ไม้ดอกไม้ประดับ
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากนโยบาย ตลาดนําการผลิต ของ ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งเน้นให้เกษตรกร สามารถวางแผนการผลิตให้ตรงตามความต้องการของตลาด และมีตลาดรับซื้อที่แน่นอน เพื่อเป็นการประกันว่าเกษตรกรจะมีรายได้ที่ดีขึ้น มีช่องทางการตลาดที่เหมาะสม กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้ดำเนินการส่งเสริมช่องทางจำหน่ายสินค้า “ตลาดเกษตรกร” ให้เป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ ปลอดภัย โดยมีเกษตรกรเป็นผู้ขายโดยตรง ดำเนินการในทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่องอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน โดยเป็นการบูรณาการของทุกหน่วยงานในพื้นที่ที่ร่วมกันสนับสนุน พัฒนา และประชาสัมพันธ์ให้ตลาดเกษตรกรสามารถเปิดจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่อง เป็นการเพิ่มช่องทางตลาดให้เกษตรกรมีพื้นที่จำหน่ายสินค้า ลดปัญหาสินค้าล้นตลาดและราคาตกต่ำ ตลอดจนพัฒนาเกษตรกรให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนต่อไป ภายใต้สโลแกน “เกษตรกรจริงจริง ทุกสิ่งปลอดภัย” รวมถึงได้ต่อยอดเปิดให้บริการตลาดเกษตรกรในรูปแบบออนไลน์ เว็บไซต์ www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรโดยรวบรวม
อะโกลนีมา เป็นไม้ประดับที่มีความโดดเด่น สวยงาม เป็นที่ต้องการของประเทศเพื่อนบ้าน ทั้ง อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย หัวใจสำคัญของวิธีการปลูกอะโกลนีมา คือ แสง พืชชนิดนี้ต้องการแสงเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น หากได้รับแสงมากเกินไปใบจะหดสั้น ต้นตั้งชูขึ้น หรืออาจเกิดอาการใบไหม้ขึ้นได้ แสงต้องส่องเข้าได้ทุกทิศทางอย่างสม่ำเสมอ ถ้าได้รับแสงเพียงด้านใดด้านหนึ่ง ต้นอะโกลนีมาก็จะเอียงเข้าหาแสงทางด้านนั้น วัสดุปลูก นับว่าสำคัญไม่แพ้กัน วัสดุปลูกทั่วไปใช้ส่วนผสมของดินร่วนสะอาด กาบมะพร้าวสับ ปุ๋ยหมักเก่า อัตรา 2 : 1 : 1 คลุกเคล้าให้เข้ากัน หรืออาจปรับได้ตามแหล่งที่หาวัสดุปลูกได้ เช่น ใช้แกลบดิบ หรือขี้เถ้าแกลบเป็นส่วนผสมได้บางส่วน การให้ปุ๋ยบำรุงบ้าง ด้วยสูตร 15-15-15 ใส่เพียงเล็กน้อย 2-3 เดือนครั้งก็พอ โรคที่พบเสมอ คือโรคโคนเน่า วิธีป้องกันกำจัด ใช้วัสดุปลูกที่โปร่ง อย่าให้น้ำขัง หากระบาดรุนแรงให้ใช้สารเทอราคลอร์ผสมน้ำตามอัตรา แนะนำราดที่โคนต้นให้ทั่ว การใช้สารเคมีขอให้ใช้อย่างระมัดระวังตามคำแนะนำข้างฉลากอย่างเคร่งครัด เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อวันพุธที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2560 สำหรับแฟ
ช้างน้าว เป็นพันธุ์ไม้พระราชทานเพื่อปลูกเป็นมงคลแก่จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งมีคำขวัญประจำจังหวัดคือ “หอแก้วสูงเสียดฟ้า ภูผาเทิบ แก่งกะเบา แปดเผ่าชนพื้นเมือง ลือเลื่องมะขามหวาน กลองโบราณล้ำเลิศ ถิ่นกำเนิดลำผญา ตระการตาชายโขง เชื่อมโยงอินโดจีน” แต่ละท่อนของคำขวัญมีความหมายดังนี้ หอแก้วสูงเสียดฟ้าหอแก้วมุกดาหาร อยู่ในอำเภอเมือง ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองมุกดาหารและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าชม สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสทรงครองราชย์ครบ 50 ปี บริเวณส่วนฐานเป็นอาคารทรงเก้าเหลี่ยม 2 ชั้น จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ ชั้น 1 จัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ในการดำรงชีวิตของชาวบ้าน ชั้น 2 เป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติเมืองมุกดาหาร วัตถุโบราณล้ำค่าของแผ่นดิน ภาพถ่ายเก่า ตลอดจนเครื่องแต่งกายชาวไทยมุกดาหารทั้ง 8 เผ่า ชั้น 6 เป็นหอชมทัศนียภาพรอบเมืองมุกดาหารและแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ส่วนชั้น 7 เป็นโดมทรงกลม ประดิษฐานพระพุทธนวมิ่งมงคลมุกดาหารและพระประจำวันเกิด ภูผาเทิบ อยู่ในอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมืองและอำเภอดอนตาล ประกอบด้วยภูเขาชันหลายลูกติดต่อกัน ส่วนใหญ่เป็นป่าเต็งรัง
เมื่อปีที่แล้วอาจจะเรียกได้ว่าวงการไม้ดอกไม้ประดับ เป็นอีกหนึ่งสินค้าที่จำหน่ายได้ดีทวนกระแสเศรษฐกิจ เพราะมีการซื้อขายกันชนิดที่ว่ามีการเกิดเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ของใครหลายๆ คน ที่มองเป็นเพียงการทำเป็นอาชีพเสริม จนมาเป็นอาชีพหลักที่สร้างรายได้ชนิดที่ว่า หลายคนที่ประสบผลสำเร็จจากที่ไม่เคยทำงานทางด้านการเกษตรนี้มาเลย ทำให้ได้มาเรียนรู้การจำหน่าย การปลูกจนประสบผลสำเร็จ ด้วยการศึกษาอย่างจริงจังจากประสบการณ์ที่มี จนทำให้เกิดความชำนาญและขยายเครือข่ายลูกค้าออกไปเรื่อยๆ จนสามารถสร้างเป็นธุรกิจที่ยั่งยืน ในปักษ์นี้จะมาพูดคุยเกี่ยวกับการปลูกเฟิร์น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไม้ประดับที่มีการปลูกกันมานาน แต่เราอาจจะไม่ทราบว่าเป็นไม้ที่มีการปลูกและพัฒนาอยู่เสมอเช่นกัน เพราะอาจเป็นไม้ที่บางคนมองว่าปลูกยากจึงเล่นกันเฉพาะกลุ่มของผู้ปลูกและชื่นชอบเท่านั้น ซึ่งเฟิร์นถ้ามองอีกมุมหนึ่งถือเป็นไม้ที่หากเข้าใจการปลูกได้อย่างถ่องแท้ ก็ไม่ใช่เรื่องยากและยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นอีกพันธุ์ไม้ขยายพันธุ์ได้ง่ายด้วยการแยกหน่อ เพราะหากปล่อยให้ต้นโตเต็มที่ให้เกิดเป็นสปอร์และเกิดเป็นต้นใหม่ต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน ส่วนมากจึงนิยมแบ่ง
“กระบองเพชร” หากเอ่ยชื่อไม้นี้มา เป็นอีกไม้ปลูกเล่นที่หลายๆ คนต้องเคยซื้อมาประดับโต๊ะทำงานหรือตั้งโชว์สวยๆ แต่การปลูกในครั้งแรกของผู้ที่ยังไม่เคยคุ้นชิน เรื่องกระบองเพชรตายถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องประสบเจอแน่นอน เพราะผู้เขียนเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่ปลูกเท่าไรก็ยากที่จะรอด หรืออาจเป็นเพราะการใส่ใจมากเกินไป ที่มีการรดน้ำให้บ่อยๆ จนรากเน่า ซึ่งจากที่เคยสอบถามคนปลูกเก่งๆ มา บางท่านก็ว่ากระบองเพชรเป็นไม้ที่เราไม่ต้องขยันรดน้ำมากก็ได้ แต่เมื่อลดความขยันในเรื่องของการรดน้ำบ่อยครั้งลง กระบองเพชรก็รอดและเติบโตได้ดีทีเดียว จากการได้ลองผิดลองถูกนี้เอง หลายๆ ท่านก็ประสบผลสำเร็จจากการปลูกกระบองเพชร จนทำให้เกิดการพัฒนาขยายพันธุ์สามารถเกิดเป็นรายได้ เรียกได้ว่าทำเป็นอาชีพเสริมที่มีรายได้ดีกว่างานประจำก็มี หรือจะทำควบคู่กันไปก็ไม่มีอะไรสะดุด เพราะสามารถทำควบคู่กันได้ ช่วยสร้างรายได้หลากหลายช่องทางจากสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ คุณยมลภร ดาววี อยู่บ้านเลขที่ 173 หมู่ที่ 1 ตำบลแม่แฝกใหม่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ได้ปลูกกระบองเพชรจากความชื่นชอบและต่อยอดพัฒนาการปลูกด้วยการผสมพันธุ์จนเกิดเป็นลูกไม้ใหม่ๆ และมีกา
ศ.ดร.นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ International Workshop on Development of Ornamental Plant and Flower Clusters for Sustainable Careers and Competitiveness of SMEs in APEC ซึ่ง วว. เป็นเจ้าภาพ ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า งานประชุมเชิงปฏิบัติการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอตัวอย่างความสำเร็จจากโครงการพัฒนาผู้ประกอบการไม้ดอกไม้ประดับของประเทศไทย ซึ่ง วว. ได้นำองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เข้าส่งเสริมความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการไม้ดอกไม้ประดับ ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ตอบโจทย์การนำแนวคิด Bio-Circular-Green (BCG) สู่การปฏิบัติเพื่อความยั่งยืนทางเศรษฐกิจของประเทศ นอกจากนั้น ยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เทรนด์นวัตกรรมการพัฒนาสายพันธุ์ การเพาะปลูก การค้าขายไม้ดอกไม้ประดับ และการเพิ่มมูลค่าสินค้า โดยมีผู้ประกอบการจากประเทศเนเธอร์แลนด์ร่วมถ่ายทอดความรู้ ซึ่งเนเธอร์แลนด์ถือเป็นผู้นำตลาดธุรกิจไม้ดอกไม้ประดับของโลก นอกจากนี้ ยังเป็นเวทีการเรียนรู้โอกาสทางธุรกิจ ช่อ
ละอองฝนสายชลชโลมหยาด พฤกษชาติโปรยกลิ่นกลั้วดินหอม ในสวนศรีพี่หมายหทัยปอง ชวนนุชน้องพิศเพลินเดินชมดู เอื้องกุหลาบเหลืองโคราชมาตรเปรยเปรียบ ก็ทานเทียบนวลปรางสองข้างคู่ รูปละมุนกรุ่นกลิ่นระรินพธู รสสุคนธ์คุ้นอยู่มิรู้เลือน ช่อกระจะระย้าเฟื่องเรืองสีสุก นิรทุกข์ไร้คำพร่ำเอ่ยเอื้อน แม้นผ่านกาลนานที่กี่ปีเดือน ยังเสมือนเคยคุ้นกรุ่นกลิ่นงาม… บทกวีโดย คุณคมสัน ศรีตัน จังหวัดเชียงราย แต่งมอบให้สำหรับเป็นบทเปิดโรง สำหรับตอนอวสานของบทความชุดนี้ แต่งให้สดๆ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2565 ขอขอบคุณครับ และแล้วก็มาถึงกาลอำลากัน ก็จะขอฝากท่านผู้อ่านไว้ด้วยบทกวีที่สะท้อนภาพคู่รักที่ทอดน่องเดินตามทางที่ต้นไม้ใหญ่ทั้งสองฟากฝั่งที่ดารดาษด้วยเอื้องกุหลาบเหลืองโคราชที่ติดอยู่บนต้นมากมาย ออกดอกชูช่อห้อยไหวละลานตาด้วยสีเหลืองอ่อน เขียวอ่อน และกรุ่นไปด้วยกลิ่นหอมเหมือนมะนาวปนตะไคร้หอม ที่หอมชื่นใจ จนต้องหลับตาสูดเข้าจนเต็มปอด เหมือนกับจะกักเก็บกลิ่นนี้ไว้ไม่ให้ลืม ที่ยกมาเป็นชื่อตอน ตอนนี้ว่า เสน่ห์ของกล้วยไม้สกุลกุหลาบ ก็เพราะส่วนใหญ่เขาจะมีช่อดอกที่ห้อยลงมาที่ดูอ่อนช้อย ไม่แข็งกระด้างเหมือนกลุ่มแวนด้าที่ส่
ลีลาวดี หรือ ลั่นทม เป็นพรรณไม้ยืนต้นที่มีลำต้นสูงราว 25 ฟุต ลำต้นและกิ่งก้านหักง่ายและมียางสีขาว ลักษณะของใบมีส่วนปลายแหลม ใบยาวประมาณ 30 เซนติเมตร กว้างประมาณ 10 เซนติเมตร และสามารถมองเห็นเส้นแขนงใบได้ชัด ดอกของลีลาวดีจะมีลักษณะเป็นรูปกรวย แต่กลีบของดอกจะมีลักษณะที่ไม่เหมือนกันแล้วแต่สายพันธุ์ บางชนิดมีกลีบดอกที่เล็กยาว บางชนิดมีกลีบดอกใหญ่ และบางชนิดมีกลีบดอกบิด ซึ่งดอกมีหลายสี เช่น สีแดง สีแสด สีเหลือง สีขาว และสีชมพู ลีลาวดี จัดเป็นพรรณไม้ที่ทนต่อแสงแดดได้ดี ต้องการน้ำและความชื้นในปริมาณปานกลาง ซึ่งสามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินทุกประเภท แต่ไม่ควรปลูกในพื้นที่ที่มีน้ำขัง ซึ่งการขยายของไม้ชนิดนี้จะเน้นใช้วิธีการปักชำกิ่ง ก็สามารถแยกต้นใหม่ปลูกได้ทันที คุณสมจิตร์ สุกปลั่ง เจ้าของสวนเย็นจิต อยู่บ้านเลขที่ 555 หมู่ที่ 5 ตำบลช่องสาริกา อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เป็นเกษตรกรที่มีความชอบในการปลูกต้นลีลาวดีมาก โดยปลูกลงในพื้นที่หลาย 10 ไร่ ให้ไม้เจริญเติบโตเองตามธรรมชาติ แล้วจึงส่งขายให้กับผู้ที่สนใจ จึงเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับเธอได้เป็นอย่างดี จากแม่ค้าทำอาหาร สู่ชีวิตเกษตรกร
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ดำเนินโครงการ “ถ่ายทอดเทคโนโลยีโครงการแผนการเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้กับชุมชนกลุ่มไม้ดอกไม้ประดับด้วยนวัตกรรมเกษตร ด้วยแนวทางมาลัยวิทยสถาน อว.” ชี้ผลสำเร็จพัฒนาชุดข้อมูลพื้นฐานไม้ดอกไม้ประดับอัตลักษณ์ประจำถิ่นเพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์ สามารถนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม (วทน.) สร้างรายได้ให้เกษตรกร/ผู้ประกอบการ มีรายได้เพิ่มมากกว่า 60% ลดต้นทุนการผลิต สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน หนุนใช้ผลสำเร็จงานวิจัยเป็นพื้นที่ต้นแบบสู่การเรียนรู้เชื่อมโยงไปยังพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ของประเทศอย่างยั่งยืน นายสายันต์ ตันพานิช รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ วว. กล่าวว่า จากการที่ วว. ได้ดำเนินงานโครงการ “ถ่ายทอดเทคโนโลยีโครงการแผนการเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้กับชุมชนกลุ่มไม้ดอกไม้ประดับด้วยนวัตกรรมเกษตร ด้วยแนวทางมาลัยวิทยสถาน อว.” มาตั้งแต่ปี 2564 “การดำเนินงานโครงการดังกล่าวส่งผลให้เกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดเ
คุณวินัย ลักษณะวิลาศ เกษตรจังหวัดปราจีนบุรี ให้ข้อมูลว่า จังหวัดปราจีนบุรีมีการทำเกษตรหลายอย่างตั้งแต่พืชไร่ไปจนถึงพืชสวน ซึ่งพืชสวนอย่างทุเรียนปราจีนบุรีเป็นไม้ผลที่สามารถสร้างรายได้เป็นอย่างดี เพราะการปลูกเป็นไม้ผลที่เน้นคุณภาพ จึงทำให้ในแต่ละฤดูกาลสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี ส่วนการทำเกษตรทางด้านของ ไม้ดอกไม้ประดับนั้น หลังจากปี 2539 เกิดเหตุการณ์ที่ต้นไผ่ในจังหวัดปราจีนบุรีออกดอกทั้งหมด ส่งผลให้ไผ่ซึ่งเป็นสินค้าที่จำหน่ายสร้างรายได้ของเกษตรกรในเวลานั้นตาย จึงได้มีการพลิกวิกฤตในการสร้างรายได้ โดยมีเกษตรกรบางส่วนมาสนในเรื่องของไม้ดอกไม้ประดับต่างๆ จนเกิดการสร้างรายได้มาจนถึงปัจจุบัน “เมื่อไผ่ที่เป็นพืชหลัก สร้างรายได้ของเกษตรกรตายในสมัยนั้น จึงทำให้เกษตรกรหลายคนได้พูดคุยกันและหันมาสร้างรายได้จากการทำไม้ดอกไม้ประดับ จนประมาณปี 2542 ได้ตั้งเป็นหมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติ บ้านดงบังขึ้น โดยในถนนสายนี้ทั้งสาย จะมีการทำไม้ดอกไม้ประดับที่มีความประณีตเป็นเอกลักษณ์ ตั้งแต่ต้นโมก ไม้ขุดล้อมต่างๆ โดยการผลิตไม้ประดับก็จะดูตามกลไกตลาดและปรับเปลี่ยนการผลิตไปเรื่อยๆ ตามท
