เกษตรอินทรีย์
เมื่อเวลา 8.30 น. วันที่ 27 มิถุนายน นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน จัดการอบรมเสวนา “สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ด้วยจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ” ที่ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชนอคาเดมี โดยมีนาย ดร.วุฒิชัย กปิลกาญจน์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวเปิดงาน ดร.วุฒิชัย กล่าวว่า เกษตรกรรมเป็น 1 ใน 9 อุตสาหกรรมหลักในอนาคต ซึ่งประเทศไทยสามารถแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้ได้ หากพิจารณาดูแล้วกลุ่มเกษตรและอาหารเป็นกลุ่มที่เรามีต้นทุนมากที่สุด คือ มีสภาพอากาศ สภาพภูมิประเทศที่เหมาะสม และที่สำคัญที่สุดเกษตรกรความสามารถมีภูมิปัญญาชาวบ้าน แต่โลกปัจจุบันมีการแข่งขันสูงมาก สภาพอากาศก็มีความเปลี่ยนแปลงไป ยังมีเรื่องโลกร้อนขึ้น ส่งผลต่อวงจรชีวิตของพืชและสัตว์ เกษตรกรรมในประเทศไทยจึงต้องปรับเปลี่ยนไป การใช้จุลินทรีย์ก็เป็นทางเลือกหนึ่ง ที่มีประโยชน์ทั้งต่อตัวเกษตรกร พืชผล และยังไม่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม นายสมหมาย ปาริจฉัตต์ รองประธานกรรมการ บมจ.มติชน กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นการอบรมเสวนาเรื่องสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ด้วยจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ โดยมีนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน นิตยสารราย
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เสนอยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ พ.ศ. 2560-2564 ต่อคณะรัฐมนตรี โดยจะใช้เป็นแนวทางขับเคลื่อนและพัฒนาเกษตรอินทรีย์ ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1 ส่งเสริมการวิจัย การสร้างและเผยแพร่องค์ความรู้และนวัตกรรมเกษตรอินทรีย์ ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาการผลิตสินค้าและบริการเกษตรอินทรีย์ ยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาการตลาดสินค้าและบริการ และการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และ ยุทธศาสตร์ที่ 4 การขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ ทั้งนี้ การขับเคลื่อนนโยบายเกษตรอินทรีย์ของกระทรวงเกษตรฯ ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ ปี 2560-2564 มีเป้าหมายที่จะเพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์ในปี 2564 ไม่น้อยกว่า 1,333,860 ไร่ และมีจำนวนเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 96,670 ราย เพิ่มสัดส่วน ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในประเทศ ร้อยละ 40 และตลาดต่างประเทศ ร้อยละ 60 รวมทั้งยกระดับ กลุ่มเกษตรอินทรีย์วิถีพื้นบ้านเพิ่มขึ้น โดยมุ่งให้ความสำคัญกับกลุ่มเกษตรอินทรีย์ที่มีความพร้อมเป็นผู้นำต้นแบบในการดำเนินการเพื่อให้มีอาหารปลอดภัยและได้มาตรฐาน โดยทุกหน่วยงานในกระทรวง
“อภิรดี” ตั้งเป้าปั้น 4 หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ชิงแชร์ตลาดอินทรีย์ 72,000 ล้านบาท นำร่องชัยภูมิ “ออร์แกนิก วัลเลย์” แห่งแรกของไทย เดินหน้าตั้งสหพันธ์เกษตรอินทรีย์ สร้างเครือข่าย CLMVT หนุนผ้าไหมออร์แกนิกบุกตลาดญี่ปุ่น-ยุโรป ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะลงพื้นที่หารือร่วมกับภาคเอกชนและกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อินทรีย์ อ.หนองบัวแดง และ อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ เพื่อติดตามการดำเนินงานเกษตรอินทรีย์ของชุมชน ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาตลาดสินค้าอินทรีย์ ปี 2560-2564 ซึ่งได้จัดทำโครงการส่งเสริมและพัฒนาจัดตั้งหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ หรือ Organic Village เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการแปรรูป และเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้กับชุมชน และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและขยายตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ ซึ่งในปีนี้มีเป้าหมายดำเนินการ 4 หมู่บ้านในจังหวัดนครพนม ชัยภูมิ ลพบุรี และเชียงใหม่ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ดำเนินการไปแล้ว 4 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่บ้านริมสีม่วง ต.ริมสีม่วง อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์
“อภิรดี” ลงพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ติดตามการทำเกษตรอินทรีย์ของชุมชนหนองบัวแดง เล็งดันให้เป็น “ออร์แกนิก วัลเล่ย์ แห่งแรกของไทย” เดินหน้าผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางเกษตรอินทรีย์ของอาเซียน เตรียมจัดงานสร้างเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ในกลุ่ม CLMVT และดึงชาติอาเซียนร่วมจัดตั้งสหพันธ์เกษตรอินทรีย์ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่หารือร่วมกับภาคเอกชนและกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อินทรีย์ อ.หนองบัวแดง และ อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ เพื่อติดตามการทำเกษตรอินทรีย์ของชุมชน โดยพบว่าชุมชนมีความเข้มแข็ง มีการผสมผสานวิถีของเกษตรอินทรีย์เข้ากับวิถีชีวิตของชาวบ้านตั้งแต่เริ่มต้นเพาะปลูกไปจนถึงการจำหน่ายให้กับผู้บริโภคในตลาด ผ่านระบบการบริหารจัดการในชุมชน ตั้งแต่การใช้พลังงานสะอาด (โซลาร์ เซลล์) การสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงเพื่อซื้อขายสินค้าระหว่างกันของกลุ่มเกษตรอินทรีย์ต่างๆ ในชุมชน เช่น กลุ่มนาแปลงใหญ่ กลุ่มทอผ้าย้อมสีธรรมชาติ กลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหม กลุ่มชุมชนคนเลี้ยงโคเนื้อ กลุ่มปลูกกล้วยหอมทอง และกลุ่มปลูกแตงโมออร์แกนิค เป็นต้น “กระทรว
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ที่แปลงนาข้าว ในพื้นที่บ้านโคกกลาง อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร ชาวนาเริ่มลงมือช่วยกันปลูกข้าวอินทรีย์ ขึ้นแล้ว โดยมี นางอังคณา บุญสาม หัวหน้าเกษตรและสหกรณ์จังหวัดยโสธร นำเจ้าหน้าที่ ในหน่วยของตน เข้าร่วมช่วยกันปลูกข้าวในนาข้าวอินทรีย์ ซึ่งเป็นแปลงนา ของคุณธนมน วัฒนเรืองโกวิท ที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการปลูกข้าวอินทรีย์ วิธียโสธร และยังมีวัตถุประสงค์ ที่จะสร้างไอเดียทำศิลปะบนพื้นนาอินทรีย์ ให้มีสีสัน จึงได้เลือกข้าวหอมมะลิและข้าวก่ำ เป็นข้าว 2 ชนิด มาทำการสร้างภาพศิลปะที่เกิดจากต้นข้าวจริงๆ อีกด้วย คุณอังคณา เปิดเผยว่า โดยแปลงนาที่จะได้รับการส่งเสริมนั้น จะต้องไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า รวมทั้งการเผาตอซังข้าว ขั้นตอนการเตรียมดินนั้น จะต้องมีการเตรียมดินด้วยการปลูกปุ๋ยพืชสด เช่น ปอเทืองถั่วพร้า ก่อนจะดำนาก็จะต้องไถกลบปุ๋ยพืชสด และใช้ปุ๋ยชีวภาพ ที่ผลิตขึ้นเอง หรืออาจซื้อเลือกซื้อปุ๋ยชีวภาพที่มีการรับรองคุณภาพ ส่วนการสร้างศิลปะบนพื้นนาในนาข้าวอินทรีย์ ตามวิธีการของเกษตรอินทรีย์วิถียโสธรนั้น ก็เพื่อเป็นการรณรงค์และเพื่อสนับสนุนการขยายพื้นที่ปลูกข้าวอิ
มาถูกที่ถูกเวลากับการที่ภาครัฐโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จับมือกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯรับลูกจากคณะรัฐมนตรีที่มีมติเห็นชอบยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติปี 2560-2564 เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ภายใต้วิสัยทัศน์ “ประเทศไทยเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคด้านการผลิต การบริโภค การค้าสินค้าและการบริการเกษตรอินทรีย์ที่มีความยั่งยืนและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล” ดังนั้นเพื่อให้การขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์เกษตรอินทรีย์ตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทางให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 พ.ศ. 2560-2564 ทั้ง 3 กระทรวงจึงได้ประชุมระดมความคิดเห็นประเด็นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ พ.ศ. 2560-2564 ขึ้น แน่นอนเป้าหมายของการพัฒนายุทธศาสตร์นี้คือการยกระดับการแข่งขันของไทยด้านคุณภาพสินค้าและตอบสนองผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพทั้งในประเทศและทั่วโลกที่มีความต้องการสินค้าเกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้นในแต่ละปีค่อนข้างสูง โดยเฉพาะสังคมผู้สูงวัยที่เพิ่มขึ้นในอัตราเร่งทั่วโลก ได้บริโภคสินค้าคุณภาพปราศจากสารเ
นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สินค้าเกษตรอินทรีย์หรือสินค้าออร์แกนิกได้รับความนิยมมากในตลาดต่างประเทศ กระทรวงจึงปรับลดขั้นตอนการตรวจรองรับสินค้าเกษตรอินทรีย์ในรูปแบบเดิม 15 รายการ เป็นตรวจเพิ่มอีกเพียง 5 รายการ โดยเกษตรกรสามารถขอรับการตรวจรับรองได้จากกรมวิชาการเกษตรหรือหน่วยตรวจรับรองเอกชน (ซีบี) ที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) “นอกจากลดขั้นตอนการขอตรวจรับรองแล้ว จะขยายซีบีให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นด้วย ซึ่งเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ พ.ศ. 2560-2564 โดยตั้งเป้าว่าจะมีพื้นที่เกษตรอินทรีย์ประมาณ 1 ล้านไร่ ภายใน 5 ปี” นางชุติมา กล่าวและว่า กระทรวงเกษตรฯ มีแนวคิดจะให้เงินสนับสนุนไร่ละ 2,000 บาท ในปีแรก เพิ่มเป็นไร่ละ 3,000 บาท ในปีที่ 2 และไร่ละ 4,000 บาท ในปีที่ 3 เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาทำการเกษตรอินทรีย์มากขึ้น คาดว่าจะเข้าไปสนับสนุนการทำข้าวออร์แกนิกเป็นรายการแรก ขอบคุณข้อมูลจากมติชนรายวัน
ก้าวย่างเข้าเดือนเมษายน เริ่มต้นฤดูร้อนของทุกปี แน่นอนว่าความร้อนที่พุ่งทะยานไปในทุกย่างก้าว ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรทุกชนิดถูกลดทอนความอุดมสมบูรณ์และการเจริญเติบโตไปด้วยความแห้งแล้งที่มาพร้อมกับฤดูร้อนที่เริ่มขึ้น ปัญหาการขาดแคลนน้ำใช้ในภาคเกษตรทุกฤดูร้อน มีให้เห็นเกือบทุกแห่ง ในสถานศึกษาที่มีพื้นที่สำหรับทำการเกษตร นอกจากต้องเผชิญภาวะความแห้งแล้งในฤดูร้อนแล้ว ช่วงที่น่าเห็นใจที่สุด นอกจากตลอดฤดูร้อนแล้ว ระหว่างปิดภาคเรียนยังต้องเตรียมความพร้อมไว้สำหรับการเกษตรที่ยังเหลืออยู่ให้ตลอดรอดฝั่งถึงเปิดภาคเรียนถัดไป โรงเรียนวัดเขาไม้แก้ว หมู่ที่ 4 บ้านเขาไม้แก้ว ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ตั้งอยู่ห่างจากถนนสายหลักไปไม่กี่กิโลเมตร แต่บริเวณโดยรอบของโรงเรียนมีสภาพป่าที่ไม่สมบูรณ์นัก อาจารย์สานิตย์ เจนสัญญายุทธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเขาไม้แก้ว บอกว่า สภาพความแห้งแล้งที่เห็นมาตลอดการเดินทางก่อนจะถึงโรงเรียน มีให้เห็นเกือบทุกฤดูกาล ยิ่งเข้าฤดูร้อนการจัดการด้านการเกษตรภายในโรงเรียนก็ยิ่งยาก แต่ความโชคดีของโรงเรียนเขาไม้แก้วก็ยังมี ตรงที่ชุมชนมีความร่วมมือร่วมใจ ส่งเสริมกิจกร
ที่ตำบลโคกไทย อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี เป็นพื้นที่ที่ทำการเกษตรของเกษตรกรจำนวนมาก และหนึ่งในนั้นมี คุณสมชาย ภาวศิลป์ เกษตรกรผู้ได้รับรางวัลที่ 2 ของประเทศ ในการประกวดเกษตรกรดีเด่น สาขาไร่นาสวนผสมระดับประเทศ ประจำปี 2556 ที่ผ่านมา เกษตรกรรายนี้ประกอบอาชีพทำนาและทำสวนผัก ผลไม้ เพื่อการบริโภคและจำหน่าย รวมทั้งเลี้ยงกบและชันโรง โดยได้น้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาปฏิบัติใช้ด้วยการทำการเกษตรตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งเป็นทฤษฎีที่แก้ปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกินของเกษตรกร และการประกอบอาชีพทางการเกษตร โดยเฉพาะในเขตที่ใช้น้ำฝนทำนาเป็นหลัก เกษตรกรจะมีความเสี่ยงสูง เป็นเหตุให้ผลผลิตอยู่ในระดับต่ำ ไม่เพียงพอต่อการบริโภค ด้วยพระอัจฉริยะในการแก้ปัญหา จึงได้พระราชทาน “ทฤษฎีใหม่” ให้ดำเนินการในพื้นที่ทำกินที่มีขนาดเล็ก ประมาณ 15 ไร่ ด้วยวิธีการจัดการทรัพยากรระดับไร่นาอย่างเหมาะสม ด้วยการจัดสรรการใช้ประโยชน์ในที่ดิน โดยให้มีการจัดสร้างแหล่งน้ำในที่ดินสำหรับการทำการเกษตรแบบผสมผสานอย่างได้ผล เพื่อให้เกษตรกรสามารถเลี้ยงตัวเองได้ ให้มีรายได้ไว้ใช้จ่าย และมีอาหารไว้บริโภ
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินนโยบายส่งเสริมเกษตรอินทรีย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรเพิ่มช่องทางการตลาด สร้างเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ ยกระดับรายได้ และสร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นให้พาณิชย์จังหวัดผลักดันเกษตรกรผลิตสินค้าอินทรีย์สู่มาตรฐานสากล กระทรวงพาณิชย์ จึงได้มีโครงการอบรมฝึกปฏิบัติเชิงลึกในสวนเกษตรอินทรีย์ ผ่านโครงการ Organic Training Program เพื่อให้พาณิชย์จังหวัดและเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเป็นพี่เลี้ยงให้กับเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์ในจังหวัดของตน ในด้านการวางแผนการตลาด การออกแบบผลิตภัณฑ์ การขอตรารับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ระดับสากล และการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในระดับนานาชาติ โดยเตรียมจัดอบรมระหว่างวันที่ 18-20 พฤษภาคม 2560 จากฝึกปฏิบัติในฟาร์มเกษตรอินทรีย์ ที่มีชื่อเสียงได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ระดับสากล อาทิ กลุ่มเกษตรกรชาวสวนบ้านหัวอ่าว (สามพรานโมเดล) จังหวัดนครปฐม และไร่ปลูกรัก จังหวัดราชบุรี เป็นต้น ปัจจุบันเกษตรกรที่ผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ในจังหวัดต่างๆ กว่า
