เศรษฐกิจพอเพียง
อีกไม่นาน ประเทศไทยกำลังจะมีมหกรรมด้านความยั่งยืนสุดยิ่งใหญ่ระดับอาเซียน นั่นคือ Sustainability Expo 2022 หรือ ‘SX 2022’ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 กันยายน-2 ตุลาคม 2565 ครอบคลุมพื้นที่กว่า 40,000 ตารางเมตร ของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) SX 2022 เป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของ 5 องค์กรชั้นนำด้านความยั่งยืนของไทย ได้แก่ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ จีซี, บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซีจี, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่ต้องการจัดงานด้านความยั่งยืน เพื่อให้ทุกคนและทุกภาคส่วนเข้าถึงได้ง่าย งานนี้ จึงไม่เพียงมีองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านความยั่งยืน รวมทั้งเวทีเสวนาน่าสนใจ จากพันธมิตรองค์กรในไทยและต่างประเทศกว่า 100 แห่ง และวิทยากรผู้เชี่ยวชาญอีกกว่า 150 คนทั่วโลกเท่านั้น แต่ยังอลังการด้วยโซนชิม-ช้อป รวมร้านค้าทั้งหมดหลายร้อยบูธ ให้ทุกคนได้เติมความรู้และเติมพลังกันอย่างเต็มอิ่ม! SX 2022 สร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริง 5 องค์กรชั้นนำด้านความยั่งยืน
5 องค์กรชั้นนำ ‘เฟรเซอร์ส-จีซี-เอสซีจี-ไทยเบฟ-ไทยยูเนี่ยน’ ผนึกกำลังจัดงาน ‘Sustainability Expo 2022’ 26 ก.ย.-2 ต.ค. นี้ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 40,000 ตารางเมตร ศูนย์ฯ สิริกิติ์ จัดเต็มนวัตกรรม สร้างแรงบันดาลใจด้านความยั่งยืนทุกมิติ จากกว่า 50 องค์กรเบอร์ต้นของไทยและนานาชาติ ร่วมด้วยวิทยากรกว่า 100 คนจากทั่วโลก พร้อมมาร์เก็ตเพลส รองรับมหาชนด้วยโซนอาหารและโซนเด็ก ระดมร้านค้ารวมหลายร้อยบู๊ธ ชวนชิม-ช้อป อาหารและสินค้าด้านความยั่งยืน ตั้งเป้าแพลตฟอร์มงานด้านความยั่งยืนใหญ่สุดในอาเซียน คณะผู้จัดงาน 5 องค์กรชั้นนำด้านความยั่งยืนของไทย ได้แก่ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ จีซี, บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซีจี, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จัดงาน ‘Sustainability Expo 2022’ หรือ ‘SX 2022’ ระหว่างวันที่ 26 กันยายน-2 ตุลาคม 2565 ครอบคลุมพื้นที่กว่า 40,000 ตารางเมตร ของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นับเป็นงานใหญ่งานแรกของศูนย์ฯ สิริกิติ์โฉมใหม่ SX 2022 ดำเนินกา
ลุงเฉลิม พีรี ปราชญ์เกษตรดีเด่น จังหวัดกำแพงเพชร นับเป็นต้นแบบของการปรับเปลี่ยนวิถีเกษตร จากการทำเกษตรเชิงเดี่ยว เป็นเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ทำสวนส้มโออินทรีย์ โดยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ จากจุลินทรีย์เบญจคุณ มีการเลี้ยงไก่ เป็ด หมูหลุม การผลิตน้ำส้มควันไม้ และการผลิตน้ำหมักจากพืชสมุนไพรที่หาได้ในท้องถิ่น มาใช้ทดแทนการใช้สารเคมี นอกจากนั้น ยังได้ปรับสวนส้มโอ เป็นการปลูกไม้ยืนต้นแบบผสมผสาน มีความร่มเย็นเป็นธรรมชาติ เป็นผู้ค้นพบเทคนิคการขยายพันธุ์พืชแบบควบแน่น ซึ่งมีอัตราการรอดตายสูง ทำได้ง่าย ไม่ต้องดูแลรักษามาก ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) จังหวัดปทุมธานี ได้ขยายผลศูนย์เรียนรู้เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครอบคลุมในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณพระอัจฉริยภาพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ด้านการเกษตร และเผยแพร่องค์ความรู้เกษตรเศรษฐกิจพอเพียงให้เข้าถึงประชาชนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้คนไทยได้ร่วมเรียนรู้ศาสตร์พระร
ชาวบ้านจังหวัดชัยนาทประสบปัญหาราคารับซื้อปลากรายตกต่ำกระทบกับรายได้ เดือดร้อนจนต้องรวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่ม พร้อมพัฒนาวิธีแปรรูปเนื้อปลาเข้ามาเสริม เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าให้มีรายได้มากยิ่งขึ้น คุณสิทธิชัย ลิ้มตระกูล หรือ คุณชัย รองประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรปลากราย จังหวัดชัยนาท บอกว่า การป้องกันจากการถูกเอาเปรียบทางด้านราคา จึงเป็นเหตุผลให้ชาวบ้านรวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่มเพื่อรวบรวมปลากรายสดขายให้กับผู้รับซื้อโดยตรง ขณะเดียวกัน เพื่อเป็นการอุดช่องว่างของการตั้งราคาจึงนำเอากระบวนการแปรรูปเนื้อปลากรายเข้ามาเป็นกิจกรรมของกลุ่มไปพร้อมกันด้วย เพื่อตัดระบบพ่อค้าคนกลางออกไป ฉะนั้น สิ่งที่ตามมาคือเทคโนโลยี การบริหารจัดการความรู้ ทักษะ และการตลาด ที่จำเป็นต้องแสวงหาเพิ่มเติม ปัจจุบัน กลุ่มลูกค้าที่ทำธุรกิจจำหน่ายปลากราย ได้แก่ ร้านอาหารในจังหวัดชัยนาท กลุ่มผู้ประกอบการโต๊ะจีนในชัยนาท ขณะเดียวกัน ยังได้มีการขยายตลาดออกไปยังจังหวัดใกล้เคียงอื่นๆ อีกหลายแห่ง รวมถึงบางส่วนของกรุงเทพฯ ดังนั้น จึงถือเป็นกลุ่มบุกเบิกเรื่องปลากรายในจังหวัดชัยนาท คุณชัย เผยว่า เมื่อปี 2558 ปลากรายที่ชัยนาทมีราคาสู
พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดปทุมธานี จัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียงเกษตรปันสุข ระหว่างวันที่ 3-4 กันยายน 2565 พบกับเทคนิคการทำเกษตรสบายๆ สไตล์คนยุคใหม่ จัดเต็มกับการอบรมวิชาของแผ่นดิน และการอบรมเชิงปฏิบัติการ ชม ช้อป จุใจกับตลาดเศรษฐกิจพอเพียง ของกินของใช้ ส่งตรงจากสวนท้องถิ่น ต้นไม้ พันธุ์ไม้นานาชนิด ราคามิตรภาพ ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ปทุมธานี หรือรับชมภาพบรรยากาศงาน ผ่านช่องทางออนไลน์ Facebook พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ พลอากาศเอก เสนาะ พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดเผยว่า “พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ เตรียมจัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “การอบรมวิชาของแผ่นดิน” เพื่อแบ่งปันเรื่องราวดีๆ แบ่งปันความสุขบนวิถีแห่งความพอเพียง ภายในงานมีการจัดอบรมให้ความรู้จากเกษตรกรผู้ปฏิบัติจริง พร้อมตลาดเศรษฐกิจพอเพียง สินค้าที่มาจากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ และภาคีความร่วมมือจาก 4 ภูมิภาค เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจ และจุดประกายความคิดในการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับตนเอง ขณะเดียวกัน ทุกท่านจะเป็นส่วนสำคัญในการส
ในยุคที่เศรษฐกิจอย่างทุกวันนี้ มีผู้คนมากมายที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าอาชีพการงานจะสร้างกำไรได้มากแค่ไหน ก็มีอันต้องได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ดั่งการโดนต้องคำสาปเลยทีเดียว แต่สำหรับเขาคนนี้ คุณอภิศักดิ์ พันธุ์ไชย ที่เล็งเห็นถึงทางออก โดยเปลี่ยนจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยว ให้เป็นเกษตรแบบผสมผสาน ซึ่งเป็นการเพิ่มความหลากหลายทางงานเกษตร และเป็นการเพิ่มรายได้ไปในตัว “เกษตรนี่มันไม่ใช่ทางเลือก แต่มันเป็นทางรอดของเรา” นี่คือคำกล่าวของคุณอภิศักดิ์ เกษตรกรหนุ่มชาวโคราช ที่อยู่บ้านเลขที่ 210 หมู่ที่ 4 ตำบลโคกสูง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ผู้ทำการเกษตรแบบผสมผสาน จากนักเรียนนอก สู่การเป็นเกษตรกรพื้นบ้าน คุณอภิศักดิ์ เล่าให้ฟังว่า แต่ก่อนเคยทำงานอยู่ที่กรุงเทพมหานคร และมีโอกาสได้ศึกษาเกี่ยวกับมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ และปริญญาโทเอกภาษาญี่ปุ่น ทำให้มีโอกาสได้โควต้าไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น ก็เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย แต่ในขณะเดียวกัน ก็ได้รู้จักกับอาจารย์ที่สอนภาษาญี่ปุ่น ท่านก็มีความรู้ความเข้าใจและค่อนข้างสนใจเรื่องของสหกรณ์การเกษตร ท่านก็มักจะพาไปดูการทำเกษตรในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศญี่ปุ่น ทำใ
เป้าหมายสร้างทักษะอาชีพให้แก่เด็กและเยาวชนในโรงเรียนพื้นที่ต่างจังหวัดหรือในพื้นที่ห่างไกล ผ่านการทำโครงการและกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียน ซึ่งเป็นการสร้างประสบการณ์จากการลงมือปฏิบัติจริง และสามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน คือ ผลสัมฤทธิ์ที่โรงเรียนและผู้นำรุ่นใหม่ (School Partner: SP) วางแผนร่วมกันในการยกระดับมาตรฐานการศึกษาของไทย ภายใต้โครงการสานอนาคตการศึกษาคอนเน็กซ์ อีดี (CONNEXT ED) “โครงการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ปลอดสารพิษ” ของ โรงเรียนบ้านบุตะโก จังหวัดนครราชสีมา เป็น 1 ในจำนวนกว่า 200 โครงการ ที่บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ สนับสนุนโรงเรียนที่สมัครเข้าร่วมโครงการสานอนาคตการศึกษาคอนเน็กซ์ อีดี ในความรับผิดชอบของซีพีเอฟ เป็นการส่งต่อองค์ความรู้ให้กับนักเรียนโดยปราชญ์ชุมชนที่ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น และพี่ๆ SP ของซีพีเอฟที่คอยให้คำแนะนำกับโรงเรียน ทำให้นักเรียนได้ฝึกทักษะด้านอาชีพและด้านวิชาการไปพร้อมกัน ผลผลิตพืชผัก นำไปจำหน่ายที่โครงการอาหารกลางวันโรงเรียน และนำไปจำหน่ายในชุมชน และนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในพื้นที่นอกจากนี้ นักเรียนคิดริเริ่มต่อยอดนำพื
ธรรมชาติ มีความหลากหลายของพืชพรรณที่ขึ้นปะปนกันไป อยู่ร่วมกันอย่างพึ่งพาอาศัยกันไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ร่วมกันใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด แต่ก็สามารถดำรงอยู่ได้ตลอดฤดูที่ผ่านไป การเลียนแบบธรรมชาติในการทำไร่นาสวนผสม ด้วยการปลูกพืชหลายชนิดปะปนกัน โดยคำนึงถึงชนิดของพืชแต่ละชนิดว่ามีจะเจริญโตได้ดีในสภาพเช่นใด ซึ่งการวางแผนและระบบนั้นจะมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการตลอดไปทุกระยะตั้งแต่การปลูก การดูแลบริหารจัดการน้ำ ปุ๋ย การป้องกันกำจัดศัตรูพืช การเก็บเกี่ยว และการขนส่ง การจัดทำไร่นาสวนผสมแต่คนจะมีความแตกต่างกัน เช่น “สวนธรรมพอดี” เป็นสวนที่อยู่ท่ามกลางกลางทุ่งนามีพืชหลากหลายปลูกปะปนกัน หลายคนมองเห็นแล้วนึกเสียดายพื้นที่และตำหนิในเริ่มแรกที่พบเห็นสวนที่รกรุงรัง คิดว่าเจ้าของสวน “ขี้เกียจ” ไม่ดูแล แต่พบว่า เจ้าของสวนนี้ มีผลผลิตพืชหลายชนิดวางจำหน่ายในตลาดนัดเป็นประจำ คุณนิตยา บุญจันทร์ เกษตรกรต้นแบบการบริหารจัดการศัตรูพืช ประจำศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าการเกษตรอำเภอหันคา (ศพก.) บ้านเลขที่ 146 หมู่ที่ 6 ตำบลห้วยงู อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท กล่าวว่า หลังจากจบก
เป็นที่ทราบกันดีว่า การปลูกพืชเชิงเดี่ยวมีความเสี่ยงสูง ปัจจุบันเกษตรกรจำนวนไม่น้อยจึงปรับเปลี่ยนมาเป็นเกษตรผสมผสาน พร้อมๆ กับเลี้ยงสัตว์ด้วย เพื่อให้มีรายได้ตลอดทั้งปี ย้อนกลับไปก่อนปี 2552 คุณพิชิต ศิริเมือง อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 5 ตำบลสะอาดไชยศรี อำเภอดอนจาน จังหวัดกาฬสินธุ์ ก็เหมือนเกษตรกรทั่วไปในตำบลสะอาดไชยศรี ที่ปลูกอ้อย มันสำปะหลัง และทำนา จนเมื่อได้ไปศึกษาดูงานได้รู้ได้เห็นและเข้าใจหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จึงนำมาปฏิบัติในพื้นที่ทำกินของตัวเองจำนวน 19 ไร่ ที่ตำบลสะอาดไชยศรี โดยแบ่งที่ทำกิน เป็นที่นา 5 ไร่ และทำประมง 2 ไร่ นอกนั้นปลูกพืชแบบผสมผสาน และได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง กระทั่งได้รับคัดเลือกเป็นแปลงต้นแบบโครงการ 1 ไร่ 1 แสน ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดกาฬสินธุ์ ในโครงการกาฬสินธุ์ คนดี สุขภาพดี รายได้ดี ปี 2557 ปลูกน้อยหน่า 500 ต้น ไม่พอขาย คุณพิชิต เล่าให้ฟังว่า ได้เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงของตำบลสะอาดไชยศรี เมื่อปี 2552 ตอนนี้มีรายได้วันละ 300-600 บาท ไม่รวมรายได้เป็นเดือนและรายปี ซึ่งล้วนมา
มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ได้นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมพื้นที่โครงการพัฒนาส่วนพระองค์ ณ บางเบิด จังหวัดชุมพร คุณสมบูรณ์ ศรีสุบัติ หรือ ลุงนิล เป็นเกษตรกรต้นแบบ อยู่ที่ตำบลช่องไม้แก้ว อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร ซึ่งพืชผลทางการเกษตรที่ปลูกส่วนใหญ่จะเป็นทุเรียน มีมากกว่า 700 ต้น อยู่ในสวนลุงนิล เป็นที่รู้จักของคนในจังหวัดชุมพรค่อนข้างมาก คุณสมบูรณ์ ศรีสุบัติ หรือ ลุงนิล เจ้าของสวน ลุงนิล เป็นที่รู้จักในนามของเกษตรกรผู้คิดค้น “เกษตรคอนโดฯ 9 ชั้น” ซึ่งจุดเด่นของลุงนิลคือ การได้รับความสนใจจากผู้ไปศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องเกษตรผสมผสานและเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่เน้นใช้พื้นที่ของตนเองที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการปลูกพืชผักสวนครัวต่างๆ และพืชแซม พร้อมกับการเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจไปในตัว และนอกจากจุดเด่นของลุงนิลจะอยู่ที่การทำสวนแล้ว ลุงนิลยังเป็นหนึ่งในผู้ที่ดูแลโครงการธนาคารต้นไม้ของจังหวัดชุมพรอีกด้วย เศรษฐกิจพอเพียง กู้วิกฤตชีวิตลุงนิล ลุงนิล เผยถึงแนวคิดการทำเกษตรแบบผสมผสาน 9 ชั้น ว่า ในอดีตลุงนิลเคยทำอาชีพค้าขายมาเป็นเวลานาน แล้วก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แต่ด้วยความที่ลุ
