เศรษฐกิจพอเพียง
คุณสุพจน์ โคมณี อยู่บ้านเลขที่ 9 หมู่ที่ 6 ตำบลหนองกระเจา อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ 60120 โทรศัพท์ (081) 041-0911 เจ้าตัว สืบทอดการประกอบอาชีพเกษตรกรรมเชิงเดี่ยวจากบิดา มารดา คือปลูกข้าวและทำไร่ข้าวโพดโดยใช้หลักพึ่งพาธรรมชาติ แต่ด้วยฤดูกาลที่ไม่แน่นอน บางปีน้ำหลาก บางปีน้ำแล้ง การเพาะปลูกจึงไม่ประสบความสำเร็จ ต่อมาในปี พ.ศ. 2536 มีโอกาสเข้ารับการฝึกอบรมการทำเกษตรผสมผสานของจังหวัดนครสวรรค์ เมื่อเรียนรู้แล้วคุณสุพจน์ได้ปรับเปลี่ยนทัศนคติและวิธีการทำการเกษตรกรรมจากที่เน้นเรื่องปริมาณผลผลิตเพื่อการค้าขายมาเป็นแบบพึ่งตนเองเพื่อบริโภคในครัวเรือน จากนั้นในปี พ.ศ. 2539 ได้กู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เพื่อนำมาฟื้นฟูพื้นที่เพาะปลูก และริเริ่มทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ ซื้อที่ดินเพิ่มอีก 20 ไร่ แบ่งสัดส่วนพื้นที่เป็น 30-30-30-10 หรือนาข้าว 6 ไร่ น้ำ 6 ไร่ ไม้ผล 6 ไร่ ที่อยู่อาศัย พืชผักสวนครัว และเลี้ยงสัตว์ 2 ไร่ ตั้งแต่นั้นมาชีวิตครอบครัวเริ่มดีขึ้น มีผลผลิตเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน ส่วนที่เหลือนำไปจำหน่ายได้จนสามารถใช้หนี้สินที่กู้ยืมมาหมดภายใน 4 ปี เป็ดที่เลี้ยง รูปแบบกิจกรรมทา
สหกรณ์การเกษตรลำพระเพลิง จำกัด ตั้งอยู่ในอำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้รับคัดเลือกเป็นสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2563 นับเป็นรางวัลอันน่าภาคภูมิใจของคณะกรรมการ ฝ่ายจัดการ และสมาชิกสหกรณ์ ที่ได้ร่วมกันฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคและช่วยกันพัฒนาสหกรณ์จนมีความเจริญก้าวหน้าจวบจนถึงปัจจุบัน ผลักดันให้สหกรณ์แห่งนี้ ได้เดินทางมาถึงวันแห่งความสำเร็จได้ในที่สุด หากย้อนกลับไปในวันแรกตั้งของสหกรณ์เมื่อ 28 มีนาคม พ.ศ. 2520 มีสมาชิกเริ่มแรกเพียง 194 คน ปัจจุบันได้ขยายเพิ่มเป็น 2,075 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านในพื้นที่ มีอาชีพทำนา ทำไร่ และเกษตรผสมผสาน สหกรณ์จึงมุ่งดำเนินงานโดยคำนึงถึงการดูแลส่งเสริมทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมให้กับสมาชิกและคนในชุมชน ซึ่งธุรกิจของสหกรณ์ มี 4 ธุรกิจหลัก ได้แก่ การให้สินเชื่อ จัดหาสินค้ามาจำหน่าย การรวบรวมผลผลิต และการรับฝากเงิน นางสาวสุมาลี ทองธีระ ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรลำพระเพลิง จำกัด เปิดเผยว่า ในอดีตสหกรณ์การเกษตรลำพระเพลิง จำกัด เคยประสบปัญหาการดำเนินธุรกิจจนประสบภาวะขาดทุนเกือบต้องยุบเลิกสหกรณ์ แต่ด้วยความอดทนและร่วมมือร่วมใจกันของคณะกรรมการ ฝ่ายจัดการและสมาชิก นำคว
ครั้งนี้ได้รับการเชิญชวนจาก คุณนพรัตน์ ไชยอิ่นคำ หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป สำนักงานสหกรณ์จังหวัดสกลนคร ไปชม สำนักงานสหกรณ์การเกษตรคำตากล้า อำเภอคำตากล้า จังหวัดสกลนคร ที่ยึดและขับเคลื่อนตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร โดยการเดินทางมี คุณกรวิภา คงอิ่ม สหกรณ์จังหวัดสกลนคร ร่วมเดินทางและเยี่ยมชมด้วย นัดแนะกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานสหกรณ์จังหวัด รวมตัวขึ้นรถพร้อมกัน เป็นรถของสำนักงานสหกรณ์จังหวัดสกลนคร จัดให้ที่บริเวณหน้าอาคารภูพานเพลซ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เวลาเก้าโมงเช้า มุ่งหน้าไปตาม ถนนสกลนคร-อุดรธานี ใช้เวลา 45 นาที ถึงอำเภอพังโคน สภาพบรรยากาศสองข้างทางยามนี้ มองแล้วหดหู่หัวใจแทนพี่น้องเกษตรกร เนื่องจากสภาพความแห้งแล้ง ปลายเดือนมีนาคม ย่างเข้าสู่เดือนเมษายน เลี้ยวขวาตรงสี่แยกพังโคนไปตาม ถนนสายพังโคน-บึงกาฬ ผ่านอำเภอวานรนิวาส ผ่านมาถึงสามแยกบ้านนาบัว เขตอำเภอวานรนิวาส ก่อนถึงแยกเข้าอำเภอบ้านม่วง จะพบกับตลาดริมทางบ้านนาบัว ที่นี่จะพบรถทั้งขนาดใหญ่และเล็กจอดเรียงรายเปิดไฟกะพริบ จอดลงมาซื้อหาสินค้าที่นี่เป็นแบบดั้งเดิมพื้นเมือง เช่น ฝักบัว ข้าวเม่า ที่ตลาดนาบัว สินค้
100 กิโลเมตร โดยประมาณ เป็นที่ตั้งของ “นำทางฟาร์ม” ที่ คุณอรรณพ ศรีเจริญชัย ก่อตั้งขึ้น และใช้ชื่อลูกสาวเป็นชื่อฟาร์ม ยามวิกฤติเศรษฐกิจ ท่ามกลางภัยแล้งและโรคระบาด ที่ต้องยอมรับว่าส่งผลกระทบถ้วนทั่วทุกพื้นที่ ยังคงเห็นว่า นำทางฟาร์ม ดำเนินต่อไปอย่างเรียบง่ายและไม่สะดุด จะมีบ้างที่ผลกระทบจากภัยแล้งทำให้สภาพพืชและแหล่งน้ำไม่อุดมสมบูรณ์อย่างที่เคย คุณอรรณพ เรียนจบมาทางด้านวิศวกรรมศาสตร์คอมพิวเตอร์ มองความยั่งยืนของการเลี้ยงชีพด้วยคำว่า “เกษตรกรรม” เพราะแนวคิดที่ปลูกฝังว่า เกษตร คือพื้นฐานของการดำรงชีวิต ทำให้เขาเริ่มมองหาที่ทำการเกษตรตั้งแต่แต่งงาน จากแปลงนาที่อำเภอแปดริ้ว จังหวัดฉะเชิงเทรา ยังตอบโจทย์การทำเกษตรไม่ได้อย่างใจคิด เมื่อได้ที่ดินจากครอบครัวที่จังหวัดกระบี่ จึงเริ่มสร้างฝันที่นั่น ปลูกพืชผักสวนครัว ไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชสมุนไพร เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ สัตว์เลี้ยง ปลูกบ้านตามแบบธรรมชาติจากไม้และดิน ทำเฟอร์นิเจอร์ใช้จากไม้และดิน ในระหว่างนั้นรับอาสาสมัครจากต่างประเทศที่ต้องการเรียนรู้วิถีชีวิตเข้ามาช่วยทำสวน กิจกรรมที่จังหวัดกระบี่ ดำเนินมาได้เพียง 6 ปี คุณอรรณพ และครอบครัว ก็ย้ายมาจังห
ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว คำพูดที่เรามักจะได้ยินจากคนยุคสมัยรุ่นปู่ ย่า ตา ยาย บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ในยุคก่อน ซึ่งในปัจจุบันความอุดมสมบูรณ์เหล่านี้หาได้ยากเต็มที อย่างที่เขาพูดกันว่า ยิ่งมีความเจริญเท่าไร ความเป็นธรรมชาติก็จะลดลง ผู้คนรักสบายมากขึ้น บวกกับความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี เช่น ด้านเกษตรกรรม เกษตรกรก็หันพึ่งสารเคมีในการปลูกพืชผลกันมากขึ้น และสิ่งต่างๆ เหล่านี้ถือเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ความอุดมสมบูรณ์หายไป แต่ก็ยังมีเกษตรกรอีกหลายคนที่ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการรักษาธรรมชาติ ดังเช่น คุณพีระพงษ์ สุดประเสริฐ หันทำเกษตรแบบอินทรีย์ งดใช้สารเคมี ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกพืชผักไว้กินเอง ได้สุขภาพ มีเงินเหลือเก็บ มีแบ่งปัน คุณพีระพงษ์ สุดประเสริฐ อาจารย์พิเศษ ภาควิชาสังคมวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา อดีตข้าราชการ หันยึดหลักเกษตรพอเพียง อยู่ได้แบบไม่เดือดร้อน คุณพีระพงษ์ เล่าว่า ตนใช้ชีวิตเหมือนกับคนทั่วไปสมัยเด็กตื่นเช้าหิ้วกระเป๋าไปเรียนตั้งแต่อนุบาลจนถึงจบปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตบางพระ สาขาพืชศาสตร์ จบมาเข้าทำงานที่กรมส่งเส
“ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับพระราชทานที่ดินทำกินผืนนี้” นางสาวนุกูล ใหม่เจริญ เกษตรกรแห่งอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา สะท้อนความรู้สึกถึงการมีที่ดินทำกิน ในฐานะเป็นหนึ่งในเกษตรกรที่อยู่ภายใต้โครงการพัฒนาผืนดินพระราชทานเพื่อเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินจากพระมหากรุณาธิคุณที่ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็น 1 ใน 5 จังหวัด อันเป็นที่ตั้งของผืนดินพระราชทาน ที่ประกอบด้วยจังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดนครปฐม จังหวัดนครนายก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ จังหวัดปทุมธานี ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปที่ดินของประเทศไทยภายใต้โครงการพัฒนาผืนดินพระราชทานเพื่อเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน มีสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการพร้อมทั้งขับเคลื่อนกิจกรรมสู่เกษตรกรที่อยู่ในผืนดินพระราชทาน เพื่อสืบสานพระปณิธานแผ่นดินของพ่อ ปัจจุบันมีเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินบนผืนดินพระราชทาน 3,264 ราย โดยทาง ส.ป.ก. ได้น้อมนำพระราชดำริ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรทฤษฏีใหม่ หลักการทรงงานมาเป็นแนวทาง
“โอ้ อกสาวชาวสวน นอนหนาวใจรัญจวนอยู่บ้านกลางสวนทุเรียน ลมหนาวพาพัดอยู่ฤดูผลัดหมุนแปรเปลี่ยน วัยสาวหมุนเวียน มาสิบแปดหน้าฝน…” สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงทุกท่าน แว่วเสียงเพลงสาวชาวสวน ที่เคยได้ยินมาตั้งแต่สมัยเด็ก น้ำเสียงคุณ (ป้า) ลัดดาวัลย์ ประวัติวงศ์ ยังแจ่มชัดในมโนมิคลาย ผมพลันนึกไปถึงสาว (เหลือ) น้อยอีกคนหนึ่ง อดีตสาวออฟฟิศ ผู้หันหน้าเข้าหาผืนดินและสวนผลไม้ที่จากมาเป็นสิบปี เพื่อมารับงานทำสวนต่อจากพ่อแม่ที่เป็นเกษตรกรอยู่แล้ว ทิ้งเรื่องราวในเมืองหลวงและผู้คนออกมาสู่ความสุขที่หาได้อย่างแท้จริง “เบื่อค่ะพี่ โลกของเมืองใหญ่ตอบสนองเราได้ในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ผู้คนที่ห่างเหินต่อกัน ทุกอย่างต้องใช้เงิน คิดถึงบ้านสวน คิดถึงพ่อแม่ เราคงถึงวัยแล้วมั้ง” “ไม่เสียดายเหรอ เงินเดือนก็ตั้งเยอะ” “คำนวณแล้วไม่คุ้มหรอกพี่ บ้านต้องเช่าข้าวต้องซื้อ ทำงานมาแต่ละเดือนก็จ่ายไปหมด ไหนจะเหนื่อยเรื่องเดินทางด้วย อยากใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวแบบไม่รีบร้อนมากกว่า” ที่สวน 20 ไร่ ที่ไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี คุณอัญชุลี บุญเชิด เดินหน้าลุยด้วยตัวเองและลูกชาย ปลูกทุกอย่างที่อยากกิน ทั้งพืชผักและผลไ
นายธีระ วงษ์เจริญ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดจันทบุรี และประธานคณะกรรมการด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวถึงผลกระทบผลผลิตผลไม้จากปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID -19) ว่า ตลาดหลักผลไม้ของไทยคือประเทศจีน แต่ยามนี้เกิดการระบาดของไวรัสโคโรนา แม้แต่ประเทศแถบยุโรปก็ส่งออกไปไม่ได้เหมือนกันเพราะสายการบินปิดการขนส่ง เกษตรกรมีความวิตกกังวลกับผลผลิตที่ออกมาในช่วงของเดือนมีนาคม คือ ทุเรียน มังคุด เงาะ ก่อนหน้านี้ลำไยได้รับผลกระทบไปแล้ว กอปรกับภัยแล้งจึงซ้ำเป็น 2 แรง โดยในขณะนี้เกษตรกรได้พยายามดูแลผลผลิตของตัวเองให้รอดจากภัยแล้งก่อน แล้วมองตลาดภายในประเทศ โดยเฉพาะการกระจายผลผลิตในพื้นที่จังหวัดให้มากขึ้น รวมทั้งการใช้สถาบันเกษตรกร เช่น ระบบสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจแปลงใหญ่ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ องค์การตลาดของกระทรวงมหาดไทย ต้องเร่งหารือให้เร็วที่สุด หากผลผลิตออกมาแล้วจะแก้ไขปัญหาไม่ทัน ส่วนตลาดต่างประเทศซึ่งเป็นตลาดหลักเมื่อได้รับผลกระทบจะแก้ไขปัญหาได้ยาก แต่หากเตรียมความพร้อมในประเทศได้ก่อน ส่วนต่างหรือเกินจึงค่อยดำเนินการต่อ ส่วนเรื่องราคา
พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคกลาง และพลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี รองประธานอนุกรรมการฯ พร้อมคณะอนุกรรมการฯ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยมะหาดอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลหนองพันจันทร์ อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี พร้อมกับรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานและเยี่ยมชมผลผลิตของเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์จากอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี กล่าวว่า โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยมะหาดอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สร้างขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค และทำการเกษตร โดยกรมชลประทานได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2530 อ่างเก็บน้ำห้วยมะหาดอันเนื่องมาจากพระราชดำริมีขนาดความจุ 4.3 ล้านลูกบาศก์เมตร มีระบบท่อส่งน้ำ จำนวน 2 ระบบ ได้แก่ ระบบ Pumping (ระบบส่งน้ำด้วยเครื่องสูบน้ำ) ความยาวรวม 20.935 กิโลเมตร และระบบ Gravity (ระบบส่งน้ำแบบโดยแรงโน้มถ่วงของโลก) ความยาวรวม 5.952 กิโลเมตร ปัจจุบันอ
เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2563 สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง (สสก.3) นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมความสำเร็จขนุนแปลงใหญ่ ตำบลหนองเหียง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี หนึ่งในวิสาหกิจชุมชนที่มีการบริหารจัดการสินค้าเกษตรโดยยึดหลักตลาดนำการเกษตรอย่างครบวงจร ส่งออกจีน และยุโรป สร้างรายได้แก่ชุมชน เตรียมขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ขนุนหนองเหียง นายดำรงฤทธิ์ หลอดคำ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง (สสก.3) เปิดเผยว่า อำเภอพนัสนิคม มีเกษตรกรผู้ปลูกขนุนในพื้นที่เกือบทุกตำบล และปลูกมากในพื้นที่ตำบลหนองเหียง โดยปลูกอย่างจริงจังเป็นอาชีพสามารถส่งจำหน่ายเป็นรายได้หลักและรายได้เสริมเป็นอย่างดี ที่สำคัญเป็นขนุนคุณภาพ ตั้งแต่ขนาด ปริมาณ เนื้อผิว และรสชาติ เป็นที่ยอมรับของตลาด เกษตรกรมีการจัดการด้านการตลาดอย่างเด่นชัด ผลผลิตส่วนใหญ่ส่งออกต่างประเทศ ทั้งในรูปแบบผลสดและแบบแกะเนื้อแช่แข็ง ส่วนผลอ่อนขนาดเล็กที่ไม่ได้คุณภาพจะนำมาแปรรูป โดยผลสุกได้นำมาแปรรูป อาทิ ขนุนลอยแก้ว ขนุนเชื่อมอบแห้ง แยมขนุน เป็นต้น ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างมาก “สสก.3 จังหวัดระยอง
