เทคโนโลยีชาวบ้าน
หลายๆ คนอาจจะสงสัย “จิบเบอเรลลิน” คืออะไร ก่อนอื่นวันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะพาทุกคนไปทำความรู้จักก่อน จิบเบอเรลลิน (Gibberellin) เป็นฮอร์โมนพืชที่มีโครงสร้างโมเลกุลขนาดใหญ่ ควบคุมการเจริญเติบโตและมีอิทธิพลต่อกระบวนการทางพัฒนาการ รวมทั้งการยืดของข้อ การงอก การพักตัว การออกดอก การแสดงเพศ การชักนำการสร้างเอนไซม์ รวมทั้งการชราของดอกและผล บางคนอาจจะทราบราคาค่อนข้างแรง วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านเลยมีสูตรการทำจิบเบอเรลลินจากหัวไชเท้า ที่ช่วยกระตุ้นพืชแตกยอด ที่สามารถทำไว้ใช้เองได้ ช่วยประหยัดไปได้ส่วนหนึ่ง ใครพร้อมแล้วไปดูสูตรกันได้เลย วัสดุอุปกรณ์ หัวไชเท้า 1/2 กิโลกรัม น้ำตาลกลูโคส 4 กิโลกรัม น้ำมะพร้าวอ่อน 1 ลูก เครื่องดื่มชูกำลัง 1/2 ขวด วิธีทำ ปอกเปลือกหัวไชเท้า แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำมาปั่นให้ละเอียด กรองเอาแต่น้ำหัวไชเท้า ผสมกับน้ำตาลกลูโคส น้ำมะพร้าวอ่อน และเครื่องดื่มชูกำลัง คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน การนำไปใช้ นำส่วนผสมที่ได้ 50-100 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นพืชผักทุก 3-7 วัน สูตรนี้เป็นสูตรเร่งด่วนคือทำแล้วต้องใช้ให้หมด ถ้าไม่หมดสามารถเก็บในตู้เย็นได้ไม่เกิน 1 อาทิตย์ แต่ถ้าจะให้ได้ผลด
ค้างไม้เลื้อย เป็นไอเดียในการปลูกผักจำพวกไม้เลื้อย ไม่ว่าจะเป็น แตง บวบ มะระ มะเขือเทศ ถั่วพู ถั่วฝักยาว จำเป็นต้องมีค้างเพราะเป็นเสาหลักสำหรับให้ไม้เลื้อยหรือไม้เถายึดเกาะ เพื่อให้ลำต้นไม้เหล่านั้นได้เกาะเลื้อยเติบโตขึ้นมา จะนิยมใช้กับการปลูกพืชสวนครัว ใครที่กำลังมีแพลนแต่ไม่รู้จะเลือกใช้แบบไหนให้เหมาะกับผักที่ปลูก นอกจากจะใช้ปลูกผักแล้ว ยังทำให้ได้สวนสวยๆ ประดับตกแต่งบ้านอีกด้วย แถมยังมีผักไว้รับประทานเอง ปลอดภัยแน่นอน วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านรวม 10 ไอเดีย เพื่อเป็นแรงบันดาลใจสำหรับตกแต่งสวนหลังบ้าน ค้างไม้เลื้อย เลือกให้เหมาะกับผักที่จะปลูก ค้าง คือ เสาหลักสำหรับให้ไม้เลื้อยหรือไม้เถายึดเกาะ นิยมใช้ในการปลูกผักสวนครัว ซึ่งนอกจากจะใช้ปลูกผักแล้ว ค้างไม้เลื้อยยังนับว่าเป็นของตกแต่งที่ช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้กับสวนอีกอย่างหนึ่งด้วย อุปกรณ์ในการทำ “ค้างไม้เลื้อย” มีนิดเดียวเท่านั้น สิ่งต้องใช้มีเพียงแค่ ไม้ขนาดยาว เช่น ไม้ไผ่ เชือก เมล็ดพันธุ์ ซึ่งเราสามารถใช้เมล็ดอะไรก็ได้ที่เป็นพืชไม้เลื้อย ไม่ว่าจะเป็นผักหรือดอกไม้ วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะพาไปดูว่าค้างไม้เลื้อย มีรูปแบบต่างๆ มากมาย ขึ้
กว่าจะมาเป็น “สวนผักหลังบ้าน” ก่อนหน้านี้ทำมาแล้วหลายอย่าง แต่ที่ทำมาตลอดคือการปลูกผัก เริ่มต้นจากปลูกผักสวนครัวเก็บขายตลาดนัดแถวบ้าน จากความสงสัยผักสลัดที่อยู่บนจานสเต๊กทำไมราคาถึงแพง ลองหาข้อมูล ลองผิดลองถูกจากประสบการณ์จนประสบความสำเร็จ คุณปรเมนทร์ ประมะโข หรือ คุณต้น อยู่บ้านเลขที่ 27 หมู่ที่ 6 ตำบลโพธิ์ทอง อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด จากพ่อค้าขายผักเริ่มจากความชอบปลูกผัก เดิมปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ แต่ก็ได้ปรับเปลี่ยนเนื่องจากต้นทุนสูง จนปัจจุบันปลูกผักสลัดอินทรีย์เต็มตัว บนพื้นที่ 2 งาน ปลูกผักสลัดหลากหลายสายพันธุ์ เช่น กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค ผักสลัดแก้ว คอส บัตเตอร์เฮดก็มี และผักกาดหอมอิตาลี ทำรายได้หลักหมื่นต่อเดือน ผลตอบรับดีเกินคาด ออร์เดอร์เยอะไม่พอขาย คุณต้น บอกว่า เริ่มต้นที่จริงหลักร้อยก็สามารถเริ่มปลูกผักอินทรีย์ได้ ทำไม่ยาก ใครๆ ก็สามารถทำได้ ปัจจัยหลักของการปลูกผักอินทรีย์ เน้นการดูแลแบบธรรมชาติล้วนๆ ไม่ใช้ทั้งปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดศัตรูพืช เน้นใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านในการเพาะปลูกอย่างการใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก เพื่อให้พืชแข็งแรงต้านโรคต้านศัตรูพืชได้ พัฒนาต่อยอดจากผักสด และขายเมล
รู้หรือไม่? ขี้นกกระทา เป็นหนึ่งในปุ๋ยธรรมชาติที่มีธาตุอาหารสูงกว่าขี้ไก่ ขี้วัว และขี้หมูแบบไม่น่าเชื่อ! ด้วยคุณสมบัติพิเศษที่มีไนโตรเจนสูงมาก จึงช่วยเสริมการเจริญเติบโตของพืชได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ผักของคุณ เขียวสด แข็งแรง และโตไว นกกระทา เป็นสัตว์ลำไส้สั้น อาหารที่กินจะเป็นพวกปลาป่น กากถั่ว รำ ข้าวโพด ถึงจะเป็นนกตัวจิ๋วแต่แจ๋วนะบอกเลย ขี้ของนกกระทามีธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพืชจำนวนมาก โดยเฉพาะไนโตรเจนและฟอสฟอรัส โดยเฉพาะไนโตรเจนมากถึง 9.28% สูงกว่าขี้สัตว์ชนิดอื่นๆ ปัจจุบันขี้นกกระทากำลังเป็นที่นิยมของเกษตรกรเป็นอย่างมาก เนื่องจากขี้นกกระทามีคุณสมบัติเหนือกว่าขี้สัตว์ชนิดอื่นๆ ซึ่งในขี้นกกระทามีธาตุอาหารหลักและธาตุอาหารรองครบถ้วน ขี้นกกระทามีค่า NPK ที่ใกล้เคียงพอๆ กับขี้ค้างคาวเลย ขี้นกกระทาเป็นปุ๋ยหมักแหล่งเพาะพันธุ์ที่ดีเยี่ยมสำหรับจุลินทรีย์ในดินซึ่งทำหน้าที่ได้อย่างดีในการปรับปรุงความอุดมสมบูรณ์ของดิน ปุ๋ยประเภทนี้จะเหมาะสำหรับบำรุงต้น ดอก และผล แต่ก็ต้องใช้ในปริมาณที่พอเหมาะ ถ้าลองใช้ปุ๋ยขี้นกกระทาจะเห็นผลภายใน 5-7 วัน ต้นไม้จะมีสีเขียวสด วิธีการใช้ : ควรใส่บริเวณโคนต้นผักระหว่าง
ในน้ำมะพร้าวจะมีสารไซโตไคนิน น้ำตาล วิตามิน เกลือแร่ และแร่ธาตุอีกหลายชนิด จึงมีประโยชน์ต่อพืช สามารถนำมาใช้เลี้ยงและขยายเชื้อจุลินทรีย์ได้ดี 🪴ขั้นตอนการทำ 1.หั่นมะพร้าวให้เป็นชิ้นเล็กๆ ห่อด้วยมุ้งไนลอน และใส่ลงในถังหมัก 2.เติมน้ำสะอาดลงไป 3.ปิดฝาถังหมักทิ้งไว้ 20 วัน หรือจนกว่าเนื้อมะพร้าวจะย่อยสลาย 4.เติมน้ำหน่อกล้วยลงไป หมักต่ออีก 10 วัน เพื่อเลี้ยงจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง หมายเหตุ : เหลือพื้นที่ให้มีอากาศเพื่อให้จุลินทรีย์หายใจ 10% ของพื้นที่ 🪴วัตถุดิบ เนื้อมะพร้าว 1 กิโลกรัม น้ำสะอาด 5 ลิตร น้ำหน่อกล้วย 1 ลิตร ✨วิธีการนำไปใช้ น้ำเนื้อมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำ 20 ลิตร ใช้รด ราด หรือฉีดพ่นทางใบ จะช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืช 🌱ขอบคุณสูตรจาก : อาจารย์ปรีชา บุญท้วม04 #เทคโนโลยีชาวบ้าน #technologychaoban #สูตรปุ๋ย #สูตรน้ำหมัก #มะพร้าว #น้ำสกัดเนื้อมะพร้าว เผยแพร่ออนไลน์ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2568
ผักบ้านๆ คู่ครัวไทย แถมยังเติบโตง่ายในสภาพอากาศร้อนชื้นแบบบ้านเรา ผักแต่ละชนิดต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน เพราะผักบางชนิดชอบแดด บางชนิดชอบน้ำ ทุกครั้งที่ปลูกไม่ว่าชนิดไหนเราจึงควรหมั่นดูแล เอาใจใส่ แล้วพืชที่ปลูกจะได้ผลผลิตที่ดี บ้านใครมีพื้นที่ปลูกพืชผักถือว่ามีทำเลทองอยู่ในบ้าน ได้ผักที่ปลอดสารไว้กินเองดีต่อสุขภาพ แถมยังสามารถต่อยอดด้วยการปลูกผักขายได้อีกด้วย เป็นกิจกรรมยามว่างสำหรับวันหยุด ชวนครอบครัวมาปลูกผักไว้ทำอาหารกินเองกันดีกว่า มีพืชชนิดไหนที่ปลูกรอบบ้านกันบ้างไปดูกันเลย 🍀สะเดา 🪴วิธีการปลูก เป็นพืชปลูกง่าย ทนแล้ง ยิ่งแล้งยิ่งออกดอกดี การปลูกสามารถปลูกได้หลายวิธี จะปลูกแบบชำต้น พอต้นสมบูรณ์แล้วค่อยเอาลงดิน หรือปลูกแบบเสียบยอดก็ได้ ซึ่งทั้งสองวิธีนี้ให้ผลรับออกมาเหมือนกัน สะเดาจะผลัดใบช่วงสั้นๆ ปีละ 1 ครั้ง ในช่วงออกดอก ประมาณเดือนธันวาคม-มกราคม ผลมีลักษณะและขนาดคล้ายพวงองุ่น สุกประมาณเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ผลสุกมีสีเหลือง หรือเหลืองอมเขียว ภายในมีเมล็ด 1-2 เมล็ด 🌱การเพาะกล้าจากเมล็ดสะเดา การเก็บเมล็ดสะเดามาเพาะกล้า มีเคล็ดลับว่าเมล็ดสะเดาจะต้องแก่จัด โดยเมล็ดสะเดาจะร่วงช่วงเดือนเ
เดิมทำธุรกิจจานเซรามิกจำหน่าย แต่มีวันหนึ่งคุณพ่อซื้อนกมา 1 กรง ประมาณ 60 ตัว เพื่อเอาไปเลี้ยงที่บ้าน จึงตั้งไว้หน้าร้านเพื่อที่จะนำกลับบ้านตอนเย็น แต่ก็มีผู้คนที่เดินผ่านไปมาให้ความสนใจสอบถามราคาเรื่อยๆ จนปิ๊งไอเดีย เฮ้ย! น่าจะเวิร์ก เลยเป็นที่มาของนกคุณปลื้มจนถึงทุกวันนี้ คุณศศินา ทรัพย์เกษม หรือ คุณปลื้ม เจ้าของนกคุณปลื้ม เป็นวัยรุ่นยุคใหม่ที่มีความสนใจในการเลี้ยงนก เพาะพันธุ์ คิดสูตรอาหารเอง และยังมีหน้าร้านอยู่ที่ตลาดมารวย เรียกได้ว่าครบจบเรื่องนกที่ร้านเลยทีเดียว ทั้งอุปกรณ์ อาหาร ยา และยังให้คำปรึกษาสำหรับลูกค้าที่รับนกไปเลี้ยงเข้าสู่ปีที่ 6 คุณปลื้ม เล่าว่า เดิมไม่ได้เป็นคนที่ชอบนก แต่คุณพ่อคุณแม่ได้ซื้อลูกนกมาเลี้ยงสายพันธุ์ซันคอนัวร์ ซึ่งลูกนกจะมีลักษณะไม่มีขน เหมือนหนังไก่ จึงรู้สึกไม่ชอบ แต่พอเลี้ยงไปจนน้องโตขึ้นรู้สึกว่านิสัยขี้อ้อน มีความฉลาด จากความที่ไม่ชอบกลายเป็นรัก ด้วยลักษณะนิสัยของนกแต่ละสายพันธุ์จะมีจุดเด่นที่ต่างกัน จุดเริ่มต้นของ “นกคุณปลื้ม” เกิดจากคุณพ่อซื้อนกพันธุ์หงษ์หยกมากรงหนึ่งประมาณ 60 ตัว ตั้งใจจะนำไปเลี้ยงที่บ้าน ระหว่างนั้นได้นำกรงนกวางไว้หน้าร้านของต
สูตรน้ำหมักที่จะช่วยเร่งพัฒนาการของตาดอกให้เจริญเร็ว ช่วยในการติดดอกและออกดอกดก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับไม้ตัดดอก เช่น ดาวเรือง มะลิ กุหลาบ ทำง่าย ประหยัด และไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อตัวผู้ใช้และธรรมชาติ สูตรนี้จะช่วยกระตุ้นการแตกตาดอกและพัฒนาการของดอกได้ดี เหมาะสำหรับใช้กับไม้ตัดดอกทั่วไป และไม้ผลระยะออกดอกบางชนิด 🪴วิธีการ สับชมพู่ให้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปใส่ในถังหมัก เติมกากน้ำตาล พด.2 และน้ำเปล่าลงไปในถัง คนให้เข้ากัน หมักไว้นานประมาณ 6 เดือน โดยระหว่างหมักให้แบ่งใส่รำละเอียดลงในถังหมัก อาทิตย์ละครั้ง ครั้งละประมาณ 1 กิโลกรัม แล้วคนรำละเอียดให้เข้ากันกับน้ำหมักไปเรื่อยๆ จนกว่าจะครบเวลาที่กำหนด เมื่อครบกำหนดก็สามารถนำน้ำหมักที่ได้ไปใช้ได้ทันที 🪴วัตถุดิบ ชมพู่ จำนวน 30 กิโลกรัม พด.2 จำนวน 2 ซอง กากน้ำตาล จำนวน 30 กิโลกรัม น้ำเปล่า จำนวน 30 ลิตร รำละเอียด จำนวน 30 กิโลกรัม ✨วิธีการนำไปใช้ ใช้น้ำหมัก 20 ซีซีต่อน้ำ 25 ลิตร ฉีดในช่วงเช้าหรือเย็น ขณะไม่มีแดด หรือช่วงพืชแตกตาดอก 🌱ขอบคุณสูตรจาก : ประสิทธิ์ โสภี. เกษตรกรบ้านเขาดิน 🌐ขอบคุณข้อมูลจาก : rakbankerd.com #เทคโนโลยีชาวบ้าน #technologychaoban
ในยุคที่โลกการเกษตรเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งภัยธรรมชาติ ราคาผลผลิตผันผวน รวมถึงการแข่งขันทางตลาดรุนแรงมากขึ้น คำถามสำคัญคือเกษตรกรไทยจะอยู่รอดและเติบโตได้อย่างไร กรมส่งเสริมการเกษตร (สกส.) จึงเดินหน้าขับเคลื่อนแนวทางใหม่ภายใต้นโยบายทำการเกษตรให้มีมูลค่าสูง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต-รายได้ของเกษตรกรไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้โครงการ “1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง” เพื่อเป็นต้นแบบของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ และเพื่อต่อยอดนโยบายให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ กรมส่งเสริมการเกษตร ผสานความร่วมมือ เทคโนโลยีชาวบ้าน สื่อในเครือมติชนที่เป็นผู้นำด้านเกษตรครบวงจร จัดสัมมนาใหญ่ในหัวข้อ “Agri-Next พลิกโฉมเกษตรไทย สู่ผู้นำเกษตรมูลค่าสูง” ณ ห้องประชุมอาคารหนังสือพิมพ์ข่าวสด ซึ่งเป็นเวทีสำคัญที่เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมอง และสร้างเครือข่ายเกษตรมูลค่าสูงให้เกิดขึ้นจริง เปิดวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนเกษตรไทยสู่อนาคต นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ Special Talks : “1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง : จากต้นแบบสู่โมเดลระดับชาติ” พร้อมเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรมีเป้าหมายยกระด
ผักกรอบไม่ง้อเคมี! ด้วย “สูตรน้ำหมักถั่วเหลือง” ฮอร์โมนถั่วเหลือง จะช่วยเร่งต้น เร่งใบ ทำให้ผักอ่อนกรอบ ลำต้นไม่แคระแกร็น ผักสมบูรณ์แข็งแรง และช่วยบำรุงดิน ทำให้ดินดี มีธาตุอาหารมากขึ้น 🔴วัตถุดิบ ถั่วเหลือง 1 กิโลกรัม (ที่ใช้ทำน้ำเต้าหู้) ผงกลูโคส 1 กระป๋อง (ปริมาณ 400 กรัม) น้ำตาลทรายขาว 1 กิโลกรัม โยเกิร์ต (รสธรรมชาติ) 2 ถ้วย หรือ ยาคูลท์ 2 ขวด น้ำส้มสายชู 1/2 ขวด (ขนาดขวดน้ำปลา) มะพร้าว 4 ลูก กลูโคส 400 กรัม น้ำเปล่า 8 ลิตร 🪴ขั้นตอนการทำ ล้างถั่วเหลืองด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด นำไปแช่ในน้ำอุ่นทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นเทน้ำทิ้งแล้วล้างให้สะอาดอีกครั้ง นำถั่วเหลืองที่ล้างแล้วผสมกับน้ำสะอาด 8 ลิตรปั่นให้ละเอียด กรองกากถั่วเหลืองครั้งแรกด้วยกระชอน แล้วกรองซ้ำอีกครั้งด้วยผ้าขาวบาง จากนั้นเทใส่ถังที่เตรียมไว้ ใส่ส่วนผสมที่เหลือทั้งหมดตามลงไปในถัง คนให้ส่วนผสมเข้ากันแล้วปิดฝา หมักทิ้งไว้ 1 เดือน 🍀วิธีใช้ ผสมน้ำหมักถั่วเหลือง 2-3 ช้อนลงในน้ำเปล่าประมาณ 5 ลิตร ใช้รดผักสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ช่วยให้ผักเติบโตได้ดี ลำต้นแข็งแรง และทำให้ผักกรอบอร่อย ✨เคล็ดลับ หากใช้ยาคูลท์หมักทิ้งไว้ 1 เดือน หากใ
