เศรษฐกิจพอเพียง
ทิพยสืบสาน รักษาต่อยอด นวัตกรรม ศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 24 นำพาครู อาจารย์ ที่ได้รับการคัดเลือกจากทั่วประเทศลงพื้นที่ ศึกษาดูงาน ณ ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย (นาเฮียใช้) จังหวัดสุพรรณบุรี โดยได้รับเกียรติจาก นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมเป็นประธานเปิดงาน และร่วมลงมือทำกิจกรรมกับผู้ร่วมโครงการ นำโดย นางวิชชุดา ไตรธรรม ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) พร้อมทำกิจกรรมการดำนาแบบโบราณ และเก็บไข่เป็ดไข่นกกระทาจากเล้า มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวได้รับการออกแบบและดำเนินการ โดย นายนิทัศน์ เจริญธรรมรักษา ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย (นาเฮียใช้) ให้การต้อนรับและร่วมบรรยายประสบการณ์ชีวิต ที่พลิกฟื้นจากความล้มเหลวสู่การเป็นเศรษฐีอย่างยั่งยืน กว่าจะประสบความสำเร็จมาเป็นนาเฮียใช้เช่นทุกวันนี้ ต้องมีความซื่อสัตย์และมีคุณธรรม สร้างรากฐานของชีวิตให้แข็งแรง จากการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ “เดินทางตามรอยพ่อ คือศรัทธาของนาเฮียใช้ คนเราโจทย์ในการสร้างชีวิตไม่เหมือนก
อาชีพเกษตรเป็นอาชีพที่หลายคนมองว่าลำบากทำไปก็เหนื่อยเปล่า แต่ก็ยังมีอีกหลายคนมองอาชีพเกษตรเป็นทางรอด ต่างคนต่างทัศนคติ แต่สำหรับคนที่มีทางเลือกน้อย วุฒิการศึกษาไปแข่งกับคนอื่นไม่ได้ จึงมองว่าหากไม่ย่อท้อ มีมันสมองและสองมือ อาชีพเกษตรอาจจะเป็นทางรอดที่ยั่งยืนให้เขาในอนาคตก็เป็นได้ คุณศุภชัย เณรมณี หรือ คุณกอล์ฟ อยู่บ้านเลขที่ 65 หมู่ที่ 5 ตำบลมงคลธรรมนิมิตร อำเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทอง เกษตรกรผู้สู้ชีวิตไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา เล่าว่า อดีตตนเองทำงานเป็นจับกังได้ค่าแรงวันละร้อยกว่าบาท แต่ก็ต้องยอมเพราะมีทางเลือกไม่มาก เรียนจบแค่ ป.3 ไปสมัครงานบริษัทเขาก็ไม่รับเพราะไม่มีคุณสมบัติที่เขาต้องการจึงต้องยอมลำบากทำงานรับจ้างได้ค่าแรงหลักสิบหลักร้อย แต่ต้องเลี้ยงคนที่บ้านอีก 7 ชีวิต พ่อแม่ก็ต้องช่วยกันเก็บผักจับปลามาเป็นอาหาร มีนาข้าวก็ทำได้ปีละครั้ง สมัยนั้นข้าวมีราคาเกวียนละแค่ 3,500 บาท ใช้จ่ายได้สามสี่เดือนก็หมดต้องไปเชื่อร้านค้ากินเป็นอาทิตย์ชนอาทิตย์ ภรรยาก็เพิ่งคลอดลูกจะมาอยู่แบบเดิมไม่ได้แล้ว มีลูกเพิ่มมาอีกชีวิตต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง เลยหันมาสังเกตวิถีชีวิตที่ตัวเองอยู่ มีผักให้เก็บกิน แล้วถ
วันที่ 14 ตุลาคม 2565 พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ เปิดงานนิทรรศการหมุนเวียน ในความทรงจำนิรันดร์เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกา ธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ระหว่างวันที่ 13-16 ตุลาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ทาง Online Facebook พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ และ Onsite ที่พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ ปทุมธานี พลอากาศเอก เสนาะ พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดเผยว่า “เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม ครบรอบ 6 ปี ที่พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย แต่พระเกียรติยศ พระเกียรติคุณพระองค์ยังปรากฏท่วมท้นเหนือเกล้า เรื่องราวความดีงามของพระองค์ยังคงสถิตอยู่ในความทรงจำและประทับอยู่ในดวงใจชาวไทยนิรันดร์ การจัดงานนิทรรศการหมุนเวียนในความทรงจำนิรันดร์ในครั้งนี้ เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพของพระมหาก
มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน! SUSTAINABILITY EXPO 2022 SX2022 : GOOD BALANCE, BETTER WORLD สมดุลที่ดี เพื่อโลกที่ดีกว่า เมื่อวันที่ 26 กันยายน2565 ได้จัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “เปลี่ยนชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง”ดำเนินรายการโดย นายประพจน์ ภู่ทองคำ รายการสารคดีสภาชาวบ้าน และผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย พ่อคำเดื่อง ภาษี ศูนย์ปราชญ์ชุมชนพ่อคำเดื่อง ตำบลหัวฝาย อำเภอแคนดง จังหวัดบุรีรัมย์ และ คุณสุพจน์ โคมณี ประธานศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งตัวแทนปราชญ์ชาวบ้านทั้งสองท่านสนับสนุนให้คนไทยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ สร้างอาชีพ-แก้จน นำไปสู่การพึ่งพาตนเองและการพัฒนาอย่างยั่งยืน “พ่อคำเดื่อง” ปลูกต้นไม้ทุกวัน ชีวิตจึงร่ำรวยธรรมชาติ พ่อคำเดื่อง ภาษี สุดยอดคนเกษตรแห่งแดนอีสาน ในอดีตเคยทำการเกษตรเชิงเดี่ยว ช่วงแรกปลูกปอขายได้ราคาดี จึงกู้เงินมาขยายการลงทุนออกไปเรื่อยๆ ต่อมาเกิดปัญหาผลผลิตล้นตลาดจนขาดทุน จึงกู้ยืมเงิน ธ.ก.ส. มาลงทุนปลูกอ้อยและมันสำปะหลัง จนเป็นหนี้สินมากมาย พ่อคำเดื่อง เรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาชีวิตโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเ
Sustainability Expo 2022 (SX2022) มหกรรมงานแสดงสินค้าด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน ภายใต้แนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” งานเดียวที่รวม 50 องค์กร 100 วิทยากร และกว่า 200 เครือข่ายธุรกิจยั่งยืน มาร่วมสร้างสมดุลที่ดี เพื่อโลกที่ดีขึ้น เตรียมพบกับ 7 กิจกรรมสุดปัง ได้แก่ กิจกรรมเปิดโลก เรียนรู้ผ่านนิทรรศการมัลติมีเดียเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น ชุมชนที่ดีขึ้น และคุณดีขึ้น กิจกรรมเรียนรู้ ร่วมเปิดโลกใหม่ พบกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่แห่งความยั่งยืน กิจกรรมลงมือ ร่วมกิจกรรมต่างๆ เช่น SX Hackathon, Trash to Treasure, การสาธิตการทำอาหารคาร์บอนต่ำ กิจกรรมแห่งโอกาส เพิ่มทักษะความสามารถตัวเองจากคำแนะนำด้านอาชีพและเวิร์กช็อปจากผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาที่ยั่งยืน กิจกรรมชิม ลิ้มรสอาหารแห่งอนาคตที่ดีต่อคุณและดีต่อโลก กิจกรรมช้อป สนุกกับการเลือกซื้อสินค้าเก๋ๆ ที่ดีต่อโลก กิจกรรมรับ ร่วมกิจกรรมรับคะแนนและรับของขวัญสุดพิเศษ พบกับงาน SX2022 บนพื้นที่กว่า 40,000 ตร.ม. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 7 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน – 2 ตุลาคม 2565 เข้าร่วมงานฟรี !!! ติดตามรายละเอียดได้ที
วันนี้ได้รับคำแนะนำจาก คุณร่มไม้ นวลตา เกษตรจังหวัดสกลนคร ว่า มีเกษตรกรที่บ้านคำประมง ตำบลบัวสว่าง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร มีชีวิตแนวคิดที่อยากให้ครอบครัวโดยเฉพาะลูกๆ ยึดอาชีพการเกษตร ทำไร่ ทำนา เลี้ยงสัตว์ ที่บรรพบุรุษยึดทำกินเลี้ยงปากท้องคนบนโลกนี้มานานแสนนาน น่าสนใจนำมาบอกเล่าเปิดเผยให้ทราบทั่วไป จึงขับรถยนต์ออกจากจังหวัดสกลนคร เดินทางมุ่งหน้าสู่บ้านคำประมง ตามถนนสายสกลนคร-อุดรธานี เมื่อพ้นเขตเทศบาลนครสกลนคร ราว 5 กิโลเมตร ก็จะพบเพิงไม้ร้านขายมันสำเภา (มันแกว) มาวางขายเรียงรายตั้งแต่ แยกหน้าราชภัฏสกลนคร เรื่อยมาถึงบ้านพังขว้างใต้หลายกิโลเมตร มองเห็นแล้วชุ่มชื่นหัวใจ ที่มีผลผลิตออกมาวางขาย หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ถิ่นนี้ “แอ่งสกลนคร” พอเข้าเขตบ้านพาน ผ่านเทศบาลดงมะไฟ มองเห็นน้ำเจิ่งนองตามสองฟากข้างถนน ชาวนากำลังบังคับควายเหล็กเสียงคำรามดังสนั่นลั่นทุ่ง บางที่มีชาวบ้านดำนาและหว่านข้าว บางแห่งเริ่มเขียวขจีมองแล้วเพลินตาสบายใจ เลยเทศบาลตำบลดงมะไฟ ราว 2 กิโลเมตร ก็เข้าเขตพื้นที่อำเภอพรรณานิคม ถึงสามแยกไฟแดง ชาวบ้านเรียกว่า “สามแยกสูงเนิน” เลี้ยวขวาไปตามถนนสูงเนิน-เซกา ผ่านบ้านพอกใหญ่
การประกอบอาชีพบนพื้นที่สูงของจังหวัดน่าน ประสบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ป่าถูกทำลาย เนื่องจากไม่มีอาชีพทางเลือก ต่อมามีการส่งเสริมวิถีการเกษตรแบบประณีต ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในแนวทางของการขยายผลองค์ความรู้โครงการหลวง อาทิ ส่งเสริมการปลูกองุ่น พริกหวาน และกาแฟ ควบคู่กับการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ การบริหารจัดการน้ำบนพื้นที่สูง และสิ่งแวดล้อมในลักษณะของการวิเคราะห์แผนที่รายแปลง เพื่อดูว่าพื้นที่นั้นๆ มีปัญหาอะไร เพื่อนำองค์ความรู้เข้าไปแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด รวมทั้งการให้ความรู้และข้อมูลที่ถูกต้องกับกลุ่มผู้นำชุมชนต่างๆ ที่เป็นกำลังหลัก แนวทางดังกล่าว มีส่วนทำให้การประกอบอาชีพบนพื้นที่สูงจากที่เกษตรกรทำไร่เลื่อนลอย ปลูกพืชที่ให้ผลตอบแทนน้อย เช่น ข้าวโพด ขณะที่บุกรุกพื้นที่ป่ามาก เกิดปัญหาภูเขาหัวโล้น กลับสามารถพลิกฟื้นชุมชนให้มีความอยู่ดีมีสุข มีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพ คุณภาพชีวิตดีขึ้น ภายใต้การดำเนินงานของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) (สวพส.) โดยนำเสนอ วิถีการเกษตรแบบประณีต จังหวัดน่าน ผ่าน Viral Video ในรายการนอกแผนที่ https://www.youtube.com/watch?v=zYO0acWS
สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ทำให้ระบบเศรษฐกิจหยุดชะงัก ประชาชนต้องกักตัวอยู่ในบ้าน ขาดแคลนรายได้และอาหาร กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) ส่งเสริมให้คนไทยน้อมนำแนวพระราชดำริของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่แผนปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ระหว่าง วันที่ 1 เมษายน-30 มิถุนายน 2563 เมื่อสิ้นสุดโครงการพบว่า มีประชาชนทั่วประเทศสนใจร่วมโครงการปลูกผักสวนครัวกับ พช. มากถึง 12,573,072 ครัวเรือน คิดเป็น 96.89 เปอร์เซ็นต์ ในสัดส่วนดังกล่าว พบว่า มี 18 จังหวัด ที่มีพี่น้องประชาชนสนใจปลูกผักกันอย่างคึกคักครบ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม ได้แก่ บึงกาฬ เพชรบุรี มุกดาหาร สมุทรสงคราม ประจวบคีรีขันธ์ พะเยา ภูเก็ต ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ตาก อุบลราชธานี พัทลุง สุโขทัย อุดรธานี สุราษฎร์ธานี ตราด สกลนคร และชัยภูมิ อุดรธานีมีรัก ปลูกผักกินเอง จังหวัดอุดรธานี ประกอบด้วย 20 อำเภอ 156 ตำบล 1,863 หมู่บ้าน 101 ชุมชน 494,498 ครัวเรือน ประชากร 1,586,646 คน พื้นที่ 7.33 ล้านไร่ หลายคนสงสัยว่า อุดรธานีทำไมถึงติด 1 ใน 18 จังหวัด ที่ปลูกผักได้ 100 เปอร
อีกไม่นาน ประเทศไทยกำลังจะมีมหกรรมด้านความยั่งยืนสุดยิ่งใหญ่ระดับอาเซียน นั่นคือ Sustainability Expo 2022 หรือ ‘SX 2022’ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 กันยายน-2 ตุลาคม 2565 ครอบคลุมพื้นที่กว่า 40,000 ตารางเมตร ของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) SX 2022 เป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของ 5 องค์กรชั้นนำด้านความยั่งยืนของไทย ได้แก่ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ จีซี, บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซีจี, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่ต้องการจัดงานด้านความยั่งยืน เพื่อให้ทุกคนและทุกภาคส่วนเข้าถึงได้ง่าย งานนี้ จึงไม่เพียงมีองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านความยั่งยืน รวมทั้งเวทีเสวนาน่าสนใจ จากพันธมิตรองค์กรในไทยและต่างประเทศกว่า 100 แห่ง และวิทยากรผู้เชี่ยวชาญอีกกว่า 150 คนทั่วโลกเท่านั้น แต่ยังอลังการด้วยโซนชิม-ช้อป รวมร้านค้าทั้งหมดหลายร้อยบูธ ให้ทุกคนได้เติมความรู้และเติมพลังกันอย่างเต็มอิ่ม! SX 2022 สร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริง 5 องค์กรชั้นนำด้านความยั่งยืน
5 องค์กรชั้นนำ ‘เฟรเซอร์ส-จีซี-เอสซีจี-ไทยเบฟ-ไทยยูเนี่ยน’ ผนึกกำลังจัดงาน ‘Sustainability Expo 2022’ 26 ก.ย.-2 ต.ค. นี้ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 40,000 ตารางเมตร ศูนย์ฯ สิริกิติ์ จัดเต็มนวัตกรรม สร้างแรงบันดาลใจด้านความยั่งยืนทุกมิติ จากกว่า 50 องค์กรเบอร์ต้นของไทยและนานาชาติ ร่วมด้วยวิทยากรกว่า 100 คนจากทั่วโลก พร้อมมาร์เก็ตเพลส รองรับมหาชนด้วยโซนอาหารและโซนเด็ก ระดมร้านค้ารวมหลายร้อยบู๊ธ ชวนชิม-ช้อป อาหารและสินค้าด้านความยั่งยืน ตั้งเป้าแพลตฟอร์มงานด้านความยั่งยืนใหญ่สุดในอาเซียน คณะผู้จัดงาน 5 องค์กรชั้นนำด้านความยั่งยืนของไทย ได้แก่ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ จีซี, บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซีจี, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จัดงาน ‘Sustainability Expo 2022’ หรือ ‘SX 2022’ ระหว่างวันที่ 26 กันยายน-2 ตุลาคม 2565 ครอบคลุมพื้นที่กว่า 40,000 ตารางเมตร ของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นับเป็นงานใหญ่งานแรกของศูนย์ฯ สิริกิติ์โฉมใหม่ SX 2022 ดำเนินกา
