้ด้วย และตลอดทั้งสามวัน ที่โซนเวทีกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีเสวนาหัวข้อดีๆ มากมาย สลับกับกิจกรรมเวิร์คช้อป ที่สามารถเรียนรู้และสนุกร่วมกันได้ทั้งครอบครัว.!!! อาทิ สาธิตการทำสลัดโรลต้นอ่อนผักบุ้งออร์แกนิก และการเพาะต้นอ่อนผักบุ้งออร์แกนิก การทำการทำแป้งกล้วย การทำขนมบ้าบิ่นกล้วยน้ำว้าจี่, การทำน้ำปลาธรรมชาติแบบภูมิปัญญาชาวบ
ใช้เวลาบ่มเพาะประสบการณ์การทำงานส่งเสริมเกษตรอินทรีย์มายาวนานถึง 8 ปี บวกกับความรู้การขับเคลื่อน Organic Tourism ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จนก่อเกิดนวัตกรรมและบทพิสูจน์ความสำเร็จ ในการสร้างระบบอาหารสมดุล อย่างเป็นรูปธรรมครบทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ รวมถึงพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้สามารถพึ่งพาตนเองและอยู่ได้อย่างยั่งยืน มาวันนี้สามพรานโมเดล เติบโตไปอีกก้าว ยกระดับการขับเคลื่อน ประกาศจัดตั้ง สามพรานโมเดล อะคาเดมี (Sampran Model Academy) เพื่อทำหน้าที่ถ่ายทอดประสบการณ์ แชร์คุณค่าการขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์สู่ชีวิตสมดุล หวังให้กระจายเมล็ดพันธุ์อินทรีย์ให้เจริญงอกงามคลอบคลุมไปทั่วทุกพื้นที่ประเทศไทย ล่าสุดในงานแถลงข่าวการจัดงานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 5 “เท่นอกกรอบ…ขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์สู่ชีวิตที่สมดุล” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ สวนสามพราน มีภาคีจากภาคส่วนต่างๆ ที่ร่วมขับเคลื่อนระบบอาหารสมดุลกับสามพรานโมเดล มาร่วมแชร์ประการณ์ตรง ผ่านเวทีเสวนาใน หัวข้อ “เปิดเส้นทางขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์สู่ชีวิตที่สมดุล” คุณอรุษ น
เมื่อเร็วๆ นี้ คณะผู้บริหารระดับสูง จากประเทศคู่ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาของประเทศไทย จำนวน 11 ประเทศ ได้แก่ ประเทศบรูไน โคลัมเบีย ลาว มาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บังกลาเทศ ศรีสังกา เยอรมนี รวมถึง ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปชิฟิก ศึกษาดูงานการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ สู่การสร้างระบบอาหารสมดุล ภายใต้สามพรานโมเดล และ Organic Tourism รวมถึงศึกษาการดำเนินธุรกิจของสวนสามพราน เพื่อเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในภาคการท่องเที่ยวและงานพัฒนาชุมชน ที่ก่อเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยการศึกษาดูงานครั้งนี้ เป็นหนึ่งในโปรแกรมการอบรมหลักสูตร Sufficiency Thinking in Sustainable Development (STiSD) ครั้งที่ 2 ที่ กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดขึ้น ระหว่าง วันที่ 19-23 ตุลาคม 2561 ณ สวนสามพราน จ.นครปฐม ในครั้งนี้ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) โดย รศ.ดร.วิชิตา รักธรรม รองคณบดี งานบริการวิชาการ องค์กรผู้ร่วมจัดอบรม ได้เชิญ คุณอรุษ นวราช ผู้บริหารสวนสามพราน แ
สหกรณ์เกษตรอินทรีย์เชียงใหม่ จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ.2546 สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 363 หมู่ 4 ตำบลหนองจ๊อม อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ สมาชิกแรกตั้ง 202 คน ทุนแรกตั้ง 1,138,774.00 บาท มีรายได้กว่าปีละ 4ล้านบาท ปัจจุบัน สหกรณ์แห่งนี้ ดำเนินธุรกิจ 6 ธุรกิจ ประกอบด้วย ธุรกิจรวบรวมผลิตผล (รวบรวมข้าวเปลือก) ธุรกิจสินเชื่อ ธุรกิจรับฝากเงิน ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย ธุรกิจแปรูปผลผลิตทางการเกษตรและการผลิตสินค้าสหกรณ์รวบรวมข้าวเปลือกเพื่อแปรรูปเป็นข้าวกล้องเพื่อจำหน่าย ธุรกิจให้บริการและส่งเสริมการเกษตร สหกรณ์ดำเนินการจัดหาตลาดเพื่อจำหน่ายสินค้าการเกษตรอินทรีย์ให้สมาชิก มีรายได้ค่าบริหารตลาดนัด มีรายได้กว่าปีละ 4 ล้านบาทโดยรายได้หลักมาจากธุรกิจแปรรูปผลผลิตและผลิตสินค้ามากที่สุด รองลงมาเป็น ธุรกิจรวบรวมผลิตผล ช่องทางการตลาดของสมาชิกสหกรณ์ ประกอบไปด้วย ตลาดในโรงเรียนดาราวิทยาลัย ตลาดในโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย ตลาดนัดเจเจมาร์เก็ต จำหน่ายวันเสาร์ ตลาดในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ หมู่บ้าน Land and House แม่โจ้ และช่องทางการจำหน่ายข้าวอินทรีย์ ได้แก่ ร้านค้าสหกรณ
คุณผกามาศ เพิ่มแสงสุวรรณ หรือ คุณนก เจ้าของไร่ทรงสุวรรณ อยู่เลขที่ 48/1 หมู่ที่ 5 ตำบลหนองโพ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เล่าที่มาของความชอบทำเกษตรว่า แต่เดิมทำงานด้านบัญชีอยู่ในกรุงเทพฯ ด้วยนิสัยที่ชื่นชอบปลูกต้นไม้ จึงใช้เวลาในวันหยุดกลับไปเยี่ยมบ้านเกิด แล้วทำสวนปลูกพืชไว้เป็นงานอดิเรก เนื่องจากที่บ้านมีพื้นที่ในการเลี้ยงวัวนมอยู่ คุณผกามาศ เพิ่มแสงสุวรรณ หรือคุณนก ภายหลังลงมือปลูกพืชผักหลายชนิดจนประสบความสำเร็จ ทำให้ยิ่งมีความรู้สึกสนุกและผูกพัน จึงค่อยๆ พัฒนารูปแบบการปลูก ตลอดจนเพิ่มพันธุ์พืชอีกหลายชนิด กระทั่งพบว่าตัวเองหลงรักงานเกษตรเข้าอย่างเต็มที่ จากนั้นตัดสินใจเลิกอาชีพนักบัญชี แล้วผันตัวเองมาสู่วงการเกษตรอินทรีย์อย่างเต็มตัว แม้จะไม่ได้รับความเห็นชอบจากครอบครัวสักเท่าไร คุณนก เล่าว่า จากสภาพพื้นที่เดิมก่อนจะมาใช้ประโยชน์ พบว่า ดินมีคุณภาพแย่มาก เพราะใช้ดินก้นบ่อที่ไม่มีธาตุอาหารมาถม ปลูกอะไรก็ไม่ได้ผล ทำให้ต้องปรับปรุงฟื้นฟูสภาพดินด้วยการใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ผสมคลุกเคล้ากับหญ้า นำไปใส่ในดินแล้วไถกลบไป-มา หลายครั้ง ทำเช่นนี้นานประมาณ 2 ปี จึงทำให้ดินกลับมามีสภาพดีขึ้นมาก สามา
เกษตรกร 70 ราย เข้าสู่มาตรฐานออร์แกนิคไทยแลนด์ จำหน่ายผลผลิต 4,000-5,000 กิโลกรัม/เดือน “ปั้นดินดำ น้ำชุ่ม นนทบุรีเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์” ดันเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ชูผัก-ผลไม้อินทรีย์ ที่เป็นมิตรต่อผู้ผลิต ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่เกษตรกรผู้ผ่านการอบรม ภายใต้ โครงการ “การพัฒนาการผลิตและการตลาดพืชปลอดภัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่เกษตรกรผู้ผ่านการอบรม โครงการ “การพัฒนาการผลิตและการตลาดพืชปลอดภัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”ของสำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี โดยการจ้างที่ปรึกษา (บริษัท ไบโอ-อะกริ จำกัด) จัดทำและดำเนินโครงการติดตามการทำเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจรจากการผลิตสู่การตลาด ด้วยนวัตกรรมระบบ ICM สำหรับการผลิตพืชอินทรีย์ อย่างต่อเนื่องให้กับเกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย 100 ราย ในพื้นที่นำร่อง ตำบลบ้านใหม่ อำเภอบางใหญ่ และตำบลราษฎรนิยม อำเภอไทรน้อย โครงการนี้สามารถสร้างเกษตรกร 70 ราย ที่มีความพร้อมในการยื่นขอรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (Organic Thailand) แปลงผลิต และส่งมอบผลผลิตให้ก
ปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาหารเพื่อสุขภาพกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น จะเห็นได้จากหลายๆ ท่าน ค่อนข้างใส่ใจเรื่องอาหารการกิน รวมไปถึงการเลือกวัตถุดิบที่นำมาปรุงอาหารก็ล้วนแต่เป็นวัตถุดิบที่ผ่านการปลูกแบบไม่ใช้สารเคมีหรือที่ปลูกในระบบอินทรีย์นั้นเอง การทำเกษตรอินทรีย์ ไม่ได้รวมไปถึงในเรื่องของการผลิตพืชผักเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีการนำมาปรับใช้กับการทำปศุสัตว์อีกด้วย เช่น การเลี้ยงไก่เชิงระบบอินทรีย์ ตลอดไปจนถึงการเลี้ยงไก่ไข่ให้เป็นไก่อารมณ์ดี ที่เลี้ยงในคอกหรือรั้วที่มีพื้นที่อิสระ บริเวณกว้าง ด้วยระบบให้กินอาหารอินทรีย์ จึงทำให้ไข่ที่ออกมาสามารถจำหน่ายได้ราคา จนสินค้ามีไม่พอจำหน่ายทีเดียว สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นสถาบันที่มีความพร้อมในเรื่องงานวิจัยและเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อพัฒนาการทำเกษตรอินทรีย์ให้มีความยั่งยืนมากขึ้น จึงได้มี โครงการ “ต้นแบบการทำเกษตรอินทรีย์ KMITL” (The KMITL organic agriculture model) เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ของการทำเกษตรอินทรีย์ให้กับเกษตรกรและผู้ที่สนใจอยากเรียนรู้ในเรื่องนี้ ด้วยศักยภาพงานวิจัย และความพร้อมของเทคโนโลยี ผศ.ดร. สุพัตรา โพธิ์เอี
