เกษตรอินทรีย์
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงยังมีนโยบายเดินหน้าดันสินค้าเกษตรอินทรีย์ไทยสู่ตลาดโลก ผ่านการส่งเสริมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค เพื่อเพิ่มมูลค่าตลาดสินค้าอินทรีย์ให้เพิ่มขึ้น 20% จากปัจจุบันตลาดสินค้าอินทรีย์มีมูลค่า 2,700 ล้านบาท โดยในส่วนของผู้ผลิต และเกษตรกร มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดลงพื้นที่ให้ความรู้ ผลักดันให้เกษตรกรและผู้ผลิตพัฒนากระบวนการเพาะปลูกสินค้าอินทรีย์ให้ตรงตามความต้องการของตลาด ปรับกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล รวมถึงขอตรารับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ระดับสากล อาทิ มาตรฐาน IFOAM เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ตลอดจนประสานกับผู้ผลิต เพื่อเชื่อมโยงการรับซื้อสินค้าจากเกษตรกร และการสร้างเรื่องราวให้กับสินค้าแต่ละตัว เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า และการช่วยพัฒนาสินค้า การออกแบบ และการหาตลาดรองรับโดยการจำหน่ายผ่านช่องทางที่มีอยู่ เช่น Farm Outlet และการประสานผู้ผลิต ห้างสรรพสินค้าให้เข้ามารับซื้อผลผลิตไปจำหน่าย เช่น ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต และกลุ่มเดอะมอลล์ เป็นต้น รวมถึ
กรณีที่กรมวิชาการเกษตรได้เปิดรับฟังความคิดเห็น เพื่อปรับปรุง พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ผ่านเว็บไซต์ภายในของกรมวิชาการเกษตรระหว่างวันที่ 5-20 ตุลาคมนี้ ก่อนนำเสนอ คณะรัฐมนตรี และถ้าคณะรัฐมนตรี (ครม.)มีความเห็นชอบ จะส่งร่างดังกล่าวไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาก่อนเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไปนั้น นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ยืนยันว่าจะส่งผลดีต่อเกษตรกรและเกษตรกรสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์พื้นเมืองได้ต่อไปและยังส่งผลดีต่อการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์พืชใหม่ๆ เป็นการสร้างประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพของการผลิตสูงขึ้นและเกษตรกรยังสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ในพื้นที่ของตนเองไว้เพาะปลูกได้ตามสิทธิพิเศษของเกษตรกรที่กำหนดไว้ในมาตรา 35 ของร่างพระราชบัญญัตินี้ ถ้าเป็นไปตามแผนสามารถปรับปรุง กฎหมายได้ จะส่งเสริมให้เกิดนักปรับปรุงพันธุ์พืชไทย เกิดแรงจูงใจในการลงทุนวิจัยปรับปรุงพันธุ์พืชใหม่ๆ และมีแหล่งพันธุกรรมที่มีความหลากหลาย ในการปรับปรุงพันธุ์มากขึ้นมีการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ในการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ เป็นประโยชน์กับอุตสาหกรรมแปรรูป จะมีการขยายตัวการลงทุนเมล็ดพันธุ์พืชใหม่
เมื่อวันจันทร์ที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา มีงาน “เมนูผักพื้นบ้าน จากแม่ครัวบ้านๆ และเชฟเมืองกรุง” ที่สำนักงานกลุ่มเกษตรอินทรีย์สนามชัยเขต และเครือข่าย 304 กินได้ บ้านยางแดง อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา หัวใจหลักของงานครั้งนี้คือการเสนอสูตรอาหารพื้นบ้านของกลุ่มเครือข่ายในช่วงเช้า และร่วมเรียนรู้กับเชฟรุ่นใหม่จากเมืองหลวงในช่วงบ่าย โดยกลุ่มเชฟจะทดลองนำผักอินทรีย์ปลอดสารพิษนานาชนิด ตลอดจนไก่บ้าน ไข่ไก่ กบ ปลา ปูนา ฯลฯ ที่เครือข่ายหามาให้ปรุงเป็นอาหารแนวใหม่ (fusion food) ผมได้ไปดูงานนี้ทั้งวันครับ นับว่าไม่เสียเที่ยวที่ดั้นด้นไปจริงๆ โครงการรณรงค์ระยะยาวที่มีนามอันเป็นปริศนาว่า “304 กินได้” นี้ มีที่มาจากหมายเลขทางหลวง สาย 304 ซึ่งกำลังจะเป็นเส้นทางที่ผ่านไปสู่โรงไฟฟ้าทั้งขนาด 47.5 เมกะวัตต์ ที่สร้างเสร็จแล้ว และโรงไฟฟ้าถ่านหินสเกลใหญ่ ขนาด 600 เมกะวัตต์ ที่กำลังทำเรื่องขออนุมัติก่อสร้าง โดยทางภาครัฐมีแผนจัดวางให้พื้นที่แถบนี้เป็นเขตโรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟป้อนนิคมอุตสาหกรรมในเขตภาคตะวันออก และอ้างว่าจะทำให้ราคาไฟฟ้าต่อหน่วยที่ประชาชนใช้มีราคาถูกลง อย่างไรก็ดี ทางเครือข่ายชุมชนที่วิตกกังวลเรื่อ
แม้รายงานผลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยล่าสุด ครั้งที่ 5 ในปี 2557 ด้วยการตรวจร่างกายของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ จะยืนยันว่า คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป รับประทานผัก-ผลไม้เพียงพอตามเกณฑ์มาตรฐานสากล คือ 400 กรัม ต่อคน ต่อวัน คิดเป็นร้อยละ 25.9 และดีขึ้นกว่าช่วงการสำรวจครั้งที่ 4 ในปี 2552 ที่มีเพียงร้อยละ 16.9 เท่านั้น แต่ นพ.ปัญญา ไข่มุก กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารแผน คณะที่ 5 ได้เน้นย้ำว่า “ผัก” เป็นยาอายุวัฒนะ และร่างกายมนุษย์เป็นเซลล์ เพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์ตายเร็วกว่าธรรมดา หรือเปลี่ยนแปลงไปเป็นเนื้อร้ายหรือมะเร็ง สารในผักที่ชื่อว่าแอนตี้ออกซิแดนต์จะช่วยต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันไม่ให้เซลล์ตาย และป้องกันไม่ให้เสื่อมเร็วกว่าธรรมดา หรือเปลี่ยนไปเป็นมะเร็งได้ “เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว เราจึงเชียร์ให้คนหันมารับประทานผักมากขึ้น” นพ.ปัญญา ย้ำชัด ซึ่งการดำเนินงานภายใต้แผนอาหารเพื่อสุขภาวะ ในกลุ่มแผนงานความมั่นคงทางอาหารและความปลอดภัยในระบบอาหารนั้น สสส.ได้ให้การสนับสนุนเกษต
ใช้เวลาบ่มเพาะประสบการณ์ เก็บเกี่ยวความรู้ การทำงานส่งเสริมเกษตรอินทรีย์กับเกษตรกรเครือข่ายในจังหวัดนครปฐม และพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมกับภาคีมายาวนานถึง 7 ปี โดยการการสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) วันนี้ สามพรานโมเดล ภายใต้มูลนิธิสังคมสุขใจ โดยการนำของ อรุษ นวราช ผู้บริหารสามพราน ริเวอร์ไซด์ เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ ผู้ก่อตั้งสามพรานโมเดล ได้ก้าวไปสู่อีกบทบาทหนึ่งนั่นคือ ทำหน้าที่เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ถ่ายทอดความรู้จากประสบการณ์ตรงในการขับเคลื่อนพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าอุปทานอาหารอินทรีย์ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ผ่านการอบรมหลักสูตรต่างๆ ให้กับองค์กร และหน่วยงาน ที่สนใจอย่างต่อเนื่อง โดยใช้พื้นที่เครือข่ายสามพรานโมเดล เป็นต้นแบบแห่งการเรียนรู้ ทั้งนี้ เพื่อขยายเครือข่ายสร้างผู้นำร่วมในการเปลี่ยนแปลงระบบอาหารสมดุล ล่าสุด ได้รับเกียรติจาก ฝ่ายกิจการเพื่อสังคม บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด มอบหมายให้เป็นที่ปรึกษาโครงการเชื่อมโยงผลผลิตเกษตรอินทรีย์จากชุมชนสู่โรงอาหารโรงงาน (From Farm to Factory)จัดอบรมเชิงปฏิบัติกา
ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอีกต่อไปสำหรับคนเมือง ที่ต้องการสัมผัส และเรียนรู้วิถีเกษตรอินทรีย์ เพียงแค่แวะมา ที่ร้าน Patom Organic Living (ปฐม ออร์แกนิก ลิฟวิ่ง) พื้นที่สีเขียวใจกลางทองหล่อ ที่นี่ คือ แหล่งอาหารอินทรีย์ชั้นดีของคนรักสุขภาพ ที่รับวัตถุดิบอินทรีย์ตรงจากเกษตรกรเครือข่ายสามพรานโมเดล และเป็นแหล่งเรียนรู้วิถีเกษตรอินทรีย์มีชีวิตที่รื่นรมย์ของคนเมืองกรุง ทุกวันเสาร์ที่ 2 ของเดือน บรรยากาศที่ร้านแห่งนี้ก็จะคึกเป็นพิเศษ เพราะจัดให้มีกิจกรรม “ORGANIC FARMERS’ MARKET” (ออร์แกนิก ฟาร์มเมอร์ส มาร์เก็ต) เชื่อมโยงอาหารอินทรีย์สู่ผู้บริโภค เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนเมือง ได้เข้าถึง และสัมผัสเรียนรู้วิถีเกษตรอินทรีย์ ผ่านกิจกรรมต่างๆ ทั้งชม ช้อป ชิม ผลผลิตเกษตรอินทรีย์ สดจากไร่ ตัดใหม่จากสวน มีเวิร์คช็อปสีเขียว “เรียน-รู้-รื่นรมย์ วิถีเกษตรอินทรีย์” และมุมส่งเสริมสุขภาพดี กินผักผลไม้วันละ 400-600 กรัม ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก และ สสส. เป้าหมายเพื่อให้ความรู้ด้านโภชนาการและสร้างสุขภาพที่ดีแก่ผู้บริโภคนั่นเอง อนัฆ นวราช ผู้บริหารร้านปฐม ออร์แกนิก ลิฟวิ่ง ในฐานะหัวหน้าโครงการปฐมเชื่อ
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) จัดประชุมวิชาการนานาชาติเกษตรอินทรีย์ เรื่อง ASEAN+6 Organic Agriculture Forum 2017 นำเสนอความก้าวหน้างานวิจัยด้านเกษตรอินทรีย์จากไทยและต่างประเทศ เปิดเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างนักวิจัย สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศด้านวิจัยเกษตรอินทรีย์ ระหว่างวันที่ 22-24 สิงหาคม 2560 ณ ห้องบาริออสบอลรูม โรงแรมบาริออส รีสอร์ท เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ดร.ลักษมี ปลั่งแสงมาศ ผู้ว่าการ วว. ชี้แจงว่า เกษตรอินทรีย์เป็นระบบการผลิตที่คำนึงถึงสภาพแวดล้อม รักษาสมดุลของธรรมชาติและความหลากหลายของทางชีวภาพโดยมีระบบการจัดการนิเวศวิทยาที่คล้ายคลึงกับธรรมชาติและหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี เน้นการใช้อินทรีย์วัตถุและวัสดุธรรมชาติ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด และ ปุ๋ยชีวภาพในการปรับปรุงบำรุงให้มีความอุดมสมบูรณ์ เพื่อให้ต้นพืชมีความแข็งแรงสามารถต้านทานโรคและแมลงด้วยตนเอง รวมถึงการนำเอาภูมิปัญญาชาวบ้านมาใช้ประโยชน์ เช่นรวมถึงการใช้สารจากธรรมชาติในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช ผลผลิตที่ได้จะปลอดภัยจากสารพิษตกค้างทำให้ปลอดภัยทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคและไม่ทำให้สภาพแวดล
กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในเผย จากการจัดงาน “Organic & Natural Expo 2017” ระหว่างวันที่ 27-30 กรกฎาคมที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ไทยสามารถโชว์ศักยภาพการเป็นผู้นำด้านการผลิตและการตลาดสินค้าออร์แกนิคของภูมิภาคอาเซียน มีผู้ร่วมงานกว่า 4.5 หมื่นคน เงินสะพัดกว่า 32 ล้านบาท นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน จัดงาน Organic & Natural Expo 2017 หรือ ONE 2017 จบลงอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นงานที่รวมเอาผู้ผลิตและผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานด้านเกษตรอินทรีย์หรือออร์แกนิค ทั้งในระดับสากลและในประเทศ รวมถึงมาตรฐานเกี่ยวกับสินค้าธรรมชาติมาไว้ในงานถึง 248 ราย สามารถแสดงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นผู้นำด้านการผลิต การค้า และการบริโภคสินค้าออร์แกนิคในภูมิภาคอาเซียน ตามแนวคิดของงานที่ว่า “ASEAN : Home of Organic” เพื่อยกระดับการจัดงานออร์แกนิคของประเทศ ไทยให้เป็นศูนย์กลางงานแสดงสินค้าออร์แกนิคระดับนานาชาติ โดยงาน Organic & Natural Expo 2017 มีผู้ร่วมงานกว่า 4.5 หมื่นคน เงินสะพัดกว่า 32 ล้านบาท โดยผล
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เผย ที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ มีมติเห็นชอบร่างคำสั่งและองค์ประกอบคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ระดับภาค 6 คณะแล้ว มั่นใจ เป็นอีกกลไกเชื่อมโยงการขับเคลื่อนทั้งระดับประเทศ ภูมิภาค และจังหวัด ตามยุทธศาสตร์เกษตรอินทรีย์แห่งชาติ ปี 2560 – 2564 นางสาวจริยา สุทธิไชยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการประชุมคณะกรรมการพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีรองนายกรัฐมนตรี (พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง) เป็นประธาน และกรรมการจากภาคส่วนต่างๆ ประกอบด้วย ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คณะกรรมการการอุดมศึกษา สำนักงบประมาณ หน่วยงานภาคเอกชน และผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งนี้ มีรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายธนิตย์ เอนกวิทย์) เป็นกรรมการและเลขานุการ และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงว
จากการผลสำรวจ เกี่ยวกับภาวะโภชนาการของเด็กไทย ที่เผยแพร่ออกมาจากหลายต่อหลายสำนักในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ล้วนระบุตรงกันว่า เด็กไทยมีปัญหาด้านโภชนาการ ได้รับอาหารไม่เพียงพอตามปริมาณที่ร่างกายต้องการ โดยเฉพาะผักและผลไม้ ที่เด็กส่วนใหญ่มักปฏิเสธ ซึ่งองค์การอนามัยโลก แนะนำว่าควรบริโภคให้ได้อย่างน้อยวันละ 400 กรัม เพื่อสร้างสุขภาพที่ดีให้กับเด็ก และช่วยลดความเสี่ยงจากอาการเจ็บป่วย การเสียชีวิตด้วยโรคภัยต่าง ๆ ด้วยเหตุนี้ โครงการปฐมเชื่อมโยงอาหารอินทรีย์สู่ผู้บริโภค ขับเคลื่อนโดย ร้าน ปฐม ออร์แกนิก ลิฟวิ่ง ภายใต้การสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงได้เปิดปฏิบัติการ สร้างความตระหนักรู้สู่รั้วโรงเรียน ผ่าน “กิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะทางด้านอาหารอินทรีย์ในโรงเรียน” สัญจรไปยัง “โรงเรียนบ้านคลองใหม่” อ.สามพราน จ.นครปฐม หวังกระตุ้นเยาวชนตื่นรู้ความสำคัญเรื่องสุขภาพ และรู้จักเลือกบริโภคผัก ผลไม้ อย่างปลอดภัย ในปริมาณที่พอเหมาะ และพอเพียง เพื่อเสริมสร้างร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง โดยสอดแทรกความรู้ ถ่ายทอดผ่านฐานกิจกรรม ซึ่งสร้างรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความสนุกสนานให้กับเด็กๆ ที่เข
