เศรษฐกิจพอเพียง
นายธีระ วงษ์เจริญ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดจันทบุรี และประธานคณะกรรมการด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวถึงผลกระทบผลผลิตผลไม้จากปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID -19) ว่า ตลาดหลักผลไม้ของไทยคือประเทศจีน แต่ยามนี้เกิดการระบาดของไวรัสโคโรนา แม้แต่ประเทศแถบยุโรปก็ส่งออกไปไม่ได้เหมือนกันเพราะสายการบินปิดการขนส่ง เกษตรกรมีความวิตกกังวลกับผลผลิตที่ออกมาในช่วงของเดือนมีนาคม คือ ทุเรียน มังคุด เงาะ ก่อนหน้านี้ลำไยได้รับผลกระทบไปแล้ว กอปรกับภัยแล้งจึงซ้ำเป็น 2 แรง โดยในขณะนี้เกษตรกรได้พยายามดูแลผลผลิตของตัวเองให้รอดจากภัยแล้งก่อน แล้วมองตลาดภายในประเทศ โดยเฉพาะการกระจายผลผลิตในพื้นที่จังหวัดให้มากขึ้น รวมทั้งการใช้สถาบันเกษตรกร เช่น ระบบสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจแปลงใหญ่ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ องค์การตลาดของกระทรวงมหาดไทย ต้องเร่งหารือให้เร็วที่สุด หากผลผลิตออกมาแล้วจะแก้ไขปัญหาไม่ทัน ส่วนตลาดต่างประเทศซึ่งเป็นตลาดหลักเมื่อได้รับผลกระทบจะแก้ไขปัญหาได้ยาก แต่หากเตรียมความพร้อมในประเทศได้ก่อน ส่วนต่างหรือเกินจึงค่อยดำเนินการต่อ ส่วนเรื่องราคา
พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคกลาง และพลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี รองประธานอนุกรรมการฯ พร้อมคณะอนุกรรมการฯ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยมะหาดอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลหนองพันจันทร์ อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี พร้อมกับรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานและเยี่ยมชมผลผลิตของเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์จากอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี กล่าวว่า โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยมะหาดอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สร้างขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค และทำการเกษตร โดยกรมชลประทานได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2530 อ่างเก็บน้ำห้วยมะหาดอันเนื่องมาจากพระราชดำริมีขนาดความจุ 4.3 ล้านลูกบาศก์เมตร มีระบบท่อส่งน้ำ จำนวน 2 ระบบ ได้แก่ ระบบ Pumping (ระบบส่งน้ำด้วยเครื่องสูบน้ำ) ความยาวรวม 20.935 กิโลเมตร และระบบ Gravity (ระบบส่งน้ำแบบโดยแรงโน้มถ่วงของโลก) ความยาวรวม 5.952 กิโลเมตร ปัจจุบันอ
เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2563 สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง (สสก.3) นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมความสำเร็จขนุนแปลงใหญ่ ตำบลหนองเหียง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี หนึ่งในวิสาหกิจชุมชนที่มีการบริหารจัดการสินค้าเกษตรโดยยึดหลักตลาดนำการเกษตรอย่างครบวงจร ส่งออกจีน และยุโรป สร้างรายได้แก่ชุมชน เตรียมขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ขนุนหนองเหียง นายดำรงฤทธิ์ หลอดคำ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง (สสก.3) เปิดเผยว่า อำเภอพนัสนิคม มีเกษตรกรผู้ปลูกขนุนในพื้นที่เกือบทุกตำบล และปลูกมากในพื้นที่ตำบลหนองเหียง โดยปลูกอย่างจริงจังเป็นอาชีพสามารถส่งจำหน่ายเป็นรายได้หลักและรายได้เสริมเป็นอย่างดี ที่สำคัญเป็นขนุนคุณภาพ ตั้งแต่ขนาด ปริมาณ เนื้อผิว และรสชาติ เป็นที่ยอมรับของตลาด เกษตรกรมีการจัดการด้านการตลาดอย่างเด่นชัด ผลผลิตส่วนใหญ่ส่งออกต่างประเทศ ทั้งในรูปแบบผลสดและแบบแกะเนื้อแช่แข็ง ส่วนผลอ่อนขนาดเล็กที่ไม่ได้คุณภาพจะนำมาแปรรูป โดยผลสุกได้นำมาแปรรูป อาทิ ขนุนลอยแก้ว ขนุนเชื่อมอบแห้ง แยมขนุน เป็นต้น ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างมาก “สสก.3 จังหวัดระยอง
เมื่อประมาณ 20 กว่าปีมาแล้ว หมู่บ้านวิชาการเกษตรมีกระจายอยู่ตามพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตต่างๆ ของกรมวิชาการเกษตร ที่เรียกย่อๆ ว่า สวพ. มี สวพ.1-8 ตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก ไปจนถึงภาคใต้ แล้วอยู่ๆ หมู่บ้านวิชาการเกษตรก็สูญหายไป หมู่บ้านวิชาการเกษตรยุคเริ่มต้น ดร.วิชัย นพอมรบดี อดีตรองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร สมัย ดร.วิจิตร เบญจศีล ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เล่าว่า ท่านเป็นผู้ริเริ่มโครงการหมู่บ้านวิชาการเกษตรในขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ สวพ. เขตที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ คิดริเริ่มโครงการหมู่บ้านวิชาการเกษตรขึ้นเนื่องจากเป็นที่รู้กันในหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ว่างานวิจัยเป็นหน้าที่ของกรมวิชาการเกษตร ผลงานวิจัยที่สำเร็จแล้วจะต้องถ่ายทอดไปยังกรมส่งเสริมการเกษตรเพื่อนำไปถ่ายทอดสู่เกษตรกรอีกต่อหนึ่ง การส่งข้อมูลในสมัยนั้นจะเป็นเพียงการส่งเอกสารและการฝึกอบรมซึ่งยังไม่เห็นผลชัดเจน ก็มาคิดว่าทำอย่างไรจะนำเทคโนโลยีที่กรมวิชาการเกษตรได้ศึกษาวิจัยแล้วส่งไปให้เกษตรกรได้ปรับใช้ในหมู่บ้านในพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ ในสมัยนั้นชา
“จากเป็นคนที่ไม่เคยศรัทธาในอาชีพเป็นเกษตรกรมาก่อน เห็นพ่อกับแม่ทำ แต่ไม่นึกใส่ใจ แต่เมื่อเจอปัญหา อาชีพที่เรามองข้ามกลับมาช่วยเราปลดหนี้ พ่อเราจับจอบจับเสียมแต่สามารถช่วยเราปลดหนี้ที่เราไปทำล้มเหลวมาได้ จึงเริ่มเกิดความศรัทธาในอาชีพเกษตรกรรมขึ้น จนมีความคิดที่ว่าอาชีพเกษตรกรรมนี่แหละจะสามารถสร้างความยั่งยืนให้กับตัวเองและคนในครอบครัวต่อไปได้”…คำสารภาพ ของ คุณกัลยา คุณกัลยา พงสะพัง (พี่ยา) ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์สาวสวย คุณกัลยา พงสะพัง (พี่ยา) ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์สาวขอนแก่น อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ที่ 14 ตำบลบ้านเม็ง อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น เล่าว่า อดีตตนเคยทำงานที่บริษัทเกี่ยวกับยางรถยนต์มาก่อน ทำอยู่ในส่วนฝ่ายจัดการผู้บริหารระดับสูง และประกอบธุรกิจส่วนตัวรับเหมาก่อสร้างควบคู่กันไป ไม่เคยศรัทธาในอาชีพเป็นเกษตรกรที่พ่อกับแม่ทำมาก่อนเลย คิดว่าจะทำงานอยู่กรุงเทพฯ ไปจนแก่ แต่ก็เกิดจุดพลิกผันธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่ทำมีปัญหา ไปได้ไม่สวยอย่างที่คิด จำเป็นต้องยุบกิจการแล้วกลับบ้าน แต่ก็ไม่ได้กลับบ้านแบบสวยๆ เพราะติดหนี้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท ส่วนงานประจำที่ทำอยู่ก็ยังสา
ณ บ้านเลขที่ 144 หมู่ที่ 1 บ้านสถาน ตำบลภูซาง อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา เป็นที่ตั้งสวนมีสุข ของเกษตรกรหัวก้าวหน้า เจ้าของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (เครือข่าย) ทำการเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง มีการทำบัญชีครัวเรือนมาช่วยวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางการผลิตและอุดช่องโหว่ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น คุณนิคม วงศ์ใหญ่ เล่าถึงประวัติส่วนตัวว่า จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนบ้านสถาน ตำบลภูซาง เมื่อปี พ.ศ. 2532 พอจบก็เข้าไปทำงานที่กรุงเทพฯ โดยไปอยู่กับญาติ ทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟร้านอาหาร เงินเดือนตอนนั้น 1,500 บาท เพราะความรู้น้อย เปรียบเทียบกับเด็กเสิร์ฟด้วยกันแต่เขาจบ ม.3 หรือ ม.6 ปรากฏว่ารายได้มากกว่า ด้วยวุฒิการศึกษาจึงคิดได้ว่าถ้าตนเองมีความรู้สูงกว่านี้รายได้จากการทำงานก็จะสูงกว่านี้ คุณนิคมจึงตัดสินใจกลับมาบ้านไปเรียนการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) จนจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 แล้วไปเรียนต่อในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ที่วิทยาลัยเทคนิค เมื่อจบ ปวส. ก็มาพบกับ คุณชาลินี ตกลงใช้ชีวิตคู่กัน คุณนิคมพูดถึงคนอื่นว่าเริ่มต้นชีวิตครอบครัวจาก 1 หรือ 10 เพราะมีมรดกตกทอด แต่คู่
รมช. มนัญญา มอบนโยบายกรมส่งเสริมสหกรณ์ ยึดแนวเศรษฐกิจพอเพียง และพัฒนาช่องทางการขายสินค้าสหกรณ์ผ่านตลาดออนไลน์ แชร์ส่วนแบ่งตลาด 3 ล้านล้านบาท นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดงานสัมมนาวิชาการเนื่องในโอกาสครบรอบ 47 ปีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ว่า ขอให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการส่งเสริมงานสหกรณ์ เพราะจะเห็นว่าพระองค์ทรงงานหนักหลายด้าน แต่ก็ทรงให้ความสำคัญกับงานสหกรณ์มากเพราะสหกรณ์เป็นองค์กรที่มีความสำคัญที่จะช่วยดูแลเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง “ ความพอเพียงไม่ได้หมายความว่าลำบาก แต่เป็นการสร้างความมั่งคั่งและยั่งยืน เพราะหากไม่พอเพียงจะทำให้ชีวิตลำบาก หากรู้จักคำว่าพอเพียงจะไม่ลำบาก เกินกว่านั้นคือฟุ่มเฟือย ไร้ความจำเป็น ดังนั้นให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ในทุกพื้นที่จริงจังกับการทำงานเพื่อความเข้มแข็งสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ถือว่าทำงานใกล้ชิดกับเกษตรกรมากที่สุดและภารกิจยิ่งใหญ่ที่สุด ดิฉันอยากให้สกรณ์เราเข้มแข็ง เราต้องทุ่มเ
เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2562นายสหภูมิ ภูมิธฤติรัฐ ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ( พกฉ. ) จัดแถลงข่าวผลการดำเนินงานของสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ในรอบ 10 ปี และทิศทางการดำเนินงาน ในอนาคต ณ ศาลาเพียงดิน พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จ.ปทุมธานี นายสหภูมิ ภูมิธฤติรัฐ ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดเผยว่า “ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาพิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ มีภารกิจเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ด้านการเกษตรด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่องพร้อมตั้งมั่นในการสนองพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด แนวพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรจึงได้พัฒนาพื้นที่การเรียนรู้พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สมบูรณ์แบบ พร้อมนำเสนอเผยแพร่องค์ความรู้ในการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพ
นายจิระ สุวรรณประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 (สวพ. 8) กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ปัจจุบัน สวพ. 8 ได้ให้ความสำคัญกับการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์พื้นถิ่นของแต่ละจังหวัดยกระดับเป็นอาชีพเพื่อสร้างรายได้ หลังจากก่อนหน้านี้ประสบความสำเร็จในการวิจัยและพัฒนาการแปรรูปกล้วยฉาบน้ำตาลโตนดรำแดงพร้อมทั้งส่งเสริมการตลาดให้กับชุมชนควบคู่กัน โดย สวพ. 8 ร่วมกับชุมชนจัดทำตลาดพรีเมี่ยมรำแดงแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรม ที่บ้านป่าขวาง ต. รำแดง อ. สิงหนคร จ. สงขลา ซึงถือเป็นงานวิจัยที่พัฒนาชุมชนและเห็นผลได้จริง ตั้งแต่สร้างความเข้มแข็งชุมชน ผลิตพืชผสมผสาน รับรองมาตรฐาน แปรรูป สร้างมูลค่าเพิ่มตลาดจัดจำหน่ายและการท่องเที่ยวจนได้รับการชื่นชมจาก พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ที่สามารถขับเคลื่อนโครงการวิจัยและพัฒนาการจัดการผลิตพืชที่ยั่งยืนโดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจนประสบความสำเร็จในเชิงรูปธรรม ในการส่งเสริมให้เกษตรกรในชุมชนนำวัตถุดิบจากท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้ในครอบครัว ด้าน นายธัชธาวินท์ สะรุโณ ผู้
วช. ได้รับมอบหมายจาก ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. โดยคณะกรรมการจิตอาสาเฉพาะกิจ กลุ่มงานโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ให้ดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2562 ณ สำนักงานเทศบาลเมืองอุทัยธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี โดย พลตรี วีรยุทธ กวยะปาณิก เลขานุการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ภาค 3 ผู้แทนศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “การนำนวัตกรรมไปจัดการกับวัชพืชและผักตบชวาเพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน” ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวรายงานความเป็นมา และ ร้อยโท ทศพล ไชยโกมินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี กล่าวต้อนรับ โดยครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ ทั้งสิ้นจำนวน 210 คน และ วช. จะดำเนินการจัดกิจกรรมลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้กำหนดจัดกิจกรรมทั้งสิ้น 8 จังหวัด ซึ่งจังหวัดอุทัยธานีเป็นจังหวัดสุดท้ายในการจัดกิจกรรมนี้ วช. ได้ให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพและคุณภาพชีวิตข
