เกษตรอินทรีย์
มูลนิธิสังคมสุขใจ และร้านปลูกปั่น ร่วมกันจัดกิจกรรมท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ นำคณะนักปั่นจักรยานส่งสินค้าประจำร้านกว่า 30 ชีวิต ร่วมทริป “ปลูกปั่น ปั่นตามวิถีอินทรีย์สุขใจ” ปั่นจักรยาน ไปชม ชิม ช็อป ผลผลิตเกษตรอินทรีย์ของเกษตรกรเครือข่ายสามพรานโมเดล พื้นที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อศึกษาแหล่งที่มาของวัตถุดิบอินทรีย์ และสัมผัสวิถีชีวิตเกษตรกร หวังเพิ่มความเชื่อมั่นวิถีอินทรีย์ และกระตุ้นผู้บริโภคตระหนักรู้คุณค่าของออร์แกนิก ที่ไม่ใช่แค่ดีต่อสุขภาพ แต่ก่อเกิดผลดีตลอดห่วงโซ่อาหาร อรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการ สามพราน ริเวอร์ไซด์ และผู้ก่อตั้งสามพรานโมเดล กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมนี้จัดขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะร้านปลูกปั่น เป็นกิจกรรมการท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ หรือ Organic Tourism ที่เป็นการเชื่อกันระหว่างผู้ประกอบการกับเกษตรกรที่ผลิตระบบอินทรีย์ มาเข้าใจกัน ซื้อขายผลผลิตร่วมกัน และสื่อสารต่อให้ผู้บริโภคเข้าใจความสำคัญของออร์แกนิก เพื่อให้เห็นคุณค่าวิถีอินทรีย์ ที่ไม่ใช่แค่ดีต่อสุขภาพ แต่ดีต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เป็นการสร้างระบบอาหารสมดุลยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อาหาร “ปลูกปั่น เป็นหนึ่งใ
” จังหวัดน่าน ” กำลังเผชิญกับวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ทั้งตัวเลขผืนป่าที่ลดลงกลายเป็นไร่ข้าวโพดและภูเขาหัวโล้น ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของคนเมืองน่านแล้ว ยังส่งผลกระทบถึงคุณภาพชีวิตคนที่อยู่ปลายน้ำ ที่อาศัยน้ำกินน้ำใช้ในลุ่มเจ้าพระยาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ … น่ี่คือปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่คนไทยต้องช่วยกันแก้ไขอย่างเร่งด่วน • จังหวัดน่านมีสภาพภูมิประเทศเป็นป่าต้นน้ำและภูเขา มีจำนวนพื้นที่ทั้งหมด 7, 51,585.93 ไร่ ในปี 2507 มีเขตพื้นที่ป่าตามกฎหมาย 6,435,792.16 ไร่ หรือร้อยละ 84 และมีพื้นที่นอกเขตป่าไม้ 1,215,793.77 ไร่หรือร้อยละ 16 • ในปี พ.ศ. 2556 มีจำนวนพื้นที่ป่าไม้เมืองน่านทั้งหมด 4,892,272.80 ไร่หรือร้อยละ 66 (เอกสารงานสัมมนาวิชาการ“รักษ์ป่าน่าน” 2557) ปริมาณป่าไม้ที่ลดลงเป็นจำนวนมากในช่วงเวลา 15 ปีที่ผ่านมา โดยสาเหตุหลักมาจากความล้มเหลวในการทำเกษตรกรรม มีการบุกรุกทำลายพื้นที่ป่าอย่างต่อเนื่องเพื่อขยายพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้อมูลสถิติจากลุ่มงานสารสนเทศ สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน ปี 2554 พบว่า จังหวัดน่านมีการนำเข้าสารเคมี ส่วนใหญ่เป็นสารเคมีป
เมื่อเร็วๆ นี้ Sustainable Food Lab (Thailand) หรือ แล็บอาหารยั่งยืน (ประเทศไทย) โดยดร.อุดม หงส์ชาติกุล และ คุณอรุษ นวราช ผู้ร่วมก่อตั้งองค์กร และริเริ่มขับเคลื่อน Organic Tourism เปิดห้องปฏิบัติการทางสังคม (Social Lab) ระดมพลังสมอง ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ร้านอาหาร เกษตรกร นักวิชาการ รวมถึงผู้บริโภค ในพื้นที่กรุงเทพฯ กว่า 30 คน ที่สนใจด้านเกษตรอินทรีย์ และ การท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ ร่วมออกแบบแผนการขับเคลื่อน Organic Tourism เพื่อความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อาหาร สู่การสร้างระบบอาหารสมดุลและยั่งยืน ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 กุมภาพันธ์ 2561 ณ สามพราน ริเวอร์ไซด์ อ.สามพราน จ. นครปฐม โดยการจัด Social Lab ครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) องค์กรสำคัญที่สนับสนุนแนวคิด Organic Tourism ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการท่ องเที่ยวอย่างยั่งยืนของททท. เข้าร่วมกระบวนการนี้ด้วย อีกทั้ ง ททท.พร้อมจะร่วมขับเคลื่อนเรื่องนี้ไปด้วยกัน หวังดันให้ไทยเป็นประเทศแรกของ
วันที่ 1 มีนาคม 2561 ที่ข่วงเมืองน่าน จ.น่าน เลมอนฟาร์ม ร่วมกับสำนักวิชาทรัพยากรการเกษตร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและ สสส. จัดพิธีให้คำปฏิญญา (Pledge) ของเครือข่ายเกษตรอินทรีย์PGSน่าน ที่มุ่งแสดงเจตจำนงทำการผลิตพืชผักเกษตรอินทรีย์อย่างซื่อตรงต่อผู้บริโภคตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวเป็นกรณีศึกษาในการใช้ห่วงโซ่เกษตรอินทรีย์ทั้งระบบเพื่อสร้างอาหารที่สะอาดแก่ผู้บริโภค และสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยในการเลี้ยงชีพให้สามารถหยุดการปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่ใช้เคมีเข้มข้นไปสู่เกษตรอินทรีย์ มีรายได้ ลดหนี้ และจะเป็นรูปแบบหนึ่งในการช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมปนเปื้อนสารเคมีของ จ. น่าน และร่วมแก้ปัญหาป่าน่านที่มีความสำคัญยิ่งในฐานะเป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาถึง 40% และแก้ปัญหาสุขภาพของคนเมืองน่าน นางสุวรรณา หลั่งน้ำสังข์ กรรมการผู้จัดการ เลมอนฟาร์ม ให้รายละเอียดงานว่า การพัฒนาเครือข่ายเกษตรกรอินทรีย์ PGS ที่จังหวัดน่านดำเนินการโดยเลมอนฟาร์ม ร่วมกับสำนักวิชาทรัพยากรการเกษตร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้การสนับสนุนของ สสส. โดยดำเนินการพัฒนารูปแบบกรณีศึกษาการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ โดยใช้ Lemon F
นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทยน้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทั่วประเทศไทยผ่านโครงการ แค่ใจก็เพียงพอ ตามพ่อที่พอเพียง พาสื่อมวลชนสู่จังหวัดมหาสารคามเพื่อพบกับบุคคลต้นแบบ นายพงพัฒน์ แก้วพะเนาว์ เกษตรกรตัวอย่างที่น้อมรับคำสอนการพึ่งพาตนเองและดำเนินการต่อยอดแนวทางการทำเกษตรอินทรีย์จนประสบความสำเร็จ การเดินทางครั้งที่ 9 ของโครงการ “แค่ใจก็เพียงพอ ตามพ่อที่พอเพียง” ครั้งนี้ สื่อมวลชนได้พบกับ นายพงพัฒน์ผู้ก่อตั้ง แก้วพะเนาว์ ออร์แกนิค ฟาร์ม ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ ‘Young Smart Farmer’ จากดีแทค และกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รางวัลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่องบุคคลผู้ที่ได้นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการนำมาปฏิบัติด้านกิจการเกษตรรวมถึงสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจที่มั่นคงให้กับเกษตรกรทุกคน นายพงพัฒน์ได้รับแรงบันดาลใจจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในเรื่องความพอเพียง โดย แก้วพะเนาว์ ออร์แกนิค ฟาร์ม ได้ผสมผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ มาปรับใช้จนเกิดความแม่นยำในการเก็บเกี่ยว รวมถึงระบบน
เครือข่ายปฏิบัติการ ซีเอสอาร์ ตอบโจทย์สุขภาพคนเมืองจัด Workshop Organic DIY พาลงพื้นที่พบเกษตรกรอินทรีย์ตัวแม่ ลงมือทำจริง ทั้งปลูกและแปรรูป คุณพิมพร ศิริวรรณ ผู้จัดการเครือข่าย ปฏิบัติการ CSR for Thailand เปิดเผยว่า ทางเครือข่ายฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการมีสุขภาพที่ดี ไม่เจ็บป่วยด้วยการบริโภคอาหารทีี่มีประโยชน์ ในกระบวนการผลิตอาหารตั้งแต่ต้นทางคือ การเลือกใช้วัตถุดิบที่ปลอดภัยมาปรุงอาหาร โดยเฉพาะข้าว พืชผัก ผลไม้ ที่ปลูกในระบบเกษตรอินทรีย์ คือปลูกด้วยดิน ไม่ใชปุ๋ยเคมี ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ไม่ใช้ยาฆ่าหญ้า และใส่ใจระบบนิเวศน์ รวมถึงมีความมุ่งมั่นในการเชื่อมโยงผู้บริโภคให้ไปรู้จักแหล่งปลูกพืชผักอินทรีย์ ตามแนวทางของสามพรานโมเดล เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ และห่วงโซ่อาหารสมดุลทั้งต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ ทางเครือข่ายฯ จึงริเริ่มจัดกิจกรรมลงพื้นที่พาคนเมืองซึ่งเป็นคนปลายน้ำไปเรียนรู้กระบวนการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ จากเกษตรกรอินทรีย์ ที่เป็นคนต้นน้ำโดยตรงพร้อมฟังประสบการณ์องค์ความรู้ แรงบันดาลใจ และความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นทั้งต่อสุขภาพ ความเป็นอยู่ของครอบครัวเกษตรกร หลังจากเลิ
กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดยุทธศาสตร์ผลักดันสินค้าเกษตรอินทรีย์ 4 ด้าน เพื่อให้สอดคล้องยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ พ.ศ. 2560-2564 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีวิสัยทัศน์ พันธกิจหลักที่ต้องการให้ “ไทยเป็นผู้นำในระดับภูมิภาค ด้านการผลิต การบริโภค การค้าสินค้า และการบริการเกษตรอินทรีย์ ที่มีความยั่งยืน และเป็นที่ยอมรับระดับสากล” นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุว่า ยุทธศาสตร์เกษตรอินทรีย์ ประกอบด้วย 1.สร้างความรู้ ตลอดห่วงโซ่สินค้า ถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับ การเพิ่มมูลค่าสินค้า คุณภาพสินค้าต้องให้เป็นที่ยอมรับในการบริโภค การซื้อขาย 2.การรับรองมาตรฐานของสินค้าเกษตรอินทรีย์ ทั้งในระดับสากลและในระดับประเทศ เช่น มาตรฐานของสหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ (International Federation of Organic Agriculture Movements-IFOAM) ระบบรับรองมาตรฐานและส่งเสริมกระบวนการตรวจรับรองแบบมีส่วนร่วม (participatory guarantee system : PGS) ซึ่งเป็นระบบ “ชุมชนรับรอง” เป็นการรับรองเกษตรกรที่เป็นสมาชิกของกลุ่มโดยองค์กรผู้ผลิตเอง และมาตรฐานอื่น ๆ ที่หน่วยงานที่เป็นที่ยอมรับในการเข้ามารับ
นายประยงค์ ภูดินทราย เกษตรจังหวัดปราจีนบุรี เข้าเยี่ยมเยียนเกษตรกร ณ ตลาดเกษตรกรจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งสนับสนุนโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดปราจีนบุรี กรมส่งเสริมการเกษตร นายประยงค์กล่าวว่า “ผลผลิตที่เกษตรกรนำมาจำหน่ายในตลาดเกษตรกรจังหวัดปราจีนบุรีนั้น จำหน่ายโดยเกษตรกรผู้ผลิตจริง ซึ่งนำมาจำหน่ายให้ผู้บริโภคโดยตรง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง จึงทำให้มั่นใจได้ว่าผลผลิตที่เกษตรกรนำมาจำหน่ายนั้น สด สะอาด ปลอดภัย และราคาย่อมเยา” โดยนางสาวพัชรินทร์ พุทธฤทธิ์ Young Smart Farmer จังหวัดปราจีนบุรี เจ้าของนาถนรินทร์ไฮโดรฟาร์ม กล่าวถึงเหตุผลที่มาจำหน่ายผลผลิตในตลาดเกษตรกรจังหวัดปราจีนบุรีว่า “เป็นการส่งเสริมให้ผู้บริโภคผู้ผลิตเจอกันโดยตรง สามารถเพิ่มช่องทางการตลาดในการกระจายสินค้า และเป็นการประชาสัมพันธ์ฟาร์มของผู้ผลิตอีกทางหนึ่ง” ซึ่งตลาดเกษตรกรจังหวัดปราจีนบุรีนี้ จะเปิดจำหน่ายผลผลิตทุกวันศุกร์ เวลาประมาณ 05.00 น. เป็นต้นไป บริเวณลานหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.5 ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี
สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.)เดินหน้าขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ จัดหลักสูตรอบรมโครงการอบรมพัฒนาศักยภาพของผู้นำองค์กรเกษตรกรหนุนตัวแทนองค์กรเกษตรกรพัฒนาทักษะการเรียนรู้ สร้างพลังร่วมขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ทั่วประเทศ โดยเวทีแรกจัดที่ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนจังหวัดลำปาง ในระหว่างวันที่ 9-11 กุมภาพันธ์ 2561 นายสมยศ ภิราญคำ รองเลขาธิการ รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เปิดเผยว่าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) และมูลนิธิสัมมาชีพ (มสช.) ร่วมจัดทำหลักสูตรอบรมโครงการอบรมพัฒนาศักยภาพของผู้นำองค์กรเกษตรกรเพื่อให้ผู้ที่เข้าอบรมมีความรู ความเข้าใจ ในด้านการจัดการวิสาหกิจชุมชน การทำเกษตรอินทรีย์ การวางแผนการผลิต แผนธุรกิจ โดยนำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดให้กับสมาชิกในองค์กรและชุมชนได้ เกิดการพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน สอดคล้องตามเจตนารมณ์และวัตถุประสงค์ของกองทุนฟื้นฟูฯ ที่มาของการจัดอบรมในครั้งนี้ เกิดจากการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง กฟก. กับ มสช. ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงานมีเจตนารมณ์ร่วมกันในการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรและองค์กรเกษตรกร รวมถึงการพ
ช่วงไม่กี่ปีมานี้ มนุษย์เงินเดือนกลุ่มหนึ่งตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพเป็นเกษตรกรเต็มตัว “คุณนิศากร ฝ้ายเครือ” หรือ คุณว่าน อายุ 31 ปี ก็เป็นหนึ่งในนั้น เธอผู้นี้จบปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เคยเป็นนักข่าวทีวีท้องถิ่นที่จังหวัดราชบุรี และทำงานสังกัดกรมอนามัยมาก่อน ขณะที่สามี “คุณกันย์ คันโธ” หรือ คุณตั้ว จบปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม เคยเป็นพ่อครัวอยู่ที่ร้านอาหารไทยในประเทศอังกฤษ ตอนนี้ช่วยครอบครัวในการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขณะเดียวกันก็มาเป็นผู้สนับสนุนคนสำคัญในฟาร์มไฮ่ฮักด้วย รวมกลุ่มสามพรานโมเดล ฟาร์มแห่งนี้ปลูกพืชแบบผสมผสาน ในเนื้อที่กว่า 10 ไร่ ตั้งอยู่ที่ ตำบลทุ่งหลวง อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี โดยยึดหลักทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 และแม้คุณว่านจะเพิ่งเริ่มทำเกษตรอย่างจริงจัง เมื่อปี 2559 แต่ตอนนี้ผลผลิตของฟาร์มก็มีขายแล้ว เพราะมีพืชผักผลไม้หลากหลายชนิด อาทิ มะนาว มะกรูด มะพร้าวน้ำหอม มะพร้าวแกง ไผ่รวกหวาน มะม่วง มะละกอ สับปะรด นอกจากนี้ ยังเลี้ยงไก่ไข่ 200 ตัว และยังมีโรงเรือนเห็ดเป๋าฮื้อญี่ปุ่น ขนาด 4×6 เมตร 3 โรงเรือน ซึ่งฟาร์มแห่งนี้มีทั้งอุปกรณ์
