ไก่
“ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ ผู้บริโภคให้การยอมรับอย่างเป็นวงกว้าง เพราะเนื้อของไก่เป็นเอกลักษณ์ รสชาติดี และด้วยกรรมวิธีการเลี้ยง ขั้นตอนการเลี้ยงไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ มีรูปแบบการเลี้ยงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงทำให้ผู้บริโภคให้ความสนใจอย่างมาก และที่สำคัญคุณภาพเนื้อที่มีคุณภาพเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ได้รับการยอมรับจากเชฟจากโรงแรมต่างๆ ให้ความสนใจและนำไปทดลองประกอบอาหารหลายเมนู จึงมีความนิยมอย่างต่อเนื่อง” คุณ ณ นพชัย กล่าว คุณ ณ นพชัย ผิวเกลี้ยง อยู่บ้านเลขที่ 328 หมู่ที่ 2 ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรงที่ได้เห็นถึงลักษณะพิเศษของไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ จึงได้มาทำการเลี้ยงเป็นอาชีพ และช่วยส่งเสริมต่อยอดให้กับเกษตรกรที่สนใจอยากเลี้ยงสร้างรายได้ต่อไป ซึ่งไก่พันธุ์ตะเภาทองเกษตรศาสตร์เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ ระหว่างไก่พื้นเมืองของไทยพันธุ์หนึ่งที่เกือบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว คือไก่พันธุ์ตะเภาทองกับไก่พื้นเมืองของจีน ชื่อว่าไก่สามเหลือง (ซาอึ้ง) ซึ่งไก่ทั้งสองสายพันธุ์นี้มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน แต่เมื่อนำทั้งสองสายพันธุ์มาผสมกันคือ พ่อพันธุ์ตะเภาทอง แม่พันธุ
“ไก่” นับเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2555-2559) การผลิตไก่เนื้อของไทยมีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยร้อยละ 6.8 ต่อปี จากปริมาณความต้องการบริโภคไก่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ โดยปี 2559 ประเทศไทยมีปริมาณผลผลิตไก่เนื้อเพิ่มขึ้น ร้อยละ 1.3 เมื่อเทียบจากปีก่อนหน้า เนื่องจากมีการขยายตลาดส่งออกเป็นหลัก ประกอบกับการเติบโตของตลาดในประเทศ และต้นทุนการผลิตที่ลดต่ำลงตามราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ เป็นต้น ไก่เนื้อ “ไก่เนื้อ” หรือ “ไก่กระทง” เป็นสายพันธุ์ไก่เชิงพาณิชย์ ที่เน้นผลิตในปริมาณมากเพื่อให้ได้ผลกำไรสูงสุด แต่มีต้นทุนต่ำสุด ไก่เนื้อส่วนใหญ่ถูกนำเข้าสายพันธุ์มาจากบริษัทเอกชนผู้จำหน่ายสายพันธุ์สัตว์ในซีกโลกตะวันตก เช่น สหรัฐอเมริกา ฯลฯ ที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาสายพันธุ์ไก่เนื้อที่โตเร็ว กินอาหารได้มาก ใช้ระยะเวลาการเลี้ยงสั้น เพียงไม่กี่สัปดาห์ก็จับไก่ออกขายได้แล้ว ราคาไก่เนื้อไม่สูงนัก ผู้เลี้ยงก็อยู่ได้ เพราะว่าต้นทุนการผลิตต่ำ ปัจจุบัน ไก่เนื้อ 1 ตัว ระยะเวลาการเลี้ยง 30-35 วัน เลี้ยงด้วยอาหารไก่กระทงอย่างเต็มที่ เมื่อครบกำหนด
8 ปีมาแล้ว ที่ คุณเรวัต พาดกลาง หนุ่มวัย 31 ปี ชาวตำบลจันอัด อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา เริ่มเลี้ยงไก่ คุณเรวัต เรียนจบประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาช่างเชื่อมโลหะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตนครราชสีมา หลังเรียนจบก็ใช้ชีวิตตามประสาคนหนุ่ม สมัครเข้าทำงานในตำแหน่งโปรแกรมเมอร์ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัด เมื่อเริ่มก่อร่างสร้างตัว ก็ต้องการหารายได้พิเศษเสริมจากงานประจำ ประกอบกับใจรักในสัตว์ปีก จึงคิดเลี้ยงไก่สวยงาม นำมาเพาะขยายพันธุ์ขาย มีรายได้เสริมเข้ามาจำนวนหนึ่ง ไก่แจ้ ไก่ไข่สวยงาม เป็นสัตว์ปีกชนิดแรกๆ ที่เริ่มนำเข้ามาเลี้ยง แต่ด้วยคุณเรวัตเป็นเด็กหนุ่มที่มีความคิดก้าวหน้า มองเรื่องของตลาดเป็นปัจจัยสำคัญ จึงหาวิธีนำไก่ชนิดที่ในประเทศไทยยังไม่เป็นที่แพร่หลาย เพื่อให้ตลาดการขายของตนเองไม่ตัน และไก่ดำ เป็นไก่ที่คุณเรวัตเลือก เนื่องจากเมื่อนับย้อนไป 8 ปีที่แล้ว ไก่สวยงามที่เป็นไก่ดำ ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก “ผมทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ จึงใช้โอกาสนั้นนั่งค้นคว้าผ่านเว็บไซต์ต่างๆ และผมไม่เคยรู้ว่า หาแหล่งพันธุ์ไก่ดำในประเทศไทยได้ที่ไหน จึงตัดสินใจสั่งนำเข้าไข่ไก่ดำผ่า
“ ไก่บ้านตะนาวศรี ” เป็นผลงานของ “ คุณลิขิต สูจิฆระ ” ผู้ก่อตั้งบริษัท ตะนาวศรีไก่ไทย จำกัด ที่ใช้เวลากว่า 20 ปี ในการผสมข้ามพันธุ์ไก่พื้นเมืองกว่า 20 สายพันธุ์ เช่น พันธุ์เหลืองหางขาว ไก่ชีท่าพระ ไก่แดงสุราษฎร์ และไก่ประดู่หางดำ ฯลฯ จนได้พ่อแม่พันธุ์ไก่ลูกผสมสายพันธุ์ใหม่คือ พ่อพันธุ์ไก่ชนตะนาวศรี และ แม่พันธุ์ไก่แดงตะนาวศรี “ ไก่บ้านตะนาวศรี ” ได้รวมลักษณะเด่นของพ่อและแม่พันธุ์อย่างครบถ้วน ทำให้ไก่มีเนื้อแน่น นุ่ม ชุ่มฉ่ำ มีโปรตีนสูง ไขมันและคลอเรสเตอรอลต่ำ เนื้อไก่มีรสอร่อย ไม่เหนียว ไม่ยุ่ย ไม่คาว ไม่มีกลิ่นสาบ ตัวไก่ต้องมีโครงร่างที่ดี ได้ปริมาณเนื้อมาก แม่พันธุ์สามารถผลิตไข่ได้ดี และใช้ระยะเวลาการเลี้ยงไม่นาน เนื้อไก่บ้านตะนาวศรีนำไปทำอาหารเมนูไหนก็อร่อย เนื้อไก่บ้านตะนาวศรี มีโปรตีนสูง แต่มีปริมาณไขมันต่ำกว่าไก่ทั่วไป มีรสชาติและรสสัมผัสอร่อยเข้มข้นถูกปากผู้บริโภคเพราะเลี้ยงโดยใช้สมุนไพรไทยเช่น ฟ้าทลายโจร ขมิ้นชันและไพล รักษาโรคทางเดินอาหารและระบบทางเดินหายใจ แทนยาปฏิชีวนะตั้งแต่ปี 2529 จนถึงปัจจุบัน ทำให้ ไก่บ้านตะนาวศรี เป็นสินค้าเนื้อไก่อินทรีย์ปลอดภัย ที่ขายดิบขายด
นายธนันท์รัฐ อุดมธันยรัตน์ หรือโกช้าง เกษตรกรมืออาชีพผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการคนเลี้ยงไก่เบตง จากอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เปิดเผยว่า ณ ปัจจุบันไก่เบตงกำลังเป็นที่นิยมมากในกลุ่มผู้บริโภคไก่เนื้อ ด้วยจุดเด่นของไก่เบตงที่มีหนังกรอบ เนื้อนุ่ม ไม่มีมันผสม หนังมีสีเหลืองอ่อน ไม่ขาวเหมือนไก่ทั่วไป ด้วยเหตุนี้ไก่เบตงจึงกำลังมาแรง เป็นที่นิยม อีกประการหนึ่งที่ทำให้ไก่เบตงมีราคาที่สูง เพราะไก่เบตงเลี้ยงยาก ต้นทุนการผลิตสูง ใช้เวลาเลี้ยงนาน จึงทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงรายเก่าที่เคยเลี้ยงได้เลิกลากันไปหมด ส่งผลให้ไก่เบตงแท้ๆหากินได้ยาก ด้วยเหตุนี้โกช้างจึงอยากรักษาไก่เบตงให้คงอยู่คู่กับเมืองเบตงต่อไป จึงจับไก่เบตงมาพัฒนาใหม่ มีการเปิดกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงไก่เบตง โดยโกช้างมีหน้าที่ผลิตไก่พันธุ์ดีแจกจ่ายให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยง สอนวิธีการเลี้ยง ขยายองค์ความรู้ และนอกจากนี้โกช้างยังเป็นผู้รับซื้อไก่เองทั้งหมด เพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบตามร้านอาหารสาขาต่างๆ ที่โกช้างเป็นเจ้าของ และสาเหตุที่ต้องทำเองทุกอย่างเพราะ ถ้าไม่รับซื้อแบบนี้ก็จะไม่มีใครเลี้ยง ชาวบ้านหาตลาดเองไม่ได้ “ทำไมของดี ของอร่อย ต้
คุณเสมอ คำทุย อยู่บ้านเลขที่ 55 หมู่ 18 ตำบลวังน้ำเย็น อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพหลักเกี่ยวกับการทำสวนลำไย ต่อมาเมื่อทุกอย่างลงตัวจึงอยากมีอาชีพเสริมที่สามารถสร้างรายได้ในช่วงที่รอลำไยออกผลผลิต จึงได้ตัดสินใจมาเลี้ยงไก่ชนเพื่อเป็นอาชีพเสริมในเวลาต่อมา “สวนเราก็ทำปนกันไป ส่วนมากจะเป็นลำไย และก็ผสมปลูกมะม่วง เชิงผสมผสานกันไป ทำแบบนี้มาหลาย 10 ปีแล้ว พอด้านสวนเริ่มลงตัว ก็เลยมาเริ่มศึกษาการเลี้ยงไก่ชน เพื่อเป็นอาชีพเสริม สรุปว่าก็พอขายได้ ทำให้มีรายได้ก็เลยเริ่มเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมเป็นเวลาต่อมา” คุณเสมอ บอก ไก่ชนที่เลี้ยงส่วนมากจะเป็นไก่พื้นเมืองที่หลากหลายสายพันธุ์ โดยจะเลือกพ่อแม่พันธุ์ที่มีลักษณะดีๆ มาผสมพันธุ์กันโดยนำมาขังไว้ภายในกรงที่เตรียมไว้ จากนั้นเมื่อผสมจนแม่พันธุ์เริ่มออกไข่ ก็จะให้แม่พันธุ์ฟักไข่เองจนกว่าจะได้เป็นลูกไก่ออกมา จากนั้นปล่อยให้แม่ไก่เลี้ยงลูกไปอีกสักระยะ เมื่อลูกเจริญเติบโตจนสามารถหาอาหารกินเองได้ ก็จะปล่อยให้ลูกไก่ออกหากินเองแบบปล่อยตามธรรมชาติ ไก่ก็จะเจริญเติบโตแข็งแรงได้ดีและที่สำคัญยังมีความปราดเปรียวทรงสวย โดยช่วงไหนที่มีโรคระบาดมาก
ปศุสัตว์ผวาช่วงปลายฝนต้นหนาว-ฤดูกาลนกอพยพย้ายถิ่น จี้เกษตรกรเฝ้าระวังโรคสัตว์ปีกเข้ม พร้อมเปิดสายด่วนแจ้งสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุ ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมตั้งด่านชายแดนพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเข้มกัน “โรคไข้หวัดนก” จากประเทศเพื่อนบ้านเข้าไทย นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ในฐานะโฆษกกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนฤดูกาล จากฤดูฝนสู่ฤดูหนาว ระหว่างวันสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ทั้งฝนตกหนักทำให้อากาศค่อนข้างชื้น สลับกับอากาศร้อนจัดในช่วงกลางวัน และหนาวเย็นลงในตอนกลางคืน สภาวะเช่นนี้ทำให้สัตว์เลี้ยงมีภูมิคุ้มกันต่ำลง โดยเฉพาะสัตว์ปีกที่ต้องใช้เวลาในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศมากกว่าสัตว์ประเภทอื่น กรมปศุสัตว์จึงเร่งให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดและปศุสัตว์อำเภอ เพิ่มความถี่ในการออกตรวจเยี่ยมและให้คำแนะนำ ให้ความรู้ สร้างความเข้าใจในวิธีการเลี้ยงและการป้องกันโรคแก่เกษตรกร พร้อมค้นหาสัตว์ป่วยหรือตายที่มีอาการคล้ายโรคระบาด หากตรวจพบจะดำเนินการตามหลักการที่ถูกต้องทันที “ช่วงนี้ยังเป็นฤดูกาลอพยพของนกจากต่างถิ่น ที่อาจจะนำเชื้อโรคเข้ามาด้วย ขอให้เ
ไก่งวง สัตว์ปีกเศรษฐกิจที่น่าสนใจในภาคอีสาน บ้างก็เลี้ยงแล้วประสบผลสำเร็จ บางรายก็เลี้ยงเห่อตามกระแส เห็นคนอื่นนำมาเลี้ยงก็เลี้ยงตาม แต่จะมีเกษตรกรผู้เลี้ยงสักกี่ราย ที่ขยันหมันเพียรอดทนเอาใจใส่ เลี้ยงแล้วอาจมีลู่ทางสดใส ที่สำคัญต้องมีตลาดรองรับควบคู่กับเนื้อสัตว์ประเภทนี้ คุณเชษฐา กัญญะพงศ์ ประกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงไก่งวงบ้านคำเกิ้ม หมู่ 8 ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม เล่าว่า เริ่มแรกเดิมทีตนมีที่ดินอยู่ 11 ไร่ อยู่ท้ายหมู่บ้าน จึงขุดสระ 2 บ่อไว้เลี้ยงปลา หวังทำเกษตรผสมผสานตามแนวทฤษฎีใหม่ของในหลวง กระทั่งเปลี่ยนใจเมื่อปี 2545 จึงเบนเข็มหันไปซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไก่งวงกับคุณธนศักดิ์ คำด่าง ประธานศูนย์ภูมิพลังบ้านโพธิ์ตาก อ.เมืองนครพนม หลังจากปศุสัตว์จังหวัดพาไปอบรมศึกษาดูงานที่ศูนย์ภูมิพลัง จึงซื้อไก่มา 1 ชุด 15 ตัว ในราคา 4,500 บาท หลังเจอวิกฤติไข้หวัดนกในปี 2547 แต่ไก่ไม่ตายจึงโยกมาเลี้ยงพื้นที่ดังกล่าว เพื่อให้ห่างจากหมู่บ้าน 300 เมตร ต่อมาจึงได้มีโอกาสไปฝึกอบรมดูงานที่ฟาร์มเลี้ยงใหญ่ในจังหวัดขอนแก่นและหลายจังหวัดที่เลี้ยงไก่งวง จนปี 2552 จึงเริ
พื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร จัดเป็นอีกพื้นที่ที่มีการเลี้ยงสัตว์ปีกเพื่อความสวยงามไว้จำนวนมาก ส่วนใหญ่ทำเป็นฟาร์มขนาดย่อม เลี้ยงเพื่อขายส่งตลาดนัดสวนจตุจักร แหล่งค้าสัตว์ปีกทั้งเพื่อการบริโภคและเพื่อความสวยงามที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ นอกเหนือจากนั้นก็เป็นตลาดค้าส่งรองลงมา เช่น ตลาดนัดสนามหลวง 2 ย่านทวีวัฒนา หรือ ตลาดนัดสวนจตุจักร 2 มีนบุรี อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ตั้งอยู่ไม่ห่างจากกรุงเทพมหานครเท่าใดนัก อึดใจเดียวก็ถึง ที่ต้องพามาถึงสถานที่แห่งนี้ก็เพราะเป็นที่ตั้งของฟาร์มไก่สวยงามเล็กๆ ฟาร์มหนึ่ง แต่มากด้วยคุณภาพของไก่สวยงามและมากชนิดให้เลือกซื้อ ประสิทธิ์ฟาร์ม ตั้งอยู่ที่บ้านคลอง 19 ตำบลโยธะกา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา มีคุณประสิทธิ์ พัดเย็นใจ เป็นเจ้าของ ครั้งแรกที่พบคุณประสิทธิ์ไม่ต้องการให้เรียกสถานที่เพาะเลี้ยงไก่สวยงามว่า ฟาร์ม เพราะระยะเวลาที่ดำเนินการเพาะเลี้ยงไก่สวยงามเพียง 6 ปี และสถานที่เพาะเลี้ยงไม่ได้กว้างขวางมากนัก แต่เพราะคุณภาพของไก่สวยงามที่ออกสู่ท้องตลาด และ ระบบการจัดการในเรื่องของการคัดคุณภาพไก่ก่อนส่งจำหน่ายให้กับปลายทางเป็นสิ่งสำคัญ
