เกษตรอินทรีย์
ก้าวย่างเข้าเดือนเมษายน เริ่มต้นฤดูร้อนของทุกปี แน่นอนว่าความร้อนที่พุ่งทะยานไปในทุกย่างก้าว ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรทุกชนิดถูกลดทอนความอุดมสมบูรณ์และการเจริญเติบโตไปด้วยความแห้งแล้งที่มาพร้อมกับฤดูร้อนที่เริ่มขึ้น ปัญหาการขาดแคลนน้ำใช้ในภาคเกษตรทุกฤดูร้อน มีให้เห็นเกือบทุกแห่ง ในสถานศึกษาที่มีพื้นที่สำหรับทำการเกษตร นอกจากต้องเผชิญภาวะความแห้งแล้งในฤดูร้อนแล้ว ช่วงที่น่าเห็นใจที่สุด นอกจากตลอดฤดูร้อนแล้ว ระหว่างปิดภาคเรียนยังต้องเตรียมความพร้อมไว้สำหรับการเกษตรที่ยังเหลืออยู่ให้ตลอดรอดฝั่งถึงเปิดภาคเรียนถัดไป โรงเรียนวัดเขาไม้แก้ว หมู่ที่ 4 บ้านเขาไม้แก้ว ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ตั้งอยู่ห่างจากถนนสายหลักไปไม่กี่กิโลเมตร แต่บริเวณโดยรอบของโรงเรียนมีสภาพป่าที่ไม่สมบูรณ์นัก อาจารย์สานิตย์ เจนสัญญายุทธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเขาไม้แก้ว บอกว่า สภาพความแห้งแล้งที่เห็นมาตลอดการเดินทางก่อนจะถึงโรงเรียน มีให้เห็นเกือบทุกฤดูกาล ยิ่งเข้าฤดูร้อนการจัดการด้านการเกษตรภายในโรงเรียนก็ยิ่งยาก แต่ความโชคดีของโรงเรียนเขาไม้แก้วก็ยังมี ตรงที่ชุมชนมีความร่วมมือร่วมใจ ส่งเสริมกิจกร
ที่ตำบลโคกไทย อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี เป็นพื้นที่ที่ทำการเกษตรของเกษตรกรจำนวนมาก และหนึ่งในนั้นมี คุณสมชาย ภาวศิลป์ เกษตรกรผู้ได้รับรางวัลที่ 2 ของประเทศ ในการประกวดเกษตรกรดีเด่น สาขาไร่นาสวนผสมระดับประเทศ ประจำปี 2556 ที่ผ่านมา เกษตรกรรายนี้ประกอบอาชีพทำนาและทำสวนผัก ผลไม้ เพื่อการบริโภคและจำหน่าย รวมทั้งเลี้ยงกบและชันโรง โดยได้น้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาปฏิบัติใช้ด้วยการทำการเกษตรตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งเป็นทฤษฎีที่แก้ปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกินของเกษตรกร และการประกอบอาชีพทางการเกษตร โดยเฉพาะในเขตที่ใช้น้ำฝนทำนาเป็นหลัก เกษตรกรจะมีความเสี่ยงสูง เป็นเหตุให้ผลผลิตอยู่ในระดับต่ำ ไม่เพียงพอต่อการบริโภค ด้วยพระอัจฉริยะในการแก้ปัญหา จึงได้พระราชทาน “ทฤษฎีใหม่” ให้ดำเนินการในพื้นที่ทำกินที่มีขนาดเล็ก ประมาณ 15 ไร่ ด้วยวิธีการจัดการทรัพยากรระดับไร่นาอย่างเหมาะสม ด้วยการจัดสรรการใช้ประโยชน์ในที่ดิน โดยให้มีการจัดสร้างแหล่งน้ำในที่ดินสำหรับการทำการเกษตรแบบผสมผสานอย่างได้ผล เพื่อให้เกษตรกรสามารถเลี้ยงตัวเองได้ ให้มีรายได้ไว้ใช้จ่าย และมีอาหารไว้บริโภ
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินนโยบายส่งเสริมเกษตรอินทรีย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรเพิ่มช่องทางการตลาด สร้างเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ ยกระดับรายได้ และสร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นให้พาณิชย์จังหวัดผลักดันเกษตรกรผลิตสินค้าอินทรีย์สู่มาตรฐานสากล กระทรวงพาณิชย์ จึงได้มีโครงการอบรมฝึกปฏิบัติเชิงลึกในสวนเกษตรอินทรีย์ ผ่านโครงการ Organic Training Program เพื่อให้พาณิชย์จังหวัดและเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเป็นพี่เลี้ยงให้กับเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์ในจังหวัดของตน ในด้านการวางแผนการตลาด การออกแบบผลิตภัณฑ์ การขอตรารับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ระดับสากล และการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในระดับนานาชาติ โดยเตรียมจัดอบรมระหว่างวันที่ 18-20 พฤษภาคม 2560 จากฝึกปฏิบัติในฟาร์มเกษตรอินทรีย์ ที่มีชื่อเสียงได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ระดับสากล อาทิ กลุ่มเกษตรกรชาวสวนบ้านหัวอ่าว (สามพรานโมเดล) จังหวัดนครปฐม และไร่ปลูกรัก จังหวัดราชบุรี เป็นต้น ปัจจุบันเกษตรกรที่ผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ในจังหวัดต่างๆ กว่า
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 4 ถอดบทเรียนเกษตรกรทำอินทรีย์ ยกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์และปลอดภัย ตำบลท่ากระเสริม และ กลุ่มเครือข่ายผู้ผลิตผักอินทรีย์ ตำบลเมืองเก่าพัฒนา จังหวัดขอนแก่น เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ มั่นใจ การรวมกลุ่ม มุ่งมั่น และพัฒนาร่วมกัน จะก้าวไปสู่ความสำเร็จให้การทำเกษตรอินทรีย์แน่นอน นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 4 จังหวัดขอนแก่น (สศท.4) ได้ถอดบทเรียนเกษตรกรจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ โดยลงพื้นที่ติดตามเกษตรกรกลุ่มผู้ผลิตพืชผักและผลไม้ที่ประสบความสำเร็จ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ประกอบด้วย กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์และปลอดภัย ตำบลท่ากระเสริม อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น และ กลุ่มเครือข่ายผู้ผลิตผักอินทรีย์ ตำบลเมืองเก่าพัฒนา อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์และปลอดภัย ท่ากระเสริม มีนายสมควร พันธัง เป็นประธานกลุ่ม ปัจจุบันมีสมาชิก 35 ราย เน้นแนวคิด การได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัยไร้สารเคมี ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สศก. ร่วม มกอช. จัดเวทีใหญ่ ระดมเครือข่ายเกษตรกร กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิต เชื่อมโยงผู้ประกอบธุรกิจสินค้าอินทรีย์ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ ภาคเหนือ พร้อมดึง Application line เพื่อเพิ่มช่องทางการติดต่อ หวังเดินหน้าสร้างโอกาสและผลักดันการขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์ให้เพิ่มมากขึ้น ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ ปี 2560 – 2564 นางจันทร์ธิดา มีเดช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ ปี 2560-2564 เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2560 ภายใต้วิสัยทัศน์ “ประเทศไทยเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคด้านการผลิต การค้า การบริโภค และการบริการ เกษตรอินทรีย์ที่มีความยั่งยืนและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล” โดยมีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ทำเกษตรอินทรีย์เป็น 6 แสนไร่ และเพิ่มจำนวนเกษตรกรเป็น 3 หมื่นราย เพิ่มสัดส่วนตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในประเทศต่อตลาดส่งออกเป็นร้อยละ 40 ต่อร้อยละ 60 ตลอดจนการเพิ่มกลุ่มเกษตรอินทรีย์วิถีพื้นบ้านอย่างต่อเนื่อง สำหรับโครงการเกษตรอินทรีย์ นับเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ข้าวเป็นอาหารหลักที่คนในถิ่นสุวรรณภูมิบริโภคมาช้านาน ในยุค 100 ปีที่ผ่านมา มีข้าวพันธุ์ต่างเป็นพันชนิด เนื่องจากการคมนาคมไม่สะดวกต้องทำให้ชาวนาเก็บพันธุ์ของตัวเองไว้ เพราะพันธุ์เหล่านั้นเหมาะสมกับการปลูกในท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นความไวแสง ระยะเวลาการเก็บเกี่ยว ฤดูกาล ปริมาณน้ำซึ่งอาจไม่เหมาะกับที่อื่น ประกอบกับการสมัยก่อนการปลูกข้าวมีเพื่อการบริโภคภายในครัวเรือน ไม่ได้คำนึงว่าจะต้องขาย จึงทำให้พันธุ์ข้าวของไทยมีหลากหลายซึ่งเหมาะสมกับการเพาะปลูกในแต่ละท้องถิ่น ข้าวนอกจากปลูกในนาได้แล้ว ชาวบ้านที่อยู่ในที่ดอนไม่มีน้ำขังเหมือนนาในที่ลุ่ม ก็สามารถปลูกข้าวได้ เราเรียกว่า ข้าวไร่ เคยได้ไปสัมผัสกับตัวเองบนดอยที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ข้าวที่นั่นตำทุกวันเฉพาะกินได้ตลอดวันนั้น ลักษณะข้าวเมล็ดจะสั้นๆ ป้อมๆ เหมือนข้าวญี่ปุ่น กินข้าวเปล่าเข้าไปคำแรกหวานมาก นึกเปรียบเทียบกับข้าวที่เรากินในเมืองจะสู้ไม่ได้เลย มีโอกาสกินได้หลายมื้อ ประทับใจข้าวดอยอยู่ไม่รู้ลืม ส่วนในภาคใต้เป็นภาคที่มีเกษตรกรทำนาน้อยที่สุด ส่วนใหญ่พื้นที่เกษตรจะเป็นสวน ในการคมนาคมสมัยก่อนก็ไม่สะดวก ชาวบ้านที่ไม่มีพื้นที่ลุ่มที่สามารถมาทำนาได้
กว่าพื้นที่ 50 ไร่ ของ คุณเล็ก ทองต้น วัย 71 ปี ประธานศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ตำบลบึงกาสาม อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี อดีตผู้ใหญ่บ้านชุมชนหมู่ที่ 7 บึงกาสาม เกษตรชาวจังหวัดปทุมธานี ต้นแบบเกษตรอินทรีย์ตัวจริง ทำเกษตรไร่นาสวนผสมลดการใช้สารเคมี หันมาใช้ปุ๋ยชีวภาพ ทำได้ไม่มีขาดทุน เดินตามรอยเท้าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ต้นแบบอินทรีย์ชาวจังหวัดปทุมธานี คุณเล็ก เล่าว่า กว่า 10 ปี บนเส้นทางเกษตรอินทรีย์ ตนเองคิดเสมอว่า ทำอย่างไรก็ได้ให้มีรายได้พอกินพอใช้ ไม่สร้างหนี้ มีเงินใช้เหมือนตอนที่รับเงินเดือนของข้าราชการ โดยแรงบันดาลใจของตน คือ รัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งได้เดินทางไปดูงานในโครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ นำศาสตร์พระราชามาเป็นจุดเริ่มต้นในการบริหารจัดการประยุกต์พื้นที่ 50 ไร่ ให้กลายเป็นไร่นาสวนผสม ทำให้ตนคิดว่า ชาวนาจะปลูกข้าวอย่างเดียวไม่ได้ อายุข้าวกว่าจะเกี่ยวต้องใช้เวลา ประมาณ 105 วัน จึงได้ปรับพื้นที่ 50 ไร่ เป็น ทำนา 10 ไร่ ปาล์ม 40 ไร่ ปลูกกล้วยแซมในสวนปาล์ม เลี้ยงไก่ไข่ 50 ตัว เลี้ยงปลา โดยปาล์ม ตัด 2 ครั้ง/เดือน 24 ครั้ง/ปี กล้
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้พาณิชย์ภูมิภาคขับเคลื่อนนโยบายเกษตรอินทรีย์ในการส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์รวมตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในภูมิภาค ซึ่งกระทรวงอยู่ระหว่างการผลักดันเกษตรไทยสู่การเป็นเกษตรมูลค่าสูง ด้วยการให้ความสำคัญเรื่องตรวจรับรองมาตรฐานให้เป็นสากล การแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า โดยจะร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านกลุ่มซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม) เพื่อให้เกิดการซื้อขายและการลงทุนระหว่างกันให้มากขึ้น รวมทั้งมีการพัฒนาฐานข้อมูลเกษตรอินทรีย์การส่งเสริมการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ การจัดงาน Organic & Natural Expo 2017 และการสนับสนุนให้เพื่อนบ้านปลูกเกษตรอินทรีย์ เพื่อสร้างเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ รวมถึงจะพัฒนาตลาดกลางเกษตรอินทรีย์ที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ชัดเจน และสามารถขายได้ในราคาสูงกว่าปกติ 20-30% ซึ่งคาดว่าตลาดกลางดังกล่าวจะก่อสร้างแล้วเสร็จกลางปีนี้ ซึ่งจะทำให้อุดรธานีเป็นศูนย์กลางเกษตรอินทรีย์ต่อไป นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้เตรียมพร้อมรับมื
วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์คลองโยง เป็นกลุ่มผู้ผลิตพืชผักอินทรีย์ ตั้งอยู่ที่หมู่๑ ตำบลคลองโยง อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ก่อตั้งเมื่อปี ๒๕๕๘ โดยการรวมตัวของสมาชิกที่มีความสนใจในการทำเกษตรอินทรีย์ เหตุผลที่ทำให้เกษตรกรกลุ่มนี้หันมาปรับเปลี่ยนทำเกษตรแบบใช้สารเคมีมาเป็นสารอินทรีย์ชีวภาพ เนื่องจากในอดีตพื้นที่แห่งนี้มีการใช้สารเคมีอย่างต่อเนื่องทำให้ต้นทุนการผลิตสูง ส่งผลเสียต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ประกอบกับหน่วยงานภาครัฐ คุณอุษา อุตสาหกุล ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินนครปฐม กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมพรเกษตรอินทรีย์คลองโยง นับเป็นกลุ่มผู้ผลิตผักอินทรีย์กลุ่มหนึ่งในจังหวัดนครปฐมที่มีความเข้มแข็ง จัดเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ขานรับนโยบายของภาครัฐในเรื่องของการลด ละ เลิก การใช้สารเคมี ทำให้ปัจจุบันกลุ่มดังกล่าวเข้าสู่ระบบการทำเกษตรอินทรีย์อย่างมั่นคง สามารถผลิตพืชผักอินทรีย์ป้อนสู่ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในจังหวัดเสมอมา โดยไม่มีปัญหาเรื่องของสารตกค้างรวมถึงปัญหาอื่นๆ เนื่องจากระยะเวลาในการทำเกษตรในรูปแบบอินทรีย์ของกลุ่มนี้มีระยะเวลาดำเนินการมาร่วม 10 ปี จึงทำให้การปนเ
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 10 ถอดบทเรียนเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการทำเกษตรอินทรีย์ จากศูนย์กสิกรรมท่ามะขาม และกลุ่มผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์เขาโจด จังหวัดกาญจนบุรี ย้ำต้องมุ่งมั่นในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หาช่องทางขยายตลาด มั่นใจเกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างพอเพียงและยั่งยืน นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 10 จังหวัดราชบุรี (สศท.10) เพื่อถอดบทเรียนเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการทำเกษตรอินทรีย์ ประกอบด้วย คุณทิวาพร ศรีวรกุล จากศูนย์กสิกรรมท่ามะขาม อำเภอเมือง และ คุณมุขดา เอี่ยมเจริญ กลุ่มผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์เขาโจด อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี โดยเป็นกลุ่มผู้ผลิตพืชผัก และพืชสมุนไพร ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ รวมทั้งมีตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศรองรับผลผลิตจากฟาร์ม สำหรับแนวคิดของศูนย์กสิกรรมท่ามะขาม โดยคุณทิวาพร ศรีวรกุล ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 55 ราย ผลผลิตได้รับการรับรองมาตรฐาน Organic Thailand มีการวางแผนการผลิต การตลาดและการเพิ่มพูนความรู้ของสม
