เศรษฐกิจพอเพียง
ลุงเฉลิม พีรี ปราชญ์เกษตรดีเด่น จังหวัดกำแพงเพชร นับเป็นต้นแบบของการปรับเปลี่ยนวิถีเกษตร จากการทำเกษตรเชิงเดี่ยว เป็นเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ทำสวนส้มโออินทรีย์ โดยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ จากจุลินทรีย์เบญจคุณ มีการเลี้ยงไก่ เป็ด หมูหลุม การผลิตน้ำส้มควันไม้ และการผลิตน้ำหมักจากพืชสมุนไพรที่หาได้ในท้องถิ่น มาใช้ทดแทนการใช้สารเคมี นอกจากนั้น ยังได้ปรับสวนส้มโอ เป็นการปลูกไม้ยืนต้นแบบผสมผสาน มีความร่มเย็นเป็นธรรมชาติ เป็นผู้ค้นพบเทคนิคการขยายพันธุ์พืชแบบควบแน่น ซึ่งมีอัตราการรอดตายสูง ทำได้ง่าย ไม่ต้องดูแลรักษามาก ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) จังหวัดปทุมธานี ได้ขยายผลศูนย์เรียนรู้เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครอบคลุมในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณพระอัจฉริยภาพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ด้านการเกษตร และเผยแพร่องค์ความรู้เกษตรเศรษฐกิจพอเพียงให้เข้าถึงประชาชนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้คนไทยได้ร่วมเรียนรู้ศาสตร์พระร
ชาวบ้านจังหวัดชัยนาทประสบปัญหาราคารับซื้อปลากรายตกต่ำกระทบกับรายได้ เดือดร้อนจนต้องรวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่ม พร้อมพัฒนาวิธีแปรรูปเนื้อปลาเข้ามาเสริม เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าให้มีรายได้มากยิ่งขึ้น คุณสิทธิชัย ลิ้มตระกูล หรือ คุณชัย รองประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรปลากราย จังหวัดชัยนาท บอกว่า การป้องกันจากการถูกเอาเปรียบทางด้านราคา จึงเป็นเหตุผลให้ชาวบ้านรวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่มเพื่อรวบรวมปลากรายสดขายให้กับผู้รับซื้อโดยตรง ขณะเดียวกัน เพื่อเป็นการอุดช่องว่างของการตั้งราคาจึงนำเอากระบวนการแปรรูปเนื้อปลากรายเข้ามาเป็นกิจกรรมของกลุ่มไปพร้อมกันด้วย เพื่อตัดระบบพ่อค้าคนกลางออกไป ฉะนั้น สิ่งที่ตามมาคือเทคโนโลยี การบริหารจัดการความรู้ ทักษะ และการตลาด ที่จำเป็นต้องแสวงหาเพิ่มเติม ปัจจุบัน กลุ่มลูกค้าที่ทำธุรกิจจำหน่ายปลากราย ได้แก่ ร้านอาหารในจังหวัดชัยนาท กลุ่มผู้ประกอบการโต๊ะจีนในชัยนาท ขณะเดียวกัน ยังได้มีการขยายตลาดออกไปยังจังหวัดใกล้เคียงอื่นๆ อีกหลายแห่ง รวมถึงบางส่วนของกรุงเทพฯ ดังนั้น จึงถือเป็นกลุ่มบุกเบิกเรื่องปลากรายในจังหวัดชัยนาท คุณชัย เผยว่า เมื่อปี 2558 ปลากรายที่ชัยนาทมีราคาสู
พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดปทุมธานี จัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียงเกษตรปันสุข ระหว่างวันที่ 3-4 กันยายน 2565 พบกับเทคนิคการทำเกษตรสบายๆ สไตล์คนยุคใหม่ จัดเต็มกับการอบรมวิชาของแผ่นดิน และการอบรมเชิงปฏิบัติการ ชม ช้อป จุใจกับตลาดเศรษฐกิจพอเพียง ของกินของใช้ ส่งตรงจากสวนท้องถิ่น ต้นไม้ พันธุ์ไม้นานาชนิด ราคามิตรภาพ ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ปทุมธานี หรือรับชมภาพบรรยากาศงาน ผ่านช่องทางออนไลน์ Facebook พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ พลอากาศเอก เสนาะ พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดเผยว่า “พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ เตรียมจัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “การอบรมวิชาของแผ่นดิน” เพื่อแบ่งปันเรื่องราวดีๆ แบ่งปันความสุขบนวิถีแห่งความพอเพียง ภายในงานมีการจัดอบรมให้ความรู้จากเกษตรกรผู้ปฏิบัติจริง พร้อมตลาดเศรษฐกิจพอเพียง สินค้าที่มาจากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ และภาคีความร่วมมือจาก 4 ภูมิภาค เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจ และจุดประกายความคิดในการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับตนเอง ขณะเดียวกัน ทุกท่านจะเป็นส่วนสำคัญในการส
ในยุคที่เศรษฐกิจอย่างทุกวันนี้ มีผู้คนมากมายที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าอาชีพการงานจะสร้างกำไรได้มากแค่ไหน ก็มีอันต้องได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ดั่งการโดนต้องคำสาปเลยทีเดียว แต่สำหรับเขาคนนี้ คุณอภิศักดิ์ พันธุ์ไชย ที่เล็งเห็นถึงทางออก โดยเปลี่ยนจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยว ให้เป็นเกษตรแบบผสมผสาน ซึ่งเป็นการเพิ่มความหลากหลายทางงานเกษตร และเป็นการเพิ่มรายได้ไปในตัว “เกษตรนี่มันไม่ใช่ทางเลือก แต่มันเป็นทางรอดของเรา” นี่คือคำกล่าวของคุณอภิศักดิ์ เกษตรกรหนุ่มชาวโคราช ที่อยู่บ้านเลขที่ 210 หมู่ที่ 4 ตำบลโคกสูง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ผู้ทำการเกษตรแบบผสมผสาน จากนักเรียนนอก สู่การเป็นเกษตรกรพื้นบ้าน คุณอภิศักดิ์ เล่าให้ฟังว่า แต่ก่อนเคยทำงานอยู่ที่กรุงเทพมหานคร และมีโอกาสได้ศึกษาเกี่ยวกับมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ และปริญญาโทเอกภาษาญี่ปุ่น ทำให้มีโอกาสได้โควต้าไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น ก็เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย แต่ในขณะเดียวกัน ก็ได้รู้จักกับอาจารย์ที่สอนภาษาญี่ปุ่น ท่านก็มีความรู้ความเข้าใจและค่อนข้างสนใจเรื่องของสหกรณ์การเกษตร ท่านก็มักจะพาไปดูการทำเกษตรในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศญี่ปุ่น ทำใ
เป้าหมายสร้างทักษะอาชีพให้แก่เด็กและเยาวชนในโรงเรียนพื้นที่ต่างจังหวัดหรือในพื้นที่ห่างไกล ผ่านการทำโครงการและกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียน ซึ่งเป็นการสร้างประสบการณ์จากการลงมือปฏิบัติจริง และสามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน คือ ผลสัมฤทธิ์ที่โรงเรียนและผู้นำรุ่นใหม่ (School Partner: SP) วางแผนร่วมกันในการยกระดับมาตรฐานการศึกษาของไทย ภายใต้โครงการสานอนาคตการศึกษาคอนเน็กซ์ อีดี (CONNEXT ED) “โครงการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ปลอดสารพิษ” ของ โรงเรียนบ้านบุตะโก จังหวัดนครราชสีมา เป็น 1 ในจำนวนกว่า 200 โครงการ ที่บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ สนับสนุนโรงเรียนที่สมัครเข้าร่วมโครงการสานอนาคตการศึกษาคอนเน็กซ์ อีดี ในความรับผิดชอบของซีพีเอฟ เป็นการส่งต่อองค์ความรู้ให้กับนักเรียนโดยปราชญ์ชุมชนที่ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น และพี่ๆ SP ของซีพีเอฟที่คอยให้คำแนะนำกับโรงเรียน ทำให้นักเรียนได้ฝึกทักษะด้านอาชีพและด้านวิชาการไปพร้อมกัน ผลผลิตพืชผัก นำไปจำหน่ายที่โครงการอาหารกลางวันโรงเรียน และนำไปจำหน่ายในชุมชน และนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในพื้นที่นอกจากนี้ นักเรียนคิดริเริ่มต่อยอดนำพื
ธรรมชาติ มีความหลากหลายของพืชพรรณที่ขึ้นปะปนกันไป อยู่ร่วมกันอย่างพึ่งพาอาศัยกันไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ร่วมกันใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด แต่ก็สามารถดำรงอยู่ได้ตลอดฤดูที่ผ่านไป การเลียนแบบธรรมชาติในการทำไร่นาสวนผสม ด้วยการปลูกพืชหลายชนิดปะปนกัน โดยคำนึงถึงชนิดของพืชแต่ละชนิดว่ามีจะเจริญโตได้ดีในสภาพเช่นใด ซึ่งการวางแผนและระบบนั้นจะมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการตลอดไปทุกระยะตั้งแต่การปลูก การดูแลบริหารจัดการน้ำ ปุ๋ย การป้องกันกำจัดศัตรูพืช การเก็บเกี่ยว และการขนส่ง การจัดทำไร่นาสวนผสมแต่คนจะมีความแตกต่างกัน เช่น “สวนธรรมพอดี” เป็นสวนที่อยู่ท่ามกลางกลางทุ่งนามีพืชหลากหลายปลูกปะปนกัน หลายคนมองเห็นแล้วนึกเสียดายพื้นที่และตำหนิในเริ่มแรกที่พบเห็นสวนที่รกรุงรัง คิดว่าเจ้าของสวน “ขี้เกียจ” ไม่ดูแล แต่พบว่า เจ้าของสวนนี้ มีผลผลิตพืชหลายชนิดวางจำหน่ายในตลาดนัดเป็นประจำ คุณนิตยา บุญจันทร์ เกษตรกรต้นแบบการบริหารจัดการศัตรูพืช ประจำศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าการเกษตรอำเภอหันคา (ศพก.) บ้านเลขที่ 146 หมู่ที่ 6 ตำบลห้วยงู อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท กล่าวว่า หลังจากจบก
เป็นที่ทราบกันดีว่า การปลูกพืชเชิงเดี่ยวมีความเสี่ยงสูง ปัจจุบันเกษตรกรจำนวนไม่น้อยจึงปรับเปลี่ยนมาเป็นเกษตรผสมผสาน พร้อมๆ กับเลี้ยงสัตว์ด้วย เพื่อให้มีรายได้ตลอดทั้งปี ย้อนกลับไปก่อนปี 2552 คุณพิชิต ศิริเมือง อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 5 ตำบลสะอาดไชยศรี อำเภอดอนจาน จังหวัดกาฬสินธุ์ ก็เหมือนเกษตรกรทั่วไปในตำบลสะอาดไชยศรี ที่ปลูกอ้อย มันสำปะหลัง และทำนา จนเมื่อได้ไปศึกษาดูงานได้รู้ได้เห็นและเข้าใจหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จึงนำมาปฏิบัติในพื้นที่ทำกินของตัวเองจำนวน 19 ไร่ ที่ตำบลสะอาดไชยศรี โดยแบ่งที่ทำกิน เป็นที่นา 5 ไร่ และทำประมง 2 ไร่ นอกนั้นปลูกพืชแบบผสมผสาน และได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง กระทั่งได้รับคัดเลือกเป็นแปลงต้นแบบโครงการ 1 ไร่ 1 แสน ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดกาฬสินธุ์ ในโครงการกาฬสินธุ์ คนดี สุขภาพดี รายได้ดี ปี 2557 ปลูกน้อยหน่า 500 ต้น ไม่พอขาย คุณพิชิต เล่าให้ฟังว่า ได้เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงของตำบลสะอาดไชยศรี เมื่อปี 2552 ตอนนี้มีรายได้วันละ 300-600 บาท ไม่รวมรายได้เป็นเดือนและรายปี ซึ่งล้วนมา
มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ได้นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมพื้นที่โครงการพัฒนาส่วนพระองค์ ณ บางเบิด จังหวัดชุมพร คุณสมบูรณ์ ศรีสุบัติ หรือ ลุงนิล เป็นเกษตรกรต้นแบบ อยู่ที่ตำบลช่องไม้แก้ว อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร ซึ่งพืชผลทางการเกษตรที่ปลูกส่วนใหญ่จะเป็นทุเรียน มีมากกว่า 700 ต้น อยู่ในสวนลุงนิล เป็นที่รู้จักของคนในจังหวัดชุมพรค่อนข้างมาก คุณสมบูรณ์ ศรีสุบัติ หรือ ลุงนิล เจ้าของสวน ลุงนิล เป็นที่รู้จักในนามของเกษตรกรผู้คิดค้น “เกษตรคอนโดฯ 9 ชั้น” ซึ่งจุดเด่นของลุงนิลคือ การได้รับความสนใจจากผู้ไปศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องเกษตรผสมผสานและเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่เน้นใช้พื้นที่ของตนเองที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการปลูกพืชผักสวนครัวต่างๆ และพืชแซม พร้อมกับการเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจไปในตัว และนอกจากจุดเด่นของลุงนิลจะอยู่ที่การทำสวนแล้ว ลุงนิลยังเป็นหนึ่งในผู้ที่ดูแลโครงการธนาคารต้นไม้ของจังหวัดชุมพรอีกด้วย เศรษฐกิจพอเพียง กู้วิกฤตชีวิตลุงนิล ลุงนิล เผยถึงแนวคิดการทำเกษตรแบบผสมผสาน 9 ชั้น ว่า ในอดีตลุงนิลเคยทำอาชีพค้าขายมาเป็นเวลานาน แล้วก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แต่ด้วยความที่ลุ
“ทำนา ทำเท่าไรก็มีแต่ขาดทุน” นี่คือ คำพูดของชายผู้เป็นกระดูกสันหลังของชาติ คุณสุขุม พยาเครือ หรือ คุณจ่อย คุณจ่อยเล่าให้ฟังว่า แต่เดิมตนเองนั้นเริ่มอาชีพการเกษตรโดยการทำนา ในพื้นที่ 15 ไร่ ณ ตำบลรางสารี่ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ช่วงชีวิตของการทำนานั้น มักจะขาดทุน สาเหตุมาจากต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างสูง ประกอบกับราคาข้าวที่มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำเท่าใดก็มีแต่หนี้สิน บวก ลบ คูณ หารแล้ว แทบไม่เหลือกำไรให้ใช้จ่ายในครอบครัว ด้วยความท้อแท้และสิ้นหวัง ตนและภรรยาจึงตัดสินใจเลิกทำนา พร้อมกับเดินหน้าตามหาฝันของตนเอง ในการเป็นเจ้าของสวนผลไม้เล็กๆ สักแห่ง หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่นานในการหาพื้นที่เล็กๆ สักผืน เพื่อทำสวนผลไม้ ไม่นานชายผู้นี้เขาก็ได้เจอ พื้นที่แห่งนี้มีขนาด 5 ไร่ ตั้งอยู่ ณ หมู่ที่ 5 ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ห่างจากตัวอำเภอลึกเข้าไปประมาณ 50 กิโลเมตร ด้วยระยะทางที่ลำบากและสลับซับซ้อนประกอบกับต้องข้ามลำห้วย ทำให้ต้องใช้เวลาในการเดินทางกว่า 2 ชั่วโมง เราจึงมาถึงสวนของคุณจ่อย คุณสุขุม พยาเครือ หรือ คุณจ่อย เล่าว่า อุปนิสัยของตนนั้นเป็นคนรักธรรมชาติและชอบอยู่กั
มีผู้คนจำนวนไม่มากนักที่จะรู้ว่า จังหวัดแพร่ มีการปลูกทุรียนกันในหลายพื้นที่ ทั้งที่ อำเภอเมือง เด่นชัย ลอง และวังชิ้น ที่อำเภอวังชิ้น มีสวนทุเรียนของ ลุงสงบ ธรรมณี ที่เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการปลูกทุเรียนในท้องถิ่นแห่งนี้ ที่มีฝีมือการผลิตไม่ธรรมดาเพราะไปคว้ารางวัลสุดยอดของความอร่อยในงาน Best Fruit Export Gateway 2017 จัดโดยสวนนงนุชพัทยา การเดินทางไปที่สวนทุเรียนของลุงสงบ เริ่มจากอำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ด้วยรถยนต์ไปตามทางหลวงหมายเลข 1023 ถึงสี่แยกแม่แขม ขับรถตรงไปทางอำเภอวังชิ้น จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 70 อีกเส้นทางหนึ่งผ่านอำเภอเด่นชัย เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 11 เด่นชัย-ลำปาง ถึงสี่แยกแม่แขม เลี้ยวซ้าย ถึงหลักกิโลเมตรที่ 70 ด้านซ้ายมือจะเห็นแผงขายผลไม้ นั่นแหละสวนทุเรียนของลุงสงบ ทำความรู้จัก ลุงสงบ ธรรมณี ลุงสงบ อยู่บ้านเลขที่ 142 หมู่ที่ 5 บ้านแม่จอก ตำบลแม่ป้าก อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ โทรศัพท์ 096-459-9784 ภรรยาชื่อ คุณพิน ธรรมณี มีบุตร 4 คน ชาย 2 คน หญิง 2 คน สวนผลไม้ลุงสงบมี 2 แปลง คือ 6 ไร่ และ 10 ไร่ ใช้แรงงานในครัวเรือนทั้งหมด ไม่ได้จ้างแรงงานจากภายนอกแต่อย่างใด ลุงสงบ เป็นหมอดินอ
