เศรษฐกิจพอเพียง
เมื่อประมาณ 20 กว่าปีมาแล้ว หมู่บ้านวิชาการเกษตรมีกระจายอยู่ตามพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตต่างๆ ของกรมวิชาการเกษตร ที่เรียกย่อๆ ว่า สวพ. มี สวพ.1-8 ตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก ไปจนถึงภาคใต้ แล้วอยู่ๆ หมู่บ้านวิชาการเกษตรก็สูญหายไป หมู่บ้านวิชาการเกษตรยุคเริ่มต้น ดร.วิชัย นพอมรบดี อดีตรองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร สมัย ดร.วิจิตร เบญจศีล ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เล่าว่า ท่านเป็นผู้ริเริ่มโครงการหมู่บ้านวิชาการเกษตรในขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ สวพ. เขตที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ คิดริเริ่มโครงการหมู่บ้านวิชาการเกษตรขึ้นเนื่องจากเป็นที่รู้กันในหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ว่างานวิจัยเป็นหน้าที่ของกรมวิชาการเกษตร ผลงานวิจัยที่สำเร็จแล้วจะต้องถ่ายทอดไปยังกรมส่งเสริมการเกษตรเพื่อนำไปถ่ายทอดสู่เกษตรกรอีกต่อหนึ่ง การส่งข้อมูลในสมัยนั้นจะเป็นเพียงการส่งเอกสารและการฝึกอบรมซึ่งยังไม่เห็นผลชัดเจน ก็มาคิดว่าทำอย่างไรจะนำเทคโนโลยีที่กรมวิชาการเกษตรได้ศึกษาวิจัยแล้วส่งไปให้เกษตรกรได้ปรับใช้ในหมู่บ้านในพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ ในสมัยนั้นชา
“จากเป็นคนที่ไม่เคยศรัทธาในอาชีพเป็นเกษตรกรมาก่อน เห็นพ่อกับแม่ทำ แต่ไม่นึกใส่ใจ แต่เมื่อเจอปัญหา อาชีพที่เรามองข้ามกลับมาช่วยเราปลดหนี้ พ่อเราจับจอบจับเสียมแต่สามารถช่วยเราปลดหนี้ที่เราไปทำล้มเหลวมาได้ จึงเริ่มเกิดความศรัทธาในอาชีพเกษตรกรรมขึ้น จนมีความคิดที่ว่าอาชีพเกษตรกรรมนี่แหละจะสามารถสร้างความยั่งยืนให้กับตัวเองและคนในครอบครัวต่อไปได้”…คำสารภาพ ของ คุณกัลยา คุณกัลยา พงสะพัง (พี่ยา) ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์สาวสวย คุณกัลยา พงสะพัง (พี่ยา) ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์สาวขอนแก่น อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ที่ 14 ตำบลบ้านเม็ง อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น เล่าว่า อดีตตนเคยทำงานที่บริษัทเกี่ยวกับยางรถยนต์มาก่อน ทำอยู่ในส่วนฝ่ายจัดการผู้บริหารระดับสูง และประกอบธุรกิจส่วนตัวรับเหมาก่อสร้างควบคู่กันไป ไม่เคยศรัทธาในอาชีพเป็นเกษตรกรที่พ่อกับแม่ทำมาก่อนเลย คิดว่าจะทำงานอยู่กรุงเทพฯ ไปจนแก่ แต่ก็เกิดจุดพลิกผันธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่ทำมีปัญหา ไปได้ไม่สวยอย่างที่คิด จำเป็นต้องยุบกิจการแล้วกลับบ้าน แต่ก็ไม่ได้กลับบ้านแบบสวยๆ เพราะติดหนี้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท ส่วนงานประจำที่ทำอยู่ก็ยังสา
ณ บ้านเลขที่ 144 หมู่ที่ 1 บ้านสถาน ตำบลภูซาง อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา เป็นที่ตั้งสวนมีสุข ของเกษตรกรหัวก้าวหน้า เจ้าของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (เครือข่าย) ทำการเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง มีการทำบัญชีครัวเรือนมาช่วยวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางการผลิตและอุดช่องโหว่ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น คุณนิคม วงศ์ใหญ่ เล่าถึงประวัติส่วนตัวว่า จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนบ้านสถาน ตำบลภูซาง เมื่อปี พ.ศ. 2532 พอจบก็เข้าไปทำงานที่กรุงเทพฯ โดยไปอยู่กับญาติ ทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟร้านอาหาร เงินเดือนตอนนั้น 1,500 บาท เพราะความรู้น้อย เปรียบเทียบกับเด็กเสิร์ฟด้วยกันแต่เขาจบ ม.3 หรือ ม.6 ปรากฏว่ารายได้มากกว่า ด้วยวุฒิการศึกษาจึงคิดได้ว่าถ้าตนเองมีความรู้สูงกว่านี้รายได้จากการทำงานก็จะสูงกว่านี้ คุณนิคมจึงตัดสินใจกลับมาบ้านไปเรียนการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) จนจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 แล้วไปเรียนต่อในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ที่วิทยาลัยเทคนิค เมื่อจบ ปวส. ก็มาพบกับ คุณชาลินี ตกลงใช้ชีวิตคู่กัน คุณนิคมพูดถึงคนอื่นว่าเริ่มต้นชีวิตครอบครัวจาก 1 หรือ 10 เพราะมีมรดกตกทอด แต่คู่
รมช. มนัญญา มอบนโยบายกรมส่งเสริมสหกรณ์ ยึดแนวเศรษฐกิจพอเพียง และพัฒนาช่องทางการขายสินค้าสหกรณ์ผ่านตลาดออนไลน์ แชร์ส่วนแบ่งตลาด 3 ล้านล้านบาท นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดงานสัมมนาวิชาการเนื่องในโอกาสครบรอบ 47 ปีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ว่า ขอให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการส่งเสริมงานสหกรณ์ เพราะจะเห็นว่าพระองค์ทรงงานหนักหลายด้าน แต่ก็ทรงให้ความสำคัญกับงานสหกรณ์มากเพราะสหกรณ์เป็นองค์กรที่มีความสำคัญที่จะช่วยดูแลเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง “ ความพอเพียงไม่ได้หมายความว่าลำบาก แต่เป็นการสร้างความมั่งคั่งและยั่งยืน เพราะหากไม่พอเพียงจะทำให้ชีวิตลำบาก หากรู้จักคำว่าพอเพียงจะไม่ลำบาก เกินกว่านั้นคือฟุ่มเฟือย ไร้ความจำเป็น ดังนั้นให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ในทุกพื้นที่จริงจังกับการทำงานเพื่อความเข้มแข็งสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ถือว่าทำงานใกล้ชิดกับเกษตรกรมากที่สุดและภารกิจยิ่งใหญ่ที่สุด ดิฉันอยากให้สกรณ์เราเข้มแข็ง เราต้องทุ่มเ
เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2562นายสหภูมิ ภูมิธฤติรัฐ ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ( พกฉ. ) จัดแถลงข่าวผลการดำเนินงานของสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ในรอบ 10 ปี และทิศทางการดำเนินงาน ในอนาคต ณ ศาลาเพียงดิน พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จ.ปทุมธานี นายสหภูมิ ภูมิธฤติรัฐ ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดเผยว่า “ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาพิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ มีภารกิจเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ด้านการเกษตรด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่องพร้อมตั้งมั่นในการสนองพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด แนวพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรจึงได้พัฒนาพื้นที่การเรียนรู้พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สมบูรณ์แบบ พร้อมนำเสนอเผยแพร่องค์ความรู้ในการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพ
นายจิระ สุวรรณประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 (สวพ. 8) กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ปัจจุบัน สวพ. 8 ได้ให้ความสำคัญกับการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์พื้นถิ่นของแต่ละจังหวัดยกระดับเป็นอาชีพเพื่อสร้างรายได้ หลังจากก่อนหน้านี้ประสบความสำเร็จในการวิจัยและพัฒนาการแปรรูปกล้วยฉาบน้ำตาลโตนดรำแดงพร้อมทั้งส่งเสริมการตลาดให้กับชุมชนควบคู่กัน โดย สวพ. 8 ร่วมกับชุมชนจัดทำตลาดพรีเมี่ยมรำแดงแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรม ที่บ้านป่าขวาง ต. รำแดง อ. สิงหนคร จ. สงขลา ซึงถือเป็นงานวิจัยที่พัฒนาชุมชนและเห็นผลได้จริง ตั้งแต่สร้างความเข้มแข็งชุมชน ผลิตพืชผสมผสาน รับรองมาตรฐาน แปรรูป สร้างมูลค่าเพิ่มตลาดจัดจำหน่ายและการท่องเที่ยวจนได้รับการชื่นชมจาก พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ที่สามารถขับเคลื่อนโครงการวิจัยและพัฒนาการจัดการผลิตพืชที่ยั่งยืนโดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจนประสบความสำเร็จในเชิงรูปธรรม ในการส่งเสริมให้เกษตรกรในชุมชนนำวัตถุดิบจากท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้ในครอบครัว ด้าน นายธัชธาวินท์ สะรุโณ ผู้
วช. ได้รับมอบหมายจาก ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. โดยคณะกรรมการจิตอาสาเฉพาะกิจ กลุ่มงานโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ให้ดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2562 ณ สำนักงานเทศบาลเมืองอุทัยธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี โดย พลตรี วีรยุทธ กวยะปาณิก เลขานุการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ภาค 3 ผู้แทนศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “การนำนวัตกรรมไปจัดการกับวัชพืชและผักตบชวาเพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน” ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวรายงานความเป็นมา และ ร้อยโท ทศพล ไชยโกมินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี กล่าวต้อนรับ โดยครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ ทั้งสิ้นจำนวน 210 คน และ วช. จะดำเนินการจัดกิจกรรมลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้กำหนดจัดกิจกรรมทั้งสิ้น 8 จังหวัด ซึ่งจังหวัดอุทัยธานีเป็นจังหวัดสุดท้ายในการจัดกิจกรรมนี้ วช. ได้ให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพและคุณภาพชีวิตข
กรมส่งเสริมสหกรณ์หนุนสหกรณ์พื้นที่โครงการหลวง เป็นองค์กรของชุมชนที่ช่วยส่งเสริมอาชีพให้ชาวเขาที่อาศัยอยู่บนพื้นที่สูงใน 11 จังหวัด พร้อมประชุมหารือตัวแทนสหกรณ์โครงการหลวง 46 แห่ง เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการดำเนินงานและเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งและรายได้ที่มั่นคงของชาวบ้านในพื้นที่ นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้จัดประชุมเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานส่งเสริมสหกรณ์และตัวแทนสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และกลุ่มเตรียมการสหกรณ์ในพื้นที่โครงการหลวง ปี 2562 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 9-11 กันยายน 2562 เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในการกำหนดทิศทางพัฒนาสหกรณ์ในพื้นที่โครงการหลวง ให้เป็นองค์กรของชุมชนและเป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้กับชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนพื้นที่สูง รวมถึงเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเสริมสร้างความร่วมมือในการดำเนินธุรกิจร่วมกันระหว่างสหกรณ์กับมูลนิธิโครงการหลวง ทั้งนี้ จุดเริ่มต้นของการจัดตั้งสหกรณ์ในพื้นที่โครงการหลวง เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2536 กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ร่วมกับมูลนิธ
นายจิระ สุวรรณประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 (สวพ.8) กล่าวว่า ในการเดินทางเยี่ยมชมผลงานวิจัยและพัฒนาการแปรรูปกล้วยฉาบน้ำตาลโตนดรำแดง ต.รำแดง อ.สิงหนคร จ.สงขลา ของ พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี เมื่อเร็วๆ นี้ ได้กล่าวชื่นชมกรมวิชาการเกษตรในการขับเคลื่อนโครงการวิจัยและพัฒนาการจัดการผลิตพืชที่ยั่งยืนโดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จนประสบความสำเร็จในเชิงรูปธรรม ในการส่งเสริมให้เกษตรกรในชุมชนนำวัตถุดิบจากท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้ในครอบครัว พร้อมให้นโยบาย ให้ สวพ.8 เข้าไปแนะนำส่งเสริมตลาดสินค้าให้ชุมชนมากขึ้น เพื่อยกระดับรายได้และความเป็นอยู่ของคนในชุมชน ซึ่ง สวพ.8 พร้อมเดินหน้าในการเร่งดำเนินการนโยบายดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ด้าน นายธัชธาวินท์ สะรุโณ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการผลิตพืชที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง สวพ.8 กล่าวเพิ่มเติมว่า การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์กล้วยฉาบน้ำตาลโตนด เกิดจาก สวพ.8 ร่วมกับกลุ่มเกษตรกรวิจัยการปลูกพืชตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์พื้นถิ่นนำเอากล้วยที่ปลูกบนดินยุคโฮโลซีน เมื่อทะเลยกตัวราว 5,000 ปีมาแล
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นำนวัตกรรมจัดการกับวัชพืชและผักตบชวา ภายใต้โครงการจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วช. ได้รับมอบหมายจาก คณะกรรมการจิตอาสาเฉพาะกิจกลุ่มงานโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ให้ดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2562 พลโท ธรรมนูญ วิถี แม่ทัพน้อยที่ 1 ผู้แทนศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ได้เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “การนำนวัตกรรมไปจัดการกับวัชพืชและผักตบชวา เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวความเป็นมา และนายสุพจน์ ยศสิงห์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวต้อนรับ ณ โรงเรียนวัดท่าพูด ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม โดยครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ ทั้งสิ้น จำนวน 145 คน วช. นำผลงานวิจัยและนวัตกรรม “เครื่องผลิตปุ๋ยหมัก” ของ ดร.ลักขณา เบ็ญจวรรณ์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพง
