เศรษฐกิจพอเพียง
“ทำนา ทำเท่าไรก็มีแต่ขาดทุน” นี่คือ คำพูดของชายผู้เป็นกระดูกสันหลังของชาติ คุณสุขุม พยาเครือ หรือ คุณจ่อย คุณจ่อยเล่าให้ฟังว่า แต่เดิมตนเองนั้นเริ่มอาชีพการเกษตรโดยการทำนา ในพื้นที่ 15 ไร่ ณ ตำบลรางสารี่ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ช่วงชีวิตของการทำนานั้น มักจะขาดทุน สาเหตุมาจากต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างสูง ประกอบกับราคาข้าวที่มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำเท่าใดก็มีแต่หนี้สิน บวก ลบ คูณ หารแล้ว แทบไม่เหลือกำไรให้ใช้จ่ายในครอบครัว ด้วยความท้อแท้และสิ้นหวัง ตนและภรรยาจึงตัดสินใจเลิกทำนา พร้อมกับเดินหน้าตามหาฝันของตนเอง ในการเป็นเจ้าของสวนผลไม้เล็กๆ สักแห่ง หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่นานในการหาพื้นที่เล็กๆ สักผืน เพื่อทำสวนผลไม้ ไม่นานชายผู้นี้เขาก็ได้เจอ พื้นที่แห่งนี้มีขนาด 5 ไร่ ตั้งอยู่ ณ หมู่ที่ 5 ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ห่างจากตัวอำเภอลึกเข้าไปประมาณ 50 กิโลเมตร ด้วยระยะทางที่ลำบากและสลับซับซ้อนประกอบกับต้องข้ามลำห้วย ทำให้ต้องใช้เวลาในการเดินทางกว่า 2 ชั่วโมง เราจึงมาถึงสวนของคุณจ่อย คุณสุขุม พยาเครือ หรือ คุณจ่อย เล่าว่า อุปนิสัยของตนนั้นเป็นคนรักธรรมชาติและชอบอยู่กั
มีผู้คนจำนวนไม่มากนักที่จะรู้ว่า จังหวัดแพร่ มีการปลูกทุรียนกันในหลายพื้นที่ ทั้งที่ อำเภอเมือง เด่นชัย ลอง และวังชิ้น ที่อำเภอวังชิ้น มีสวนทุเรียนของ ลุงสงบ ธรรมณี ที่เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการปลูกทุเรียนในท้องถิ่นแห่งนี้ ที่มีฝีมือการผลิตไม่ธรรมดาเพราะไปคว้ารางวัลสุดยอดของความอร่อยในงาน Best Fruit Export Gateway 2017 จัดโดยสวนนงนุชพัทยา การเดินทางไปที่สวนทุเรียนของลุงสงบ เริ่มจากอำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ด้วยรถยนต์ไปตามทางหลวงหมายเลข 1023 ถึงสี่แยกแม่แขม ขับรถตรงไปทางอำเภอวังชิ้น จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 70 อีกเส้นทางหนึ่งผ่านอำเภอเด่นชัย เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 11 เด่นชัย-ลำปาง ถึงสี่แยกแม่แขม เลี้ยวซ้าย ถึงหลักกิโลเมตรที่ 70 ด้านซ้ายมือจะเห็นแผงขายผลไม้ นั่นแหละสวนทุเรียนของลุงสงบ ทำความรู้จัก ลุงสงบ ธรรมณี ลุงสงบ อยู่บ้านเลขที่ 142 หมู่ที่ 5 บ้านแม่จอก ตำบลแม่ป้าก อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ โทรศัพท์ 096-459-9784 ภรรยาชื่อ คุณพิน ธรรมณี มีบุตร 4 คน ชาย 2 คน หญิง 2 คน สวนผลไม้ลุงสงบมี 2 แปลง คือ 6 ไร่ และ 10 ไร่ ใช้แรงงานในครัวเรือนทั้งหมด ไม่ได้จ้างแรงงานจากภายนอกแต่อย่างใด ลุงสงบ เป็นหมอดินอ
พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จังหวัดปทุมธานี เตรียมจัดงานใหญ่มหกรรม “สืบสานงานพ่อ” ระหว่างวันที่ 1-3 กรกฎาคม 2565 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อราษฎรไทย ด้านการเกษตร พลอากาศเอก เสนาะ พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เผยว่า “พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ มีภารกิจในการเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ด้านการเกษตร เศรษฐกิจพอเพียง เผยแพร่องค์ความรู้ภูมิปัญญานวัตกรรมเกษตร และการขับเคลื่อนเกษตรเศรษฐกิจพอเพียงสู่สังคมให้เป็น ที่ประจักษ์ ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 70 พรรษา 28 กรกฎาคม 2565 พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จึงได้จัดงานมหกรรมสืบสานงานพ่อ เพื่อเผยแพร่ พระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้านการเกษตร แล
“เศรษฐกิจหมุนเวียน” (Circular Economy) หลักการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ที่สามารถประยุกต์ใช้กับระดับชุมชน จนเกิดผลสัมฤทธิ์ด้านความยั่งยืนให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม เช่นที่ “ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านซับรวงไทร จังหวัดชัยภูมิ” นำหลักการดังกล่าวมาใช้ขับเคลื่อนกิจกรรมของชุมชน ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สร้างอาชีพและรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน ปัจจุบัน จำนวนสมาชิกของศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านซับรวงไทร ทั้งหมด 62 คน ได้รวมตัวกันผลิตปุ๋ยหมักเปลือกไข่ใช้เอง โดยได้รับการสนับสนุนวัตถุดิบ ทั้งเปลือกไข่และมูลไก่ ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำปุ๋ยจากโรงฟักชัยภูมิ ธุรกิจไก่ปู่-ย่าพันธุ์เนื้อ ของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ภายใต้โครงการ “โครงการสร้าง สาน สุข วิถีชุมชน ศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง บ้านซับรวงไทร จังหวัดชัยภูมิ” สามารถผลิตปุ๋ยหมักเปลือกไข่ได้ปีละประมาณ 10,000 กระสอบ เพื่อแจกจ่ายให้สมาชิกนำไปใช้กับไร่ นา และสวน และอีกส่วนหนึ่งจำหน่าย เสียงตอบรับจากสมาชิกที่นำปุ๋ยหมักเปลือกไข่ไปใช้ พูดตรงกันว่า คุณสมบัติของปุ๋ยเปลือกไข่ ช่วยปรับปร
อกม. เป็นคำย่อ มาจาก “อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน” ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกระเบียบว่าด้วยการบริหารงานอาสาสมัครเกษตร พ.ศ. 2551 เพื่อให้อาสาสมัครเกษตรที่มีอยู่หลากหลายสาขาได้ผนึกกำลังเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาของเกษตรกร แต่ยังขาดผู้ประสานงานระหว่างอาสาสมัครเกษตรกับองค์กรที่เกี่ยวข้อง จึงกำหนดให้มีผู้แทนอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านละ 1 คน เรียกว่า อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ทำหน้าที่ประสาน เชื่อมโยงการปฏิบัติงานของอาสาสมัครเกษตรสาขาต่างๆ เกษตรกรในหมู่บ้าน และการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการบูรณาการงานพัฒนาการเกษตรตามภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในหมู่บ้าน อย่างมีประสิทธิภาพ ความมั่นคงด้านอาหารเป็นวิธีการหนึ่งในการส่งเสริมการเกษตรตั้งแต่ผู้ผลิตจนถึงผู้บริโภค ซึ่งความมั่นคงด้านอาหาร หมายถึง สภาพการณ์ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงอาหารได้อย่างพอเพียงทั้งปริมาณและคุณภาพ มีความปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการเหมาะสม ตามความต้องการเพื่อการสุขภาวะที่ดี รวมทั้งมีการผลิตที่เกื้อหนุน มีการสำรองอาหารทั้งในภาวะปกติหรือภาวะเกิดภัยพิบัติ เช่น สาธารณภัยหรือการก่อการร้ายอันเกี่ยวเนื่องจากอาหาร โดยมีองค์
ตลอดระยะเวลา 31 ปีที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ดำเนินการส่งเสริมกิจกรรมสหกรณ์นักเรียน ตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2534 เพื่อถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจในอุดมการณ์ หลักการ และวิธีการสหกรณ์ ปลูกฝังให้เยาวชนมีทักษะชีวิตด้านต่าง ๆ และสามารถนำระบบสหกรณ์ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน จนถึงปัจจุบัน มีสถานศึกษาที่ได้รับการส่งเสริมกิจกรรมสหกรณ์นักเรียนรวม 30,341 โรงเรียนทั่วประเทศ นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนการสหกรณ์สู่สถานศึกษา เป็นกิจกรรมที่กรมส่งเสริมสหกรณ์บูรณาการร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการเป็นขั้นตอนต่อเนื่อง เริ่มต้นจากกิจกรรมพัฒนาคู่มือการจัดการเรียนรู้การสหกรณ์ การขยายผลการเรียนการสอนทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ สู่โรงเรียนสังกัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ การจัดการเรียนรู้การสหกรณ์ด้วยระบบเรียนรู้ด้วยตนเอง การประกวดโรงเรียนต้นแบบการจัดการเรียนรู้การสหกรณ์ และสูงสุดของการขับเคลื่อนด้วยการประกวดโรงเรียนจัดการเรียนรู้การสหกรณ์รางวัลพระราชทาน โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ มอบหมายสำนักงานสหกรณ์จังหวัด เข้าไ
คุณนวนศรี บุตรโคตร ปัจจุบัน.อายุ 56 ปี บ้านเลขที่ 114 หมู่ที่ 5 บ้านโนนสง่า ตำบลโนนเมือง อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู การศึกษา ประถมศึกษาปีที่ 4 สถานภาพ สมรสกับ คุณไพบูลย์ บุตรโคตร มีบุตร จำนวน 2 คน ได้แก่ คุณกัลยา บุตรโคตร บุตรสาว คุณวิทยา บุตรโคตร บุตรชาย และ คุณกิตติ ปทีปวณิช บุตรเขย แรงงานภาคการเกษตร ที่สามารถทำงานได้เต็มเวลาในฟาร์ม ของครัวเรือน จำนวน 5 คน พื้นที่ทำการเกษตร (ไร่นาสวนผสม) 16 ไร่ ของภรรยาคุณไพบูลย์ บุตรโคตร คติประจำใจ “ศรัทธาในงาน ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่” จุดเริ่มต้นการทำเกษตร คุณนวนศรี เล่าให้ฟังว่า การทำอาชีพการเกษตรแบบดั้งเดิมตามบรรพบุรุษ คือการทำนาและปลูกพืชไร่ (อ้อยโรงงาน) พื้นที่ 16 ไร่ ซึ่งเป็นพืชเชิงเดี่ยวมาตลอด และมีงานประจำคือ การเป็นลูกจ้าง (งานป้องกัน) ขององค์การบริหารส่วนตำบลโนนเมือง อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู ต่อมาในปี พ.ศ. 2558 ได้มีโอกาสไปอบรมดูงานด้านการเกษตรกับเครือข่ายเกษตร จึงได้น้อมนำแนวทางหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและในพื้นที่การเกษตรของตนเอง เริ่มจากแนวคิดลดรายจ่าย เนื่องจากครอบครัวมีความต้องการพืชอ
ผู้เขียนได้รับทราบข่าวจาก คุณศิริฉัตร สุนทรวิภาต ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดจังหวัดลำพูน ว่ามีเกษตรกรรายหนึ่งประสบผลสำเร็จเป็นรายแรกของภาคเหนือ ที่ทำการเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกรามอินทรีย์สำเร็จ ผู้เขียนจึงมีโอกาสไปเยี่ยมชมที่ ฟาร์มฮัก 888 เจ้าของฟาร์มคือ คุณสุวัฒฑ์ ราศรี หนุ่มวัย 43 ปี ฟาร์มอยู่ในเขตตำบลหนองหนาม อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน คุณสุวัฒฑ์ ราศรี หรือคนทั่วไปจะเรียกนิคเนมว่า อั๋น เล่าให้ฟังว่า ในอดีตนั้นเป็นคนภาคกลาง พ่อแม่เคยทำนา เลี้ยงวัว ควาย มาก่อน ตนเองเลยต้องขวนขวายหาเงินส่งตัวเองเรียนหนังสือด้านอิเล็กทรอนิกส์ จนจบออกมาทำงานบริษัทแห่งหนึ่งเป็นเวลาหลายปี ต่อมาเกิดความเบื่อหน่ายการใช้ชีวิตในเมืองกรุง จึงรวบรวมเงินได้ก้อนหนึ่งหาซื้อที่ดินที่บ้านหนองหนาม จำนวน 18 ไร่ เริ่มทำฟาร์มเลี้ยงกุ้ง ระยะแรกตั้งชื่อว่า “ฟาร์มฮัก” แต่บังเอิญชื่อนี้มีคนอื่นตั้งชื่อไว้แล้ว ดังนั้น เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว อีกทั้งเลข 8 มีความหมายทางภาษาจีน ว่า ร่ำรวย จึงใช้ชื่อ ฟาร์มฮัก 888 ด้วยแนวคิดทั่วไปที่ว่า การเลี้ยงกุ้งก้ามกราม เลี้ยงได้เฉพาะเขตจังหวัดนครปฐม ราชบุรี สมุ
ผมติดตามผลงานของ พี่ณรงค์ วิมา ปราชญ์ชาวบ้านและหมอดินอาสาแห่งจังหวัดสิงห์บุรีมานานแล้ว ผลงานเด่นๆ มีมากมาย ขึ้นบรรยายให้ความรู้มาหลายเวที และไม่ต้องถามเลยว่าที่บ้านมีคนมาหาไหม เพราะคิวรับแขกแต่ละวันยาวเหยียด ทั้งมาเรียนรู้ดูงาน มาซื้อผลผลิต กระทั่งมาหาแรงบันดาลใจในการเริ่มลงมือทำอาชีพเกษตร พี่ณรงค์ เป็นมนุษย์สารพัดช่าง สารพันความสามารถ หากลองไล่เรียงจากงานประจำที่ทำอยู่ก็จะได้ประมาณนี้ – ช่างไฟฟ้า ระบบไฟฟ้าในบ้าน ในสวน ทั้งไฟฟ้ากระแสตรงหรือกระทั่งไฟฟ้าจากพลังงานทางเลือก โซล่าร์เซลล์ – ช่างประปา ระบบน้ำใช้ ระบบน้ำในสวนเกษตร มีการออกแบบ ผลิต และพัฒนาวัสดุอุปกรณ์มากมาย – ช่างเชื่อม งานหลายๆ อย่างทั้งที่บ้านและสวน ล้วนฝีมือพี่ณรงค์ทั้งนั้น – ช่างก่อสร้าง ทั้งบ้าน กรงไก่แบบคอนโดฯ หรือกระทั่งโดมแปลงผักกางมุ้งในสวน – นักออกแบบหลายๆ อย่างในสวน ผ่านการวางแผนและออกแบบมาอย่างสวยงามและใช้งานง่าย – หมอดิน ปุ๋ยในสวนล้วนผ่านการปรุงจากเชฟณรงค์ทั้งนั้น – ประมง ด้วยเป็นคนแม่น้ำ การหาอยู่หากินทางน้ำถือว่าไม่เป็นรองใครเลย – นักวิจัย พัฒนา จากขวดน้ำพลาสติก สามารถพัฒนามาเป็นวัสดุในงานสวนได้อย่างดี – เกษ
นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วย นางพรศรี ตรงศิริ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม และหัวหน้าส่วนราชการ ได้แก่ นายพงษ์ศักดิ์ คณะมะ พัฒนาการจังหวัดมหาสารคาม นางไคริกา ศิรประภาเดโช ประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม และ นางสาวทองย้อย แก้วคำไสย์ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดมหาสารคาม ร่วมลงพื้นที่ติดตามเยี่ยมเยียนให้กำลังใจในการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” แปลงของ นางนวลศรี กองน้อย บ้านเสือกินวัว หมู่ที่ 3 ตำบลมิตรภาพ อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นแปลงที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากการประกวดครัวเรือนต้นแบบ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน จังหวัดมหาสารคามที่ผ่านมา โดยมี นายศฎายุช ไชยะลาด นายอำเภอแกดำ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอแกดำ และเครือข่ายโคกหนองนา อำเภอแกดำ ร่วมให้การต้อนรับ นายศฎายุช ไชยะลาด นายอำเภอแกดำ ได้รายงานถึงการดำเนินงานขับเคลื่อนโครงการของอำเภอแกดำ ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ได้รับการจัดสรรงบประมาณตามโครงการพัฒนาพื้นที่ต้น
