เทคโนโลยีชาวบ้าน
ผักบ้านๆ คู่ครัวไทย แถมยังเติบโตง่ายในสภาพอากาศร้อนชื้นแบบบ้านเรา ผักแต่ละชนิดต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน เพราะผักบางชนิดชอบแดด บางชนิดชอบน้ำ ทุกครั้งที่ปลูกไม่ว่าชนิดไหนเราจึงควรหมั่นดูแล เอาใจใส่ แล้วพืชที่ปลูกจะได้ผลผลิตที่ดี บ้านใครมีพื้นที่ปลูกพืชผักถือว่ามีทำเลทองอยู่ในบ้าน ได้ผักที่ปลอดสารไว้กินเองดีต่อสุขภาพ แถมยังสามารถต่อยอดด้วยการปลูกผักขายได้อีกด้วย เป็นกิจกรรมยามว่างสำหรับวันหยุด ชวนครอบครัวมาปลูกผักไว้ทำอาหารกินเองกันดีกว่า มีพืชชนิดไหนที่ปลูกรอบบ้านกันบ้างไปดูกันเลย 🍀สะเดา 🪴วิธีการปลูก เป็นพืชปลูกง่าย ทนแล้ง ยิ่งแล้งยิ่งออกดอกดี การปลูกสามารถปลูกได้หลายวิธี จะปลูกแบบชำต้น พอต้นสมบูรณ์แล้วค่อยเอาลงดิน หรือปลูกแบบเสียบยอดก็ได้ ซึ่งทั้งสองวิธีนี้ให้ผลรับออกมาเหมือนกัน สะเดาจะผลัดใบช่วงสั้นๆ ปีละ 1 ครั้ง ในช่วงออกดอก ประมาณเดือนธันวาคม-มกราคม ผลมีลักษณะและขนาดคล้ายพวงองุ่น สุกประมาณเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ผลสุกมีสีเหลือง หรือเหลืองอมเขียว ภายในมีเมล็ด 1-2 เมล็ด 🌱การเพาะกล้าจากเมล็ดสะเดา การเก็บเมล็ดสะเดามาเพาะกล้า มีเคล็ดลับว่าเมล็ดสะเดาจะต้องแก่จัด โดยเมล็ดสะเดาจะร่วงช่วงเดือนเ
เดิมทำธุรกิจจานเซรามิกจำหน่าย แต่มีวันหนึ่งคุณพ่อซื้อนกมา 1 กรง ประมาณ 60 ตัว เพื่อเอาไปเลี้ยงที่บ้าน จึงตั้งไว้หน้าร้านเพื่อที่จะนำกลับบ้านตอนเย็น แต่ก็มีผู้คนที่เดินผ่านไปมาให้ความสนใจสอบถามราคาเรื่อยๆ จนปิ๊งไอเดีย เฮ้ย! น่าจะเวิร์ก เลยเป็นที่มาของนกคุณปลื้มจนถึงทุกวันนี้ คุณศศินา ทรัพย์เกษม หรือ คุณปลื้ม เจ้าของนกคุณปลื้ม เป็นวัยรุ่นยุคใหม่ที่มีความสนใจในการเลี้ยงนก เพาะพันธุ์ คิดสูตรอาหารเอง และยังมีหน้าร้านอยู่ที่ตลาดมารวย เรียกได้ว่าครบจบเรื่องนกที่ร้านเลยทีเดียว ทั้งอุปกรณ์ อาหาร ยา และยังให้คำปรึกษาสำหรับลูกค้าที่รับนกไปเลี้ยงเข้าสู่ปีที่ 6 คุณปลื้ม เล่าว่า เดิมไม่ได้เป็นคนที่ชอบนก แต่คุณพ่อคุณแม่ได้ซื้อลูกนกมาเลี้ยงสายพันธุ์ซันคอนัวร์ ซึ่งลูกนกจะมีลักษณะไม่มีขน เหมือนหนังไก่ จึงรู้สึกไม่ชอบ แต่พอเลี้ยงไปจนน้องโตขึ้นรู้สึกว่านิสัยขี้อ้อน มีความฉลาด จากความที่ไม่ชอบกลายเป็นรัก ด้วยลักษณะนิสัยของนกแต่ละสายพันธุ์จะมีจุดเด่นที่ต่างกัน จุดเริ่มต้นของ “นกคุณปลื้ม” เกิดจากคุณพ่อซื้อนกพันธุ์หงษ์หยกมากรงหนึ่งประมาณ 60 ตัว ตั้งใจจะนำไปเลี้ยงที่บ้าน ระหว่างนั้นได้นำกรงนกวางไว้หน้าร้านของต
สูตรน้ำหมักที่จะช่วยเร่งพัฒนาการของตาดอกให้เจริญเร็ว ช่วยในการติดดอกและออกดอกดก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับไม้ตัดดอก เช่น ดาวเรือง มะลิ กุหลาบ ทำง่าย ประหยัด และไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อตัวผู้ใช้และธรรมชาติ สูตรนี้จะช่วยกระตุ้นการแตกตาดอกและพัฒนาการของดอกได้ดี เหมาะสำหรับใช้กับไม้ตัดดอกทั่วไป และไม้ผลระยะออกดอกบางชนิด 🪴วิธีการ สับชมพู่ให้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปใส่ในถังหมัก เติมกากน้ำตาล พด.2 และน้ำเปล่าลงไปในถัง คนให้เข้ากัน หมักไว้นานประมาณ 6 เดือน โดยระหว่างหมักให้แบ่งใส่รำละเอียดลงในถังหมัก อาทิตย์ละครั้ง ครั้งละประมาณ 1 กิโลกรัม แล้วคนรำละเอียดให้เข้ากันกับน้ำหมักไปเรื่อยๆ จนกว่าจะครบเวลาที่กำหนด เมื่อครบกำหนดก็สามารถนำน้ำหมักที่ได้ไปใช้ได้ทันที 🪴วัตถุดิบ ชมพู่ จำนวน 30 กิโลกรัม พด.2 จำนวน 2 ซอง กากน้ำตาล จำนวน 30 กิโลกรัม น้ำเปล่า จำนวน 30 ลิตร รำละเอียด จำนวน 30 กิโลกรัม ✨วิธีการนำไปใช้ ใช้น้ำหมัก 20 ซีซีต่อน้ำ 25 ลิตร ฉีดในช่วงเช้าหรือเย็น ขณะไม่มีแดด หรือช่วงพืชแตกตาดอก 🌱ขอบคุณสูตรจาก : ประสิทธิ์ โสภี. เกษตรกรบ้านเขาดิน 🌐ขอบคุณข้อมูลจาก : rakbankerd.com #เทคโนโลยีชาวบ้าน #technologychaoban
ในยุคที่โลกการเกษตรเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งภัยธรรมชาติ ราคาผลผลิตผันผวน รวมถึงการแข่งขันทางตลาดรุนแรงมากขึ้น คำถามสำคัญคือเกษตรกรไทยจะอยู่รอดและเติบโตได้อย่างไร กรมส่งเสริมการเกษตร (สกส.) จึงเดินหน้าขับเคลื่อนแนวทางใหม่ภายใต้นโยบายทำการเกษตรให้มีมูลค่าสูง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต-รายได้ของเกษตรกรไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้โครงการ “1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง” เพื่อเป็นต้นแบบของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ และเพื่อต่อยอดนโยบายให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ กรมส่งเสริมการเกษตร ผสานความร่วมมือ เทคโนโลยีชาวบ้าน สื่อในเครือมติชนที่เป็นผู้นำด้านเกษตรครบวงจร จัดสัมมนาใหญ่ในหัวข้อ “Agri-Next พลิกโฉมเกษตรไทย สู่ผู้นำเกษตรมูลค่าสูง” ณ ห้องประชุมอาคารหนังสือพิมพ์ข่าวสด ซึ่งเป็นเวทีสำคัญที่เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมอง และสร้างเครือข่ายเกษตรมูลค่าสูงให้เกิดขึ้นจริง เปิดวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนเกษตรไทยสู่อนาคต นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ Special Talks : “1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง : จากต้นแบบสู่โมเดลระดับชาติ” พร้อมเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรมีเป้าหมายยกระด
ผักกรอบไม่ง้อเคมี! ด้วย “สูตรน้ำหมักถั่วเหลือง” ฮอร์โมนถั่วเหลือง จะช่วยเร่งต้น เร่งใบ ทำให้ผักอ่อนกรอบ ลำต้นไม่แคระแกร็น ผักสมบูรณ์แข็งแรง และช่วยบำรุงดิน ทำให้ดินดี มีธาตุอาหารมากขึ้น 🔴วัตถุดิบ ถั่วเหลือง 1 กิโลกรัม (ที่ใช้ทำน้ำเต้าหู้) ผงกลูโคส 1 กระป๋อง (ปริมาณ 400 กรัม) น้ำตาลทรายขาว 1 กิโลกรัม โยเกิร์ต (รสธรรมชาติ) 2 ถ้วย หรือ ยาคูลท์ 2 ขวด น้ำส้มสายชู 1/2 ขวด (ขนาดขวดน้ำปลา) มะพร้าว 4 ลูก กลูโคส 400 กรัม น้ำเปล่า 8 ลิตร 🪴ขั้นตอนการทำ ล้างถั่วเหลืองด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด นำไปแช่ในน้ำอุ่นทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นเทน้ำทิ้งแล้วล้างให้สะอาดอีกครั้ง นำถั่วเหลืองที่ล้างแล้วผสมกับน้ำสะอาด 8 ลิตรปั่นให้ละเอียด กรองกากถั่วเหลืองครั้งแรกด้วยกระชอน แล้วกรองซ้ำอีกครั้งด้วยผ้าขาวบาง จากนั้นเทใส่ถังที่เตรียมไว้ ใส่ส่วนผสมที่เหลือทั้งหมดตามลงไปในถัง คนให้ส่วนผสมเข้ากันแล้วปิดฝา หมักทิ้งไว้ 1 เดือน 🍀วิธีใช้ ผสมน้ำหมักถั่วเหลือง 2-3 ช้อนลงในน้ำเปล่าประมาณ 5 ลิตร ใช้รดผักสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ช่วยให้ผักเติบโตได้ดี ลำต้นแข็งแรง และทำให้ผักกรอบอร่อย ✨เคล็ดลับ หากใช้ยาคูลท์หมักทิ้งไว้ 1 เดือน หากใ
คุณสิทธิชัย บังเมฆ แห่งน่านหนานราชฟาร์ม ศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่จังหวัดน่าน ตั้งอยู่ที่ 26 หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน ประธานเกษตรกรรุ่นใหม่จังหวัดน่าน มีความคิดว่าเนื่องจากพื้นที่จังหวัดน่านมีไผ่ซางหม่นและไผ่ป่าเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งต้นทุนที่มีในพื้นที่ เขาจึงคิดที่จะเพิ่มมูลค่าของไผ่ในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การขยายพันธุ์ไผ่ การทำเฟอร์นิเจอร์ การทำชาจากใบไผ่ การทำถ่านไบโอชาร์ เป็นต้น และยังเพิ่มพื้นที่ป่าในพื้นที่แทนการปลูกข้าวโพด ซึ่งเป็นปัญหาหลักในพื้นที่จังหวัดน่าน ปัญหาหมอกควัน PM 2.5 ปัญหาไฟป่า จึงรวมกลุ่มในอำเภอบ้านหลวงในการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากไผ่ขึ้นมา ไผ่ซางหม่น มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dendrocalamus sericeus ลักษณะทั่วไป ไผ่ซางหม่นจัดเป็นไผ่ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ เส้นรอบวงประมาณ 30-50 เซนติเมตร สีของลำสีเขียว ไม่มีหนามและไม่ค่อยมีแขนง มีคราบของแป้งสีขาวหรือวงขาวต่างๆ หรือสีขาวหม่น ชาวบ้านจึงเรียกว่า “ไผ่ซางหม่น” ตามลักษณะที่เกิดขึ้น ลำใหญ่ตรงสูงประมาณ 15-20 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำ เฉลี่ย 6-10 เซนติเมตร ปล้องยาว 30-40 เซนติเมตร เนื้อหนา ใบคล้าย
คุณพงพันธ์ เทพไทย (พัน) Young Smart Farmer จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชายผู้มีความสุขในการทำเกษตร ซึ่งคุณพันได้เริ่มทำเกษตรมาตั้งแต่อายุ 20 ปี จนถึงปัจจุบันเขาก็ยังได้ส่งต่อแนวคิดดีๆ ในการทำเกษตรในรูปแบบ “เกษตรทฤษฎีใหม่ หรือ เกษตรผสมผสาน” ให้กับลูกๆ และเด็กรุ่นใหม่ที่อยากเรียนรู้อีกด้วย อันดับแรกมาทำความรู้จักเกี่ยวกับคำว่า “เกษตรทฤษฎีใหม่” กันก่อน เกษตรทฤษฎีใหม่ เป็นทฤษฎีแนวทางในการบริหารจัดการที่ดินและน้ำ เพื่อการเกษตรในที่ดินขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบความยากลำบากให้ผ่านพ้นวิกฤตมาได้ แบ่งพื้นที่จัดสรรในการทำสวนตามอัตราส่วน 30 : 30 : 30 : 10 จุดเริ่มต้นของการทำเกษตรผสมผสาน คุณพัน เล่าว่า จุดเริ่มต้นมันเกิดจาก “ความรักในการทำเกษตร” ซึ่งการจะเป็นเกษตรกรไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเกษตรเป็นเรื่องของการเอาใจใส่ และเวลาในการเพาะเลี้ยง แต่เมื่อมันออกผลผลิตให้เราแล้ว ผลผลิตเหล่านั้นจะทำให้เราอยู่ได้แถมสร้างรายได้ให้เราอีกด้วย และที่สำคัญคือ ‘เราเป็นนายตัวเอง’ ช่วงหนึ่งในการพูดคุยคุณพันได้เล่า
หากจะกล่าวถึงต้นไม้ที่แปลกหรือประหลาด ต้นไม้ที่หลายๆ คนคิดถึงคงไม่พ้นจำพวกพืชกินแมลง บางคนอาจคิดว่าไม่มีอยู่จริง หรืออาจคิดว่าต้องอยู่ในป่าลึกลับ หลายคนคงไม่คิดว่าจะสามารถเจอได้ในประเทศไทย หรือเห็นขายในตลาดต้นไม้ทั่วไป และในป่าธรรมชาติของประเทศไทยก็มีพืชกินแมลง เช่น หม้อข้าวหม้อแกงลิง ที่หลายคนอาจจะเคยเห็นหรือรู้จักมาบ้าง พืชกินแมลงไม่ได้เลี้ยงยากอย่างที่คิด บางพันธุ์เลี้ยงได้ง่ายมาก พืชกินแมลงมีลักษณะพิเศษ ในการล่อแมลง จับแมลง และลักษณะที่จะขาดไม่ได้คือ กินเหยื่อ หรือความหมายในเชิงวิทยาศาสตร์คือ สามารถย่อยและดูดซึมธาตุอาหารจากเหยื่อ เพื่อช่วยในการบำรุงต้นให้แข็งแรง และเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตของต้นพืชเพื่อโอกาสในการอยู่รอด และยังมีพืชหลายชนิดที่สามารถดักจับและฆ่าแมลงได้ แต่ไม่กิน (ไม่ดูดซึมสารอาหารจากเหยื่อ) จึงไม่จัดว่าเป็นพืชกินแมลง ทำไมต้องกินแมลง มีคำอธิบายจากแนวคิดของนักวิทยาศาสตร์ ถึงประเด็นนี้ แบ่งออกเป็น 2 แนวคิด คือ สิบเอก บรรลือศักดิ์ สีหิน หรือ คุณดิ๊ ประกอบอาชีพเสริมเป็นเกษตรกรเพาะพันธุ์และจำหน่ายไม้กินแมลง ปัจจุบันภายในโรงเรือนเพาะเลี้ยงไม้กินแมลงแห่งนี้ มีหลายร้อยสายพันธ
“เกษตรรอบบ้าน สร้างง่ายและทำเงิน” ซึ่งอาจจะเป็นแนวทางในการประกอบการตัดสินใจ สำหรับผู้ที่ต้องการทำอาชีพเกษตรกรรมหรือเปลี่ยนพื้นที่รอบบ้านให้มีมูลค่าในยุคปัจจุบัน ซึ่งเกษตรกรต้นเรื่องที่ต้องการถ่ายทอดประสบการณ์การทำสวนฉบับเกษตรกรหนุ่มอารมณ์ดี วัย 31 ปี ที่หักเหชีวิตจากพนักงานออฟฟิศสู่การเป็นเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดตราดสีทอง ทีเพียงเอ่ยชื่อ ชาวบ้านในพื้นที่ถึงขั้นต้องร้องอ๋อ นั่นก็คือ คุณปกรณ์ รัตนธรรม หรือ คุณท็อป เจ้าของไร่รัตนธรรม ในพื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลท่ากุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดตราด หลังเรียนจบหันมาสานต่ออาชีพเกษตรอย่างเต็มตัว เพราะที่บ้านทำเกษตรมาก่อนอยู่แล้ว ด้วยการปลูกผลไม้หลายอย่าง โดยเฉพาะสับปะรดพันธุ์ตราดสีทอง ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร จากหนุ่มออฟฟิศ สู่เกษตรกรอารมณ์ดี คุณท็อป เล่าถึงเส้นทางชีวิตการทำอาชีพเกษตรอย่างเต็มตัวให้เราฟังว่า หลังจากเรียนจบ ในปี 2558 ได้เข้าทำงานเป็นนักวิจัยเกี่ยวกับการดูแลข้อมูลในบริษัทหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งระหว่างการทำงานประจำ ในช่วงต้นปี 2559 จึงทดลองปลูกสับปะรดพันธุ์ตราดสีทอง 7,000-8,000 หน่อ ในพื้นที่ข้างบ้าน ขณะนั้นคุณท็อปก็พอมีความรู้เรื่องเกษต
วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน บอกหมดเปลือก เคล็ดไม่ลับ “สูตรน้ำหมักสมุนไพรไล่แมลง” กำจัดแมลงที่ชอบมากัดกินใบทำให้เป็นรู และเหี่ยวแห้ง แต่ไม่อยากใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ไร้สารตกค้าง เรียกได้ว่าวัตถุดิบวันนี้หาได้ง่ายๆ สมุนไพรล้วนๆ ที่มีรสเผ็ดร้อนและมีกลิ่นของน้ำมันหอมระเหย ไม่มีสารเคมีปลอดภัยแน่นอน ซึ่งแต่ละชนิดล้วนมีสรรพคุณช่วยขัดขวางการดูดกินอาหารและยับยั้งการเจริญเติบโตของแมลงหลายชนิด และทำให้ไข่แมลงฝ่อ รวมถึงช่วยกำจัดเชื้อราและแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุโรคพืชได้ 🪣วัตถุดิบ กะเพรา โหระพา ตะไคร้ แมงลัก พริก สะระแหน่ ใบมะกรูด กระชาย อย่างละ 1 กำมือ หัวหอม 3 หัว กระเทียม 1 หัว ข่า 1 แง่ง เมล็ดพริกไทยแห้ง 1 ช้อนชา พริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 1 ลิตร 💡วิธีทำ หั่นสมุนไพรที่มีขนาดใหญ่ ได้แก่ ข่า กระชาย ตะไคร้ และหัวหอม ให้เป็นชิ้นเล็กๆ จะช่วยตำหรือปั่นได้ง่ายขึ้น นำสมุนไพรทั้งหมดมาตำหรือปั่นรวมกันให้ละเอียด พร้อมคลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักส่วนผสมสมุนไพรทั้งหมดใส่ในโหล ใส่พริกแกงและน้ำส้มสายชู เติมน้ำเปล่าแล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นปิดฝาให้สนิท หมักทิ้งไว้ 1 คืน กรองเฉพาะน้ำสกัดมาใช้
