ไม้ดอกไม้ประดับ
“ หงส์เหิน” เป็นไม้ดอกที่มีศักยภาพทางการตลาดทั้งในประเทศและส่งออก ที่ผ่านมา คนไทยนิยมนำดอกหงส์เหินไปบูชาพระ จัดแจกัน และจัดกระเช้าดอกไม้สด เนื่องจากหงส์เหินมีอายุการใช้งานมากกว่า 7 วัน ประกอบกับเป็นไม้ดอกที่มีรูปทรงดอกที่แปลกตา ปัจจุบันผู้ซื้อต่างประเทศเช่น ญี่ปุ่นและเนเธอร์แลนด์ สนใจสั่งซื้อหัวพันธุ์หงส์เหินไปผลิตและจำหน่าย หงส์เหินเป็นพืชในวงศ์ขิงข่ากระจายพันธุ์ในเขตร้อนชื้นและกึ่งร้อนพบในพื้นที่ป่ากระจายทุกภาคของประเทศไทย หัวพันธุ์มีลักษณะเป็นแบบเหง้าสั้น ช่อดอกออกจากปล้องปลายสุดของลำต้นเป็นช่อดอกแบบช่อกระจะแยกแขนง ดอกมีลักษณะคล้ายหงส์ ออกดอกในเดือนกรกฎาคม ซึ่งตรงกับเทศกาลเข้าพรรษาจึงมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า “ดอกเข้าพรรษา” เดิม ดอกหงส์เหิน สามารถปลูกได้เพียงปีละครั้ง คือปลูกช่วงเดือน เมษายน –พฤษภาคม และออกดอกช่วงเดือน มิถุนายน–สิงหาคม กรมวิชาการเกษตร โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรแพร่ เล็งเห็นความสำคัญของไม้ดอกชนิดนี้ จึงได้สำรวจและรวบรวมหงส์เหินจำนวน 20 สายพันธุ์ ทำการคัดเลือกพันธุ์ที่เหมาะสำหรับปลูกเป็นไม้ตัดดอกโดยใช้เกณฑ์คัดเลือก คือ สีของช่อดอกสดใส ความยาวช่อดอกไม่น้อยกว่
หากกล่าวถึงกระบองเพชร หลายคนคงนึกถึงหนามที่แหลมคมเป็นอันดับแรก แต่รู้หรือไม่ว่ากระบองเพชรมีหลายสายพันธุ์ที่กินได้ ไม่มีพิษ แต่ไม่ใช่ว่าจะกินได้ทุกส่วน และต้นกระบองเพชรกินได้ ยังมีผลที่สามารถกินได้อีกด้วย โดยแต่ละท้องถิ่นทั่วโลกจะกินสายพันธุ์ที่แตกต่างกันไป การกินกระบองเพชรนิยมอย่างมากในประเทศเม็กซิโก กระบองเพชรกินได้ยังถูกนำมาทำเป็นยารักษาโรคต่างๆ เพราะด้วยสรรพคุณที่มากมาย แพดอ่อนกระบองเพชร อุดมไปด้วยไฟเบอร์ กากใยสูง ช่วยการปรับสมดุลน้ำตาลในเลือด ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน เป็นต้น และผลกระบองเพชรกินได้ยังอุดมไปด้วยวิตามินซีที่สูงมาก หลายคนอาจสงสัยว่าเนื้อสัมผัสและรสชาติของกระบองเพชรกินได้นั้นเป็นยังไง จริงๆ แล้ว ก็เหมือนการกินผักสดทั่วไป วิธีการกินกระบองเพชรคือ จะกินแพดอ่อน กินตรงไหนก็ได้ที่ไม่มีหนาม เนื้อสัมผัสนุ่ม เปราะ กรอบ มีเมือกลื่นๆ มีรสชาติเปรี้ยวเล็กน้อย กลิ่นคล้ายกับมะขามอ่อน ทั้งนี้ รสชาติแพดก็ขึ้นอยู่กับแต่ละสายพันธุ์ สามารถกินคู่กับอาหารได้หลากหลายประเภท และผลของกระบองเพชรกินได้ มีรสชาติหวาน อร่อย มีเนื้อคล้ายมะละกอ และในบางครั้งมีกลิ่นคล้ายมะตูมหรือแตงโม กระบองเพชร นอกจากจะ
คุณวันเพ็ญ มานะกุล อาศัยอยู่ที่ตำบลวังม่วง อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี มีความชื่นชอบดอกเข้าพรรษา จึงหาพันธุ์และปล่อยให้ผสมพันธุ์เองตามธรรมชาติจนเกิดเป็นพันธุ์ใหม่ ที่มีดอกลักษณะสวยงามแตกต่างกันไปเป็นพันธุ์ที่มีดอกรูปแบบใหม่ๆ จนสามารถขยายพันธุ์ทำเป็นอาชีพเสริมเกิดรายได้ให้กับเธอได้เป็นอย่างดี คุณวันเพ็ญ มานะกุล อยากอนุรักษ์ และสร้างพันธุ์ลูกไม้ใหม่ คุณวันเพ็ญ เล่าให้ฟังว่า เมื่อสมัยที่เธอยังเด็กอาศัยอยู่ที่อำเภอพระพุทธบาท ได้เห็นพื้นที่แถวนั้นมีการปลูกดอกเข้าพรรษาเป็นจำนวนมาก เรียกง่ายๆ ว่า เติบโตมากับการเห็นดอกเข้าพรรษาตลอดในช่วงวัยเด็ก จึงเกิดความชื่นชอบในดอกไม้ชนิดนี้เป็นชีวิตจิตใจ ทำให้มีการรวบรวมสายพันธุ์นำมาปลูกเพื่อความสวยงามไปพร้อมๆ กับเป็นการอนุรักษ์ไปด้วย ใส่กระถางก็สวยเป็นกอ “สมัยที่เราเป็นเด็ก เราก็เห็นไม้ชนิดนี้เป็นประจำ ก็มีความหลงใหลและชอบตั้งแต่ได้พบเห็น ต่อมาเมื่อมีครอบครัวได้ย้ายมาอยู่ที่อำเภอวังม่วง เราก็ได้นำดอกเข้าพรรษาที่เราชอบตามมาปลูกที่นี่ด้วย เพราะสมัยหลังๆ มานี่ ดอกเข้าพรรษาที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ เริ่มที่จะค่อยๆ หายไป ทีนี้เราก็มองว่าในเมื่อเราชื่นชอบเป็นทุนเดิ
ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ ผู้อำนวยการ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ นางสาวปัทมา ลิ่วเลิศมงคล ผู้อำนวยการ กองประชาสัมพันธ์ พร้อมคณะนักวิจัยและบุคลากร วว. เยี่ยมชมและติดตามการดำเนินงานโครงการ “การพัฒนาเทคโนโลยีการปลูกดอกไม้ตัดดอกโดยใช้เครื่องมือจักรกลการเกษตร” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง วว. กับ บริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (KUBOTA) โดยมี นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัทคูโบต้า นายสมศักดิ์ มาอุทธรณ์ ที่ปรึกษาสำนักงานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด และประธานกรรมการ บริษัท เกษตรอินโน จำกัด คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ KUBOTA ร่วมให้การต้อนรับ ในวันที่ 24 เมษายน 2567 ณ คูโบต้าฟาร์ม (KUBOTA FARM) อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีด้านการเกษตร โดยการนำเครื่องจักรกลเข้ามาใช้ร่วมกับการปลูก ถือเป็นมิติใหม่ของการปลูกไม้ดอกไม้ประดับที่ทันสมัย ส่งผลให้ผลผลิ
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ และศูนย์การบรรจุหีบห่อไทย ภายใต้การดำเนินโครงการมาลัยวิทยสถาน ร่วมต้อนรับเดือนแห่งความรัก…เพื่อมอบของขวัญสุดพิเศษแด่ “สุดที่รัก รักที่สุดของคุณ” ด้วยกุหลาบแสนสวยในแจกันสีหวานละมุน ส่งตรงจากเกษตรกร “กลุ่มผู้ปลูกกุหลาบบ้านลายเหนือ” จังหวัดเลย ซึ่งได้รับการสนับสนุนเทคโนโลยีและบรรจุภัณฑ์โดย วว. ที่ทำให้กุหลาบมีความสดใหม่ มีชีวิตชีวา ประหนึ่งเก็บสดๆ มาจากสวน สามารถเก็บไว้ได้นานกว่า 8 วัน พร้อมขนส่งด้วยรถควบคุมอุณหภูมิที่ได้มาตรฐาน…สนใจสั่งซื้อเพื่อสนับสนุนเกษตรกรของไทย ได้ที่ โทร. 061-643-6907 (คุณบุญคอง สายคำตั้ง) อนึ่ง ในการดำเนินโครงการมาลัยวิทยสถาน วว. ได้รับงบประมาณการสนับสนุนจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มุ่งพัฒนาการผลิตไม้ดอกไม้ประดับให้กับกลุ่มเกษตรกร โดยนำร่องโครงการในพื้นที่จังหวัดเลยและลำปาง เพื่อให้เป็นพื้นที่ต้นแบบ พร้อมนำองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เข้าไปขับเคลื่อนโครงการ รวมทั้งให้ความสำคัญในกา
ไม้ดอกไม้ประดับ หมายถึงพืชที่ปลูกขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์จากดอก พืชชนิดนี้มีดอกที่สวยงาม มีทั้งไม้ยืนต้นและขนาดใหญ่ ไม้พุ่ม และไม้ล้มลุก บางต้นนิยมปลูกในอาคารสถานเพื่อความสวยงาม บ้างก็นำไม้ดอกไม้ประดับมาตกแต่งที่อยู่อาศัย หรือแม้กระทั้งตกแต่งในงานพิธีต่างๆ ไม้ตัดดอก เช่น กุหลาบ ดาวเรือง ฯลฯ ก็สามารถนำมาร้อยเป็นมาลัยได้อีกด้วย คุณชานนท์ สุชงษา หรือ คุณโด่ง อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 112 หมู่ที่ 4 ตำบลหนองบัว อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย เจ้าของสวนไม้ดอกภูเรือ ราคาส่ง โทร. (098) 207-0640 คุณชานนท์ กล่าวว่า เริ่มแรกนั้นตนเองทำงานประจำเป็นพนักงานที่บริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ทำงานประจำได้สักระยะเริ่มรู้สึกว่าอิ่มตัว คิดถึงครอบครัวที่ต้องมาทำงานต่างถิ่น และด้วยพ่อแม่นั้นเริ่มแก่ตัวลง คุณชานนท์ จึงตัดสินใจออกจากงาน และกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิดของตนเองที่จังหวัดเลย แต่ด้วยคุณชานนท์ เกิดมาในครอบครัวที่ทำอาชีพเกษตรกรไม้ดอกไม้ประดับ จึงทำให้คุณชานนท์ มีความรู้เกี่ยวกับไม้ดอกไม้ประดับพอสมควร จึงได้ช่วยที่บ้านดูแลสวนดอกไม้ และรับจ้างทั่วไปในการทำเกษตร เมื่อกลับมาทำงานที่บ้านเกิดได้ไม่นาน คุณชานนท์ ก็ได้เริ่มม
ในวงการไม้ดอกไม้ประดับนิยมใช้ดินที่มีส่วนผสมของพืชและสัตว์เพราะมีธาตุอาหารที่ครบถ้วน มีความโปร่ง ร่วน และอุ้มน้ำได้ดี ต่อมาพบว่าใบก้ามปูมีธาตุไนโตรเจนสูงนำมาหมักร่วมกับมูลสัตว์ แล้วผสมกับดินเพื่อทำเป็นดินปลูกต้นไม้ ช่วยให้พืชเจริญเติบโต สมบูรณ์ เป็นดินใบก้ามปู คุณสมพงศ์ อากาศโชติ ชาวนครศรีธรรมราช อดีตนักพัฒนาชุมชนและพัฒนาการอำเภอ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ปัจจุบัน เป็นข้าราชการบำนาญ มองเห็นประโยชน์ใบก้ามปูจึงนำมาหมักกับมูลสัตว์เป็นปุ๋ยหมักผสมกับมูลไส้เดือนร่วมกับขุยมะพร้าวและแกลบผลิตเป็นดินปลูกตรา “OK” เหมาะกับใช้ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ พืชผัก ไม้ผล ช่วยให้เจริญงอกงาม ออกดอกผลสมบูรณ์ คุณสมพงษ์ในวัย 64 ปี ทำกิจกรรมทางการเกษตรหลายอย่าง ทั้งเลี้ยงวัว ปลูกพืช ถึงตอนนี้ยังทำอยู่ตามกำลังที่ตัวเองทำได้ ปัจจุบันเปิดร้านขายต้นไม้ที่มีไม้ดอกไม้ประดับ และไม้มงคลหลายชนิด การทำอาชีพของคุณสมพงษ์มีหลักคิดการสร้างรายได้เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ ยึดหลักพึ่งตนเอง ทำกิจกรรมอาชีพให้มีความหลากหลายต่อเนื่องสอดคล้องเชื่อมโยงกัน ไม่จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่โตหรือซับซ้อน ควรทำตามกำลัง ต้องเป็นทั้งผู้ผลิตและขายเอง เพ
“โชคเก้าชั้นด่าง หรือหน้าวัวใบ เป็นไม้มงคลที่ให้โชคหลายชั้นแก่ผู้ปลูก เสริมสิริมงคลและนำแต่ความโชคดีมาสู่ผู้ปลูก รวมไปถึงบ้านที่พักอาศัย ทำให้ค้าขายดี ร่ำรวย ทำมาค้าขึ้น และนิยมนำไปเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษ” ไม้ประดับที่เป็นทั้งความสวยงาม คุณค่า ราคา และชื่อที่เป็นมงคลของไทยเราตอนนี้ที่มาแรงแซงโค้ง ก็คือหน้าวัวใบที่ชื่อโชคเก้าชั้นด่างที่สวนของ คุณฉลวย ขันจำนงค์ อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี นอกจากทุเรียนดังแล้ว เรื่องของไม้ดอกไม้ประดับ ก็ไม่เป็นสองรองใคร ในเนื้อที่ 15 ไร่ ที่ทำแปลงปลูกไม้ประดับเป็นพวกไม้ใบหรือหน้าวัวใบที่สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับคุณฉลวยอยู่ตอนนี้ ด้วยประสบการณ์ปลูกเลี้ยงต้นไม้มาหลายปี โดยเฉพาะหน้าวัวใบโชคเก้าชั้นด่าง จนพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาเอง เป็นที่ติดตลาดอยู่ตอนนี้ก็มีหลายชื่อ เช่น พาร่ำรวย นำโชค ตาลปัตร เป็นต้น หน้าวัวใบชื่อว่า โชคเก้าชั้นด่าง ไม้มงคลและไม้ประดับสวยงามที่คนไทยและต่างชาติกำลังเป็นที่สนใจในขณะนี้ และอีกอย่างคนไทยเป็นผู้สร้างสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมาเป็นที่โด่งดังและกลายเป็นไม้ส่งออกทำรายได้เข้าประเทศไม่น้อยเลยทีเดียว ในขณะที่เศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาลง แต
คุณสุระ จันทร์ศิริ เป็นเกษตรกรที่มากประสบการณ์ในเรื่องการผลิตไม้ดอกไม้ประดับ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ผลิตไม้ประดับชนิดอื่นๆ ต่อมาเมื่อเห็นตลาดมีความต้องการต้นแก้ว เขาจึงได้มาปรับเปลี่ยนทำไม้ที่มีดอกหอม 2 ชนิดนี้ คือ แก้วพวงดวงใจและต้นแก้วลิลลี่ สร้างรายได้ดีไม่น้อยทีเดียว เพราะขายเป็นไม้กระถางและไม้ขุดล้อมส่งขายให้กับลูกค้าได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี
เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย คณะผู้ทรงคุณวุฒิ วช. และสื่อมวลชน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการวิจัยเรื่อง “การพัฒนาพันธุ์ การพัฒนาศักยภาพการผลิต และการใช้ประโยชน์จากเบญจมาศ” และโครงการวิจัยเรื่อง “การปรับปรุงพันธุ์ การส่งเสริมการปลูกลิเซียนทัสเพื่อการผลิตไม้ดอกกระถางและไม้ตัดดอกให้เหมาะสมกับตลาดและการผลิตในประเทศไทย” ณ วิสาหกิจชุมชนไม้ดอกเหมืองแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า วช. ได้ให้การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเพื่อยกระดับศักยภาพการผลิตไม้ดอกไม้ประดับ เป็นแผนงานหลักในการสร้างการเกษตรมูลค่าสูง โดยส่งเสริมการวิจัยด้านการพัฒนาพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ เพื่อพัฒนาศักยภาพการผลิตและการตลาด ในการใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ไม้ดอกไม้ประดับ โดยผ่านกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่เกษตรกร นอกจากนี้การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้ใช้ประโยชน์ ถือเป็นอีกประเด็นที่สำคัญ ซึ่งจากการสนับสนุกการวิจัยดังกล่าว ก่อใ
